สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
(องค์การมหาชน)
Defence Technology Institute (Public Organisation)
150
ที่ทำการ
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 1 มกราคม พ.ศ. 2552
งบประมาณ 1,190.2741 ล้านบาท (พ.ศ. 2559)[1]
ผู้บริหาร พลเอก พอพล มณีรินทร์, ประธานกรรมการบริหาร
พลเอก สมพงศ์ มุกดาสกุล, ผู้อำนวยการ
พันเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวิวัชร วีระแกล้ว, รองผู้อำนวยการ
ศรีจรุง พันธัย, รองผู้อำนวยการ
พลอากาศตรี เจษฎา คีรีรัฐนิคม, รองผู้อำนวยการ
ในกำกับดูแลของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย
เอกสารหลัก พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2551
เว็บไซต์
DTI.or.th

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นองค์การมหาชนไทย ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไทย มีภารกิจในการดำเนินการวิจัยโครงการขนาดใหญ่ด้านยุทโธปกรณ์ที่ต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง ทำการวิจัยและพัฒนาจากระดับองค์ความรู้ที่มีอยู่ไปสู่ระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของกระทรวงกลาโหม ตลอดจนพัฒนายุทโธปกรณ์ต้นแบบตามความต้องการของเหล่าทัพ

การจัดตั้ง[แก้]

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ใช้เวลาในการจัดตั้งกว่า 2 ปี เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถึง 3 รัฐบาล ในระหว่างรัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยคณะรัฐมตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ภารกิจของหน่วยงาน[แก้]

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ มีหน้าที่ดังนี้[2]

  • สายงานวิจัย มีหน้าที่ในการวิจัย ออกแบบ จำลอง พัฒนา ผลิตต้นแบบ ทดสอบทดลอง กำหนดมาตรฐาน เชื่อมต่อระบบ ติดตั้ง แนะนำและฝึกอบรมการใช้งาน รับและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงบริหารและจัดเก็บองค์ความรู้ ตามแผนงานที่ฝ่ายบริหารโครงการกำหนด นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการสนับสนุนความรู้ด้านเทคนิคให้แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคสาธารณะอีกด้วย จำนวนเจ้าหน้าที่ในสายงานนี้เป็นนักวิจัย วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ทั้งหมด และนับประมาณได้ร้อยละ 70 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด
  • สายงานบริหารโครงการ มีหน้าที่จัดทำและนำเสนอแผนแม่บทการวิจัยพัฒนายุทโธปกรณ์ให้สภากลาโหมพิจารณา ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยผู้ใช้ถึงความต้องการและประเด็นการวิจัยพัฒนาต่างๆ ทำการบริหารงานโครงการ การตลาด การหารายได้ การเสนองบประมาณโครงการ การบริหารผลผลิตและกำหนดตัวชี้วัดของโครงการ รวมถึงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนธุรกิจของ สทป. ในระยะยาวโดยร่วมมือกับกองทัพ ภาควิชาการ และภาคเอกชน การทำงานของสายงานนี้เป็นการทำงานร่วมกันเป็นทีม แบบ Matrix ที่อาศัยความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่อีกสองสายงานเป็นหลัก เจ้าหน้าที่ในสายงานนี้เป็นนักบริหารโครงการมืออาชีพ วิศวกร นักประสานงาน และนักพัฒนากลยุทธ์ คิดเป็นประมาณจำนวนเป็นร้อยละ 10 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด
  • สายงานบริหารและสนับสนุน มีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติงาน บริหารงบประมาณ การเงิน การบัญชี การพัสดุ ธุรการ การจัดซื้อจัดจ้าง การทรัพยากรบุคคล การประชาสัมพันธ์ การรักษาความปลอดภัย งานกฎหมาย และงานระบบสารสนเทศ เจ้าหน้าที่ในสายงานนี้เป็นผู้มีประสบการณ์ตามสาขาวิชาชีพ นับประมาณจำนวนเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด
  • สายงานองค์ความรู้และการเผยแพร่ มีหน้าที่จัดการความรู้ในองค์กร เผยแพร่ความรู้สู่สังคม โดยการจัดทำวารสาร Dtech มีการจัดหลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรระดับบัญฑิตศึกษาร่วมกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เจ้าหน้าที่ในสายงานนี้เป็นนักจัดการความรู้ นักวิชาการ และกองบรรณาธิการวารสาร Dtech
  • ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ

อ้างอิง[แก้]