ข้ามไปเนื้อหา

สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)
ตราสัญลักษณ์นี้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68
ชื่ออื่นNational Broadcasting
Services of Thailand
NBT 2HD
ประเทศประเทศไทย ไทย
พื้นที่แพร่ภาพประเทศไทย ประเทศไทย
เครือข่ายสถานีโทรทัศน์/สถานีวิทยุ
ช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล
ประเภทบริการสาธารณะ
คำขวัญโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ทางเลือกใหม่ของปวงชน
สำนักงานใหญ่เลขที่ 236 ถนนวิภาวดีรังสิต
แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
แบบรายการ
ระบบภาพ1080p (16:9 คมชัดสูง/ออนไลน์)
1080i (16:9 คมชัดสูง/ทีวีดิจิทัล,กล่องโทรทัศน์ดาวเทียมระบบเอชดี)
576i (16:9 คมชัดปกติ/กล่องโทรทัศน์ดาวเทียมระบบเอสดี)
ความเป็นเจ้าของ
เจ้าของกรมประชาสัมพันธ์
สำนักนายกรัฐมนตรี
บุคลากรหลัก
  • สุดฤทัย เลิศเกษม
    อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
  • พรพิทักษ์ แม้นศิริ
    ชัยวัฒน์ บุญชวลิต
    ศุภพงษ์ เชาวน์แล่น
    รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
  • ทัศนียาพร ดวงแก้ว
    ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
ช่องรอง
ประวัติ
เริ่มออกอากาศวันแพร่ภาพออกอากาศ:
1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 (40 ปี)
วันสถาปนา:
11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 (37 ปี)
ชื่อเดิมสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11
(2528 - 2551)
ลิงก์
เว็บไซต์nbt2hd.prd.go.th
ออกอากาศ
ภาคพื้นดิน
ดิจิทัลช่อง 2 (มักซ์#1 : พีอาร์ดี)
เคเบิลทีวี
ช่อง 2
ทีวีดาวเทียม
ช่อง 2
ไทยคม 6 C-Band3920 H 30000 (3/4)
4150 H 12000 (3/4)
ไทยคม 8 KU-Band11560 H 30000
สื่อสตรีมมิง
PRDชมรายการสด

สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (อังกฤษ: The National Broadcasting Services of Thailand; ชื่อเดิม: สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย; ชื่อย่อ: เอ็นบีที (NBT)) หรือ เอ็นบีที 2 เอชดี (อังกฤษ: NBT 2HD; อ่านว่า เอ็นบีที ทูเอชดี) เป็นหน่วยงานสถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐบาล มีสถานะเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของประเทศไทย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี (โดยมี ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล[1]) โดยมีการเปลี่ยนชื่อพร้อมปรับปรุงระบบการบริหารงานและรูปแบบของสถานีอยู่หลายครั้ง

ประวัติ

สืบเนื่องจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ ไจกา (Japan International Cooperation Agency; JICA) ให้การสนับสนุนงบประมาณและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับถ่ายทอดวิทยุกระจายเสียง และถ่ายทำรายการโทรทัศน์ภายในห้องถ่ายทำ (Studio) แก่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เพื่อให้ มสธ. นำไปใช้ก่อตั้ง ศูนย์ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ (Educational Broadcasting Production Center; EBPC) ระหว่างปี พ.ศ. 2525 - 2527 ทว่าในขณะนั้น ประเทศไทยไม่มีสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อรองรับเนื้อหาที่ผลิตขึ้นจากศูนย์ผลิตรายการดังกล่าว ในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีจึงลงมติให้กรมประชาสัมพันธ์ จัดทำโครงการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของราชการสู่ประชาชน และเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมไปถึงการเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ตลอดจนเป็นสถานีโทรทัศน์แม่ข่ายให้แก่สถานีโทรทัศน์ส่วนภูมิภาคในเครือกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ

จากนั้นกรมประชาสัมพันธ์ได้ย้ายเครื่องส่งโทรทัศน์สีจากสถานีส่งที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มาใช้แพร่ภาพชั่วคราว ด้วยระบบวีเอชเอฟความถี่สูง ทางช่องสัญญาณที่ 11 (Band 3, VHF CH-11) จากอาคารศูนย์ระบบโทรทัศน์ของกรมประชาสัมพันธ์ ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จัดตั้งขึ้นเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และเริ่มต้นทดลองออกอากาศเป็นครั้งแรก ประมาณต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2528[2] ก่อนจะแพร่ภาพเป็นประจำทุกวัน ระหว่างเวลา 16:30-21:00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2529 แต่ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเครื่องส่งโทรทัศน์มีกำลังส่งต่ำ เป็นผลให้ดำเนินการแพร่ภาพออกอากาศได้ไม่สะดวก ศาสตราจารย์ ยามาซากิ, ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.นิคม ทาแดง ผู้ร่วมดำเนินการก่อตั้ง ศูนย์ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ มสธ. จึงร่วมกันจัดทำร่างโครงการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งต่อมาอนุมัติวงเงิน 2,062 ล้านเยน (ขณะนั้นคิดเป็นประมาณ 300 ล้านบาท) แบบให้เปล่าผ่านไจกา เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารที่ทำการ จัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องส่งวิทยุโทรทัศน์ ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 ถึงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2531 รวมระยะเวลาประมาณ 9 เดือน โดยระหว่างนั้น สทท. ยุติการออกอากาศเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 เพื่อดำเนินการโอนย้ายระบบออกอากาศดังกล่าว

ต่อมาในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เวลา 10:00 นาฬิกา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ[3]จากนั้นเป็นต้นมาจึงกำหนดให้วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ต่อมาจึงเริ่มกลับมาออกอากาศรายการภาคเช้า ข่าวภาคค่ำ รายการเพื่อการศึกษา และรายการประเภทอื่น ไปยังสถานีเครือข่ายส่วนภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 จนถึงปัจจุบัน

สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะที่เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของราชการ และนำเสนอรายการที่เป็นสาระความรู้ โดยเฉพาะด้านการศึกษา, ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี มาโดยตลอด ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานนั้น สทท.11 ในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการถ่ายทอดรายการเป็นส่วนมาก และบางช่วงเวลาจะให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในส่วนภูมิภาค ดำเนินการถ่ายทอดรายการของตนเฉพาะท้องถิ่นไป แล้วแต่ช่วงเวลานั้น ๆ อย่างไรก็ดี ในช่วงระยะแรก สทท.11 มักถูกมองข้ามจากผู้ชมส่วนใหญ่ เนื่องด้วยความเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งไม่มีรายการที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ โดยเฉพาะรายการประเภทบันเทิง เช่นละครโทรทัศน์หรือเกมโชว์ และประกอบกับเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ไม่สามารถหารายได้ด้วยการโฆษณา จึงทำให้ประเภทรายการที่ออกอากาศทาง สทท.11 มีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้มีผู้ติดตามรับชมจำนวนไม่มากนัก

อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2539 สทท.11 มีข้อเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะภาครัฐ สามารถแสดงภาพสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าบนหน้าจอโทรทัศน์ได้ นอกจากนั้นก็ยังต่อยอดจากข้อเสนอข้างต้น ด้วยการผลิตภาพยนตร์โฆษณาของสถานีฯ เพื่อออกอากาศด้วยตนเอง ซึ่งดำเนินมาจนกระทั่งมีการตราพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าวมีการกำหนดไม่ให้กรมประชาสัมพันธ์หารายได้จากการโฆษณาเชิงพาณิชย์[4] แต่ สทท.11 ยังคงมีโฆษณาเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อสำนักงาน กสทช. แจ้งเตือนให้ สทท. ห้ามมีการโฆษณาเชิงพาณิชย์ในรายการในช่วงปี พ.ศ. 2561[5]ทำให้มีการย้ายบางรายการที่ไม่สามารถปรับตัวให้ปลอดการโฆษณาเชิงพาณิชย์ได้ ไปออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ของเอกชนแทน แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งรับรองโดยมาตรา 265 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 อนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์สามารถมีโฆษณาได้เท่าที่จำเป็นและเพียงพอต่อการผลิตรายการตามวัตถุประสงค์โดยต้องไม่เป็นการมุ่งต่อการแสวงหากำไรทางธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้ สทท. สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้เทียบเท่ากับ ททบ.5 โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด [6]

อนึ่ง สทท.11 เริ่มมีชื่อเสียงในการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬา จากการริเริ่มนำเทปการแข่งขันมวยปล้ำอาชีพมาออกอากาศในระยะหนึ่ง และถ่ายทอดสดฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในช่วงปี พ.ศ. 2540 - 2543 จนกระทั่งในช่วงปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา สทท.11 ก็กลับมามีชื่อเสียงในเรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อร่วมกับบริษัท ทศภาค จำกัด บริษัทลูกที่ประกอบกิจการโฆษณาในเครือไทยเบฟเวอเรจ, สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี และสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งจัดขึ้นที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีภาพยนตร์โฆษณาระหว่างการแข่งขัน ซึ่งหลังจากนั้น สทท.11 ก็ดำเนินการถ่ายทอดสดกีฬาอีกหลายรายการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อนึ่ง กรณีถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2002 นับเป็นเรื่องแปลกใหม่ของวงการโทรทัศน์ไทยในขณะนั้น เนื่องจากตามธรรมเนียมปกติที่ผ่านมา การถ่ายทอดโทรทัศน์ในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินช่องต่างๆ มักรวมตัวกันในนามโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การเผยแพร่ในประเทศไทย และหารายได้ทดแทนค่าลิขสิทธิ์ ด้วยการเสนอภาพยนตร์โฆษณาสินค้าบริการต่างๆ คั่นระหว่างการถ่ายทอด

กล้องสตูดิโอของ Thomson ที่มีโลโก้ NBT ตั้งแต่ปี 2551-2552

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2551 สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช จักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ มีแนวความคิดเปลี่ยนแปลง สทท.11 เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารงาน และตอบสนองเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสถานีฯ ดังนั้นในวันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. สทท.11 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (National Broadcasting Services of Thailand; เอ็นบีที) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้จดทะเบียนสมาชิกกับสหภาพวิทยุ-โทรทัศน์แห่งเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Broadcasting Union; ABU) และเปลี่ยนสีประจำสถานีเป็นสีแดง พร้อมกันนั้น ยังเริ่มออกอากาศรายการรูปแบบใหม่ เพื่อให้สมเจตนารมณ์ในการก่อตั้งสถานีและเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ เอ็นบีทีจะนำเสนอข่าวที่ผลิตโดยกองบรรณาธิการข่าวของสถานีฯ เอง ซึ่งแยกออกมาจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ต่างจากในยุค สทท.11 ซึ่งจะนำเสนอข่าวที่ผลิตจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์แทบทั้งสิ้น

ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นำอดีตผู้ประกาศข่าวหลายคนของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเดิม ที่ไม่เข้าร่วมงานกับสถานีฯต่อเมื่อเปลี่ยนชื่อไปเป็นสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยมาทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นตวงพร อัศววิไล, จอม เพชรประดับ, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์ เป็นต้น ซึ่งเอ็นบีทีนำเสนอภาพลักษณ์สถานีโทรทัศน์ข่าวสาร โดยให้เวลานำเสนอข่าวในผังรายการ มากกว่า 13 ชั่วโมงต่อวัน และปรับรูปลักษณ์ของสถานีฯ เพื่อให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ซึ่งในช่วงแรก เอ็นบีทีถูกจับตาอย่างยิ่งจากหลายฝ่าย จากการประกาศตัวเป็นคู่แข่งกับสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย (ปัจจุบันคือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ในลักษณะของ "สงครามสื่อโทรทัศน์ภาครัฐ" เนื่องจากเอ็นบีทีนำเสนอความเป็นทีวีสาธารณะของภาครัฐบาล ขึ้นรับมือกับไทยพีบีเอส ที่ประกาศตัวเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยไปก่อนหน้า และนอกจากนี้ เอ็นบีทียังถูกจับตามองอย่างยิ่งในแง่มุมของการเสนอข่าว ซึ่งมีบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า เอ็นบีทีนำเสนอข่าวในลักษณะเข้าข้างรัฐบาลเป็นพิเศษ

ตราสัญลักษณ์ของเอ็นบีทีที่ใช้ตั้งแต่ 1 เม.ย. 52 – 31 ธ.ค. 67

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 มีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลขณะนั้นมีนโยบายปฏิรูปสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยจัดประกวดตราสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งกำหนดแนวคิดตราสัญลักษณ์ ให้สื่อถึงความเป็นโทรทัศน์แห่งชาติ มีความทันสมัยผสมผสานกับความเป็นไทย และเริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี การใช้ชื่อเอ็นบีที โดยสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะนั้น เป็นผู้เปิดตราสัญลักษณ์ใหม่ และเปิดตัวสถานีฯ ในฐานะสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ จากนั้นจึงมีการเลิกสัญญาบริษัทผลิตข่าว ซึ่งเดิมเป็นของ บริษัท ดิจิทัลมีเดียโฮลดิ้ง จำกัด มาประมูลใหม่ ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับการคัดเลือก จากการประกวดราคานี้ได้แก่บริษัท โพสต์พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ กระทั่งต่อมาเอ็นบีทีก็ได้เรียกเวลารายการข่าวคืนมาผลิตเองทั้งหมด

ตราสัญลักษณ์เอ็นบีทียุคทีวีดิจิทัล แบบที่ 1

ในยุคที่ เอ็นบีที ก้าวสู่การแพร่ภาพโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 สถานีได้เปลี่ยนอักษรย่อที่กำกับด้านล่าง จากอักษรไทยเป็นอักษรอังกฤษ และทดลองออกอากาศผ่านโครงข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทางช่องหมายเลข 2 โดยระยะแรกออกอากาศในอัตราส่วน 4:3 โดยมีแถบสีม่วงอยู่ที่บริเวณด้านซ้ายและขวาของหน้าจอ แต่ต่อมาได้ปรับอัตราส่วนจอเป็น 16:9 แต่ในปีเดียวกัน กรมประชาสัมพันธ์ ประสบปัญหาโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัลที่ล่าช้า ประกอบกับการจัดซื้อจัดจ้าง ประกวดราคา ประมูลโครงข่าย และขั้นตอนการจัดระเบียบทางราชการ นำไปสู่การเลื่อนเปิดใช้โครงข่ายทีวีดิจิทัลออกไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 กรมประชาสัมพันธ์ ได้เปิดใช้โครงข่ายทีวีระบบดิจิทัล ตั้งแต่ที่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ทยอยเปิดใช้โครงข่ายในอนาคต ระนาบเดียวกัน มีการปรับรูปแบบรายการข่าวใหม่ด้วยรูปแบบห้องส่งใหม่ที่มีคุณภาพเทียบเท่าช่องโทรทัศน์บริการธุรกิจ เช่น ฉากกำแพงวิดีทัศน์ (Video Wall) ขนาดใหญ่ โดยใช้ฉากหลังเป็นภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในประเทศไทย หรือ ฉากที่มีข้อความรณรงค์ต่าง ๆ และกลางปี พ.ศ. 2559 มีการปรับรูปแบบรายการข่าวใหม่โดยใช้ชื่อรายการข่าวแนวเดียวกับช่องโทรทัศน์บริการธุรกิจทั่วไป ส่วนกราฟิกเปิดรายการข่าวยังคงเดิม เพียงแต่มีการปรับสีเล็กน้อย รวมถึง เอ็นบีที.ได้นำเทคโนโลยี VTag QRCode ซึ่งจะนำคิวอาร์โค้ดซึ่งเชื่อมโยงสื่อสังคมออนไลน์ของ สทท. โดยนำมาแสดงที่บริเวณมุมจอล่างขวาถัดจากสัญลักษณ์ของสถานีฯ บนหน้าจอ (หรือกรอบล่ามผู้บรรยายภาษามือในบางรายการ เช่น ข่าวภาคค่ำ ฯลฯ)

ปี พ.ศ. 2560 เอ็นบีที เริ่มใช้เพลงประกอบและไตเติ้ลข่าวใหม่ รวมถึงปรับรูปแบบไตเติ้ลข่าวภูมิภาคให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับส่วนกลาง จนกระทั่งเริ่มมีการออกอากาศช่องรายการส่วนภูมิภาคผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลของ สทท. เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 จึงได้ยุติการใช้กราฟิกและเพลงประกอบจากส่วนกลาง

ในช่วง อุทกภัยในภาคใต้ของประเทศไทย พ.ศ. 2560 สทท.ได้ปรับรูปแบบการนำเสนอเพื่อเป็นสถานีสื่อกลางในการรายงานข่าวเหตุอุทกภัยและรายงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยใช้แถบ L-Bar ในการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับอุทกภัยภาคใต้ที่ด้านขวามือของจอ สลับกับรายการปกติตามผังซึ่งจะลดขนาดลงมากึ่งหนึ่ง ยกเว้นบางรายการ เช่น ข่าวในพระราชสำนัก การถ่ายทอดสดพระราชพิธี รวมถึงรายการภาคบังคับจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยังคงแสดงเต็มหน้าจอ

ในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 สทท. ได้ทำการยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกจากสถานีส่ง 12 สถานีทั่วประเทศที่เหลือ (โดยเลื่อนแผนออกไปจากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีแผนกำหนดว่าจะให้ยุติการออกอากาศในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ซึ่ง 37 สถานีได้ยุติระบบอนาล็อกตามแผนกำหนด)[7] ซึ่งเป็นไปตามที่ทางสถานีฯได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สังกัดคณะกรรมการ กสทช. ว่าด้วยแผนการยุติการออกอากาศระบบอนาล็อกของสถานีเอง เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558 และจะเหลือแต่เพียงแค่การออกอากาศในระบบดิจิทัลภาพคมชัดสูง หมายเลข 2 เท่านั้น ในวันถัดไป (ก่อนหน้านั้น เอ็นบีทีได้ยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2559)[8]

สทท.ได้ยุติการออกอากาศโทรทัศน์ระบบแอนะล็อกจากสถานีส่ง 12 สถานีทั่วประเทศโดยสมบูรณ์ เมือวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 เวลา 00:01 น.

การปรับโฉมสถานี

ตราสัญลักษณ์ของเอ็นบีทีที่ใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 68

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 มีการปรับโฉมของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยมีการปรับสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งเป็นรูปหอยสังข์ แต่ยังคงความเป็นไทย และใช้สีสัญลักษณ์เป็นสีม่วงเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนในส่วนของฝ่ายข่าว โดยเปลี่ยนเพลงอินโทรและสตูดิโอข่าวทั้งหมด

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568 ได้ปรับชื่ออย่างเป็นทางการเหลือเพียง สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยยังคงใช้ชื่อภาษาอังกฤษชื่อเดิม

โครงสร้างการบริหาร

สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย บริหารงานแบบองค์กรราชการ จัดแบ่งการบริหารงานออกเป็น 3 ส่วน 2 ฝ่าย และ 1 กลุ่ม คือ

  • ส่วนจัดและควบคุมรายการ มีหน้าที่ จัดสรร และควบคุมเนื้อหารายการ รวมถึงการออกอากาศรายการต่างๆ
  • ส่วนผลิตรายการ มีหน้าที่ ผลิตรายการเพื่อการออกอากาศต่อไป
  • ส่วนเทคโนโลยี มีหน้าที่ กำกับดูแลในด้านเทคโนโลยีการออกอากาศ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นต้น
    • ฝ่ายบริหารทั่วไป มีหน้าที่ บริหารงานทั่วๆ ไป เช่น ฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่ายบุคคล เป็นต้น
    • ฝ่ายแผนงานและประสานงาน มีหน้าที่ วางแผนงาน และประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ในสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
      • กลุ่มงานวิชาการ มีหน้าที่ ศึกษา ค้นคว้า และ ประสานงาน ด้านวิชาการสื่อสารมวลชน โดยได้จัดทำโครงการ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย รวมทั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตงานวิจัย และบทความเพื่อการประชาสัมพันธ์

ที่ทำการ

อาคารสำนักงาน

สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เริ่มเปิดทำการในอาคารเลขที่ 90-91 ถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ต่อมา สทท.ทยอยดำเนินการย้ายฐานปฏิบัติงาน ไปยังอาคารที่ทำการหลังใหม่ ซึ่งก่อสร้างขึ้นภายในบริเวณเดียวกับที่ทำการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เลขที่ 236 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันย้ายมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ส่วนอาคารหลังเดิม เอ็นบีทีโอนให้เป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (รวมไปถึงสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเวิลด์) จนถึงปัจจุบัน

เครือข่ายในส่วนภูมิภาค

สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย มีสถานีโทรทัศน์เครือข่ายในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 12 แห่ง ตั้งอยู่ในภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคใต้ 6 แห่ง โดยในแต่ละสถานี จะมีการเชื่อมโยงรับส่งสัญญาณกับสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยส่วนกลาง ด้วยระบบดาวเทียม โดยที่ทางสถานีฯ ได้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 6

รายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง

  • เพลงเงินล้าน - (พ.ศ. 2531 - ปัจจุบัน) รายการประกวดร้องเพลงโดยโรงเรียนวาทินี ออกอากาศทุกบ่ายวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน
  • โลกใบจิ๋ว - (พ.ศ. 2533-พ.ศ. 2550) เป็นรายการสำหรับเด็ก ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 น.
  • มอร์นิงทอล์ก - (พ.ศ. 2545) รายการสนทนาภาคภาษาอังกฤษ ออกอากาศต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
  • บทเรียนชีวิต - (พ.ศ. 2549) ละครโทรทัศน์เรื่องแรกของสถานี และเป็นละครโทรทัศน์เรื่องแรกของประเทศไทยที่สร้างและออกอากาศร่วมกับต่างประเทศ (ประเทศลาว)
  • เสียงสวรรค์เมื่อวันวาน - (พ.ศ. 2550) เป็นรายการเพลงอมตะของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ โดยผลิตรายการร่วมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ออกอากาศเป็นประจำทุกวันเสาร์
  • ร่วมมือร่วมใจ - (พ.ศ. 2551 - 2555) รายการที่จะเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องทุกข์ในเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ดำเนินรายการโดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ปิยะฉัตร กรุณานนท์ และ สิริเสาวภา เอกเอี่ยมสิน ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 14.00-15.00 น. ปัจจุบันย้ายไปออกอากาศช่องสปริงนิวส์
  • ติวเข้ม เติมเต็มความรู้ (ชื่อเดิม ติวเตอร์ แชนแนล) - (พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน) รายการให้ความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียนทั่วประเทศ ผลิตรายการโดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00-10.00 น.
  • กรองสถานการณ์ - (พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2554) รายการสนทนาข่าวประจำวัน ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลาหลังข่าวภาคค่ำ
  • ความจริงวันนี้ - (พ.ศ. 2551) รายการโทรทัศน์ประเภทความเห็นทางการเมืองของประเทศไทย ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00 น.
  • คลายปม - (28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการวิเคราะห์ เจาะลึก สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน และเปิดโปงที่มาที่ไปของปัญหาบ้านเมืองนั้นๆ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ดำเนินรายการโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ดร.เสรี วงศ์มณฑา และ อ.วันชัย สอนศิริ (ดร.เสรี กับ อ.วันชัย จะสลับกันมาร่วมรายการกับ ดร.เจิมศักดิ์) ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. - 22.00 น.
  • เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก - (10 สิงหาคม พ.ศ. 2552 - 26 กันยายน พ.ศ. 2554) รายการสารคดีเชิงข่าวของสำนักข่าวทีนิวส์ ปัจจุบันย้ายไปออกอากาศช่องไบรท์ทีวี
  • ลงเอยอย่างไร - (พ.ศ. 2552 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการสนทนาปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง เพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหาต่างๆ โดยมีแขกรับเชิญมาร่วมรายการซึ่งจะเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ ดำเนินรายการโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกอากาศทุกคืนวันพุธ 21.00-22.00 น.
  • เกาที่คัน - (พ.ศ. 2552 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง วิเคราะห์ที่มาที่ไปของปัญหาแบบเจาะลึก ดำเนินรายการโดย ดร.เสรี วงศ์มณฑา และ รณชาติ บุตรแสนคม ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ 21.00-22.00 น. ปัจจุบันย้ายไปออกอากาศช่องทีเอ็นเอ็น 2
  • ศึกมวยดีวิถีไทย (พ.ศ. 2554 - ปัจจุบัน) รายการถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวยไทยที่นำเสนอภายใต้แนวคิด "มวยไทยบันเทิง" มีจุดเด่น คือ การนำเด็กมาทำหน้าที่นำนักมวยเข้าสู่เวทีก่อนการชกในแต่ละคู่ หรือที่เรียกกันว่า "เยาวชนต้นกล้ามวยไทย" (ปัจจุบันย้ายไปถ่ายทอดสดทางช่อง 9 เอ็มคอต เอชดี)
  • ศึกยอดมวยไทย (2 มกราคม - 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559) รายการถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวยไทย ออกอากาศทุกวันเสาร์ 14.00-16.00 น. (ปัจจุบันย้ายไปถ่ายทอดสดทางทรูโฟร์ยู ในชื่อรายการมวยมันส์วันศุกร์)[9]

คำขวัญ

  • โทรทัศน์แห่งประเทศไทย ทางเลือกใหม่ของปวงชน (1 ตุลาคม พ.ศ. 2528 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2551, 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567 - ปัจจุบัน)

ผู้ประกาศข่าวและผู้รายงานข่าว

ผู้ประกาศข่าวและผู้รายงานข่าวที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

  • ถนอม อ่อนเกตุพล
  • สิริเสาวภา เอกเอี่ยมสิน
  • จิรภัทร อุดมสิริวัฒน์ (พีท)
  • ส.กรกช ยอดไชย (สอร์)
  • กรองแก้ว ชัยกฤษ (แนน)
  • สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี (แจ็ค)
  • วีระศักดิ์ ขอบเขต (ป๋อง)
  • นิศากานต์ กีร์ตะเมคินทร์ (ฝน)
  • ชลภร นภินธากร (เอื้อม)
  • เมธี ฉิมจิ๋ว
  • จตุรงค์ แสงโชติกุล (ดี)
  • ศตคุณ ดำเกลี้ยง (เฟิร์ส)
  • สุภัสรา มหาคามินทร์ (ดาว)
  • สุชาทิพ จิรายุนนท์ (พลอย)
  • ณิชาภัทร รุ่งรัตนเสถียร (มิวสิค)
  • จิรภิญญา ปิติมานะอารี (กุ๊กกิ๊ก)
  • กนกนวล จรัสกุณโฮง (เมย์)
  • มณีนาถ อ่อนพรรณา (หญิง)
  • จินตนา ทิพย์รัตน์กุล (อื๊บ)
  • อัมภิกา ชวนปรีชา (กุ่กกุ๊ก)
  • ภัทรวดี มิสุนา (โย)
  • วรภัทร ภัททิยากุล (บุ๊ค)
  • อาคีระ กิจธนาโสภา (อาร์ท)
  • กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล (ยุ้ย)
  • อิทธิพันธ์ บัวทอง (ใหม่)
  • ปฏิพัทธ์ เข็มทิศ (อ๊อฟ)
  • สถานุ ณ พัทลุง (นุ)
  • ภัชชาร์ ภัทรเดชาธรรม (ชมพู่)
  • วรกมล นาคเพชรมูล (อ้อม)
  • นวัศกรณ์ สรษณะ (บิน)
  • สมชัย ศรีสุนาครัว (เล็ก)
  • ชลพรรษา นารูลา (ฮันนี่) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • แซนดร้า หาญอุตสาหะ (แซนดี้) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • สุรพันธุ์ เหล่าธารณาฤทธิ์ (โน้ต) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • ณัฐ นาคะวิสุทธิ์ (ณัฐ) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • ธรา ธีรเกาศักย์ (ธรา) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • ชนิตา ศรีดาเกษ (แซมมี่) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • กฤติกา คลัวตร์ (จีน) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • นวรัตน์ วงศ์อารยะ (แนนซี่) (ข่าวภาษาอังกฤษ)
  • กมลชนก พลอยทอง (พลอย) (ข่าวศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง)
  • ภัทรา อินทรกำเหนิด (ปลา) (ข่าวศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง)
  • วรตุม์ เกษรราช (เบลล์) (ข่าวศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง)
  • โสพิศ ทุยเวียง (กุ้ง) (ข่าวกีฬา)
  • คชพล คชพลายุกต์ (โก้) (ข่าวกีฬา)
  • ชลภัทร กลิ่นดอกไม้ (ท็อป) (ข่าวกีฬา)
  • พิมรชา เตชะวิจิตรา (ข่าวกีฬา)
  • วรตุม์ วิเศษสิงห์ (กุ๊ก) (ข่าวกีฬา)
  • พรชนก ฉลาดแย้ม (ออยล์) (ข่าวกีฬา)
  • พฤทธิคุณ สุนทรนนท์ (แชมป์) (ข่าวกีฬา)
  • นภกุล พงษ์จินดา (กีตาร์) (ข่าวกีฬา)
  • นิติพันธ์ สมบุตร (อู๋) (ข่าวกีฬา)

รายการข่าวในปัจจุบันที่มีชื่อเสียง

รายการข่าวผู้ประกาศข่าว
NBT News ข่าวเช้า
วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลา 06:00 – 08:00 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์
เวลา 07:00 – 08:00 น.
วรภัทร ภัททิยากุล (วันจันทร์ – วันพุธ)
จินตนา ทิพยรัตน์กุล (วันจันทร์ – วันพุธ)
อาคีระ กิจธนาโสภา (วันพฤหัสบดี – วันศุกร์)
สุชาทิพ จิรายุนนท์ (วันพฤหัสบดี – วันศุกร์)
กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
สุภัสรา มหาคามินทร์ (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
ชลพรรษา นารูลา (NBT World Brief)
สุรพันธุ์ เหล่าธารณาฤทธิ์ (NBT World Brief)
ธรา ธีรเกาศักย์ (NBT World Brief)
แซนดร้า หาญอุตสาหะ (NBT World Brief)
นวรัตน์ วงศ์อารยะ (NBT World Brief)
ณัฐ นาคะวิสุทธิ์ (NBT World Brief)
ชนิตา ศรีดาเกษ (NBT World Brief)
กฤติกา คลัวตร์ (NBT World Brief)
ยิ้มรับวันใหม่
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 08:30 - 09:30 น.
เมธิยา เข็มเพ็ชร
คชพล คชพลายุกต์
Better Future
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 10:05 – 11:00 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์
เวลา 12:00 – 13:00 น.
ศกัญ แก้วประจันทร (วันจันทร์ – วันศุกร์)
ปาลิตา คณาเดิม (วันจันทร์)
กฤติรดา พุฒิโชติหิรัญ (วันอังคาร – วันพุธ)
รัตนาวดี จิตต์รุ่งเรืองชัย (วันพฤหัสบดี – วันศุกร์)
นวัศกรณ์ สรษณะ (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
NBT มีคำตอบ
วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลา 11:05 – 11:55 น.
เจตน์ เลิศจรูญวิทย์ (วันจันทร์ – วันพุธ)
ลภัสรดา กันเกตุ (วันพฤหัสบดี – วันศุกร์)
NBT News ข่าวเที่ยง
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 12:00 – 13:00 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์
เวลา 11:00 – 12:00 น.
วีระศักดิ์ ขอบเขต (วันอังคาร – วันศุกร์)
ชลภร นภินธากร (วันจันทร์)
ชลพรรษา นารูลา (NBT World Brief)
สุรพันธุ์ เหล่าธารณาฤทธิ์ (NBT World Brief)
ธรา ธีรเกาศักย์ (NBT World Brief)
แซนดร้า หาญอุตสาหะ (NBT World Brief)
นวรัตน์ วงศ์อารยะ (NBT World Brief)
ณัฐ นาคะวิสุทธิ์ (NBT World Brief)
ชนิตา ศรีดาเกษ (NBT World Brief)
กฤติกา คลัวตร์ (NBT World Brief)
สุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
อัมภิกา ชวนปรีชา (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
วรตุม์ วิเศษสิงห์ (NBT News ข่าวกีฬา, วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
NBT รวมใจช่วยชาวบ้าน
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 13:00 – 15:00 น.
ถนอม อ่อนเกตุพล
นิศากานต์ กีร์ตะเมคินทร์
ลภัสรดา กันเกตุ
เคลียร์คัดชัดเจน
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 15:05 - 15:35 น.
นันทิญา จิตตโสภาวดี
วีระศักดิ์ ขอบเขต
NBT ทั่วไทย
วันจันทร์ - วันศุกร์
เวลา 17:00 – 17:25 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์
เวลา 17:30 – 18:00 น.
ศตคุณ ดำเกลี้ยง (วันจันทร์ – วันศุกร์)
ณิชาภัทร รุ่งรัตนเสถียร (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
NBT News ข่าวศิลปวัฒนธรรมและบันเทิง
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 17:25 – 17:40 น.
วรตุม์ เกษรราช
ภัทรา อินทรกำเหนิด
กมลชนก พลอยทอง
NBT News ข่าวกีฬา
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 17:40 – 18:00 น.
โสพิศ ทุยเวียง
คชพล คชพลายุกต์
NBT News ข่าวค่ำ
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 18:01 – 19:30 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์
เวลา 18:01 – 20:00 น.
กรองแก้ว ชัยกฤษ (วันจันทร์ – วันศุกร์)
ส.กรกช ยอดไชย (วันอาทิตย์ – วันอังคาร)
จิรภัทร อุดมสิริวัฒน์ (วันพุธ – วันอาทิตย์)
ชลภร นภินธากร (วันเสาร์)
จตุรงค์ แสงโชติกุล (NBT News ข่าวเศรษฐกิจ, วันจันทร์ – วันศุกร์) (วันจันทร์ – วันศุกร์)
ชลพรรษา นารูลา (NBT World Brief)
สุรพันธุ์ เหล่าธารณาฤทธิ์ (NBT World Brief)
ธรา ธีรเกาศักย์ (NBT World Brief)
แซนดร้า หาญอุตสาหะ (NBT World Brief)
นวรัตน์ วงศ์อารยะ (NBT World Brief)
ณัฐ นาคะวิสุทธิ์ (NBT World Brief)
ชนิตา ศรีดาเกษ (NBT World Brief)
กฤติกา คลัวตร์ (NBT World Brief)
นิติพันธ์ สมบุตร (NBT News ข่าวกีฬา, วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
ทำไม?
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 19:30 - 20:00 น.
เกษมสันต์ วีระกุล
ส.กรกช ยอดไชย (วันจันทร์ – วันอังคาร)
นวัศกรณ์ สรษณะ (วันพุธ – วันพฤหัสบดี)
วรกมล นาคเพชรมูล
(วันศุกร์)
ข่าวในพระราชสำนัก
วันจันทร์ – วันอาทิตย์
เวลา 20:00 – 20:30 น.
ชลภร นภินธากร (วันอาทิตย์ – วันจันทร์)
สิริเสาวภา เอกเอี่ยมสิน (วันอังคาร – วันพฤหัสบดี)
วีระศักดิ์ ขอบเขต (วันศุกร์ – วันเสาร์)
เรื่องดังหลังข่าว
วันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 20:30 - 21:30 น.
สมชัย ศรีสุนาครัว
อิทธิพันธ์ บัวทอง
Newsline
วันจันทร์ – ศุกร์
เวลา 21:30 – 22:00 น
ชลพรรษา นารูลา
สุรพันธุ์ เหล่าธารณาฤทธิ์
ธรา ธีรเกาศักย์
แซนดร้า หาญอุตสาหะ
นวรัตน์ วงศ์อารยะ
ณัฐ นาคะวิสุทธิ์
ชนิตา ศรีดาเกษ
กฤติกา คลัวตร์
NBT News ข่าวดึก
วันจันทร์ – วันอาทิตย์
เวลา 23:00 – 23:55 น.
ภัชชาร์ ภัทรเดชาธรรม (วันจันทร์ – วันอังคาร)
สถานุ ณ พัทลุง (วันจันทร์ – วันอังคาร)
ปฏิพัทธ์ เข็มทิศ (วันพุธ – วันศุกร์)
ภัทรวดี มิสุนา (วันพุธ – วันศุกร์)
กนกนวล จรัสกุณโฮง (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)
มณีนาถ อ่อนพรรณา (วันเสาร์ – วันอาทิตย์)

ผู้ประกาศข่าวและผู้รายงานข่าวในอดีต

  • ปิยะ ชำนาญกิจ (ปัจจุบันเป็นนักพากย์อิสระ)
  • จิรายุ ห่วงทรัพย์ (ปัจจุบันเป็นโฆษกกระทรวงกลาโหม)
  • ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • ณยา คัตตพันธ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • จอม เพชรประดับ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • กฤต เจนพานิชการ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สุมนา แจวเจริญวงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ตวงพร อัศววิไล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วสุ แสงสิงแก้ว (ปัจจุบันเป็นนักร้องอิสระ)
  • วรวีร์ วูวนิช (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • รณฤทธิ์ บุญพรหม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สัญลักษณ์ เจริญเปี่ยม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธีระ ธัญญอนันต์ผล (ปัจจุบันอยู่ช่อง 8)
  • ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 8)
  • ชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3)
  • จุฑารัตน์ เอี่ยมอำพันธ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • รสริน ประกอบธัญ (นามสกุลเดิม : ชนะมิตร) (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • พิชาญพงศ์ วงศ์ศรีแก้ว (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • กาญจนา ปลื้มจิตต์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • รัชนีวรรณ ดวงแก้ว (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อภิรักษ์ หาญพิชิตวนิชย์ (ปัจจุบันอยู่โมโน 29และสื่อมวลชนอิสระ)
  • จตุพร สุวรรณรัตน์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • บุญเลิศ มโนสุจริตชน (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อนุรักษ์ ทรัพย์เพ็ง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อภิวัฒน์ บุราคร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสถาบันการประชาสัมพันธ์)
  • กัมพล บุรานฤทธิ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ศิริรัตน์ อานนท์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3 เอชดี ในนามครอบครัวข่าว 3และพิธีกรอิสระ)
  • วิลาสินี แวน ฮาเรน (นามสกุลเดิม : ลิ้มพรกุล) (ปัจจุบันอยู่เนชั่นทีวี)
  • กอบชัย หงษ์สามารถ (ปัจจุบันอยู่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)
  • ธนากร ริตุ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ณัฐพงษ์ ธีระภัทรานนท์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • อัญชลี โปสุวรรณ (ปัจจุบันอยู่ไทยพีบีเอส)
  • ชญาณิศา มิเกลลี่ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ภัทริส ณ นคร (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สโรชินี เสวกฉิม (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ขวัญ จิระพันธ์ (สกุลเดิม : ศรีสำรวล) (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สุภาดา วิจักรไชยวงศ์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ศิรวิทย์ ชัยเกษม (ปัจจุบันอยู่ท็อปนิวส์)
  • ปวีณา ฟักทอง (ปัจจุบันอยู่ไทยพีบีเอส)
  • ธีร์วัฒน์ ชูรัตน์ (ปัจจุบันอยู่เนชั่นทีวี)
  • วรรณชนก สังขเวช (ปัจจุบันอยู่ไทยพีบีเอส)
  • ศิริลักษณ์ รัตนวโรภาส (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ปรเมษฐ์ ภู่โต (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • มนัส ตั้งสุข (ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567)
  • ณิชชา เดชสีหธนานนท์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ประเทศ ทาระ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • วิรัตน์ มาหาญ (ปัจจุบันอยู่NBT ภาคอีสาน (Northeast)และพิธีกรอิสระ)
  • ปารินทร์ เจือสุวรรณ์ (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น ช่อง 16และพิธีกรอิสระ)
  • ณัฐ เสตะจันทน์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ธีรัตถ์ รัตนเสวี (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • ลักขณา ปันวิชัย (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • ภูวนาท คุนผลิน (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • พัชยา มหัทธโนธรรม (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • วิโรจน์ อาลี (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนอิสระ)
  • วีรนันต์ กัณหา (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • ศศิพงศ์ ชาติพจน์ (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • วันรัก สุวรรณวัฒนา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ชมพูนุช ตัณฑเศรษฐี (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ชาดา สมบูรณ์ผล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ณัฎฐา มหัทธนา (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อภิญญา ขาวสบาย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • สุจิต เมืองสุข (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ปิยะฉัตร กรุณานนท์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เชิงชาย หวานอุ่น (ปัจจุบันเป็นสื่อมวลชนและพิธีกรอิสระ)
  • สิรินทร์ ประเสริฐสังข์ (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • นันทิพัฒน์ โปธาปัน (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • เสกสม แจ้งจิต (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • อารียานันท์ สัทธรรมสกุล (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • นุชนาฏ สุขสมกริต (ปัจจุบันอยู่ไทยรัฐทีวี)
  • ปัฐมาภรณ์ หาญชาญชัย (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)
  • ขวัญชนก แก้วแสง (ปัจจุบันยุติการทำหน้าที่แล้ว)

ข้อวิพากษ์วิจารณ์และเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานี

กระบอกเสียงรัฐบาล

ในปี พ.ศ. 2551 สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ว่าเป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาล (คณะรัฐมนตรีคณะที่ 57 ของไทย) โดยเฉพาะให้มีรายการความจริงวันนี้ ซึ่งเป็นรายการกระบอกเสียงของรัฐบาล โดยมีผู้เสียหายจากข้อเท็จจริง จนต้องออกมาฟ้องหมิ่นประมาทอยู่บ่อยครั้ง เช่นตุลาการรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. รวมไปถึงสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนนำไปสู่การบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม

การบุกยึดที่ทำการ สวท. และ สสท.

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 มีกลุ่มชายฉกรรจ์สวมหมวกไอ้โม่งปิดหน้าอย่างมิดชิด ซึ่งอ้างตัวเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย หน่วยรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวนประมาณ 80 คน บุกเข้ายึดอาคารที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ริมถนนวิภาวดีรังสิต โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่งดออกอากาศรายการข่าวเช้า ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ โดยตรวจพบอาวุธปืน ไม้กอล์ฟ มีดดาบสปาตา และใบกระท่อม ในตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว

จากนั้น เวลาประมาณ 06.00 น. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขึ้นประกาศบนเวทีใหญ่ของพันธมิตรที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ว่า กลุ่มพันธมิตรได้บุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเป็นผลสำเร็จแล้ว ตนจะนำกลุ่มดาวกระจายตามไปสมทบที่สถานีฯ

ต่อมา เวลาประมาณ 08.30 น. แนวร่วมกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรที่นำโดยสมเกียรติและอมร อมรรัตนานนท์ ได้พังประตูรั้วเข้ายึดที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ตลอดจนห้องส่งกระจายเสียง และห้องส่งออกอากาศ ถือเป็นการเข้ายึดสถานีโทรทัศน์โดยประชาชนครั้งแรกในประเทศไทย[10]

กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เอฟเอ็ม 92.5 และ 97.0 เมกะเฮิรตซ์ ตลอดจนมีความพยายามของเจ้าหน้าที่เทคนิค สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ในการนำสัญญาณโทรทัศน์ของเอเอสทีวี มาออกอากาศในคลื่นความถี่โทรทัศน์ของเอ็นบีทีแทน เป็นผลให้เอ็นบีทีไม่สามารถออกอากาศได้ในช่วงแรก แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคเปลี่ยนระบบการออกอากาศ โดยใช้สัญญาณแอนะล็อกแทนสัญญาณดิจิทัล ทำให้สามารถออกอากาศได้โดยไม่มีคลื่นแทรก กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจจึงตัดสายไฟฟ้าของเครื่องส่ง เพื่อให้เกิดความเสียหายแทน[ต้องการอ้างอิง]

แต่ก็ยังคงมีความพยายามออกอากาศรายการข่าวทางเอ็นบีทีอย่างต่อเนื่องของพนักงานฝ่ายข่าว นำโดยตวงพร อัศววิไล, จิรายุ ห่วงทรัพย์, สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์, อดิศักดิ์ ศรีสม, วรวีร์ วูวนิช, กฤต เจนพานิชการ เป็นต้น โดยใช้วิธีการหลายรูปแบบ กล่าวคือ

  • ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากรถถ่ายทอดสดนอกสถานที่ แล้วให้สำนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยส่วนกลางที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ รับสัญญาณผ่านดาวเทียม ส่งไปยังเสารับสัญญาณโทรทัศน์บนอาคารใบหยก 2 เพื่อส่งออกอากาศทั่วประเทศอีกชั้นหนึ่ง โดยออกอากาศจากห้องส่งชั่วคราวภายในบริเวณสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จนกระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาพบ จึงถูกระงับการออกอากาศไปอีก
  • ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยส่วนภูมิภาค (ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดเชียงใหม่)[ต้องการอ้างอิง] มาที่ส่วนกลาง แล้วไปตามเส้นทางเดิม
  • ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากรถถ่ายทอดสดนอกสถานที่เช่นเดิม และต่อมาใช้ห้องส่งที่โมเดิร์นไนน์ทีวี เป็นห้องส่งชั่วคราว[10]

จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศถอนกำลังออกจากสถานีฯ เนื่องจากความพยายามเชื่อมต่อสัญญาณเอเอสทีวีไม่ประสบผล แล้วไปสมทบกับกลุ่มใหญ่ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณสถานีฯ พบว่ามีการบุกรุกเข้าไปห้องต่าง ๆ ภายในอาคาร สถานที่ถูกทำลายไปเป็นบางส่วน อีกทั้งมีทรัพย์สินเสียหายและสูญหายไปจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะมีการบุกรุกเข้าไปรื้อค้นสิ่งของ ภายในห้องประทับรับรองของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่มีหมายกำหนดการเสด็จทรงบันทึกเทปรายการทูบีนัมเบอร์วันวาไรตี้ ที่เอ็นบีทีในวันดังกล่าวด้วย หลังจากการตรวจสอบในเบื้องต้น จึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานีฯ กลับเข้าปฏิบัติงานภายในอาคารได้[ต้องการอ้างอิง]

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และผู้ประกาศข่าวส่วนหนึ่ง ยังคงรายงานข่าวที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกในช่วงคืนวันที่ 26 ต่อเช้าวันที่ 27 สิงหาคม จนกระทั่งสามารถกลับมาออกอากาศรายการข่าวภายในสถานีได้ตามปกติ ในช่วงข่าวเที่ยง วันที่ 27 สิงหาคม[ต้องการอ้างอิง]

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. matichon (2026-04-08). "นายกฯ เซ็นคำสั่งแบ่งงาน รองนายกฯ-รมต.ประจำสำนักนายกฯ". สืบค้นเมื่อ 2026-04-08.
  2. ขุดกรุ:จากสถานี HS1PJ ถึงโทรทัศน์สีสเตอริโอ(บางส่วน) จากเว็บไซต์รถไฟไทยดอตคอม
  3. ข่าวพระราชกรณียกิจ ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2530-กันยายน พ.ศ. 2531 บทที่ 11 หน้า 6[ลิงก์เสีย] จากเว็บไซต์สำนักราชเลขาธิการ
  4. พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 เก็บถาวร 2018-08-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, มาตรา 20 ในการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะประเภทที่หนึ่งและประเภทที่สาม จะหารายได้จากการโฆษณาไม่ได้ เว้นแต่เป็นการหารายได้โดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับงานหรือกิจการของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ สมาคม มูลนิธิ หรือนิติบุคคลอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ หรือการเสนอภาพลักษณ์ขององค์กร บริษัท และกิจการโดยมิได้มีการโฆษณาสรรพคุณ หรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด.
  5. 'มวยดีวิถีไทย' ย้ายวิกเปิดชมฟรี 1 เม.ย.นี้![ลิงก์เสีย]
  6. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙/๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
  7. "ช่อง 11 หรือ NBT" สถานีโทรทัศน์ระบบแอนะล็อก 50 สถานี ยุติแล้ว 38 สถานี ยังออกอากาศ 12 สถานี (ข้อมูล ณ วันที 26 กุมภาพันธ์ 2561), Facebook ของสำนักวิศวกรรมและเทคโนโลยีกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
  8. แผนการยุติการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบแอนะล็อก (ข้อมูล ณ วันที 19 มิถุนายน 2560) เก็บถาวร 2020-07-08 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, สำนักกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
  9. “ทรูโฟร์ยู ช่อง 24” จับมือ “เพชรยินดี” ส่งรายการ “ทรูโฟร์ยู มวยมันส์วันศุกร์”เขย่าจอ เก็บถาวร 2020-08-06 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน adslthailand.com
  10. 1 2 พันธมิตรฯบุกยึด เอ็นบีที จากเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์

แหล่งข้อมูลอื่น