ข้ามไปเนื้อหา

สงครามสิบสองวัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามสิบสองวัน
ส่วนหนึ่งของ ความขัดแย้งอิสราเอล–อิหร่าน
ตามเข็มนาฬิกาจากบน:
  • เตหะรานหลังถูกโจมตีทางอากาศ
  • ประธานาธิบดีสหรัฐติดตามปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์
  • ระเบิดในเตหะราน
  • เมืองของอิสราเอลหลังถูกโจมตี
  • อิสราเอลโจมตีสถานีโทรทัศน์อิหร่าน
  • ซากอาคารในชานเมืองเทลอาวีฟของอิสราเอล
วันที่13 – 24 มิถุนายน 2025
(12 วัน)
สถานที่
สถานะ หยุดยิงตั้งแต่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2025
ยิงอีกครั้งในการโจมตีอิหร่านโดยอิสราเอล–สหรัฐ พ.ศ. 2569 28 กุมภาพันธ์ 2026
คู่สงคราม
 อิสราเอล
 สหรัฐ
 อิหร่าน
ฮูษี
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
ประเทศอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู
ประเทศอิสราเอล เอย์ยาล ซามีร์
ประเทศอิสราเอล โทแมร์ บาร์
สหรัฐอเมริกา ดอนัลด์ ทรัมป์
สหรัฐอเมริกา แอนโทนี เจ. คอตตัน
สหรัฐอเมริกา ไมเคิล คูริลลา
ประเทศอิหร่าน แอลี ฆอเมเนอี
ประเทศอิหร่าน แมสอูด เพเซชคียอน
ประเทศอิหร่าน อับดุลเราะฮีม มูซาวี
ประเทศอิหร่าน โมแฮมแมด บาเกรี ×
ประเทศอิหร่าน โฮเซน ซะลามี ×
อับดุลมะลิก อัลฮูษี
หน่วยที่เกี่ยวข้อง
ความสูญเสีย
อ้างโดยอิสราเอล
25 ผู้ตาย
2,454 ผู้บาดเจ็บ
อ้างโดยอิหร่าน:
430+ ผู้ตาย
3,500+ ผู้บาดเจ็บ

สงครามสิบสองวัน (อังกฤษ: Twelve-Day War) เป็นการขัดแย้งกันทางอาวุธระหว่างประเทศอิหร่านและประเทศอิสราเอล ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2025 โดยอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน ให้เหตุผลว่าเพื่อหยุดยั้งการขยายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน[2][3]

ช่วงค่ำของวันที่ 13 มิถุนายน อิหร่านเริ่มปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์และส่งโดรนถล่มเป้าหมายทางทหาร หน่วยข่าวกรอง และย่านที่อยู่อาศัยของอิสราเอล ความขัดแย้งครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับจากการโจมตีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยทั้งสองประเทศเคยมีการปะทะกันมาแล้วในเดือนเมษายนและตุลาคม 2024 สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลางที่เริ่มหลังเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รวมถึงสงครามในกาซา ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮิซบุลลอฮ์ และวิกฤตการณ์ทะเลแดง

การโจมตีของอิสราเอลได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่มฝ่ายค้านในอิหร่านบางกลุ่ม และจากอดีตประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่เรียกร้องให้อิหร่านยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการครั้งนี้ถูกประณามโดยรัสเซีย จีน และหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกา ขณะที่สหภาพยุโรปและประเทศหลักในยุโรปได้ประณามอิหร่านว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพ เรียกร้องให้อิหร่านไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และขอให้อิสราเอลกับอิหร่านลดความตึงเครียดลง

อิสราเอลเปิดฉาก

[แก้]

13 มิถุนายน 2025 ประเทศอิสราเอลเปิดฉาก "ปฏิบัติการสิงโตผงาด" (Operation Rising Lion) เพื่อทำลายภัยคุกคามจากโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยถือเป็นการโจมตีข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ที่สุดของอิสราเอลในรอบหลายทศวรรษ เป้าหมายหลักของปฏิบัติการคือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงการตัดรอนขีดความสามารถของกองทัพอากาศอิหร่าน ทั้งนี้ก่อนปฏิบัติการ มอสสาดของอิสราเอลได้ทำปฏิบัติการลับหลายชุด ทั้งการก่อวินาศกรรมภายใน และการใช้สัญญาณวิทยุเพื่อข่มการป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน

ปฏิบัติการเริ่มต้นด้วยการใช้เครื่องบินรบมากกว่า 200 ลำ รวมถึง F-35I และ F-15I พร้อมอาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง ทิ้งระเบิดกว่า 330 ลูกใส่เป้าหมายทั่วอิหร่าน โดยเฉพาะสถานที่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ที่ฟุรโดว์ (Fordow), แนตันซ์ (Natanz) เอสแฟฮอน (Isfahan) และฐานยิงมิสไซล์ที่ฆอราแมบาด[4] อิสราเอลยังได้โจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธใกล้นครแทบรีซ ฐานขีปนาวุธในนครเคร์มอนชอฮ์ และสถานที่ของกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามใกล้กรุงเตหะรานและในเมืองปีรานชาฮ์ร การโจมตียังสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะด้วย เช่นโรงกลั่นน้ำมันชานเมืองเตหะราน

การโจมตีของอิสราเอลสร้างความเสียหายต่อศูนย์นิวเคลียร์แนตันซ์ และศูนย์เทคโนโลยีนิวเคลียร์เอสแฟฮอน แต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายต่อโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ฟุรโดว์ซึ่งอยู่ลึกใต้ดิน[5][6] นอกจากนี้ ยังได้คร่าชีวิตนายทหารระดับสูงหลายคน เช่น พลตรีโมแฮมแมด บาเกรี เสนาธิการทหารสูงสุด, พลตรีโฮเซน ซะลามี ผู้บัญชาการกองพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ตลอดจนคร่าชีวิตนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์หลายราย

อิหร่านตอบโต้

[แก้]

ในคืนวันที่ 13 มิถุนายน อิหร่านเริ่มการตอบโต้ด้วย "ปฏิบัติการทรูพรอมมิส 3" ด้วยการยิงมิสไซล์ครั้งละร้อยลูกสู่อิสราเอล แม้ว่าอิสราเอลมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ชื่อไอเอิร์นโดม แต่จำนวนมิสไซล์ของอิหร่านมีมากเกินกว่าที่ไอเอิร์นโดมจะสกัดได้หมด ทำให้มีมิสไซล์จำนวนไม่น้อยพุ่งใส่อาคารบ้านเรือนของอิสราเอล สถานที่สำคัญที่ได้รับความเสียหายได้แก่อาคารกองบัญชาการกองทัพอิสราเอลในเทลอาวีฟและโรงเรียนข่าวทหารที่อยู้ใกล้เคียง กระทรวงมหาดไทยในไฮฟาได้รับความเสียหายไม่มาก สำนักงานสถานทูตสหรัฐในเทลอาวีฟได้รับความเสียหายเล็กน้อยจากแรงระเบิด การโจมตีโดยอิหร่านนี้ถูกทำติดต่อกันหลายวัน ประเมินกันว่าอิหร่านยิงมิสไซล์สู่อิสราเอลกว่าหนึ่งพันห้าร้อยลูกในตลอดสิบสองวัน

สหรัฐเข้าร่วมสงคราม

[แก้]

22 มิถุนายน 2025 กองทัพสหรัฐทำการโจมตีทางอากาศต่อสถานที่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านสามแห่ง ได้แก่ ฟุรโดว์, แนตันซ์ และเอสแฟฮอน ภารกิจโจมตีดำเนินการโดยเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน นอร์ทธรอป B-2 Spirit จำนวนเจ็ดลำ บินตรงจากฐานทัพในรัฐมิสซูรีโดยไม่หยุดพักตลอดระยะเวลา 37 ชั่วโมง เครื่องบินหกลำได้ทิ้งระเบิดทะลวงบังเกอร์ GBU-57A/B MOP จำนวน 12 ลูกใส่โรงงานฟุรโดว์ ส่วนอีกลำโจมตีโรงงานแนตันซ์ด้วยระเบิด MOP จำนวน 2 ลูก นอกจากนี้ยังมีการยิงมิสไซล์โทมาฮอว์กจากเรือดำน้ำใส่แนตันซ์และเอสแฟฮอน

ผลของปฏิบัติการนี้ทำให้โรงงานแนตันซ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถใช้งาน ส่วนฟุรโดว์และอิสฟาฮานได้รับความเสียหายระดับหนัก อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์จำนวนมากใส่อิสราเอล และประกาศจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Four Gazan rockets strike open areas in Israel". JNS.org (ภาษาอังกฤษ). 15 June 2025. สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.
  2. "What we know as Israel-Iran conflict intensifies". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 13 June 2025. สืบค้นเมื่อ 17 June 2025.
  3. "Iran's UN ambassador says 78 killed, 320 wounded in Israeli strikes – as it happened". The Guardian (ภาษาอังกฤษ). 13 June 2025. สืบค้นเมื่อ 14 June 2025.
    "Israel attacks Iran's nuclear and missile sites with explosions heard across Tehran. Live updates here". CTVNews (ภาษาอังกฤษ). Associated Press. 13 June 2025. สืบค้นเมื่อ 13 June 2025.
  4. The Guardian. (20 June 2025). A week of war that left Iran stunned and bloodied.
  5. "Satellite imagery reveals damage to key Iran nuclear sites". BBC (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 15 June 2025. สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.
  6. Picheta, Rob (14 June 2025). "Israel attacked three key Iranian nuclear facilities. Did it strike a decisive blow?". CNN (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.