สกุลหญ้าจิ้มฟันควาย
| สกุลหญ้าจิ้มฟันควาย | |
|---|---|
| A. graminifolia | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Plantae |
| อาณาจักรย่อย: | Tracheobionta |
| หมวด: | Magnoliophyta |
| ชั้น: | Liliopsida |
| ชั้นย่อย: | Liliidae |
| อันดับ: | Asparagales |
| วงศ์: | Orchidaceae |
| วงศ์ย่อย: | Epidendroideae |
| เผ่า: | Arethuseae |
| เผ่าย่อย: | Arundinae |
| สกุล: | Arundina Blume (1825) |
| ชนิดต้นแบบ | |
| Arundina graminifolia [D Don] Hochr. 1910 | |
| สปีชีส์ | |
|
ดูเนื้อหา | |
| ชื่อพ้อง | |
สกุลหญ้าจิ้มฟันควาย (อังกฤษ: Arundina) เป็นสกุลหนึ่งของกล้วยไม้ และมีเพียงสปีชีส์ของ Arundina graminifolia เป็นสปีชีส์เดียวได้รับการยอมรับในสกุลหญ้าจิ้มฟันควาย ซึ่งกระจายพันธุ์ในเอเชียเขตร้อน ได้แก่ ประเทศพม่า, ประเทศอินเดีย, ประเทศศรีลังกา, ประเทศเนปาล, ประเทศไทย, ประเทศเวียดนาม, หมู่เกาะรีวกีว, ประเทศมาเลเซีย, ประเทศสิงคโปร์, ประเทศจีน ถึง ประเทศอินโดนีเซีย, ประเทศฟิลิปปินส์ และในเกาะนิวกินี และถูกนำเข้าและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมในเรอูว์นียง, ประเทศฟีจี, เฟรนซ์พอลินีเชีย, ประเทศไมโครนีเชีย, หมู่เกาะเวสต์อินดีส, ประเทศคอสตาริกา, ประเทศปานามา, ประเทศเบลีซ, รัฐฮาวาย[2][3] ซึ่งถูกในชื่อสามัญว่า bamboo orchid[4]
คำอธิบาย
[แก้]
เป็นกล้วยไม้ดิน เจริญเติบโตทางด้านข้าง มีเหง้าสั้น ๆ อยู่ใต้ดิน ส่วนลำต้นเหนือดินขึ้นเป็นลำยาวตรง ต้นสูงระหว่าง 30-200 เซนติเมตร ใบเป็นรูปแถบเรียวยาว ปลายใบแหลม ลักษณะคล้ายต้นหญ้าขนาดใหญ่ ช่อดอกออกจากกลางยอด ทยอยบานจากล่างขึ้นบน มีช่อสั้น จะบานครั้งละ 1-2 ดอก ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม ดอกมีขนาด 2-8 เซนติเมตร กลีบกางออก กลีบปากเป็นทรงกลม กางออกกว้าง กลุ่มเรณูมี 8 กลุ่ม[5]

และได้แพร่กระจายเป็นพืชรุกรานไปทั่วเกาะใหญ่ของฮาวาย และพบได้ทั่วไปในพื้นที่กลางภูเขา
ลักษณะเด่น
[แก้]เป็นกล้วยไม้ขนาดใหญ่ สามารถแตกหน่อได้ มีใบยาว ปลายใบเว้าและโค้งลงเล็กน้อย ในแต่ละช่อจะมีประมาณ 5-12 ดอก กลีบดอกกว้างหนา โคนสอบ พื้นกลีบสีขาวอมฟ้า มีลายตารางสีน้ำเงินอมฟ้า[5]
การเพาะเลี้ยง
[แก้]กล้วยไม้ในสกุลนี้ จะใช้เวลาบานนานถึงสัปดาห์ ชอบอากาศเย็น หากเลี้ยงในที่ที่อากาศร้อนจัด ต้นจะโทรมและช่อดอกฝ่อ[5]
สามารถปลูกเลี้ยงง่ายทั้งในกระถางและลงแปลง สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในดินลูกรังแต่ต้องระบายน้ำได้ดี ส่วนใหญ่นิยมใช้ดินใบก้านปูหรือใบก้ามปูผุผสมกับกาบมะพร้าว เพราะ มีน้ำหนักเบา ขนส่งสะดวก และเนื่องจากเป็นพืชที่ชอบน้ำและแสงแดด จึงควรปลูกเลี้ยงบริเวณกลางแจ้ง นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกตะเกียงที่แตกออกจากก้านดอกหรือแบ่งกอ[5]
สายพันธุ์
[แก้]ปัจจุบันมีชนิดย่อยที่ได้รับการยอมรับ 2 ชนิด (พฤษภาคม 2014):[2]
- Arundina graminifolia var. graminifolia
- Arundina graminifolia var. revoluta (Hook.f.) A.L.Lamb in C.L.Chan. & al. – ในรัฐอัสสัมและประเทศศรีลังกา ทางตะวันออกของประเทศเวียดนาม และทางใต้ของเกาะชวา
เชิงอรรถและรายการอ้างอิง
[แก้]- ↑ Sinónimos en Kew
- 1 2 Kew World Checklist of Selected Plant Families, Arundina graminifolia
- ↑ US Department of Agriculture Plants profile
- ↑ See e.g. Das, S & Duttachoudhury, Manabendra & Mazumder, Pranab. (2013). In vitro propagation of Arundina graminifolia D. Don. Hochr - A bamboo orchid. Asian Journal of Pharmaceutical and Clinical Research. 6. 156-158.
- 1 2 3 4 ภวพล ศุภนันทนานนท์. กล้วยไม้: Orchids. กรุงเทพฯ: บ้านและสวน อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์, 2566. 264 หน้า: ภาพประกอบ (สี). ISBN 978-616-18-6104-9