ข้ามไปเนื้อหา

สกีรเนซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพเขียนพรรณาสกีรเนซ ในหนังสือร้อยกรองเอ็ดดาฉบับของสวีเดน 1893

ในเทวตำนานนอร์ส สกีรเนซ (Skírnir) ซึ่งนามมีความหมายว่า ผู้วิโรจน์ คือคนสนิทและผู้รับใช้ที่ไว้ใจได้ที่สุดของเฟร็วเยอร์ (Freyr) อย่างไรก็ตาม ตัวตนของสกีรเนซค่อนข้างมีความลึกลับ ในหนังสือระบุว่า เขาได้ตอบกลับนางยักษ์แกร์ดาว่าตัวเขานั้น ไม่ใช่พราย (Elf) ไม่ใช่อาศิรเทพ (Æsir) และไม่ใช่วนาเทพ (Vanir) นักวิชาการหลายคนจึงเชื่อว่าสกีรเนซไม่มีตัวตนอยู่จริงในฐานะปัจเจกบุคคล แต่เขาคือตัวแทนแห่งแสงสว่าง หรือเป็นอำนาจอีกภาคหนึ่งของเฟร็วเยอร์

ร้อยกรองเอ็ดดา

[แก้]

ในร้อยกรองเอ็ดดา (Poetic Edda) บทกวี Skírnismál (ภาษิตสกีรเนซ) เล่าถึงเหตุการณ์ที่เฟร็วเยอร์ตกหลุมรักนางยักษ์แกร์เดอร์ (Gerðr) บุตรีของยักษ์กึเมียร์ (Gymir) จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ สกีรเนซจึงอาสาฝ่าอันตรายไปยังยอตุนเฮย์เมอร์ (Jötunheimr) เพื่อสู่ขอนาง โดยทูลขอม้ากีบโลหิต (Blóðughófi) เพื่อให้ฝ่ากำแพงเพลิงและดาบวิเศษที่กวัดแกว่งต่อสู้ได้เอง เฟร็วเยอร์ก็ตกลงตามนั้น

เมื่อสกีรเนซฝ่ากำแพงไฟเข้าไปพบแกรเดอร์ เขาเริ่มเจรจาด้วยไมตรีโดยเสนอสมบัติของทวยเทพ 2 ชิ้น ได้แก่ แอปเปิลทองคำจำนวน 11 ผล ซึ่งเป็นผลไม้อมฤตแห่งความเยาวัยของทวยเทพ และแหวนดราอุปเนียร์ (Draupnir) แหวนที่เคยเป็นของจอมเทพโอดินน์ แต่แกร์เดอร์ก็ไม่สนใจและบอกว่าบิดานางมีทรัพย์สมบัติและทองคำมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องง้อสมบัติของเทพ สกีรเนซอัปจนหนทางจึงชักดาบวิเศษออกมาจ่อคอแกรเดอร์ แล้วขู่ว่าจะตัดหัวนางทิ้งถ้านางยังดื้อดึ งแต่แกรเดอร์มีความหยิ่งทะนงและไม่กลัวตาย นางท้าทายให้สกีรเนซลงมือ และบอกว่าพ่อนางพร้อมจะดวลดาบกับเขาทุกเมื่อ สกีรเนซจึงใช้ไพ่ใบสุดท้ายที่น่ากลัวที่สุดนั่นคือศาสตร์มืดโบราณ เขาชูไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาแล้วเริ่มร่ายสลักอักขรรูนสาปแกรเดอร์ โดยขู่ว่าถ้านางปฏิเสธเฟร็วเยอร์ นางจะกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ นางจะถูกเนรเทศให้ไปอยู่สุดขอบดินแดนคนตาย และต้องแต่งงานกับยักษ์น้ำแข็งสามหัว อาหารที่นางกินจะมีรสชาติปานสิ่งปฏิกูล แกรเดอร์เมื่อได้ยินคำสาปดังกล่าวก็เกิดความกลัว นางรีบตอบตกลงว่าจะยอมพบและแต่งงานกับเฟร็วเยอร์[1]

ร้อยแก้วเอ็ดดา

[แก้]

ในร้อยแก้วเอ็ดดา (Prose Edda) สกีรเนซมีบทบาทสำคัญในการพิทักษ์ความมั่นคงของอาสการ์เดอร์ (Ásgarðr) เขาคือทูตที่จอมเทพโอดินน์ (Óðinn) ส่งตัวไปยังสวาร์ตอัลฟ์เฮย์เมอร์ (Svartálfaheimr) เพื่อว่าจ้างให้สร้างเกลย์ปนีร์ (Gleipnir) ตรวนเวทเส้นบางเฉียบที่สร้างจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ 6 ประการ ซึ่งถูกนำมาใช้พันธนาการหมาป่าเฟ็นรีร์ (Fenrir)[2]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Larrington, C. (Trans.). (2014). The Poetic Edda. Oxford World's Classics.
  2. Sturluson, S. (2005). The Prose Edda (J. Byock, Trans.). Penguin Classics.