ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร
| ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ | |
ป้ายชื่อเดิมของศูนย์ฯ | |
| ภาพรวมหน่วยงาน | |
|---|---|
| ผู้ก่อตั้ง | สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง |
| หน่วยงานก่อนหน้า |
|
| สำนักงานใหญ่ | เลขที่ 59 หมู่ 4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13290 |
| คำขวัญ | หัตถกรรมสืบสาน สรรสร้างอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้ สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน |
| บุคลากร | 118 คน |
| ฝ่ายบริหารหน่วยงาน |
|
| หน่วยงานแม่ | สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม |
| ต้นสังกัดหน่วยงาน | สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี |
| เว็บไซต์ | alro |
| แผนที่ | |
![]() | |

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (อังกฤษ: Center for the promotion and development of additional careers outside of agriculture) หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ปัจจุบันศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรอยู่ในความดูแลของ สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา
ประวัติ
[แก้]ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
[แก้]ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ดำเนินงานโดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงโปรดให้ศูนย์ฯ เป็นแหล่งสำหรับเรียนรู้ด้านศิลปหัตถกรรมของประเทศไทย ทั้งด้านภูมิปัญญา การฝึกฝน ส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลสำหรับเป็นรายได้เสริมนอกเวลาทำการเกษตร[1] โดยตั้งอยู่ในที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)[2] ที่ซื้อมาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ปัจจุบันคือสำนักงานพระคลังข้างที่) ประมาณ 700 ไร่ และการจัดซื้อเพิ่มอีก 200 ไร่ ร่วมประมาณ 1,000 ไร่ จากการค้นหาพื้นที่ของ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษฯ ในปี พ.ศ. 2523 โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จมาทรงเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2527[3] และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ สปก. เป็นผู้รับผิดชอบในการก่อสร้าง ดูแล และเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสนับสนุนและดูแลศูนย์ฯ สปก. จึงได้จัดตั้ง "ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมศิลปาชีพ" เพื่อมาดูแลศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และรับสมัครรวมถึงคัดเลือกยุวเกษตรกร บูตรหลานของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และบุคคลภายนอกที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร[4]
ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ได้ปิดให้บริการเยี่ยมชมจากบุคคลภายนอกเนื่องจากเหตุการณ์การระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2563 และปิดให้บริการมาตลอดหลังจากนั้น[5]
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร
[แก้]ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โอนคืนพื้นที่ ทรัพย์สิน และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.)[6][5]
วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ได้ดำเนินการทำพิธีลงนามรับมอบทรัพย์สิน ผลิตภัณฑ์ และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ จากศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเมื่อ ณ หอประชุมหม่อมราชวงศ์หญิงรสลินคัดคณางค์ โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. พร้อมคณะผู้บริหารเป็นผู้รับมอบจาก พลเอก เธียรศักดิ์ พะลายานนท์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ และนายสมจิตต์ โสมวิเศษ หัวหน้าสำนักผู้อำนวยการ[6]
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรเปิดให้บริการเยี่ยมชมอีกครั้งในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 โดยปรับรูปแบบเป็นการเปิดให้ชมเป็นคณะซึ่งหน่วยงานที่สนใจสามารถทำหนังสือเพื่อขอเข้าชมมายังเลขาธิการ ส.ป.ก. ได้โดยตรง[5]
โครงสร้าง
[แก้]ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ประกอบด้วยบุคลากรจำนวน 118 คน มีโครงสร้างการบริหารงาน[7] ดังนี้
- งานบริหารทั่วไป
- งานบริหารจัดการทรัพย์สินและผลประโยชน์
- งานนโยบาย แผนงาน งบประมาณและติดตามประเมินผล
- งานฝึกอบรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
- งานบำรุงรักษา อาคารสถานที่และยานพาหนะ
การฝึกอบรมศิลปาชีพ
[แก้]
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร เปิดให้ฝึกอบรมศิลปาชีพในด้านต่าง ๆ รวม 12 แผนก โดยรับสมัครและคัดเลือกนักเรียนผ่านสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดทั้ง 72 จังหวัด แบ่งเป็นการฝึกอบรม 2 รูปแบบ คือ

- การฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อวิสาหกิจชุมชน คัดเลือกจากวิสาหกิจชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกในวิสหากิจนอกเหนือจากรายได้ในภาคการเกษตร ฝึกฝนทักษะเกี่ยวกับศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน
- การฝึกอบรมศิลปาชีพเพื่อบุคคลทั่วไป คัดเลือกจากบุตรหลานของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน แบ่งเป็นปีละ 2 รุ่น รุ่นละ 6 เดือน (เริ่มต้นฝึกในเดือนตุลาคม และเดือนเมษายน)
แผนกฝึกอบรม
[แก้]ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ประกอบด้วยแผนกฝึกอบรม 12 แผนก 5 ประเภทวิชา[8] ดังนี้
- ประเภทวิชาศิลปกรรม
- แผนกวิชาช่างวาดภาพสีน้ำมัน
- แผนกวิชาช่างเขียนภาพลายไทย
- ประเภทวิชาศิลปหัถกรรม
- แผนกวิชาช่างเครื่องหนังและผลิตภัณฑ์ผ้า
- แผนกวิชาช่างประดิษฐ์หัวโขน
- แผนกวิชาช่างเป่าแก้ว
- แผนกวิชาช่างปั้นตุ๊กตาชาววังและดอกไม้ดินไทย
- แผนกวิชาช่างบาติก
- ประเภทวิชาคหกรรม
- แผนกวิชาช่างศิลปประดิษฐ์
- ประเภทวิชาอุตสาหกรรมศิลป์
- แผนกวิชาช่างเครื่องเรือนไม้และบ้านทรงไทย
- แผนกวิชาช่างเครื่องเรือนหวายและสานผักตบชวา
- แผนกวิชาช่างเครื่องเคลื่อบดินเผา
- ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม
- แผนกวิชาช่างเครื่องยนต์จักรกลทางการเกษตร
อาคารสถานที่
[แก้]

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ประกอบด้วยกลุ่มอาคารหลัก[9] ดังนี้
- ศาลาพระมิ่งขวัญ – เป็นอาคารทรงไทยแบบประยุกต์ มีส่วนนิทรรศการ การจัดแสดงสินค้า และการจำหน่ายสินค้า[9]
- หมู่บ้านศิลปาชีพ 4 ภาค – จัดแสดงบ้านเรือนไทยในแต่ละภูมิภาคและงานหัตถกรรมของแต่ละภูมิภาค ปัจจุบันมีเพียงการจัดแสดงบ้านเรือนไทย[9] 4 ภาค คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้
- วังปลา – จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดประจำถิ่น ทรัพยากรน้ำ และสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุง[9]
- สวนนก – จัดแสดงนำประจำถิ่นของประเทศไทยทั้งนกทั่วไปและนกหายากภายในกรงแบบเปิดขนาดใหญ่ที่จัดสภาพแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุง[9]
- หอประชุม หม่อมราชวงศ์หญิงรสลิน คัคณางค์ – หอประชุมสำหรับการจัดฝึกอบรมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในศูนย์
- ท่าชัยยุทธ – ท่าน้ำของศูนย์ฯ สำหรับจัดเลี้ยงและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา[10]
- แผนกฝึกอบรม
- ศาลาอาหาร
- หอพัก
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ | ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย". db.sac.or.th.
- ↑ "สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอยุธยา". www.ayutthaya.go.th.
- ↑ "Our King". ourkingthai.com.
- ↑ ""ศูนย์ศิลปาชีพฯ" จากน้ำพระราชหฤทัย สู่คุณค่างานศิลป์ เพื่อคุณภาพชีวิตผองไทย". mgronline.com. 2019-08-11.
- 1 2 3 "จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร)". ayutthaya.prd.go.th. สืบค้นเมื่อ 2024-08-29.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 "ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ลงนามการส่งมอบและรับมอบทรัพย์สิน ผลิตภัณฑ์ และภารกิจของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ ณ หอประชุมหม่อมราชวงศ์หญิงรสลินคัคณางค์ ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา". alro.go.th. สืบค้นเมื่อ 2024-08-29.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)[ลิงก์เสีย] - ↑ รายงานประจำปี 2566 โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมศิลปหัตถกรรม (PDF). ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม. 2566.[ลิงก์เสีย]
- ↑ "ประชาสัมพันธ์ หลักสูตรและระเบียบการรับเกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมศิลปาชีพ". www.wangyaw.go.th. สืบค้นเมื่อ 2024-08-29.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 "ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร - Go Ayutthaya". go.ayutthaya.go.th. สืบค้นเมื่อ 2025-01-29.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน ๑ ล้านตัว สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา". www.opsmoac.go.th. สืบค้นเมื่อ 2025-01-29.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
