วีนัสเดอไมโล
| วีนัสเดอไมโล | |
|---|---|
| Ἀφροδίτη τῆς Μήλου | |
![]() | |
| ปี | คริสต์ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล |
| สื่อ/วัสดุ | หินอ่อนแพรอส |
| หัวข้อ | แอโฟรไดที (วีนัส) |
| สภาพ | แขนทั้งสองข้างหักหายไป ส่วนอื่นยังคงสภาพสมบูรณ์ |
| สถานที่ตั้ง | พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์, ปารีส |
วีนัสเดอไมโล (Ἀφροδίτη τῆς Μήλου) หรือ แอโฟรไดทีแห่งเมโลส (Ἀφροδίτη τῆς Μήλου) เป็นประติมากรรมหินอ่อนกรีกโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยเฮลเลนิสต์ แม้จะยังไม่สามารถระบุอายุที่แน่ชัดได้ แต่โดยทั่วไปนักวิชาการในปัจจุบันจัดให้อยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ราวระหว่าง 160–110 ปีก่อนคริสตกาล รูปปั้นนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1820 บนเกาะมีลอส ประเทศกรีซ และถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ตั้งแต่ปี 1821 ภายหลังการค้นพบ ประติมากรรมชิ้นนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในผลงานประติมากรรมกรีกโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
วีนัสเดอไมโล เชื่อกันว่าเป็นรูปแทนของแอโฟรไดที เทพปกรณัมกรีกแห่งความรัก ซึ่งมีภาคในปกรณัมโรมันคือ วีนัส ประติมากรรมชิ้นนี้สลักจากหินอ่อนแพรอส มีขนาดใหญ่กว่าตัวคนจริง โดยมีความสูงกว่า 2 เมตร (6 ฟุต 7 นิ้ว) ส่วนแขนทั้งสองข้างของรูปปั้นได้สูญหายไป และไม่ทราบแน่ชัดว่าตำแหน่งเดิมของแขนนั้นอยู่ในลักษณะใด เดิมประติมากรรมชิ้นนี้ได้รับการระบุว่าเป็นภาพแอโฟรไดทีขณะถือแอปเปิลแห่งความขัดแย้ง เนื่องจากมีการค้นพบมือหินอ่อนที่ถือลูกแอปเปิลอยู่ใกล้กับตัวรูปปั้น ซึ่งผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันสนับสนุนว่ามือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของประติมากรรมชิ้นนี้จริง นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากจารึกที่ปัจจุบันสูญหายไปซึ่งถูกพบในบริเวณใกล้เคียงกัน ประติมากรรมชิ้นนี้ถูกสันนิษฐานว่าเป็นผลงานของอเล็กซานดรอสแห่งแอนติออกบนแม่น้ำมีอันเดอร์ อย่างไรก็ตาม ชื่อที่ปรากฏบนจารึกนั้นยังไม่มีความแน่ชัด และความเกี่ยวข้องระหว่างจารึกดังกล่าวกับวีนัสเดอไมโลก็ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่
วีนัสเดอไมโล ได้กลายเป็นประติมากรรมชิ้นเอกในชุดสะสมโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อย่างรวดเร็วภายหลังสงครามนโปเลียน และชื่อเสียงของประติมากรรมชิ้นนี้ก็แพร่หลายผ่านการเผยแพร่ภาพถ่ายและงานจำลองสามมิติ นอกจากนี้ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดบทกวีกว่า 70 บท ส่งอิทธิพลต่อศิลปะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 รวมถึงลัทธิเหนือจริงในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 อีกทั้งยังปรากฏในงานศิลปะสมัยใหม่หลายแขนงอย่างภาพยนตร์และโฆษณา อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ประติมากรรมชิ้นนี้เป็นที่ชื่นชมอย่างแพร่หลายในหมู่สาธารณชน เหล่านักวิชาการจำนวนหนึ่งกลับมีมุมมองเชิงวิพากษ์ที่ต่างออกไป แม้ในช่วงแรกที่ถูกค้นพบ วีนัสเดอไมโลจะได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกแห่งศิลปะยุคคลาสสิก แต่ภายหลังเมื่อมีการกำหนดอายุใหม่ให้อยู่ในสมัยเฮลเลนิสต์ นักวิชาการด้านคลาสสิกศึกษากลับให้ความสนใจลดลง และหันไปศึกษาประติมากรรมที่มีการกล่าวถึงในเอกสารโบราณแทน แม้ว่าผลงานเหล่านั้นจะหลงเหลือเพียงงานคัดลอกในสมัยหลัง ซึ่งในเชิงเทคนิคถือว่ามีคุณภาพด้อยกว่าวีนัสเดอไมโลก็ตาม
