วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค)
Logosiam.png
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Siam Technological College (Siamtech)
อักษรย่อ สยามเทค (Siamtech)
ประเภท วิทยาลัยอาชีวศึกษา
ผู้ก่อตั้ง ดร.ณรงค์ มงคลวนิช
เว็บไซต์

วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค) (อังกฤษ: Siam Technological College (Siamtech))[1] เป็นสถานศึกษาเอกชนที่เปิดสอนด้านช่างอุตสาหกรรมแห่งแรกของประเทศไทย[2] เป็นสถาบันในเครือเดียวกันกับวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม(อุดมศึกษา)และมหาวิทยาลัยสยาม โดยอาจารย์ ดร.ณรงค์ มงคลวานิช เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2508 โดยใช้ชื่อโรงเรียนเมื่อแรกเริ่มในการจัดตั้งว่า “โรงเรียนช่างกลสยาม” เปิดสอนประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม ระดับ ปวช. 3 สาขาวิชาคือ สาขาวิชาช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า และช่างวิทยุ-โทรคมนาคม นับว่าเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดทำการสอนทางด้านอาชีวศึกษา ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม และทางโรงเรียนได้ทำพิธีเปิดโรงเรียน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2508 โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด

อาจารย์ ดร.ณรงค์ มงคลวนิช ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค)[3]

ประวัติ[แก้]

เมื่อโรงเรียนได้เปิดดำเนินการไปแล้ว ผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งมีอาจารย์ ดร.ณรงค์ มงคลวนิช เป็นผู้อำนวยการ ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ ดร.เกษลัย มงคลวนิช เป็นรองผู้อำนวยการ พร้อมทั้งคณาจารย์ จุดเริ่มต้นที่ก่อตั้งโรงเรียน ซึ่งมีเพียงอาคารคอนกรีต 3 ชั้น 1 หลัง ใช้เป็นห้องเรียน 8 ห้อง ห้องปฏิบัติการ 6 ห้อง ห้องฝ่ายบริหารและธุรการอย่างละ 1 ห้อง (ปัจจุบันรื้อถอนและสร้างอาคารอเนกประสงค์ 12 ชั้นแทน) มีอาคารไม้ 2 ชั้น 1 หลัง ชั้นบนใช้เป็นห้องสมุด ห้องพยาบาล ชั้นล่างเป็นห้องอาหาร เมื่อเปิดดำเนินการไปได้เพียง 1 ปี จึงได้ขยายเนื้อที่จากเดิมซึ่งมีอยู่ 6 ไร่เศษ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 13 ไร่ 250 ตารางวา และสร้างอาคารเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนี้

  • สร้างอาคารคอนกรีต 4 ชั้น 1 หลัง (อาคาร 2) เมื่อ พ.ศ. 2508 ใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ
  • สร้างอาคารโครงเหล็กชั้นเดียว 1 หลัง (อาคาร 3)เมื่อ พ.ศ. 2510 ใช้เป็นโรงอาหาร และเมื่อได้ก่อสร้างอาคารโรงอาหารใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2512 แล้วจึงใช้เป็นห้องปฏิบัติการวิชาเทคนิคพื้นฐาน (ปัจจุบันรื้อถอนและสร้างอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้นแทน)
  • สร้างอาคารคอนกรีต 2 ชั้น2 1 หลัง (อาคาร 6)เมื่อ พ.ศ. 251 ใช้เป็นโรงอาหาร
  • สร้างอาคารคอนกรีต 4 ชั้น 1 หลัง (อาคาร 4)เมื่อ พ.ศ. 2514 เพื่อใช้เป็นห้องปฏิบัติการวิชาช่างยนต์ และสร้างอาคาร 5 ชั้น 1 หลัง (อาคาร 5) เพื่อใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ
  • ก่อสร้างอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ขึ้นอีก 1 หลัง เมื่อ พ.ศ. 2524 เพื่อเป็นที่ระลึกใน โอกาสครบรอบ 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2525 และใช้ชื่ออาคารหลังนี้ว่า อาคารเกษณรงค์ (อาคาร7) อาคารหลังนี้เป็นอาคารปฏิบัติการวิชาช่างยนต์ และวิชาเทคนิคพื้นฐาน
  • ได้สร้างอาคารคอนกรีต 4 ชั้นขึ้น 1 หลัง (อาคาร 8)เมื่อ พ.ศ. 2528 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการก่อตั้งโรงเรียนมาครบ 20 ปี และอาคารหลังนี้ได้ใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ สำหรับวิชาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนชั้นล่างใช้เป็นห้องพยาบาลและห้องอเนกประสงค์สำหรับ ให้นักศึกษาพักผ่อนเล่นกีฬา และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของโรงเรียน

เนื่องในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ปีมหามงคล พ.ศ. 2535 ทางโรงเรียนได้สร้างอาคารอเนกประสงค์ 12 ชั้น (อาคาร 9) เพื่อเป็นอนุสรณ์ในพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย อาคารหลังนี้ มีหอประชุมใหญ่ 1,200 ที่นั่ง ห้องสัมมนา ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ที่ทำการฝ่ายบริหารและห้องประกอบอื่นๆ อาคารหลังนี้เปิดใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2538 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามอาคารนี้ว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ” และพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ประดิษฐานไว้เหนือชื่ออาคารและในปีเดียวกันนี้ได้ขยายเนื้อที่และสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น อีก 2 หลัง (อาคาร 10,11) เพื่อใช้เป็นอาคารเรียน

ได้ก่อสร้างอาคารกีฬาขึ้นอีก 1 หลัง (อาคาร 12)เมื่อ พ.ศ. 2536 เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนวิชาพลศึกษา และให้นักเรียนนักศึกษาพักผ่อนและออกกำลังกาย

ได้สร้างอาคารกิจกรรมและนันทนาการ เป็นอาคารโครงเหล็ก 3 ชั้นขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2537 เพื่อเพิ่มเนื้อที่พักผ่อนให้กับนักเรียน-นักศึกษา นอกจากนั้น ชั้น 2-3 ของอาคารจะจัดเป็นห้องกิจกรรมและนันทนาการของนักเรียน

ได้สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 ชั้น (อาคาร 13)เมื่อ พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นอาคารเรียน ประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม

ได้สร้างสนามกีฬากลางแจ้ง เมื่อ พ.ศ. 2541 เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนวิชาพลานามัย และออกกำลังกายของนักศึกษา

ได้พิจารณาชื่อโรงเรียนที่ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่มแรกว่า “โรงเรียนช่างกลสยาม” สมควรที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแผนพัฒนาโรงเรียน ดังนั้นในปี พ.ศ. 2524 จึงได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น “โรงเรียนเทคโนโลยีสยาม (ช่างกลสยาม)” การที่โรงเรียนได้ใช้ชื่อ (ช่างกลสยาม) ไว้ท้ายชื่อโรงเรียนใหม่ด้วยนั้น เพื่อรักษาสถานภาพความเป็น โรงเรียนช่างกลแห่งแรกของประเทศไทยไว้

โรงเรียนเทคโนโลยีสยาม ได้รับรางวัลพระราชทานระดับอุดมศึกษา (ต่ำกว่าปริญญาตรี) ประจำปีการศึกษา 2544 และในปีการศึกษา 2554 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (สยามเทค)”[4]

หลักสูตรที่เปิดสอน[แก้]

ปีการศึกษา 2557[5]

ประเภทวิชาอุตสาหกรรม[แก้]

  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รอบเช้า และรอบบ่าย
    • คณะเทคโนโลยีเครื่องกล
      • ช่างยนต์
    • คณะไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์
      • ช่างไฟฟ้ากำลัง
      • ช่างอิเล็กทรอนิกส์
  • รับผู้จบม.3 หรือเทียบเท่าหลักสูตร 3 ปี สำหรับสาขางานอิเล็กทรอนิกส์ เปิดสอนหลักสูตรพิเศษภาคภาษาอังกฤษ
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รอบเช้า รอบบ่าย และรอบค่ำ
    • คณะเทคโนโลยีเครื่องกล
      • เทคนิคยานยนต์
      • เทคนิคยานยนต์ (ทวิภาคี)
      • เทคนิคยานยนต์ (หลักสูตรพิเศษระบบราง)
      • เทคนิคยานยนต์ (หลักสูตรพิเศษแมคทรอนิกส์)
      • การพิมพ์ (ทวิภาคี)
    • คณะไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์
      • เครื่องกลไฟฟ้า
      • เครื่องกลไฟฟ้า (ทวิภาคี)
      • เครื่องกลไฟฟ้า (หลักสูตรพิเศษระบบราง)
      • เครื่องกลไฟฟ้า (หลักสูตรพิเศษแมคคาทรอนิกส์)
      • อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม
      • อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม (หลักสูตรพิเศษแมคคาทรอนิกส์)
      • อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม (ทวิภาคี)
      • เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ (ระบบเครือข่ายและสารสนเทศ)
  • รับผู้ที่จบ ปวช. 3 หรือเทียบเท่า และผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่าหลักสูตร 2 ปีสำหรับสาขางานเทคนิคยานยนต์ เปิดหลักสูตรทวิภาคี หลักสูตร 2 ปี รอบเช้า รับผู้ที่จบ ปวช. สาขางานยานยนต์

ประเภทวิชาพาณิชยกรรม[แก้]

  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รอบเช้า
    • คณะบริหารธุรกิจ
      • การบัญชี
      • การตลาด
      • ธุรกิจค้าปลีก (ทวิภาคี)
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รอบเช้า และรอบค่ำ
    • คณะบริหารธุรกิจ
      • การบัญชี
      • การบัญชี(ทวิภาคี)
      • การตลาด
      • การตลาด(ทวิภาคี)
  • รับผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า
  • รับผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พาณิชยกรรมทุกสาขาวิชา และผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า

ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว[แก้]

  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รอบเช้า
    • คณะการโรงแรมและการท่องเที่ยว
      • การโรงแรม
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รอบเช้า
    • คณะการโรงแรมและการท่องเที่ยว
      • การโรงแรมและบริการ
      • การโรงแรมและบริการ (Bilingual Program)
  • รับผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า
  • รับผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พาณิชยกรรมทุกสาขาวิชา และผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า

ประเภทวิชาศิลปกรรม[แก้]

  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รอบเช้า
    • คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
      • คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
      • คอมพิวเตอร์ธุรกิจ(Bilingual Program)
      • คอมพิวเตอร์กราฟิก
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รอบเช้า และรอบค่ำ
    • คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
      • คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
      • คอมพิวเตอร์ธุรกิจ (ทวิภาคี)
      • คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย
  • รับผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) หรือเทียบเท่า
  • รับผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พาณิชยกรรมทุกสาขาวิชา และผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่า

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′20″N 100°28′17″E / 13.738822°N 100.471427°E / 13.738822; 100.471427