วิกิพีเดีย:บทความคัดสรรประจำเดือน/พ.ศ. 2564

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


บทความคัดสรรแบ่งตามปี
2548 - 2549 - 2550 - 2551 - 2552 - 2553 - 2554 - 2555 - 2556 - 2557 - 2558 - 2559 - 2560 - 2561 - 2562 - 2563 - 2564


มกราคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

สัญลักษณ์เอจออฟเอ็มไพร์ส

เอจออฟเอ็มไพร์ส (สัญลักษณ์ในภาพ) เป็นชุดวิดีโอเกมวางแผนเรียลไทม์อิงประวัติศาสตร์ เดิมมีเอ็นเซ็มเบิลสตูดิโอส์เป็นผู้พัฒนา และเอ็กซ์บ็อกซ์เกมสตูดิโอส์เป็นผู้จัดจำหน่าย เกมแรกของชุด คือ เอจออฟเอ็มไพร์ส ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2540 มีการออกเกมเจ็ดเกม และสปินออฟสามเกม

เอจออฟเอ็มไพร์ส เน้นเหตุการณ์ในทวีปยุโรป แอฟริกาและเอเชีย กินเวลาตั้งแต่ยุคหินถึงยุคเหล็ก เกมภาคเสริมสำรวจการก่อตั้งและการขยายจักรวรรดิโรมัน ภาคต่อ เอจออฟเอ็มไพร์ส 2: เอจออฟคิงส์ มีฉากท้องเรื่องในยุคกลาง ส่วนภาคเสริมเน้นการพิชิตเม็กซิโกของสเปนบางส่วน เกมต่อมาสามเกม เอจออฟเอ็มไพร์ส 3 สำรวจสมัยใหม่ตอนต้น เมื่อยุโรปกำลังทำให้ทวีปอเมริกาเป็นอาณานิคม และหลายประเทศในทวีปเอเชียกำลังถดถอย เกมล่าสุด เอจออฟเอ็มไพร์สออนไลน์ ใช้แนวทางใหม่เป็นเกมออนไลน์ไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยใช้ เกมฟอร์วินโดวส์ไลฟ์ เกมสปินออฟ เอจออฟมีโธโลจี มีฉากท้องเรื่องอยู่ในสมัยเดียวกับเอจออฟเอ็มไพร์ส แต่เน้นส่วนปรัมปราวิทยาของเทพปกรณัมกรีก อียิปต์และนอร์ส เกมหลักที่สี่ในชุด เอจออฟเอ็มไพร์ส 4 อยู่ระหว่างการพัฒนา ชุด เอจออฟเอ็มไพร์ส ประสบความสำเร็จเชิงพาณิชย์ โดยขายได้กว่า 20 ล้านก๊อปปี นักวิจารณ์ยกให้ความสำเร็จบางส่วนมาจากแก่นประวัติศาสตร์และการเล่นอย่างยุติธรรม ผู้เล่นปัญญาประดิษฐ์มีข้อได้เปรียบน้อยกว่าในเกมคู่แข่งหลายเกม (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: บูโพรพิออนสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาเกว็น สเตฟานี

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


กุมภาพันธ์ 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

เทวรูปพระพิฆเนศ ศิลปะราชวงศ์ปาละ ศตวรรษที่ 10 จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐ

พระคเณศ (เทวรูปในภาพ) หรือที่ชาวไทยนิยมเรียกว่า พระพิฆเนศ เป็นเทวดาในศาสนาฮินดูที่ได้รับการเคารพบูชาอย่างแพร่หลายที่สุดพระองค์หนึ่ง พบรูปแพร่หลายทั้งในประเทศอินเดีย, เนปาล, ศรีลังกา, ฟิจิ, ไทย, บาหลี, บังคลาเทศ นิกายในศาสนาฮินดูทุกนิกายล้วนเคารพบูชาพระคเณศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะในคาณปัตยะเท่านั้น และการบูชาพระคเณศยังพบในพุทธและไชนะอีกด้วย

พระลักษณะที่โดดเด่นจากเทพองค์อื่น ๆ คือพระเศียรเป็นช้าง เป็นที่เคารพกันโดยทั่วไปในฐานะของเทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรค, องค์อุปถัมภ์แห่งศิลปวิทยาการ วิทยาศาสตร์ และศาสตร์ทั้งปวง และทรงเป็นเทพเจ้าแห่งความฉลาดเฉลียวและปัญญา ในฐานะที่พระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้น ในบทสวดบูชาต่าง ๆ ก่อนเริ่มพิธีการหรือกิจกรรมใด ๆ ก็จะเปล่งพระนามพระองค์ก่อนเสมอ ๆ

สันนิษฐานกันว่าพระคเณศน่าจะปรากฏขึ้นเป็นเทพเจ้าครั้งแรกในราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 ส่วนหลักฐานยืนยันว่ามีการบูชากันย้อนกลับไปเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 4–5 สมัยอาณาจักรคุปตะ ถึงแม้พระลักษณะจะพัฒนามาจากเทพเจ้าในพระเวทและยุคก่อนพระเวท เทพปกรณัมฮินดูระบุว่าพระคเณศทรงเป็นพระบุตรของพระศิวะและพระปารวตี พระองค์พบบูชากันอย่างแพร่หลายในทุกนิกายและวัฒนธรรมท้องถิ่นของศาสนาฮินดู พระคเณศทรงเป็นเทพเจ้าสูงสุดในนิกายคาณปัตยะ คัมภีร์หลักของพระคเณศเช่น คเณศปุราณะ, มุทคลปุราณะ และ คณปติอรรถวศีรษะ นอกจากนี้ยังมีสารานุกรมเชิงปุราณะอีกสองเล่มที่กล่าวเกี่ยวกับพระคเณศ คือ พรหมปุราณะ และ พรหมันทปุราณะ (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: เอจออฟเอ็มไพร์สบูโพรพิออนสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


มีนาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

เบนจามิน เมานต์ฟอร์ต

เบนจามิน เมานต์ฟอร์ต (ในภาพ) (13 มีนาคม ค.ศ. 1825 – 15 มีนาคม ค.ศ. 1898) เป็นสถาปนิกชาวอังกฤษที่ย้ายถิ่นฐานมายังนิวซีแลนด์ โดยเขาถือเป็นหนึ่งในสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศนี้ในศตวรรษที่ 19 เขาเป็นผู้มีบทบาท มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมของเมืองไครสต์เชิร์ช และได้รับการแต่งตั้งเป็นสถาปนิกท้องถิ่นคนแรกอย่างเป็นทางการในด้านการพัฒนาให้กับแคว้นแคนเทอร์เบอรี ตัวเขาเองได้รับอิทธิพลหลักปรัชญานิกายแองโกล-คาทอลิกเป็นอย่างมาก รองมาจากสถาปัตยกรรมวิกตอเรียช่วงแรก ผลงานการออกแบบรูปแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอทิกทั้งงานไม้และหินในแคว้นถือว่าได้สร้างเอกลักษณ์แก่นิวซีแลนด์ ปัจจุบันถือได้ว่าเขาเป็นสถาปนิกผู้หล่อหลอมให้กับแคว้นแคนเทอร์เบอรี

เมานต์ฟอร์ตเกิดในเบอร์มิงแฮม เมืองอุตสาหกรรมในภาคมิดแลนส์ของอังกฤษ เป็นบุตรของผู้ทำน้ำหอมและพ่อค้าเพชรพลอย นามว่า ทอมัส เมานต์ฟอร์ต มีภรรยาชื่อ ซูซานนา (สกุลเดิม วูลฟีลด์) ในวัยหนุ่มเขาย้ายมายังลอนดอน เป็นศิษย์ของจอร์จ กิลเบิร์ต สกอตต์ในช่วงแรก (ตั้งแต่ปี 1841–46) เขายังศึกษาด้านสถาปัตยกรรมกับสถาปนิกแองโกล-คาทอลิก นามว่า ริชาร์ด ครอมเวลล์ คาร์เพนเตอร์ที่รูปแบบการออกแบบแบบกอทิกยุคกลางได้มีอิทธิพลต่อเมานต์ฟอร์ตมาโดยตลอดชีพ หลังสิ้นสุดการฝึกฝนในปี 1848 เมานต์ฟอร์ตปฏิบัติงานด้านสถาปัตยกรรมที่ลอนดอน เขาสมรสกับเอมิลี เอลิซาเบท นิวแมน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1850 หลังจากนั้นอีก 18 วัน ทั้งคู่ได้ย้ายถิ่นฐานมายังนิวซีแลนด์ ทั้งคู่เป็นผู้ตั้งถิ่นฐานคนแรก ๆ ในแคนเทอร์เบอรี มาถึงโดยเรือสี่ลำแรกที่ชื่อ ชาร์ลอตต์เจน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1850 ผู้ตั้งถิ่นฐานคนแรก ๆ นี้ เรียกว่า "เดอะพิลกริมส์" (The Pilgrims; นักเดินทาง) ชื่อของพวกเขาเหล่านี้ถูกสลักลงบนหินสลักทำจากหินอ่อนที่คาทีดรอลสแควร์ในไครสต์เชิร์ช ที่เมานต์ฟอร์ตช่วยออกแบบ (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: พระคเณศเอจออฟเอ็มไพร์สบูโพรพิออน

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


เมษายน 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

แผนภาพแสดงการสร้างเยื่อบุมดลูกและการสลายระหว่างรอบประจำเดือน

รอบประจำเดือน เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติสม่ำเสมอที่เกิดขึ้นในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง (โดยเฉพาะมดลูกและรังไข่) ซึ่งทำให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นได้ รอบประจำเดือนมีความจำเป็นต่อการผลิตเซลล์ไข่ และเตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ รอบประจำเดือนเกิดขึ้นเนื่องจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของเอสโตรเจน วงจรนี้ส่งผลให้ความหนาของเยื่อบุมดลูก (ในภาพ) และการเจริญเติบโตของไข่ ไข่จะถูกปล่อยออกจากรังไข่ประมาณวันที่ 14 ในรอบ; เยื่อบุผิวที่หนาขึ้นของมดลูกให้สารอาหารแก่ตัวเอ็มบริโอหลังฝังตัว หากไม่เกิดการตั้งครรภ์ เยื่อบุจะถูกปล่อยออกมาเกิดเป็นประจำเดือน หรือ "รอบเดือน"

หญิงถึง 80% รายงานว่ามีอาการในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน อาการที่พบบ่อย ได้แก่ สิว เจ็บเต้านม ท้องอืด รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิดและพื้นอารมณ์แปรปรวน อาการเหล่านี้รบกวนชีวิตปกติและจัดเป็นกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนในหญิง 20 ถึง 30% และใน 3 ถึง 8% เป็นอาการที่รุนแรง

รอบแรกมักเริ่มระหว่างอายุ 12 ถึง 15 ปี เรียก การเริ่มแรกมีระดู (menarche) แต่อาจพบได้เร็วสุดอายุ 8 ปี ซึ่งยังถือว่าปกติอยู่ อายุเฉลี่ยของรอบแรกในหญิงประเทศกำลังพัฒนาพบช้ากว่าในหญิงประเทศพัฒนาแล้ว ระยะเวลาตรงแบบระหว่างวันแรกของรอบแรกจนถึงวันแรกของรอบถัดไป คือ 21 ถึง 45 วันในหญิงสาว และ 21 ถึง 35 วันในผู้ใหญ่ (เฉลี่ย 28 วัน) ประจำเดือนหยุดเกิดขึ้นหลังวัยหมดระดู ซึ่งปกติเกิดระหว่างอายุ 45 และ 55 ปี ปกติเลือดออกประมาณ 3 ถึง 7 วัน (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: เบนจามิน เมานต์ฟอร์ตพระคเณศเอจออฟเอ็มไพร์ส

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


พฤษภาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

แผนที่เกาะโตงาตาปูเน้นนูกูอาโลฟา (สีแดง)

นูกูอาโลฟา เป็นเมืองหลวง เมืองที่ใหญ่ที่สุดและศูนย์กลางด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมของตองงา กรุงนูกูอาโลฟาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะโตงาตาปู (แผนที่ในภาพ) มีทิศเหนือติดต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศใต้ติดต่อกับลากูนฟางาอูตา ทิศตะวันตกติดต่อกับพื้นที่นอกกรุงของเขตโกโลโมตูอา และทิศตะวันออกติดต่อกับพื้นที่นอกกรุงของเขตโกโลโฟโออู มีจำนวนประชากรเท่ากับ 23,221 คน หรือเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ และหากนับรวมพื้นที่ Greater Nukuʻalofa จะมีจำนวนประชากรเท่ากับ 35,184 คน ด้วยจำนวนและความหนาแน่นของประชากรที่สูง กรุงนูกูอาโลฟาจึงมีสถานะเป็นเมืองโตเดี่ยว และเป็นเขตเมืองเพียงแห่งเดียวของประเทศ

ในอดีตพื้นที่นูกูอาโลฟาส่วนใหญ่อยู่ใต้ทะเล มีสภาพเป็นเกาะ ไม่ได้เชื่อมต่อกับเกาะโตงาตาปูในปัจจุบัน มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ตั้งแต่ก่อน 800 ปีก่อนคริสตกาล นับตั้งแต่การสถาปนาจักรวรรดิตูอีโตงาเป็นต้นมา นูกูอาโลฟาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิแห่งนี้ จนกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 18 มีชาวยุโรปหลายกลุ่มได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนนูกูอาโลฟา นูกูอาโลฟาเริ่มมีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ตองงาในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของตูอิกาโนกูโปลู พร้อมกับการเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศ และต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองจนถึงปัจจุบันหลังจากที่พระเจ้าจอร์จ ตูโปอูที่ 1 สถาปนาราชอาณาจักรตองงาขึ้น การสถาปนากรุงนูกูอาโลฟาเป็นเมืองหลวงนำไปสู่การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและการก่อสร้างที่ทำการของหน่วยงานภาครัฐที่สำคัญ รวมไปถึงเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตทั้งหมดที่มีภารกิจในประเทศตองงา ช่วงระหว่าง ค.ศ. 2005–6 มีการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในกรุงนูกูอาโลฟา แม้จะประสบความสำเร็จ แต่สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจเป็นอย่างมาก (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: รอบประจำเดือนเบนจามิน เมานต์ฟอร์ตพระคเณศ

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


มิถุนายน 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

ผู้เล่นลิเวอร์พูลฉลองแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2019

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ แข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของฟุตบอลอังกฤษ สำหรับการแข่งขันภายในประเทศ ลิเวอร์พูลชนะเลิศลีกสูงสุด 19 สมัย, เอฟเอคัพ 7 สมัย, ลีกคัพ 8 สมัยและเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 15 สมัย ส่วนการแข่งขันระดับนานาชาติ ลิเวอร์พูลชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 6 สมัย, ยูฟ่าคัพ 3 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 4 สมัย (การฉลองปี 2019 ในภาพ) และฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 1 สมัย

สโมสรก่อตั้งใน ค.ศ. 1892 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟีลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ถึงคริสต์ทศวรรษ 1980 เมื่อบิลล์ แชงคลี, บ๊อบ เพสลีย์, โจ เฟแกนและเคนนี แดลกลีช พาทีมชนะเลิศลีกสูงสุด 11 สมัยและยูโรเปียนคัพ 4 ใบ ต่อมาลิเวอร์พูลชนะเลิศการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนลีกอีก 2 สมัย ภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซและเยือร์เกิน คล็อพตามลำดับ ซึ่งคล็อพสามารถนำทีมชนะเลิศลีกสูงสุดในฤดูกาล 2019–20 นับเป็นการชนะเลิศลีกสูงสุดสมัยที่ 19 และสมัยแรกของยุคพรีเมียร์ลีก โดยเป็นการชนะเลิศลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: นูกูอาโลฟารอบประจำเดือนเบนจามิน เมานต์ฟอร์ต

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


กรกฎาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

สัญลักษณ์ของสากลที่สี่

สากลที่สี่ (สัญลักษณ์ในภาพ) เป็นองค์การระหว่างประเทศสังคมนิยมปฏิวัติอันประกอบด้วยสาวกของเลออน ทรอตสกี (หรือเรียก Trotskyist) ซึ่งมีเป้าหมายที่เปิดเผยได้แก่การล้มล้างทุนนิยมโลกและการสถาปนาสังคมนิยมโลกผ่านการปฏิวัติโลก สากลที่สี่ก่อตั้งขึ้นในประเทศฝรั่งเศสในปี 1938 เมื่อหลังถูกขับออกจากสหภาพโซเวียต ทรอตสกีและสาวกมองว่าสากลที่สามหรือโคมินเทิร์น (Comintern) เป็นหุ่นเชิดของลัทธิสตาลิน จึงไม่อาจนำชนชั้นกรรมกรทั่วโลกให้มีอำนาจทางการเมืองได้ นักลัทธิทรอตสกีจึงตั้งองค์การของพวกตนขึ้นเพื่อแข่งขัน

ในปัจจุบัน ไม่มีสากลที่สี่ที่เป็นองค์การหนึ่งเดียวที่เชื่อมแน่นรวมเข้าด้วยกัน ตลอดการมีอยู่และประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ขององค์การ สากลที่สี่ถูกตามล่าโดยเจ้าหน้าที่ของพลาธิการกิจการภายในประชาชน (NKVD) ถูกปราบปรามทางการเมืองในประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศสและสหรัฐ และถูกผู้สนับสนุนสหภาพโซเวียตปฏิเสธโดยมองว่าเป็น "ผู้เรียกร้องที่ไม่มีความชอบธรรม" สากลที่สี่ดิ้นรนเพื่อคงรักษาการติดต่อภายใต้ภาวะการถูกสลายและปราบปรามระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากข้อเท็จจริงว่าการก่อการกำเริบของชนกรรมาชีพหลังจากนั้นมักอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักลัทธิสตาลินและกลุ่มชาตินิยมสายก่อสงครามที่เข้ากับสหภาพโซเวียต นำไปสู่ความปราชัยสำหรับสากลที่สี่และนักลัทธิทรอตสกี ซึ่งหลังจากนั้นไม่มีอิทธิพลที่มีความหมายมากนักอีกต่อไป

กระนั้นในหลายส่วนของโลกรวมทั้งลาตินอเมริกา ยุโรป และเอเชียยังมีการรวมกลุ่มนักลัทธิทรอตสกีขนาดใหญ่ซึ่งดีงดูดผู้มีจุดยืนต่อต้านลัทธิสตาลินและการคุ้มครองลัทธิสากลนิยมของชนกรรมาชีพ ในกลุ่มเหล่านี้จำนวนหลายกลุ่มยังคงใช้ชื่อว่า "สากลที่สี่" โดยรวมอยู่ในชื่อองค์กร หรือเอกสารจุดยืนทางการเมืองที่สำคัญ หรือทั้งสองอย่าง (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลนูกูอาโลฟารอบประจำเดือน

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


สิงหาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร
พระบรมสาทิสลักษณ์พม่าที่อาจเป็นของสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร

สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร (พระราชพงศาวดารพม่าเรียก สุรประทุมราชา) เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และมีพระสมัญญานามว่า ขุนหลวงหาวัด

สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรได้ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระองค์ทรงเป็นแม่กองในการบูรณะพระมหาธาตุ หลังพระราชบิดาสวรรคต เจ้าฟ้าอุทุมพรจึงได้ทรงรับราชสมบัติเป็นระยะเวลาอันสั้น ทรงสร้างวัดขึ้นชื่อว่า วัดอุทุมพราราม หรือวัดเจ้าดอกเดื่อ และโปรดให้ปฏิสังขรณ์หลังคาพระมณฑปพระพุทธบาท หุ้มทองสองชั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าฟ้าเอกทัศซึ่งเป็นพระเชษฐาทรงปรารถนาราชสมบัติ สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรจึงทรงสละราชสมบัติแล้วเสด็จออกผนวช จนกระทั่งเกิดสงครามคราวพระเจ้าอลองพญายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาจึงลาพระผนวชมาช่วยศึก จากนั้นกลับทรงพระผนวชอีกครั้งจนกรุงศรีอยุธยาแตก จึงถูกกวาดต้อนไปยังกรุงอังวะพร้อมเชลยกรุงศรีอยุธยา เมื่อถึงกรุงอังวะ ทรงพระผนวชและประทับอยู่ที่วัดเยตะพัน ทางใต้กรุงอังวะ จนย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงอมรปุระ ใน พ.ศ. 2323 จึงเสด็จไปประทับที่กรุงอมรปุระ จนกระทั่งสวรรคต ใน พ.ศ. 2339

นอกจากนั้นเชื่อว่าพบพระบรมสถูปบริเวณสุสานล้านช้าง อมรปุระ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ยังมีพงศาวดารของพม่าที่จดบันทึกจากปากคำของพระองค์และเชลยไทยในพม่า พบหนังสือเล่มนี้อยู่ในหอหลวงพระราชวังมัณฑะเลย์ มีชื่อว่า "คำให้การขุนหลวงหาวัด" ยังพบหมู่บ้านที่อยู่รอบเมืองมัณฑะเลย์ ในปัจจุบัน มีชื่อว่า "มินตาซุ" แปลว่า "เยี่ยงเจ้าชาย" ทัศนะสมัยใหม่มองว่ากรุงศรีอยุธยาแตกเพราะพระองค์ไม่ทรงลาผนวชมาบัญชาการรบ อีกทั้งเป็นผู้ไม่เห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: สากลที่สี่สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลนูกูอาโลฟา

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


กันยายน 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

แกรนด์เทฟต์ออโต V
สัญลักษณ์เกมชุด
แกรนด์เทฟต์ออโต

แกรนด์เทฟต์ออโต V เป็นเกมแอ็กชันผจญภัย พัฒนาโดยร็อกสตาร์นอร์ท และจัดจำหน่ายโดยร็อกสตาร์เกมส์ นับเป็นเกมภาคหลักเกมแรกนับตั้งแต่ แกรนด์เทฟต์ออโต IV วางจำหน่ายเมื่อปี 2008 โดยที่เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในรัฐแซนแอนเดรียส์ ซึ่งมีเค้าโครงจากเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย รูปแบบผู้เล่นคนเดียวนั้น ดำเนินเรื่องผ่านตัวละครเอก 3 คน ได้แก่ ไมเคิล เด ซานตา อดีตโจรปล้นธนาคาร, แฟรงคิน คลินตัน นักเลงข้างถนน และเทรเวอร์ ฟิลิปส์ ผู้ค้ายาและลักลอบค้าอาวุธ ที่พยายามโจรกรรมภายใต้ความกดดันจากหน่วยงานรัฐบาลและตัวเลขอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น ตัวเกมออกแบบให้ผู้เล่นนั้นสามารถกระทำการใด ๆ ก็ได้ภายในรัฐแซนแอนเดรียส์ โดยมีทั้งพื้นที่ชนบท และ เมืองที่สมมติขึ้นมาคือ ลอสซานโตส ซึ่งมีเค้าโครงจากเมืองลอสแอนเจลิส

ตัวเกมนั้นสามารถเล่นได้ในรูปแบบมุมมองบุคคลที่สาม หรือ บุคคลที่หนึ่ง โลกใน แกรนด์เทฟต์ออโต V นั้นสามารถสำรวจได้ด้วยการเดินหรือใช้พาหนะต่าง ๆ ภายในเกม โดยที่ผู้เล่นสามารถเล่นได้ถึงสามตัวละครสลับไปมาระหว่างการเล่นหรือทำภารกิจและสลับเพื่อทำภารกิจที่มีตัวละครใด ๆ เป็นเงื่อนไข เนื้อเรื่องหลักของ แกรนด์เทฟต์ออโต V นั้นมุ่งไปยังลำดับการโจรกรรม บางภารกิจนั้นต้องใช้อาวุธขณะขับพาหนะไปด้วย และผู้เล่นที่ทำผิดกฎหมายในเกมนั้นจะถูกลงโทษผ่านการให้ดาว ซึ่งแสดงถึงระดับความผิดที่ทำลงไปพร้อมความรุนแรงในการลงโทษจากตำรวจภายในเกมที่เพิ่มขึ้น ส่วนในรูปแบบการเล่นหลายคนคือ แกรนด์เทฟต์ออโตออนไลน์ ซึ่งรองรับผู้เล่นมากถึง 30 คนในการเล่นแบบมีส่วนร่วมต่อกันและการแข่งขันที่หลากหลาย

เกมเริ่มต้นพัฒนาหลังจากที่ร็อกสตาร์ได้วางจำหน่ายแกรนด์เทฟต์ออโต IV ไม่นานและเป็นการพัฒนาร่วมกันของสตูดิโอร็อกสตาร์ทั่วโลก ทีมพัฒนาเป็นทีมที่เคยพัฒนาเกมที่ประสบความสำเร็จสูงอย่าง เรดเดดรีเดมชัน และ แม็กซ์เพน 3 และออกแบบเกมโดยมีตัวละครเอกสามคนเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตามโครงสร้างหลักของภาคก่อน (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรสากลที่สี่สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ


ตุลาคม 2564

ดู - สนทนา - ประวัติ

สเลเยอร์ ขณะเล่นเพลงอัลบั้ม เรนอินบลัด
สเลเยอร์ ขณะเล่นเพลงอัลบั้ม เรนอินบลัด

เรนอินบลัด เป็นสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สามของวงแทรชเมทัลสัญชาติอเมริกัน สเลเยอร์ อัลบั้มออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1986 ผ่านทางค่ายเดฟแจม โดยมี ริก รูบิน ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงเดฟแจม มาเป็นโปรดิวเซอร์คนใหม่ ซึ่งช่วยให้ดนตรีของวงพัฒนามากขึ้น เรนอินบลัด ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ฟังและนักวิจารณ์อย่างดี นิตยสารเคอร์แรง! ได้ยกให้เป็น "อัลบั้มที่หนักที่สุดตลอดกาล" เช่นเดียวกันกับอัลบั้มจากสามวงในเครือ "บิ๊กโฟว์" (Big 4) ได้แก่ อัลบั้ม Among the Living ของ แอนแทรกซ์, อัลบั้ม Peace Sells... but Who's Buying? ของ เมกาเดธ และอัลบั้ม Master of Puppets ของ เมทัลลิกา อัลบั้มนี้ยังช่วยกำหนดมาตรฐานของดนตรีแนวแทรชเมทัล ในสหรัฐอเมริกา ช่วงทศวรรษที่ 1980 และสร้างอิทธิพลแก่แนวเพลงนี้เป็นอย่างมากจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้เองด้วย

แรกเริ่ม เรนอินบลัด เปิดตัวช้ากว่ากำหนดเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับหน้าปกของอัลบั้มที่สื่อถึง ลัทธิซาตาน ลัทธินาซี การเหยียดมนุษย์ เป็นต้น อัลบั้มเปิดตัวด้วยซิงเกิล "Angel of Death" ที่กล่าวถึง ดร.โจเซฟ แม็งเกเล (Josef Mengele) กับสิ่งเขาทำในค่ายกักกันเอาชวิทซ์ ทั้งการทดลองมนุษย์ ซึ่งมีเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงภาพที่นาซีทำไว้กับผู้คนในค่ายกักกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามวงไม่เคยชื่นชมในหลายอย่าง ๆ สิ่งที่นาซีทำไว้แต่อย่างใด เพียงแค่ใช้เนื้อหาเพื่อสร้างความหนักให้กับเพลงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง เรนอินบลัด จึงสร้างอิทธิพลอย่างมากต่อการเกิดแนวเพลงเดทเมทัล ในเวลาต่อมา (อ่านต่อ...)

บทความคัดสรรก่อนหน้านี้: แกรนด์เทฟต์ออโต Vสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรสากลที่สี่

ที่เก็บถาวรบทความคัดสรรอื่น ๆ