วัดไทยสามัคคี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดไทยสามัคคี
ป้ายหน้าวัดไทยสามัคคี.jpg
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ วัดไทยสามัคคี
ที่ตั้ง วัดไทยสามัคคี บ้านไทยสามัคคี หมู่ที่ 9 ถนนแม่สอด-แม่ระมาด ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110
ประเภท วัดราษฎร์
นิกาย มหานิกาย
พระประธาน พระเจ้าทันใจรัตนมุงเมือง
    

ข่าวสารประชาสัมพันธ์[แก้]

หน้าวัด กลางทุ่ง.jpg

วัดไทยสามัคคี เป็นวัดที่เก่าแก่ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านไทยสามัคคีซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวนำร่อง ไกลจากตัวอำเภอแม่สอดมาทางอำเภอแม่ระมาดเพียง 8 ก.ม.  เป็นวัดที่มีความงดงามในด้านประติมากรรมและสถาปัตยกรรมตามแบบล้านนา ตลอดจนถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี ธรรมชาติป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ วิถีชีวิตชาวบ้านชนบทและความความมีไมตรีจิตที่ดีของชาวบ้านที่นี่ทำให้ทุกวันนี้ วัดไทยสามัคคีเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั่วไปตลอดจนถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาทำบุญและท่องเที่ยวที่วัดไทยสามัคคีกันอย่างไม่ขาดสาย

ประวัติวัดไทยสามัคคี[แก้]

วัดไทยสามัคคีเดิมชื่อว่า วัดเหนือ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งวัดอยู่ต้นน้ำลำห้วยแม่กื้ดหลวง ซึ่งชาวบ้านเรียกเหนือน้ำ ตั้งอยู่ ณ บ้านแม่กื้ดหลวงหมู่ 9 ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2482 โดยมีท่านพระครูอุทัย เจ้าคณะตำบลแม่สอด วัดดอนไชย มาเป็นองค์ประธานในการก่อสร้าง ซึ่งได้รับการถวายที่ดินจาก นายอ้าย หิรัญรัตน์ และ นายจักร แผ่กาษา (ได้บวชเป็นพระและมรณภาพในร่มผ้าเหลืองทั้ง 2 รูป) โดยทำการก่อสร้างกุฏิขึ้นมา 1 หลังพอเป็นที่อยู่อาศัยขอพระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติศาสนกิจในครั้งนั้น

ต่อมาคณะศรัทธาสาธุชนได้ร่วมแรงกันสร้างกุฏิไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยแฝกพอเป็นที่พักพิงอาศัยของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรประกอบการบำเพ็ญกุศล เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ท่านพระครูอุทัยก็ได้จัดให้พระวัน (ครูบาวัน) มารักษาการแทนเจ้าอาวาสได้ 11 พรรษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ได้นิมนต์ พระทอหล่อ กันทะวํโส มาเป็นแทนเจ้าอาวาส ปี 2501 ท่านได้มรณภาพไป จึงได้นิมนต์ พระบุญช่วย โสปาโก มาเป็นเจ้าอาวาส ได้ 9 พรรษา ท่านก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ต่อมาก็ได้นิมนต์ พระสุคำ สุวณฺโณ เป็นแทนเจ้าอาวาสได้อีก 4 พรรษา ท่านก็ได้ย้ายไปเรียนหนังสือต่างจังหวัด ปี พ.ศ. 2526 ก็ได้ นิมนต์ พระอธิการบุญทา อกฺกวณฺโณ มาเป็นแทนเจ้าอาวาสได้ 8 พรรษา ก็ได้ลาสิกขา ปีพ.ศ. 2534 ก็ได้นิมนต์ พระอำพร กนฺตวีโร มาอยู่จนถึงปัจจุบัน การก่อสร้างปฎิสังขร ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ต่อมาได้เปลี่ยนนามเป็นพระอธิการธรรมจักร กนฺตวีโร และได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครูเมธากิจโกศล เจ้าคณะตำบลชั้นโท ตำบลแม่กาษา เจ้าอาวาสวัดไทยสามัคคี เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2552

แผนที่วัดไทยสามัคคี.jpg

การเดินทาง[แก้]

วัดไทยสามัคคี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 516 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกซ้ายมือเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่ชุมทางประตูน้ำพระอิน ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท เข้าจังหวัดนครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งผ่านจังหวัดกำแพงเพชรถึงจังหวัดตาก รวมระยะทาง 426 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง

รถประจำทาง (บขส.)   มีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือทุก 2 ชั่วโมง โดยประมาณ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 22.30 น. สำหรับรถเอกชน ติดต่อบริษัท ทันจิตต์ทัวร์ โทร. (02) 9363210 - 13 บริษัท เชิดชัยทัวร์ โทร. (02) 9360199

ทางเครื่องบิน สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึง แม่สอด โดยเครื่องบินโดยสารของบริษัทการบินไทย มีเฉพาะวันจันทร์, พฤหัส, เสาร์และอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัทการบินไทย จำกัด โทร. (02) 2800060, 2800100-110

ประวัติพระเจ้าทันใจรัตนมุงเมือง[แก้]

พระเจ้าทันใจ (เน้นใบหน้า).jpg

คำไหว้พระเจ้าทันใจ[แก้]

อะหังพุทธทันใจ สิระสานะมามิ ชะยะสิทธิ ธะนัง
ลาภัง ภะวันตุเต โสถิภาคะยัง สุขังพะลัง ตะกุตะกะ
อาจาริโย เอวังวันตา อะหังวันทามิ สัพพะทา

พระเจ้าทันใจ เป็นพระพุทธรูศักดิ์สิทธิ์ซึ่งที่เรียกพระเจ้าทันใจนั้นเพราะพิธีการสร้างไม่เหมือนพระพุทธรูปทั่วไป กล่าวคือ การทำพิธีปั้นองค์พระ มีกำหนดการที่สลับซับซ้อนมากมาย ตามพิธีการแบบล้านนาไทยที่พระอริยะสงฆ์ได้ผูกไว้ เช่น

  • กำหนดเวลาในการปั้นต้องแล้วเสร็จภายในวันเดียว ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
  • ตลอดพิธีปั้นต้องทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ตลอดจนเสร็จ
  • เสร็จแล้วต้องทำพิธีเบิกเนตรตลอดทั้งคืนตามพิธีล้านนา
  • วัสดุอุปกรณ์ในการจัดสร้าง ต้องสะอาดบริสุทธิ์

พร้อม มวลสารต่างๆ อันเป็นมงคล ที่แปลกคือพระเจ้าทันใจมีอวัยวะภายใน ที่ทำด้วยเงินแท้อยู่ข้างใน และมีอุปเท่มากมายในการสร้าง ไม่สามารถจะนำมากล่าวในที่นี่ได้ทั้งหมดดังนั้นพระเจ้าทันใจ หรือ หลวงพ่อทันใจจึงเป็นที่เคารพกราบไหว้สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป เมื่อมีโอกาสแล้วมักจะมากราบขอพรให้มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตตามครรลองอันเป็นสัมมาทิฎฐิกันเสมอ เชื่อว่า จะสำเร็จโดยทันใจ

สำหรับพระเจ้าทันใจรัตนมุงเมือง ของวัดไทยสามัคคีนั้น ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในอุโบสถของวัดไทยสามัคคี เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ซึ่งเดินทางมากราบเพื่อเป็นพุทธานุสติระลึกถึงคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล่าวคือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิ์คุณ และพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสนสถานและที่ท่องเที่ยว น่าสนใจ ภายในวัด[แก้]

พระพุทธรูปปางประสูติ[แก้]

พระพุทธรูปปางประสูติ

่้พระพุทธปฏิมา ปฐมบรมศาสดาโลก (ปางประสูติ) พระปางประสูติ หรือ พระพุทธรูปปางประสูติ เป็นปางพระพุทธรูปที่เกิดขึ้นจากเมื่อครั้งที่พระบรมโพธิสัตว์สุติจากดุสิต เทวโลก ประสูติในอิริยาบถยืนหันพระพักตร์ไปทางเหนือ เสด็จย่างพระบาทไป ๗ ก้าว มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ ๗ ดอก แล้วทรงกล่าว อาสภิวาจา ว่า “อคฺโค หมสฺมิ โลกสฺส เชฏโฐ เสฏโฐ หมสฺมิ อยนฺติมา เมชาติ นตฺถิ ทานิ ปุนพฺพโว” “ในโลกนี้เราเป็นยอด เป็นผู้เจริญที่สุด เป็นผู้ประเสริฐที่สุด ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้การเกิดใหม่มิได้มี หลังเสด็จปฏิสนธิในพระครรภ์ พระนางสิริมหามายา อัครมเหสีของ พระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ และ พระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์แก่ ได้ให้ประสูติพระโอรส ณ โคนต้นสาละ ลุมพินีวัน ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ และกรุงเทวทหะ ระหว่างเสด็จกลับไปคลอดที่กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นบ้านเกิด ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันศุกร์ขึ้น๑๕ค่ำเดือน๖ ปีจอ ก่อนพระพุทธศักราช ๘๐ ปี ในเวลาใกล้เที่ยง พระพุทธปฏิมา ปฐมบรมศาสดาโลก (ปางประสูติ) หรือ พระพุทธรูปปางประสูติ จึงได้ถือกำเนิดเป็นรูปเคารพขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ลุมพินีวัน (ทุกวันนี้อยู่ในอาณาเขตประเทศเนปาล) อันเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์

ต่อมา พระพุทธรูปปางนี้ได้เผยแพร่เหลายเข้ามายังเมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ด้วยความเชื่อที่มีมานานแล้วว่า ผู้ที่ได้บูชาพระพุทธรูปปางประสูติ จะเป็นผู้ได้เริ่มต้นชีวิตอันเจริญรุ่งเรือง เพราะปางประสูติ ถือเป็นอากัปกิริยาเริ่มแรกของพระพุทธเจ้า นั่นเอง

สำหรับพระพุทธรูปปางประสูติวัดไทยสามัคคีนั้น สร้างด้วยก่ออิฐถือปูน ความสูง ๙ เมตร โดยได้แบบมาจากลุมพินีวัน ประเทศเนปาล หรือ อินเดียในกาลก่อน

รอยพระพุทธบาทจำลอง[แก้]

รอยพระพุทธบาทจำลอง

มณฑปรอยพระพุทธบาทสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสร้างขึ้นเป็นพุทธบูชาเช่นเดียวกับการสร้างพระพุทธรูป มีอายุราว ๒๐๐ กว่าปี ได้นำมาจากประเทศพม่า มาประดิษฐานไว้ ณ.วัดไทยสามัคคี ตรงกับวันวิสาขบูชา วันศุกร์ ที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูจ.ศ ๑๓๗๑ เพื่อเป็นที่กราบไหว้บูชาสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป และให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบว่าพระพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในดินแดนแห่งนี้โดยมีรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระบรมศาสนาเหยียบไว้เป็นพุทธานุสสติสืบต่อไป

ศาลาพญานาค[แก้]

เป็นศาลาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหยกและพญานาคหินอ่อนบริเวณองค์พระจะล้อมรอบไปด้วยบ่อน้ำทิพย์ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมผสานศิลปะของชาวพม่าจุดเด่นนอกจากพระพุทธรูปหยกและพญานาคหินอ่อนคือคัวหลังคาของศาลาจะมีการต้องลายที่เป็นเอกลักษณ์ของทางวัดคือการนำศิลปะการมุงหลังคาของชาวพม่าเข้ามาผสมผสานรูปแบบศิลปะของล้านนาและภาคกลางได้อย่างลงตัว

พระโพธิสัตว์กวนอิม[แก้]

พระโพธิสัตว์กวนอิม.jpg

พระโพธิสัตว์กวนอิม  แกะสลักจากไม้ส่องคำทั้งต้นมีความสวยงามวิจิตรบรรจงอย่างยิ่ง มีความสูงถึง ๕.๖๕ เมตร เป็นท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ล้มเองตามธรรมชาตินำมาจากป่าชุมชนห้วยขนุน(ป่าชุมชนรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ)โดยการร่วมใช้แรงศรัทธาของชาวบ้านในชุมชนถึง 200 คนในการลากจูงท่อนไม้ใหญ่จากป่ามาที่วัดเนื่องจากไม่สามารถนำรถเข้าไปในบริเวณป่าได้โดยองค์ของพระโพธิสัตว์กวนอิม นี้ได้  ใช้เวลาในการแกะสลัก 6 เดือนจึงแล้วเสร็จ

พิพิธภัณฑ์โฮงหลวง

พิพิธภัณฑ์โฮงหลวง จัดแสดงผลงานเกี่ยวกับของเก่าของสะสมท้องถิ่นที่หาดูได้ยาก ตลอดจนถึงการจัดแสดงวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อโบราณวิถีชีวิตของท้องถิ่น โดยจุดเด่นที่จัดแสดงด้านในพิพิธภัณฑ์นี้คือไม้แกะสลักจำนวนมากโดยงานไม้แกะสลักวัดไทยสามัคคี นั้น โดยมากจะแกะสลักจากไม้ที่ตายแล้ว ทั้งที่โค่นลงด้วยลมพายุ และตายเองตามธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในเขตป่าชุมชนห้วยขนุน ป่าชุมชนรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ของหมู่บ้านแม่กื้ดหลวง โดยขออนุญาตจากคณะกรรมการป่าชุมชน เพื่อนำไม้ที่ตายแล้วมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันได้นำแสดงอยู่ ณ.อาคารพิพิธภัณฑ์โฮงหลวงเป็นที่เก็บรวบรวมไม้แกะสลัก และของพื้นบ้านอีกมากมายที่สูญหายไปกับการเจริญของบ้านเมืองและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตพื้นบ้าน พ ิพิธภัณฑ์โฮงหลวง เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่ ๐๖.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. ประชาชนโดยทั่วไป จะได้เป็นเหล่งเรียนรู้สำหรับอนุชนรุ่นหลังสืบไป

พิพิธภัณฑ์โองหลวง

สวนหินหอยล้านปีสี่มหาราช[แก้]

เป็นสถานที่ที่ประดิษฐานองค์จำลองของสี่มหาราชได้แก่พระเจ้าตากสินมหาราช พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระนเรศวรมหาราช พระนารายณ์มหาราช เท่าองค์จริงโดยรอบๆบริเวณจะประดับไปด้วนสวนฟอสซิลหอยล้านปีที่ขุดค้นพบด้านหลังบริเวณวัดเป็นจำนวนมากรายล้อมพรรณไม้นานาพรรณ

โฮงตาน (โรงทาน)[แก้]

ขนมจีนน้ำหยวก.jpg

นอกจากศาสนสถานแล้ว สิ่งที่เลื่องชื่อของทางวัดอีกแง่มุมหนึ่งก็คือ วัฒนธรรมการกิน โดยทางวัดมีบริการขนมจีน น้ำหยวก และขนมจีนน้ำยากะทิสด ซึ่งหารับประทานได้ยาก เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่นบ้านไทยสามัคคีเปรี่ยบเสมือนเป็นการต้อนรับด้วยมิตรไมตรีที่ดีของชาวบ้านแห่งนี้ โดยทางวัดมีบริการให้ผู้ที่มาทำบุญและนักท่องเที่ยวได้รับประทานฟรี กันทุกๆวัน ที่โรงทาน (โฮงตาน) โดยเปิดบริการ ตั้งแต่เวลา 08.00น. – 16.00 น. อีกด้วย

วังปลา (เขตอภัยทาน)[แก้]

วังปลา .jpg

เป็นสถานที่ผู้คนให้ความสนใจมากจุดหนึ่งของทางวัดเนื่องจากในวังปลานี้มีสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธ์ุอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งอยู่ในเขตอภัยทานดังนั้นผู้คนส่วยมากจึงให้ความสนใจในการมาศึกษาหาความรู้ด้านสายพันธ์ปลาต่างๆและนิยมปล่อยปลาและให้อาหารปลาตลอดทั้งวัน

งานประเพณีล้านนาไหว้สาป๋าระมีพระเจ้าทันใจรัตนมุงเมือง[แก้]

ในวัน พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สุดท้ายของเดือนมกราคมในทุกปี ทางวัดและชุมชนจะร่วมกันสืบสานประเพณีอันล้ำค่า คือ การสืบสานประเพณีล้านนาไหว้สาปาระมีพระเจ้าทันใจรัตนมุงเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีในชุมชนและยังเป็นการสืบสานประเพณีอันเก่าแก่และทรงคุณค่า ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น งานประเพณีจะแบ่งออกเป็นสามวัน คือ วันพฤหัสบดี เป็นวันที่ชาวบ้านจะนำองค์พระเจ้าทันใจจำลองแห่รอบๆหมู่บ้านและนครแม่สอดเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้แก่พุทธศาสนิกชนโดนทั่วไปได้ทราบว่างานประจำปีของทางวัดได้เริ่มขึ้นแล้วโดยในขบวนนั้นชาวบ้านจะร่วมมือกันเดินและแต่งกายแบบล้านนาเพื่อสืบสานอริยะประเพณีโบราณเอาไว้ โดยจุดเด่นก็คือความยิ่งใหญ่อลังการของริ้วขบวนล้านนา ที่ยิ่งใหญ่ วันเสาร์ เป็นวันที่สองของงานประเพณีและเป็นวันที่สำคัญที่สุดของงานคือจะมีการสืบชะตาหลวงโดยชาวบ้านในหมู่บ้านตลอดจนถึงพุทธศาสนิกชนทั่วไปจะเข้าร่วมการสืบชะตาหลวงที่วัด และมีการโยงด้าย จากวัดไปยังบ้านทุกหลังทุกหลังคาเรือน มีการอาราธนาพระเถระทั่วล้าน 199 รูป ทำพิธีสืบชะตาให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญและใน วันอาทิตย์ เป็นวันสุดท้ายของประเพณีจะการละเล่นต่างๆที่เป็นแบบล้านนาโบราณ อาทิ การขับร้องซอล้านนา การฟ้อนรำ เป็นต้น

ติดต่อสอบถาม[แก้]

โทร 087 851 1899

https://www.facebook.com/watthaisamakkhee/