วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
Wat Tai Phra Chao Yai Ong Tue 06.jpg
ชื่อสามัญวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ, วัดใต้, วัดใต้เทิง
ที่ตั้งตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายธรรมยุติกนิกาย
เจ้าอาวาสพระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทัสสนีโย)
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี มีเนื้อที่ตั้งวัดประมาณ 9 ไร่ อยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำมูล ทางด้านทิศตะวันออก สถานที่ใกล้เคียง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 ภาค 2 อุบลราชธานี และโรงเรียนเทศบาลบูรพาอุบล

ประวัติ[แก้]

วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดใต้เทิง หรือ วัดใต้ แต่เดิมวัดใต้มี 2 วัด คือ วัดใต้เทิงกับวัดใต้ท่า วัดใต้ท่า (วัดร้าง) ตั้งอยู่ริมน้ำมูล ทางทิศใต้ท่าน้ำ ส่วนวัดใต้เทิง (คำว่าเทิง ความหมายว่า ที่สูง ข้างบนหรืออยู่สูง อยู่เหนือขึ้นไป) ตั้งอยู่ถัดขึ้นไปจากวัดใต้ท่าที่อยู่ใกล้ริมแม่น้ำมูล ต่อมาเพื่อให้สื่อความหมายถึงพระประธานในอุโบสถพระนามว่าพระเจ้าองค์ตื้อ จึงได้นำพระนามของพระพุทธรูปมาต่อกับชื่อวัด กลายเป็น "วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ"

วัดใต้เทิงตั้งวัดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2322 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 มีเขตวิสุงคามสีมายาว 12 วา 1 ศอก กว้าง 7 วา 1 ศอก[1]

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ[แก้]

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ พระประธานประจำพระอุโบสถวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ (วัดใต้เทิง)

ปูชนียวัตถุทีสำคัญ คือ พระพุทธประธานในพระอุโบสถนามว่า พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 51 นิ้ว สูง 85 นิ้ว (รวมฐาน) ตามประวัติในประเทศไทย มีพระเจ้าใหญ่องค์ตื้ออยู่ 5 องค์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เดิมทีประดิษฐานอยู่บนแท่นพระอุโบสถหลังเก่า ภายหลังอุโบสถทรุดโทรม พระเจ้าองค์ตื้อจึงอยู่กลางแจ้ง ตากแดด ตากฝน เป็นเวลานานทำให้องค์พระพุทธรูปองค์ตื้อมีรอยแตก เป็นสะเก็ดออกมา จึงได้พอกพระพุทธรูปด้วยเปลือกไม้ ยางบด ผสมผงอิทธิเจ และทองคำ เงิน นาก สัมฤทธิ์ เงิน รางกาชาดซะพอก ให้น้ำเกลี้ยง น้ำชาดผสมทาปอมพอก แล้วลงรักปิดทองที่เข้าเมืองอุบลราชธานี แต่เนื่องจากกลัวข้าศึกขนเอาพระพุทธรูปไปจึงได้พอกปิดไว้ และปล่อยทิ้งเป็นวัดร้างนานถึง 200 ปี[2]

ต่อมาราว พ.ศ. 2507–2508 สมัยพระภิกษุสวัสดิ์ ทสฺสนีโย เป็นเจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ รูปที่ 13 ได้ทำการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้น ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2519 เมื่อสร้างฐานแท่นพระพุทธรูปพระประธานเสร็จจึงได้ยกพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อขึ้นประดิษฐานที่แท่นจนถึงปัจจุบันนี้

อาคารเสนาสนะ[แก้]

อุโบสถมณฑปเพชรเจ็ดแสงพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นศิลปะขอมผสมเวียดนาม ส่วนฐานเป็นศิลปะไทยภาคอีสาน ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 11 เมตร หน้าต่าง 5 ช่อง ประตู 2 ประตู เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2509 จัดงานฉลองพิธีผูกพัทธสีมา วันที่ 1–5 มีนาคม พ.ศ. 2523 ผนังทุกด้านของอุโบสถเขียนภาพจิตรกรรมพุทธประวัติและทศชาติชาดก

วิหารเฉลิมพระเกียรติ 200 ปี เป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน คือ พระพุทธมงคลรัตนสิริธัญสถิต เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ภายในเจดีย์เป็นที่สถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปเก่าแก่ เช่น พระบรมสารีริกธาตุ พระแก้วจักรพรรดิโกเมน พระแก้วจักรพรรดิมรกต พระแก้วจักรพรรดิบุษราคัม และสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ[3]

อ้างอิง[แก้]

  1. "วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ".
  2. "ไปกราบไหว้ขอพรพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดใต้เมืองอุบลฯ". บ้านเมือง.
  3. "วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ". สารสนเทศท้องถิ่นอีสาน ณ อุบลราชธานี.