วังรื่นฤดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วังรื่นฤดี
Reunrudee palace
วังรื่นฤดี.jpg
พระตำหนัก วังรื่นฤดี
ข้อมูลทั่วไป
ประเภท วัง
ที่ตั้ง เขตคลองเตย, กรุงเทพมหานคร
ประเทศ ประเทศไทย
การก่อสร้าง
ปีสร้าง พ.ศ. 2500
ผู้สร้าง พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี
ผู้บูรณะ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
สถาปัตยกรรม โมเดิ้ลยุค 2500
โครงสร้าง พระตำหนัก สระน้ำ สวน เรือนพัก
ขนาด มากกว่า 7 ไร่
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
สถาปนิก พลเรือตรีสมภพ ภิรมย์

วังรื่นฤดี เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 ตั้งอยู่เลขที่ 69 ซอยสันติสุข สุขุมวิท 38 กรุงเทพมหานคร[1]

ประวัติ[แก้]

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี เคยมีที่ประทับส่วนพระองค์แห่งแรก ณ พระตำหนักสวนรื่นฤดี ตรงถนนราชสีมาตัดกับถนนสุโขทัย แต่ครั้นเมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จออกไปประทับ ณประเทศอังกฤษ ช่วงสวครามโลกครั้งที่สองเศรษฐกิจฝืดเคือง พระนางเจ้าสุวัทนาฯ จึงทรงขายที่ดินสวนรื่นฤดีให้แก่กองทัพบก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร [2]

ต่อมาเมื่อคราวทั้งสองพระองค์ ทรงพระดำริที่จะเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นการถาวร ขณะพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ประทับที่บ้านหลวงเสถียรโชติกสาร พระภาดา (ปัจจุบันเป็นทำเนียบเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย) ในซอยสุขุมวิท 38 ทรงถูกพระทัยที่ดินผืนหนึ่งตรงกันข้ามกับบ้านหลวงเสถียรฯ จึงทรงซื้อที่ดินทั้งจากนายแมนฟุ้ง เนียวกุลและนายเออี นานา ในท้ายซอยสันติสุข สุขุมวิท 38 ซึ่งมีพื้นที่กว่า 7 ไร่[3] แล้วพระนางเจ้าสุวัทนาฯทรงพระกรุณาโปรดให้มีพลเรือตรีสมภพ ภิรมย์ ศิลปินแห่งชาติ ออกแบบตำหนักถวายให้ทอดพระเนตร และมีพระวินิจฉัย แล้วจึงให้ บริษัท สี่พระยาวัตถุโบราณ จำกัด เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง สร้างวังขนาดย่อมขึ้นในพุทธศักราช 2500 เพื่อเป็นที่ประทับแล้วเสด็จไปประเทศอังกฤษอีกในปี พ.ศ. 2501 เพื่อทรงเตรียมพระองค์เสด็จกลับประเทศไทยเป็นการถาวร จากนั้นจึงได้เสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวรเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502[3] เมื่อทรงประทับ ณ วังแห่งใหม่ พระนางเจ้าสุวัทนาฯ พระราชทานนามว่า วังรื่นฤดี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2503[4] อันมีความหมายว่า ความเบิกบานสบายใจ[3] ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 69 ซอยสุขุมวิท 38 กรุงเทพมหานคร และพระองค์ได้ประทับอยู่ตราบกระทั่งสิ้นพระชนม์[5] ส่วนในช่วงฤดูร้อนทั้งสองพระองค์จะเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับไปยังพระตำหนักพัชราลัย ถนนเพชรเกษม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในปี พ.ศ. 2528 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ก็ยังคงประทับอยู่ ณ วังรื่นฤดี โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีผลัดเปลี่ยนกันอัญเชิญดอกไม้และผลไม้ และสังเกตพระอนามัยของพระองค์เป็นประจำทุก 2 สัปดาห์ มีการจัดตำรวจคอยอารักขาตลอดเวลา และโปรดฯให้ห้องเครื่องสวนจิตรลดาจัดเครื่องเสวยมาทุกวัน[6] นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลขาธิการพระราชวังจัดกรมวัง และสารถีมาปฏิบัติหน้าที่ประจำทั้งภายในวังที่ประทับ และจัดเจ้าหน้าที่มาตกแต่งสถานที่ และปฏิบัติในเวลาที่มีงานพิเศษ เช่น งานวันคล้ายวันประสูติ และการทรงบำเพ็ญพระกุศลอย่างสมพระเกียรติยศทุกประการ[6]

วังรื่นฤดีมีสวนโดยรอบที่งดงาม มีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากองค์ตำหนักซึ่งตั้งอยู่เป็นประธานแล้ว ในบริเวณยังประกอบด้วยอาคารต่างๆ สำหรับประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ กัน เช่น เรือนพักราชองครักษ์ ส่วนต่อเติมสำหรับสำนักผู้บริหารงานในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ ศาลาที่พักรอเฝ้า ห้องพักกรมวัง และป้อมยามกองรักษาการณ์ เป็นต้น

งานสังคมสงเคราะห์[แก้]

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี

สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ทรงริเริ่มงานสังคมสงเคราะห์ในปี พ.ศ. 2500 ซึ่งงานสังคมสงเคราะห์งานแรกที่พระนางเจ้าสุวัทนาฯ พระราชทานพระอนุญาตและทรงรับเป็นเจ้าภาพให้จัดขึ้นในวันรื่นฤดีคือ "เมตตาบันเทิง รื่นฤดี"[3][7] ตามคำทูลขอพระราชทานพระอุปถัมภ์ ของม่อมสร้อยสุภิณ วรวรรณ ณ อยุธยา ในกรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์โดยมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นองค์ประธาน เพื่อหารายได้สมทบทุนสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งต่อมาจึงได้มีการจัดงานกุศลอีกหลายงาน[3] เช่น งานหาทุนสร้างหอพักเพชรรัตน ในมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์, งานหาทุนสร้างตึกอุบัติเหตุ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, งานหาทุนสร้างตึกเรียนวิทยาศาสตร์ วชิราวุธวิทยาลัย เป็นต้น[7]

แต่เมื่อเสร็จงานการกุศล พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ก็ต้องทรงดูแลพื้นสนามหญ้าภายในวัง ดังคำกล่าวของ ลุงสี มหาดเล็กประจำวัง ความว่า "พอเสร็จงาน เสด็จฯ จะทรงพระดำเนินสำรวจไปทั่ว ๆ วัง ในพระหัตถ์จะทรงหิ้วกระป๋องทราย คอยก้มหยอดอุดรูตามพื้นสนาม เพราะแขกมากันที ทั้งส้นรองเท้า ทั้งขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ เจาะพื้นสนามหญ้าของท่านเสียพรุน..."[7] แต่ทั้งสองพระองค์ก็ยังทรงรับจัดงานการกุศลโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย หรือทรงเข็ด ตามคำบอกเล่าของข้าในพระองค์ ความว่า "...วังรื่นฤดีแต่ก่อนจัดงานบ่อยทุกปี เดินแฟชั่นบ้าง ออกร้านบ้าง ..หารายได้เข้าการกุศลทั้งนั้น ส่วนมากพอคนเห็นว่าจัดงานที่นี่แล้วโก้หรู คนมางานกันแยะก็บริจาคแยะ ได้เงินช่วยเหลือองค์กรการกุศลได้มาก ก็พากันมาขอพระราชทานพระอนุญาตใช้วัง ...ไม่เห็นจะทรงปฏิเสธสักครั้ง กลับจะทรงช่วยรับเป็นเจ้าภาพด้วยซ้ำ"[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. "คุณูปการยิ่งใหญ่"สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ" ที่ประชาชนชาวไทย ไม่ค่อยรู้.." (Press release) (ใน ไทย). มติชน. 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2555. 
  2. "ทุบตึกกอ.รมน.ปิดตำนาน“สวนรื่นฤดี”ต้านปฏิวัติ" (Press release) (ใน ไทย). คมชัดลึก. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2555. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 "เจ้าฟ้าหญิง..ผู้ปิดทองหลังพระ" (Press release) (ใน ไทย). กรุงเทพธุรกิจ. 1 สิงหาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2555. 
  4. กัลยา เกื้อตระกูล. พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระชายานารี เจ้าจอมมารดา และเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๑-๗. กรุงเทพฯ:ยิปซี, 2552, หน้า 234
  5. พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
  6. 6.0 6.1 สกุลไทย - พระผู้ทรงเป็น “เพชรรัตน” แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 ""วังรื่นฤดี" จุดเริ่มต้นของงานสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทย" (Press release) (ใน ไทย). แนวหน้า. 7 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2555. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′43″N 100°33′05″E / 13.745326°N 100.551350°E / 13.745326; 100.551350