ล็อกฮีด S-3 ไวกิ้ง
| S-3 ไวกิ้ง | |
|---|---|
S-3A ไวกิ้ง | |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| ประเภท | เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำประจำเรือบรรทุกอากาศยาน |
| ชาติกำเนิด | |
| บริษัทผู้ผลิต | Lockheed Corporation |
| ผู้ใช้งานหลัก | กองทัพเรือสหรัฐ |
| จำนวนที่ผลิต | 188 |
| ประวัติ | |
| สร้างเมื่อ | 1974–1978 |
| เริ่มใช้งาน | 20 กุมภาพันธ์ 1974 |
| เที่ยวบินแรก | 21 มกราคม 1972 |
| ปลดประจำการ | 2016 (ทร.) 2021 (นาซา) |
| สายการผลิต | ES-3 Shadow, KS-3 |
ล็อกฮีด S-3 ไวกิ้ง (Lockheed S-3 Viking) เป็นเครื่องบินปราบเรือดำน้ำประจำเรือบรรทุกอากาศยานความเร็วต่ำกว่าเสียง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนคู่ มีลูกเรือสี่นาย พัฒนาและผลิตโดยบริษัทล็อกฮีดคอร์ปอเรชันของสหรัฐอเมริกา
โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากโครงการของกองทัพเรือสหรัฐที่ต้องการหาเครื่องบินปราบเรือดำน้ำรุ่นใหม่มาแทน Grumman S-2 Tracker การออกแบบ S-3 ได้รับความร่วมมือจากบริษัท Ling-Temco-Vought และถูกพัฒนาให้เป็นเครื่องบินที่ใช้บนเรือบรรทุกเครื่องบิน บินได้ทุกสภาพอากาศ มีพิสัยไกล และรองรับภารกิจหลายรูปแบบ เครื่องต้นแบบ YS-3A ทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 1972 และเข้าประจำการจริงในเดือนกุมภาพันธ์ 1974 หลังจากนั้น S-3 ได้พิสูจน์ว่าเป็นเครื่องบินที่ทนทานและเชื่อถือได้ ในบทบาทปราบเรือดำน้ำ มันสามารถติดตั้งอาวุธอัตโนมัติและอุปกรณ์เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศได้ ต่อมาได้พัฒนารุ่นย่อย เช่น ES-3A Shadow สำหรับการข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (ELINT) และ US-3A สำหรับขนส่งลำเลียงบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งเริ่มใช้งานในช่วงทศวรรษ 1980–1990
เข้าสู่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 บทบาทของ S-3B ถูกปรับไปเน้นการโจมตีเป้าหมายบนผิวน้ำและการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศให้กับกองเรือบรรทุกเครื่องบิน มันถูกนำไปใช้ในหลายสมรภูมิทั้งสงครามอ่าวเปอร์เซีย, สงครามยูโกสลาเวีย และสงครามในอัฟกานิสถาน ในที่สุด S-3 ถูกปลดจากภารกิจด่านหน้าในกองเรือบรรทุกเครื่องบินเมื่อต้นปี 2009 โดยมีอากาศยานรุ่นใหม่กว่าอย่าง P-3C โอไรออน, P-8 โพไซดอน, SH-60 ซีฮอว์ก และ F/A-18E/F ซูเปอร์ฮอร์เน็ท เข้ามารับหน้าที่แทน
รายละเอียด S-3 ไวกิ้ง
[แก้]- ผู้สร้าง บริษัท ล็อกฮีด-แคลิฟอร์เนีย (สหรัฐอเมริกา)
- ประเภท เจ๊ตปราบเรือดำน้ำ เจ้าหน้าที่ 4 นาย ประจำเรือบรรทุกอากาศยาน
- เครื่องยนต์ เทอร์โบแฟน General Electric TF-34GE-2 ให้แรงขับสถิตเครื่องละ 4,207 กิโลกรัม 2 เครื่อง
- กางปีก 20.93 เมตร
- 8.99 เมตร เมื่อพับปีก
- ยาว 16.26 เมตร
- 15.06 เมตร เมื่อพับแพนหาง
- สูง 6.93 เมตร
- 4.65 เมตรเมื่อพับแพนหางดิ่ง
- พื้นที่ปีก 55.56 ตารางเมตร
- น้ำหนักเปล่า 12,088 กิโลกรัม
- น้ำหนักรวมสูงสุด 23,831 กิโลกรัม
- น้ำหนักวิ่งขึ้นปกติ 19,277 กิโลกรัม
- อัตราเร็วสูงสุด 834 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ระยะสูง 450 เมตร
- อัตราเร็วเดินทาง 686 กิโลเมตร/ชั่วโมง
- อัตราไต่สูงสุด 1,280 เมตร/นาที
- เพดานบินใช้งาน 10,670 เมตร
- พิสัยบินทำการรบ 3,705 กิโลเมตร
- อาวุธ ลูกระเบิดทำลาย เอ็มเค-36 จำนวน 4 ลูก
- ลูกระเบิดน้ำลึก เอ็มเค-54 จำนวน 4 ลูก
- ทุ่นระเบิด เอ็นเค-53 จำนวน 4 ลูก
- ทุ่นระเบิด เอ็มเค-46 จำนวน 4 ลูก
- ตอร์ปิโด เอ็มเค-46 จำนวน 4 ลูก ที่ห้องเก็บอาวุธภายในลำตัว
- กระเปาะจรวด แบบ แอลเอยู-61/เอ บรรจุจรวดขนาด 2.75 นิ้ว กระเปาะละ 19 นัด
- กระเปาะจรวด แบบ แอลเอยู-10 เอ/เอ บรรจุจรวดขนาด 5 นิ้ว กระเปาะละ 4 นัด
อ้างอิง
[แก้]- ↑ อภิวัตน์ โควินทรานนท์,อากาศยาน1979 ฉบับเครื่องบิน,เอวิเอชั่น ออบเซิร์ฟเวอร์,กรุงเทพ,2522