ล็อกฮีด พี-38 ไลท์นิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Lockheed P-38H Lightning - 1.jpg
P-38H of the AAF Tactical Center, Orlando Army Air Base, Florida, carrying two 1,000 lb bombs during capability tests in March 1944[1]
หน้าที่ เครื่องบินขับไล่หนัก
ประเทศผู้ผลิต สหรัฐอเมริกา
ผู้ผลิต ล็อกฮีด คอร์ปเปเรชั่น
ผู้ออกแบบ Clarence "Kelly" Johnson
เที่ยวบินแรก 27 มกราคม ค.ศ. 1939
เริ่มใช้ กรกฏาคม ค.ศ. 1941[2]
ปลดระวาง 1949 (กองทัพอากาศสหรัฐ)
1965 (กองทัพอากาศฮอนดูรัส)[3]
ผู้ใช้หลัก กองทัพอากาศทหารบกสหรัฐ
กองทัพอากาศฝรั่งเศสเสรี
การผลิต 1941–45
จำนวนที่ถูกผลิต 10,037[4]
ค่าใช้จ่ายต่อลำ
US$97,147 ในปี ค.ศ. 1944[5]
พัฒนาเป็น Lockheed XP-49
Lockheed XP-58
WASP pilot Ruth Dailey climbs into a P-38.


ล็อกฮีด พี-38 ไลท์นิง เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีเครื่องยนต์แบบลูกสูบของอเมิกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ถูกพัฒนาขึ้นจากเหล่ากองทัพอากาศสหรัฐ(United States Army Air Corps) พี-38 นั้นมีแพนหางคู่ที่โดดเด่น และห้องเครื่องโดยสารที่อยู่ตรงกลางจะมีนักบินและอาวุธยุโธปกรณ์ โฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายสัมพันธมิตรได้กล่าวอ้างว่าได้มีการตั้งฉายาว่า ปีศาจส้อมคู่ประกบกัน(fork-tailed devil)(เยอรมัน: der Gabelschwanz-Teufel) โดยลุฟท์วัฟเฟอ และ"เครื่องบินสองลำ,หนึ่งนักบิน" (2飛行機、1パイロット Ni hikōki, ippairotto) โดยญี่ปุ่น[6] พี-38 ถูกใช้งานสำหรับการสกัดกั้น การทิ้งระเบิดแบบดำดิ่ง การทิ้งระเบิดแบบระดับ โจมตีทางภาคพื้นดิน เครื่องบินขับไล่ตอนกลางคืน การถ่ายภาพลาดตระเวน เรดาร์และการมองเห็นช่องทางสำหรับการทิ้งระเบิดและภารกิจอพยพ[7] และอย่างกว้างขวางในฐานะเครื่องบินขับไล่คุ้มกันในระยะยาว เมื่อได้ติดตั้งถังดร็อป(Drop tank)ไว้ใต้ปีก

พี-38 ได้ถูกใช้งานอย่างประสบความสำเร็จอย่างมากมายในปฏิบัติการในเขตสงครามแปซิฟิกและปฏิบัติการในเขตสงครามจีน-พม่า-อินเดียในฐานะที่เป็นเครื่องบินของเสืออากาศที่มีอันดับต้นๆของอเมริกา, Richard Bong(ชัยชนะ 40 ครั้ง) Thomas McGuire (ชัยชนะ 38 ครั้ง) และ Charles H. MacDonald(ชัยชนะ 27 ครั้ง) ในเขตสงครามแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้ พี-38 เป็นเครื่องบินขับไล่ในระยะยาวเป็นหลักของกองทัพอากาศสหรัฐจนกระทั่งการปรากฏตัวเป็นจำนวนมากของเครื่องบินพี-51ดี มัสแตง ตลอดในช่วงท้ายสงคราม[8][9]

พี-38 นั้นมีความเงียบเป็นพิเศษสำหรับเครื่องบินขับไล่ เนื่องจากท่อไอเสียจะถูกปกปิดด้วยเทอร์โบ-ซูปเปอร์ชาร์จเจอร์(turbo-superchargers) มันอาจได้รับการให้อภัยอย่างมากและอาจมีข้อผิดพลาดได้หลายวิธี แต่อัตราการหมุนในเวอร์ชั่นแรกนั้นต่ำเกินไปสำหรับความเก่งกาจในฐานะสุนัขเครื่องบินขับไล่(dogfighter) พี-38 นั้นเป็นเครื่องบินขับไล่สัญชาติอเมริกาเพียงลำเดียวในการผลิตขนาดใหญ่ที่สุดมาตลอดในช่วงการเข้าร่วมในสงครามของอเมริกา จากเพิร์ลฮาร์เบอร์ไปจนถึงวันแห่งชัยชนะเหนือญี่ปุ่น[10] ในช่วงท้ายสงคราม, คำสั่งในการผลิตอีกกว่า 1,887 ลำได้ถูกยกเลิก[11]

อ้างอิง[แก้]

  1. Bodie 1991, pp. 200–201.
  2. Master Sgt. John DeShetler (20 November 2006), 'Lightning' strikes 1st Pursuit Group, United States Air Force
  3. "Honduran Air Force". aeroflight.co.uk. Retrieved: 10 October 2010.
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Donald
  5. "Army Air Forces Statistical Digest – World War II. Table 82—Average Cost of Airplanes Authorized, by principal model: Fiscal Years 1939–1945". Archived 2 November 2012 at the Wayback Machine. maxwell.af.mil. Retrieved: 7 February 2009.
  6. Boyne 1993, p. 148.
  7. "P-38 Lightning". National Museum of the United States Air Force. Retrieved 21 January 2007.
  8. Stanaway 1997
  9. "PTO/CBI Pilots of WWII, Top American aces of the Pacific & CBI". acepilots.com. Retrieved: 8 May 2007.
  10. Bodie 2001, p. xvi.
  11. Berliner 2011, p. 14.