ข้ามไปเนื้อหา

ลำดับอาวุโสในประเทศจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ในประเทศจีน ผู้นำทางการเมืองจะถูกจัดลำดับเพื่อใช้สำหรับระเบียบวาระทางพิธีการและการเรียงลำดับชื่อในข่าวอย่างเป็นทางการ ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์ นอกจากนี้ ในบางครั้งลำดับดังกล่าวยังถูกใช้เพื่อประเมินอำนาจทางการเมืองที่รับรับรู้ได้อีกด้วย แม้จะไม่มีการประกาศลำดับอย่างเป็นทางการ แต่โดยปกติจะมีธรรมเนียมปฏิบัติและระเบียบพิธีการกำหนดไว้แน่นอน ซึ่งสถานะสัมพัทธ์ของบุคคลสำคัญทางการเมืองของจีนมักสามารถอนุมานได้จากลำดับในการประชุมและโดยเฉพาะจากระยะเวลาและลำดับที่บุคคลเหล่านั้นปรากฏในรายงานของสื่อทางการ นับตั้งแต่ ค.ศ. 1982 เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลายเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีลำดับสูงสุดในสาธารณรัฐประชาชนจีน

ลำดับชั้นจะมีความแตกต่างกันไปตามตัวบุคคลและช่วงเวลา ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ตำแหน่งทางการเมืองของจีนมีความเป็นสถาบันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อำนาจส่วนหนึ่งที่ผู้นำจีนถือครองนั้นยังคงสืบเนื่องมาจากตัวตนของบุคคลนั้น ๆ มากกว่าตำแหน่งที่พวกเขาดำรงอยู่

บุคคลหนึ่งสามารถดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงได้หลายตำแหน่ง แต่ก็อาจไม่สามารถอ้างตนว่าเป็นผู้นำโดยพฤตินัยได้ ดังเช่นกรณีของประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ฮฺว่า กั๋วเฟิง ในขณะที่มี "ผู้นำสูงสุด" เติ้ง เสี่ยวผิง ปรากฏตัวอยู่ ระบบการจัดลำดับแบบดั้งเดิมนั้นอิงตามสายลำดับชั้นของคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายชื่อในลำดับนี้รวมถึงบุคคลทั้งหมดที่ถือว่าเป็นผู้นำพรรคและรัฐอย่างเป็นทางการ

ลำดับอาวุโส

[แก้]

การประยุกต์ใช้ระเบียบพิธีการ

[แก้]

ลำดับอาวุโสค่อย ๆ กลายเป็นบรรทัดฐานเมื่อสถาบันต่าง ๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) และสาธารณรัฐประชาชนเริ่มมีความมั่นคงและเสถียรภาพมากขึ้น สิ่งพิมพ์ภายในและสื่อทางการต่างปฏิบัติตามระเบียบพิธีการการจัดลำดับอย่างเคร่งครัดเมื่อมีการรายงานข่าวหรือประกาศต่อสาธารณะที่มีผู้นำหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในทำนองเดียวกัน ลำดับนี้จะถูกยึดถืออย่างเคร่งครัดในการจัดที่นั่งให้แก่ผู้นำในการประชุมและงานพิธีการต่าง ๆ

บ่อยครั้งที่รายการข่าวของสื่อรัฐบาล เช่น ซินเหวินเหลียนปัว (Xinwen Lianbo) จะมองข้ามความสำคัญที่แท้จริงของเนื้อหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับผู้นำแต่ละคน แต่ลำดับของข่าวจะถูกกำหนดโดยลำดับชั้นทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น หากผู้นำที่มีลำดับสูงกว่ากำลังเป็นประธานการประชุมประจำวัน ในขณะที่ผู้นำลำดับรองลงมากำลังลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ข่าวการประชุมประจำวันจะได้รับสิทธิ์ในการนำเสนอก่อนข่าวเหตุภัยพิบัติตามลำดับการรายงานข่าว[ต้องการอ้างอิง]

การจัดลำดับตามระเบียบพิธีการของผู้นำนั้นอาจเห็นได้ชัดเจนที่สุดในการรวมตัวกันครั้งใหญ่ของผู้นำพรรคและผู้นำรัฐ เช่น การประชุมสภาแห่งชาติพรรคคอมมิวนิสต์จีน การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ พิธีศพหรือพิธีรำลึกถึงอดีตผู้นำ หรือการเฉลิมฉลองวาระครบรอบที่สำคัญต่าง ๆ

ลำดับอาวุโสในปัจจุบันใช้กับผู้นำพรรค รัฐ และทางทหาร โดยทั่วไปจะยึดตามลำดับที่กำหนดโดยสถาบันที่ผู้นำเหล่านั้นสังกัดอยู่ และมีการจัดลำดับรายบุคคลเพิ่มเติมภายในแต่ละสถาบันในกรณีที่บุคคลหนึ่งสังกัดอยู่ในสถาบันพรรคและสถาบันรัฐหลายแห่ง โดยปกติจะมีการระบุชื่อเพียงครั้งแรกในตำแหน่งที่มีลำดับสูงสุดของบุคคลนั้น เนื่องจากจีนเป็นรัฐคอมมิวนิสต์พรรคเดียว โดยทั่วไปจึงถือว่าเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนดำรงตำแหน่งสูงสุดในระบบการเมือง

ลำดับของสถาบัน

[แก้]

องค์กรพรรค รัฐ และกองทัพ มีลำดับชั้นที่ใช้โดยทั่วไปดังต่อไปนี้:

  1. คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
    1. กรมการเมือง
      1. คณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง
    2. สำนักเลขาธิการกลาง
  2. องค์กรอำนาจรัฐและนิติบัญญัติสูงสุด: สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC)
    1. คณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ (NPCSC)
  3. ประธานาธิบดี (ในฐานะองค์กรของรัฐ)
  4. องค์กรบริหารสูงสุด: คณะมนตรีรัฐกิจ
  5. องค์กรแนวร่วมสูงสุด:
    คณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน (CPPCC)
  6. องค์กรทหารสูงสุด: คณะกรรมาธิการทหารกลา (CMC) เป็น "สถาบันเดียวแต่มีสองชื่อ" ได้แก่:
    1. คณะกรรมาธิการการทหารกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
    2. คณะกรรมาธิการการทหารกลางสาธารณรัฐประชาชนจีน
  7. องค์กรตรวจสอบสูงสุด (สองสถาบันที่ใช้สำนักงานร่วมกัน):
    1. คณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยกลาง (CCDI)
    2. คณะกรรมาธิการกำกับดูแลแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (NSC)
  8. องค์กรตุลาการสูงสุด:
    1. ศาลประชาชนสูงสุด (SPC)
    2. สำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด (SPP)

ลำดับของผู้นำ

[แก้]

ลำดับรายชื่อในข่าวอย่างเป็นทางการ

[แก้]
  1. สมาชิกปัจจุบันของคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยปกติประกอบด้วย:
    1. เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน
    2. ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
    3. ประธานคณะมนตรีรัฐกิจ
    4. ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ
    5. ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน
    6. ประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง
    7. สมาชิกอื่นของคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง โดยปกติประกอบด้วย:
  2. รองประธานาธิบดีจีน
  3. สมาชิกปัจจุบันอื่นของกรมการเมือง โดยปกติประกอบด้วย:
  4. อดีตเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
  5. อดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง
  6. รองประธานคณะมนตรีรัฐกิจ (หากไม่ได้อยู่ในกรมการเมือง)
  7. รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง (หากไม่ได้อยู่ในกรมการเมือง)
  8. สมาชิกปัจจุบันของสำนักเลขาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
  9. รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ
  10. มนตรีแห่งรัฐ
  11. ผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการกำกับดูแลแห่งชาติ
  12. ประธานศาลประชาชนสูงสุด
  13. อัยการสูงสุดสำนักอัยการประชาชนสูงสุด
  14. รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน อยู่ลำดับล่างสุดของรายชื่อ "ผู้นำพรรคและรัฐ" (党和国家领导人) ระดับชาติในปัจจุบัน
  15. "ผู้นำพรรคและรัฐ" เกษียณอายุ ยกเว้นอดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง โดยเรียงลำดับตามตำแหน่งสูงสุดที่เคยดำรง และใช้ลำดับซ้ำตามที่ระบุไว้ข้างต้น
  16. สมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารกลาง ยกเว้นประธานและรองประธาน ไม่ถือว่าเป็น "ผู้นำพรรคและรัฐ" ระดับชาติ แต่เป็นเพียงผู้นำกองทัพปลดปล่อยประชาชน และโดยทั่วไปจะถูกแยกรายชื่อออกต่างหากตามระเบียบพิธีการ ดังนี้
    1. สมาชิกปัจจุบัน (ยกเว้นประธานและรองประธาน)
    2. อดีตสมาชิก (ยกเว้นประธานและรองประธาน)
  17. เจ้าหน้าที่ระดับมณฑล-กระทรวง

ลำดับที่นั่ง

[แก้]
  1. เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนคนปัจจุบัน
  2. อดีตเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
  3. สมาชิกปัจจุบันของคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยกเว้นเลขาธิการใหญ่ โดยปกติประกอบด้วย:
    1. ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
    2. ประธานคณะมนตรีรัฐกิจ
    3. ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ
    4. ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน
    5. ประธานคณะกรรมาธิการการหทารกลาง
    6. สมาชิกอื่นของคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง โดยปกติประกอบด้วย:
  4. รองประธานาธิบดี
  5. อดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง
  6. สมาชิกปัจจุบันอื่นของกรมการเมือง โดยปกติประกอบด้วย:
  7. รองประธานคณะมนตรีรัฐกิจ (หากไม่ได้อยู่ในกรมการเมือง)
  8. รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง (หากไม่ได้อยู่ในกรมการเมือง)
  9. สมาชิกปัจจุบันของสำนักเลขาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
  10. รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ
  11. มนตรีแห่งรัฐ
  12. ผู้อำนวยการคณะกรรมาธิการกำกับดูแลแห่งชาติ
  13. ประธานศาลประชาชนสูงสุด
  14. อัยการสูงสุดสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด
  15. รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน อยู่ลำดับล่างสุดของรายชื่อ "ผู้นำพรรคและรัฐ" (党และ国家领导人) ระดับชาติในปัจจุบัน
  16. "ผู้นำพรรคและรัฐ" เกษียณอายุ ยกเว้นอดีตสมาชิกคณะกรรมาธิสามัญประจำกรมการเมือง โดยเรียงตามลำดับตำแหน่งสูงสุดที่เคยดำรง และใช้ลำดับซ้ำตามที่ระบุไว้ข้างต้น
  17. สมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารกลาง ยกเว้นประธานและรองประธาน ไม่ถือว่าเป็น "ผู้นำพรรคและรัฐ" ระดับชาติ แต่เป็นเพียงผู้นำกองทัพปลดปล่อยประชาชน
    1. สมาชิกปัจจุบัน (ยกเว้นประธานและรองประธาน)
    2. อดีตสมาชิก (ยกเว้นประธานและรองประธาน)
  18. เจ้าหน้าที่ระดับมณฑล-กระทรวง

หมายเหตุ:

  • การจัดลำดับของรองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยปกติจะขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นเป็นสมาชิกปัจจุบันหรืออดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองหรือเป็นสมาชิกอื่นของกรมการเมืองหรือไม่ การรายงานข่าวของสื่อในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติเมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2018 จัดลำดับให้หวัง ฉีชาน รองประธานาธิบดีคนใหม่ อยู่ในลำดับถัดจากคณะกรรมาธิการสามัญในทันที ซึ่งเป็นคณะที่เขาเพิ่งเกษียณอายุออกมา

ผู้นำระดับชาติ

[แก้]

ผู้นำระดับชาติจะถูกจัดลำดับตามตำแหน่งที่ดำรงอยู่ ความอาวุโส หรือในบางครั้งอาจพิจารณาจากบารมีส่วนตัวที่รับรู้ได้อย่างเรียบง่าย ในสมัยเหมา การจัดลำดับผู้นำค่อนข้างเป็นไปตามอำเภอใจ ตัวอย่างเช่น ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม เหมาเป็นผู้กำหนดลำดับพิธีการที่แน่นอนด้วยตนเอง โดยขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ที่ได้รับความโปรดปรานในขณะนั้น[a]

ตั้งแต่ ค.ศ. 1982 ลำดับอาวุโสเริ่มมีความมั่นคงและสามารถสังเกตเห็นรูปแบบที่สอดคล้องกันมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมักอยู่ในลำดับที่หนึ่งเสมอในระเบียบพิธีการ แม้ในความเป็นจริงเลขาธิการใหญ่บางคนจะไม่ได้เป็นผู้นำทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุด เช่น เลขาธิการใหญ่ หู เย่าปังและจ้าว จื่อหยาง (ทั้งคู่ถูกจัดอยู่ในลำดับที่หนึ่ง) ในทางปฏิบัติยังคงเป็นรองต่อ "ผู้นำสูงสุด" เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้ซึ่งถูกจัดลำดับไว้ข้างหลังพวกเขาในระเบียบพิธีการ โดยในขณะนั้นเติ้งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางและถูกจัดอยู่ในลำดับที่สองของลำดับชั้นผู้นำโดยรวม[ต้องการอ้างอิง]

ประธานาธิบดีเป็นตำแหน่งทางพิธีการเป็นส่วนใหญ่ แต่โดยปกติจะถูกจัดลำดับไว้ทันทีต่อจากเลขาธิการใหญ่และก่อนตำแหน่งอื่น ๆ ของรัฐ[b] เมื่อประธานาธิบดีและเลขาธิการใหญ่เป็นบุคคลละคนกัน (ก่อน ค.ศ. 1993 และในช่วงรอยต่อสั้น ๆ ใน ค.ศ. 2003 และ 2013) ประธานาธิบดีจะถูกจัดเป็นลำดับที่สองรองจากเลขาธิการใหญ่ ทั้งนี้ระหว่าง ค.ศ. 1982 ถึง 1987 ประธานาธิบดีเคยถูกจัดลำดับไว้ต่อจากนายกรัฐมนตรี[c]

ต่อจากประธานาธิบดี คือประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน ตามลำดับ การจัดลำดับนี้ดูเหมือนจะมีความสำคัญเหนือกว่าลำดับของคณะกรรมาธิการสามัญในกรณีผู้ดำรงตำแหน่งไม่ได้เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญด้วยตนเอง แม้โดยปกติแล้วนับตั้งแต่ ค.ศ. 1993 หัวหน้าของ "สี่หน่วยงานระดับชาติ" จะดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญควบคู่ไปด้วย ระหว่าง ค.ศ. 1997 ถึง 2002 ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ หลี่ เผิง ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สอง ในช่วงเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรี จู หรงจี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สาม และประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน (CPPCC) ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สี่ การเรียงลำดับนี้ยังคงสอดคล้องกันระหว่าง ค.ศ. 2002 ถึง 2012 เมื่อประธานสภาประชาชนแห่งชาติ อู๋ ปังกั๋ว ถูกจัดลำดับไว้เหนือกว่านายกรัฐมนตรี เวิน เจียเป่า อย่างไรก็ตาม ใน ค.ศ. 2013 ลำดับนี้ได้เปลี่ยนไป โดยนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ถูกจัดอยู่ในลำดับที่สอง ต่อจากเลขาธิการใหญ่ และก่อนประธานสภาประชาชนแห่งชาติ จาง เต๋อเจียง

คณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือที่เรียกกันในภาษาพูดภาษาจีนว่าเจิ้งจื้อจฺวี๋ฉางเหว่ย์ฮุ่ย (Zhengzhiju Changweihui) คือจุดสูงสุดของอำนาจทางการเมืองในจีน สมาชิกของคณะกรรมาธิการนี้ (เจิ้งจื้อจฺวี๋ฉางเหว่ย์) จะถูกจัดลำดับอย่างเคร่งครัด โดยหัวหน้าของสี่หน่วยงานระดับชาติมักจะครองตำแหน่งสี่ลำดับแรกของคณะกรรมาธิการสามัญ สมาชิกอื่น ๆ ของคณะกรรมาธิการสามัญจะถูกจัดลำดับถัดจากพวกเขาลงไปทันที ลำดับของสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญที่เหลือจะถูกกำหนดโดยการผสมผสานระหว่างตำแหน่งที่ดำรงและความอาวุโส ตัวอย่างเช่น หลี่ ฉางชุน ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญโดยไม่มีตำแหน่งระบุไว้ชัดเจนระหว่าง ค.ศ. 2002 ถึง 2012 โดยระหว่าง ค.ศ. 2002 ถึง 2007 เขาถูกจัดอยู่ในลำดับที่แปดในระเบียบพิธีการ แต่ใน ค.ศ. 2007 เมื่อเขาดำรงตำแหน่งครบหนึ่งวาระ ลำดับของเขาก็ขยับขึ้นเป็นลำดับที่ห้า ต่อจากประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองฯ เจี่ย ชิ่งหลิน ทันที และอยู่ก่อนหน้าสี จิ้นผิง ผู้สืบทอดตำแหน่งที่วางตัวไว้และเลขาธิการบริหารของสำนักเลขาธิการ

รองประธานาธิบดี

[แก้]

ระหว่าง ค.ศ. 2018 ถึง 2023 รองประธานาธิบดีหวัง ฉีชาน ซึ่งตัวเขาเองเป็นอดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง ถูกจัดลำดับไว้หน้าสมาชิกอื่นของกรมการเมืองและอยู่หน้าอดีตผู้นำ โดยอยู่ในลำดับต่อจากสมาชิกคณะกรรมาธิการสามีญประจำกรมการเมืองชุดปัจจุบันทันที หลังจากหวังเกษียณอายุใน ค.ศ. 2023 หาน เจิ้ง ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา ก็เป็นอดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองเช่นกัน ทำให้หานถูกจัดอยู่ในลำดับเดียวกันกับหวัง

สมาชิกอื่นของกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน

[แก้]

ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่ม ตามทฤษฎีแล้วกรมการเมืองถือเป็น "คณะผู้นำร่วม" (leadership collective) โดยสมาชิกแต่ละคนจะได้รับสถานะที่เท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติ สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองจะมีสถานะสูงกว่าภายในองค์กรและถูกพิจารณาว่าเป็นสมาชิกที่สำคัญและมีอำนาจมากที่สุด เมื่อมีการประกาศรายชื่อสมาชิกกรมการเมืองชุดใหม่เป็นครั้งแรก หรือเมื่อมีการรายงานรายชื่อสมาชิกกรมการเมืองแยกจากองค์กรอื่น ๆ รายชื่อจะถูกเรียงลำดับตาม "จำนวนขีดของตัวอักษรนามสกุล" ซึ่งเป็นวิธีการเรียงลำดับชื่อภาษาจีนตามตัวอักษรแบบดั้งเดิม ในกรณีเหล่านี้ สมาชิกกรมการเมืองทุกคนรวมถึงสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญฯ จะถูกระบุชื่อเรียงตามลำดับดังกล่าว ทั้งนี้ สมาชิกกรมการเมือง (ที่ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการสามัญฯ) จะไม่ได้ถูกจัดลำดับตามระดับอำนาจที่คาดการณ์ไว้ ต่างจากคณะกรรมาธิการสามัญฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงขั้นตอนระเบียบพิธีการการจัดที่นั่งและการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรมการเมืองร่วมกับองค์กรพรรคและรัฐอื่น ๆ สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองจะถูกประกาศชื่อก่อนสมาชิกกรมการเมืองส่วนที่เหลือ

เนื่องจากสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองถือเป็นสมาชิกกรมการเมืองด้วยเช่นกัน แต่เมื่อได้ระบุชื่อไปแล้วในข้างต้น จึงจะขอละเว้นจากรายชื่อในส่วนนี้

อดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่

[แก้]

ทันทีหลังการประชุมสภาแห่งชาติพรรคครั้งที่ 16 เจียง เจ๋อหมินได้รับการจัดลำดับอยู่ในอันดับ 2 ของลำดับอาวุโสตามระเบียบพิธีการผู้นำ ต่อจากหู จิ่นเทาทันที เมื่อสิ้นสุดการประชุมสภาแห่งชาติพรรคครั้งที่ 18 เมื่อหู จิ่นเทาเกษียณจากตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ เจียงได้รับการจัดลำดับเป็นอันดับ 2 ต่อจากสี จิ้นผิง และหู จิ่นเทาได้รับการจัดลำดับเป็นอันดับ 3 ต่อจากเจียง ตั้งแต่ ค.ศ. 2013 เมื่อพิจารณาจากประกาศมรณกรรมอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่พรรคที่เสียชีวิตหลายคน ดูเหมือนว่าหูจะค่อย ๆ ถูกเลื่อนลงไปอยู่ในระดับระเบียบพิธีการที่ "ต่ำลง" โดยในตอนแรกอยู่ต่ำกว่าสมาชิกปัจจุบันทุกคนของคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง และตั้งแต่ ค.ศ. 2014 ได้อยู่ต่อหลังสมาชิกกรมการเมืองที่ดำรงตำแหน่งอยู่ทุกคน[1]

ในงานพิธีการสำคัญ เจียงและหูนั่งอยู่ติดกับสี จิ้นผิง ทำให้เห็นเด่นชัดกว่าสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองคนอื่น ๆ ในภาพข่าวทางโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของงานพิธีการเหล่านั้น ชื่อของเจียงและหูจะถูกประกาศหลังสมาชิกกรมการเมืองที่ดำรงตำแหน่งอยู่ครบทุกคนแล้ว ธรรมเนียมปฏิบัตินี้ถูกนำมาใช้ในงานเลี้ยงวันชาติซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2014[2] พิธีสวนสนามวันชัยจีน ค.ศ. 2015 บนประตูเทียนอัน การประชุมเปิดสมัยประชุมสภาแห่งชาติพรรคครั้งที่ 19 ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2017 การสวนสนามทหารในวาระครบรอบ 70 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีนในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2019 วาระครบรอบ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีนในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2021 การประชุมเปิดสมัยประชุมสภาแห่งชาติพรรคครั้งที่ 20 ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2022 และพิธีศพของเจียง เจ๋อหมินในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2022[3]

อดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองที่ "ไม่มีสถานะดี" ในการประเมินอย่างเป็นทางการของพรรคจะไม่ถูกรวมอยู่ในรายชื่อนี้ ซึ่งรวมถึงผู้ที่ถูกขับออกจากตำแหน่งอำนาจแต่ไม่ได้ถูกขับออกจากพรรคอย่างเป็นทางการ ตัวอย่างเช่น จ้าว จื่อหยางและฮฺว่า กั๋วเฟิง มักถูกละเว้นจากรายชื่อนี้ในช่วงที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ โจว หย่งคัง ผู้ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทุจริตใน ค.ศ. 2015 ก็ถูกถอดออกจากรายชื่อนี้เช่นกัน รวมถึงหู ฉี่ลี่ ก็ถูกละเว้นจากรายชื่อนี้ด้วย

ชื่อ ภาพ เกิด (ค.ศ.) เข้าร่วมพรรค (ค.ศ.) ตำแหน่งสูงสุดในอดีต Retired
หู จิ่นเทา 1942 1964 เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน
China
ประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง
2013
จู หรงจี 1928 1949 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2003
หลี่ รุ่ยหวน 1934 1959 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน
2003
เวิน เจียเป่า 1942 1965 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2013
เจี่ย ชิ่งหลิน 1940 1959 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน
2013
จาง เต๋อเจียง 1946 1971 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ
2018
ยฺหวี เจิ้งเชิง 1945 1964 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน
2018
ลี่ จ้านชู 1950 1975 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ
2023
วาง หยาง 1955 1975 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน

2023
ซ่ง ผิง 1917 1937 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน 1992
หลี่ หลานชิง 1932 1952 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2003
เจิง ชิ่งหง 1939 1960 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เลขาธิการสำนักเลขาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน คนที่ 1
รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2008
อู๋ กวนเจิ้ง 1938 1962 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เลขาธิการคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
2007
หลี่ ฉางชุน 1944 1965 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ประธานคณะกรรมการแนะแนวเพื่อการสร้างอารยธรรมทางจิตวิญญาณกลาง
2012
หลัว ก้าน 1935 1960 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เลขาธิการคณะกรรมการกิจการการเมืองและกฎหมายกลาง
2007
เฮ่อ กั๋วเฉียง 1943 1966 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เลขาธิการคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
2012
หลิว ยฺหวินชาน 1947 1971 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เลขาธิการสำนักเลขาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน คนที่ 1
ประธานคณะกรรมการแนะแนวเพื่อการสร้างอารยธรรมทางจิตวิญญาณกลาง
2017
หวัง ฉีชาน 1948 1983 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
เลขาธิการคณะกรรมาธิการตรวจสอบวินัยกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน
รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2023
จาง เกาลี่ 1946 1973 สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน
รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน
2018

เลขาธิการสำนักเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน

[แก้]

รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง

[แก้]

รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ

[แก้]

มนตรีแห่งรัฐ หัวหน้าคณะกำกับดูแล และหัวหน้าฝ่ายตุลาการ

[แก้]

รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน

[แก้]

ตามลำดับดังต่อไปนี้:

สมาชิกคณะกรรมาธิการการทหารกลาง

[แก้]

อดีตผู้นำระดับชาติ

[แก้]

ในทุกปี สื่อของรัฐจะมีการเผยแพร่รายชื่อ "สหายอาวุโส" ซึ่งคณะผู้นำชุดปัจจุบันจะร่วมแสดงความเคารพในช่วงวันก่อนเทศกาลตรุษจีน ผู้นำเหล่านี้จะถูกจัดลำดับอย่างเคร่งครัดตามลำดับชั้นของตำแหน่งที่พวกเขาดำรงอยู่ในการดำรงตำแหน่งวาระสุดท้าย[4] โดยทั่วไป การจัดลำดับเหล่านี้จะเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังนี้:

  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดในองค์กรหลักของรัฐหรือพรรคทั้งสี่ ได้แก่ หัวหน้าคณะกรรมการกลาง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี (ประธานคณะมนตรีรัฐกิจ) และประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน
  • อดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมืองคนอื่น ๆ
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกกรมการเมือง
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสำนักเลขาธิการ
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาประชาชนแห่งชาติ
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี (รองประธานคณะมนตรีรัฐกิจ) หรือมนตรีแห่งรัฐ (และไม่ได้เป็นสมาชิกกรมการเมืองในขณะนั้น)
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานศาลประชาชนสูงสุดหรืออัยการสูงสุดประจำสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด
  • ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน

โดยทั่วไป หากผู้นำมีลำดับชั้นที่เท่ากันในทุกด้าน ผู้ที่สังกัดอยู่ในคณะผู้นำรุ่นก่อนหน้าจะถูกจัดลำดับให้อยู่ก่อนหน้าผู้นำรุ่นหลัง ผู้นำจะถูกจัดลำดับตามตำแหน่งที่เป็นรูปธรรมตำแหน่งสุดท้ายที่พวกเขาดำรงอยู่ ตัวอย่างเช่น หลี เถี่ยอิ้ง ถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มรองประธานสภาประชาชนแห่งชาติ และไม่ได้อยู่ในกลุ่มสมาชิกกรมการเมือง แม้เขาจะมีคุณสมบัติที่จะอยู่ในลำดับสูงกว่าในกลุ่มสมาชิกกรมการเมือง ทั้งนี้เนื่องจากเขาเกษียณอายุในขณะดำรงตำแหน่งรองประธานสภาประชาชนแห่งชาติ ในทำนองเดียวกัน หู ฉี่ลี่ เคยเป็นอดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง แต่เขาถูกลดตำแหน่งภายหลังการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ค.ศ. 1989 และตำแหน่งสุดท้ายที่เขาดำรงก่อนเกษียณคือหนึ่งในรองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน (CPPCC) ดังนั้นเขาจึงถูกจัดลำดับอยู่ในกลุ่มรองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีนตามลำดับระเบียบพิธีการ[4]

ลำดับต่ำกว่าผู้นำระดับชาติ

[แก้]

ภายในสาธารณรัฐประชาชนจีน มี "ระบบการจัดลำดับข้ารัฐการพลเรือนแห่งชาติ" ตามกฎหมาย เพื่อกำหนดลำดับของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับรัฐมนตรี ครอบคลุมตั้งแต่ตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก (เช่น เลขาธิการพรรคประจำมณฑล) ไปจนถึงตำแหน่งระดับล่างสุด (เช่น ผู้รับผิดชอบสำนักงานระดับตำบล) ลำดับสัมพัทธ์ของพวกเขาจะเป็นตัวกำหนดเงินเดือนประจำปี เบี้ยเลี้ยงชีพ สิทธิในการได้รับบ้านพักและรถประจำตำแหน่ง บำนาญ สวัสดิการ และอื่น ๆ ทั้งนี้ ผู้นำระดับมณฑลจะไม่ได้รับสิทธิในลำดับพิธีการที่สูงขึ้นแม้จะอยู่ในมณฑลภายใต้เขตอำนาจของตนเอง แต่ยังคงต้องถูกจัดลำดับไว้หลังผู้นำระดับชาติทั้งหมดที่ระบุไว้ข้างต้น

เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดลำดับตามระเบียบพิธีการ หัวหน้ากระทรวงระดับชาติจะมีลำดับทางเทคนิคเท่าผู้ว่าการมณฑล ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จัดอยู่ในกลุ่ม "ผู้นำระดับชาติ" หัวหน้ากรมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีของคณะมนตรีรัฐกิจ ต่างถูกเรียกว่าปู้จ่าง (部长; แปลตรงตัว "หัวหน้ากรม") อย่างไรก็ตาม หัวหน้ากรมของพรรคคอมมิวนิสต์จำนวนมาก เช่น หัวหน้ากรมองค์การและกรมโฆษณาชวนเชื่อ มักดำรงตำแหน่งในกรมการเมืองเสมอ ดังนั้นจึงถูกจัดลำดับเป็น "ผู้นำระดับชาติ" ขณะที่รัฐมนตรีของกระทรวงในรัฐบาลกลางน้อยครั้งที่จะดำรงตำแหน่งในกรมการเมือง[d] หากปัจจัยอื่นเท่ากัน หัวหน้ากรมของพรรคจะถูกจัดลำดับไว้เหนือหัวหน้าหน่วยงานรัฐ ตัวอย่างเช่น หัวหน้ากรมต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีน จะถูกจัดลำดับไว้หน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสมอหากปรากฏตัวในงานพิธีการเดียวกัน ในทำนองเดียวกัน เลขาธิการพรรคประจำมณฑลจะถูกจัดลำดับไว้เหนือผู้ว่าการมณฑลเสมอ

ลำดับชั้นระหว่างตำแหน่งในพรรคกับตำแหน่งในรัฐจะถูกยึดถืออย่างเคร่งครัดตามระเบียบพิธีการที่เป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงสถานะ "แนวหน้า" ของพรรคคอมมิวนิสต์ในการเมืองจีน โดยทั่วไป ตำแหน่งในพรรคจะได้รับการปฏิบัติด้วยเกียรติศักดิ์ที่สูงกว่าตำแหน่งในรัฐที่มีระดับเท่ากัน แต่ในทางเทคนิค สิทธิพิเศษในระบบรัฐการอย่างเป็นทางการจะเหมือนกันสำหรับเจ้าหน้าที่พรรคและเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในระดับการบริหารเดียวกัน[5]

ลำดับคณะกรรมการพรรคระดับท้องถิ่น

[แก้]

คณะกรรมการพรรคคือสภาปกครองสูงสุดโดยพฤตินัยของเขตอำนาจใด ๆ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกเว้นเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า

ในการจัดลำดับตามระเบียบพิธีการระดับมณฑล เทศบาล และท้องถิ่นอื่น ๆ สถาบันหลักทั้งสี่จะยึดตามลำดับดังนี้:

  1. เลขาธิการพรรค
  2. หัวหน้ารัฐบาล (ผู้ว่าการมณฑลหรือนายกเทศมนตรีนครปกครองโดยตรง มักดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค)
  3. ประธานสภาประชาชน
  4. ประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนประจำภูมิภาค

คณะกรรมาธิการสามัญประจำมณฑลเป็นองค์กรที่มีอำนาจซึ่งสมาชิกจะได้รับการตรวจสอบโดยตรงจากกรมองค์การพรรคคอมมิวนิสต์จีนตามระบบโนเมนคลาตูรา (nomenklatura system) โดยทั่วไปสมาชิกขององค์กรเหล่านี้จะถูกจัดลำดับตามวันที่เข้าดำรงตำแหน่งในระดับรองมณฑล แม้ในทางปฏิบัติจะปรากฏความแปรผันของกฎเกณฑ์นี้อยู่บ้าง

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 11 ของคณะกรรมการกลางชุดที่ 8 เมื่อ ค.ศ. 1966 ตัวอย่างเช่น หลิว เช่าฉี ถูกลดลำดับชั้นในพรรคจากลำดับที่สองลงมาอยู่อันดับที่แปดตามคำสั่งส่วนตัวของเหมา แต่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งรัฐเอาไว้
  2. ดูตัวอย่างการจัดลำดับของผู้นำระดับชาติในช่วงพิธีรำลึกถึงแป็นแช็นลามะซึ่งจัดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1989 ในงานนี้ ลำดับของผู้นำคือจ้าว จื่อหยาง (เลขาธิการใหญ่) หยาง ช่างคุน (ประธานาธิบดี) หลี่ เผิง (นายกรัฐมนตรี) ว่าน หลี่ (ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ) หลี่ เซียนเนี่ยน (ประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน) เฉียว ฉือ (สมาชิกคณะกรรมาธิการสามัญประจำกรมการเมือง)
  3. ตัวอย่างเช่น ในพิธีศพของเย่ เจี้ยนอิงเมื่อ ค.ศ. 1986 ลำดับของผู้นำปรากฏเป็นหู เย่าปัง (เลขาธิการใหญ่) เติ้ง เสี่ยวผิง (ประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลาง) จ้าว จื่อหยาง (นายกรัฐมนตรี) หลี่ เซียนเนี่ยน (ประธานาธิบดี) และเฉิน ยฺหวิน
  4. ข้อยกเว้นที่น่าสังเกตอาจเป็นโจว หย่งคัง ซึ่งดำรงตำแหน่งในกรมการเมืองในขณะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะระหว่าง ค.ศ. 2002 ถึง 2007

อ้างอิง

[แก้]
  1. "胡錦濤遭"降級" 排名跌至政治局委員外". Duowei News. September 8, 2014.
  2. "A Rare Glimpse into China's Second Black Box—the Powerful Elders". tiananmenstremendousachievements.wordpress.com. สืบค้นเมื่อ 20 October 2014.
  3. Xinwen Lianbo, CCTV, September 3, 2015
  4. 1 2 "老同志终于集体露面 深度解读最新名单与2019排序". 2019-02-02.
  5. "中共中央办公厅、国务院办公厅关于新任副部长、副省长以上干部生活待遇的几项暂行规定--中国共产党新闻--中国共产党新闻网". cpc.people.com.cn.