ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ไทย
| บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดบทความว่าด้วย |
| การเมืองไทย |
|---|
|
|
|
|
ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ไทย เป็นการจัดเรียงรายพระนามและนามของบุคคลในสายลำดับการสืบราชสมบัติของราชวงศ์จักรีแห่งราชอาณาจักรไทย การสืบราชสมบัติบัญญัติโดยกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 และภายหลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยรับรองทุกฉบับ
ภูมิหลัง
[แก้]ก่อนหน้านั้น ในสมัยอาณาจักรรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในกรณีที่พระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคตโดยมิได้ทรงสถาปนากรมพระราชวังบวรสถานมงคลไว้ จะใช้ระบบการสืบราชสันตติวงศ์ที่เรียกว่า "อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ" คือการใช้มติของที่ประชุมร่วมระหว่างเสนาบดี และเชื้อพระวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ในการเลือกพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีความเหมาะสมทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ ให้เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ต่อจากพระมหากษัตริย์ที่สวรรคตลง[1]
อย่างไรก็ตาม ระบบอเนกชนนิกรสโมสรสมมติถูกยกเลิกไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2429 หลังจากพระองค์ทรงปรับให้พระมหากษัตริย์ทรงสมมติหรือสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงขึ้น ซึ่งคือตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร[1] และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตรากฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 เพื่อรับรองตำแหน่งพระรัชทายาทข้างต้น และทรงวางลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ในประเทศไทยสำหรับกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงสถาปนารัชทายาทไว้อย่างชัดเจน
ภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทยทุกฉบับ ได้รับรองและกำหนดให้คณะองคมนตรีใช้ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ไทยตามที่เรียงไว้โดยกฎมณเฑียรบาล พ.ศ. 2467 ในการเสนอพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ผ่านคณะรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ สำหรับกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงสถาปนารัชทายาทไว้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 จนถึงปัจจุบัน กำหนดว่า หากพระมหากษัตริย์ไม่มีพระราชโอรส พระราชธิดาสามารถสืบราชสันตติวงศ์ได้ ซึ่งขัดแย้งกับกฎมณเฑียรบาลมาตรา 13 ที่ห้ามราชนารี (คือพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นสตรี หรือฝ่ายใน) ทุกพระองค์ ขึ้นทรงราชย์อย่างเด็ดขาด
การมีสิทธิ
[แก้]สิทธิสืบราชสันตติวงศ์นั้นเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 ซึ่งจัดลำดับราชสันตติวงศ์ไว้ตามสิทธิของพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ สถานะของพระราชชนนี และอนุญาตเฉพาะบุรุษเพศเท่านั้น
บุคคลจะอยู่ในลำดับราชสันตติวงศ์นี้ก็ต่อเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้ทุกประการ
- ได้รับการยอมรับจากประชาชนชาวไทย และพระบรมวงศานุวงศ์ (มาตรา 10)
- ไม่มีลักษณะต้องห้ามต่อไปนี้แม้แต่ข้อเดียว (มาตรา 11)
- พระสัญญาวิปลาศ
- ต้องราชทัณฑ์ในคดีมหันตโทษ
- ไม่สามารถทรงเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภก
- มีพระชายาเป็นชาวต่างประเทศ (ดังเช่นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ที่มีพระมารดาเป็นชาวต่างประเทศ คือ หม่อมคัทริน ณ พิษณุโลก ชาวรัสเซีย)[2]
- ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งรัชทายาท (คือถูกพระมหากษัตริย์ทรงถอดถอนออกจากตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง) ไม่ว่าจะเป็นไปในรัชกาลใด ๆ ก็ตาม
- ถูกประกาศให้ยกเว้นออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ (ตามมาตรา 7 วรรคสอง; ดังเช่นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ที่มีพระมารดาคือ ระวี จาตุรจินดา ซึ่งเป็นสามัญชนมิใช่สะใภ้หลวง)[2]
- มิใช่พระราชโอรสสายตรงของพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 แม้แต่ข้อเดียว (มาตรา 12)
- มิใช่ราชนารี คือพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นสตรี หรือฝ่ายใน ทุกพระองค์ (มาตรา 13; อย่างไรก็ตาม บทบัญญัตินี้ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ฉบับพุทธศักราช 2517 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งระบุไว้ว่า ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่มีพระราชโอรส คณะองคมนตรีสามารถเสนอชื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบให้พระราชธิดาสืบราชสันตติวงศ์ได้)[3]
ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์
[แก้]ในกฎมนเทียรบาล ระบุถึงผู้ที่มีสิทธิในพระราชบัลลังก์ ดังนี้
- มาตรา 5 ระบุว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีสิทธิขาดในการที่จะทรงสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง (ในประเทศไทยหมายถึงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร)
- มาตรา 6 ระบุว่า หากพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคตหลังจากทรงสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงแล้ว ให้พระรัชทายาทพระองค์ดังกล่าวขึ้นทรงราชย์ได้ในทันที
- มาตรา 8 ระบุว่า หากพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคตก่อนการทรงสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง ให้เสนาบดีอัญเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นพระรัชทายาทโดยสันนิษฐานลำดับที่ 1 ตามลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ไทยที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 (ยกเว้นผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 และ 12) เสด็จขึ้นทรงราชย์ต่อไป
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ในกรณีนี้หมายถึงฉบับปัจจุบัน คือฉบับพุทธศักราช 2560) มีระบุการสืบราชสมบัติหลังจากพระราชบัลลังก์ว่างลงแล้วไว้ในมาตรา 21 ทั้ง 2 กรณี ใน 2 วรรค ดังนี้
- วรรคหนึ่ง หากพระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงไว้แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งประธานรัฐสภาทราบ เพื่อเรียกประชุมรัฐสภาให้รับทราบการสถาปนาพระรัชทายาทข้างต้น จากนั้นประธานรัฐสภาจะกราบบังคับทูลเชิญพระรัชทายาทเสด็จขึ้นทรงราชย์ เมื่อพระรัชทายาททรงตอบรับแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ
- วรรคสอง หากพระมหากษัตริย์มิได้ทรงสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรงไว้ ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามพระรัชทายาทโดยสันนิษฐานตามมาตรา 8 ของกฎมณเฑียรบาล (ผ่านมาตรา 20 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ใช้ลำดับจากกฎมณเฑียรบาลในทางอ้อม) ซึ่งเรียกว่า "ผู้สืบราชสันตติวงศ์" ผ่านคณะรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ โดยอาจเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ หากได้รับความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภากราบบังคมทูลเชิญผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์ เมื่อผู้สืบราชสันตติวงศ์ทรงตอบรับแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ[4]
โดยในมาตรา 9 ของกฎมณเฑียรบาล มีการระบุเกณฑ์ในการจัดลำดับการสืบราชสันตติวงศ์เป็น 13 ข้อ โดยสรุปคือ ให้เลือกจากสายตรงก่อน ตาม 12 ข้อแรก หากไม่มี จึงจะเลือกตามลำดับความสนิทจากมากไปน้อยเป็นลำดับสุดท้าย ดังนี้[5]
- สมเด็จหน่อพุทธเจ้า คือ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระอัครมเหสี
- พระราชโอรสของสมเด็จหน่อพุทธเจ้า เริ่มจากพระองค์ใหญ่ เรียงตามลำดับพระชนมายุจากมากไปน้อย
- สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระอัครมเหสี
- พระโอรสของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในข้อ 3 ตามเกณฑ์ในข้อ 2
- สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในสมเด็จพระอัครมเหสีพระองค์ถัดไปตามลำดับพระชนมายุจากมากไปน้อย หรือพระโอรสของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้น ๆ ตามเกณฑ์ในข้อ 2, 3 และ 4
- สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอในพระมเหสีรองถัดลงไปตามลำดับชั้นพระอิสริยยศของพระมารดาจากมากไปน้อย หรือพระโอรสของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้น ๆ ตามเกณฑ์ในข้อ 2, 3 และ 4
- พระเจ้าลูกยาเธอตามลำดับพระชนมายุ หรือพระโอรสของพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้น ๆ ตามเกณฑ์ในข้อ 2, 3 และ 4
- สมเด็จพระอนุชาร่วมพระราชชนนีพระองค์ที่มีพระชนมายุถัดลงมาจากพระมหากษัตริย์
- พระโอรสของสมเด็จพระอนุชาในข้อ 8 ตามเกณฑ์ในข้อ 2
- สมเด็จพระอนุชาร่วมพระชนนีพระองค์ถัดมา หรือพระโอรสของสมเด็จพระอนุชาพระองค์นั้น ๆ ตามเกณฑ์ในข้อ 2, 3 และ 4
- สมเด็จพระเชษฐาและสมเด็จพระอนุชาต่างพระชนนี หรือพระโอรสของสมเด็จพระเชษฐาและสมเด็จพระอนุชาพระองค์นั้น ๆ ตามเกณฑ์ในข้อ 2, 3, 4 และ 6
- พระเจ้าพี่ยาเธอและพระเจ้าน้องยาเธอ หรือพระโอรสของพระเจ้าพี่ยาเธอและพระเจ้าน้องยาเธอ ตามเกณฑ์ในข้อ 7
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอและพระเจ้าบรมวงศ์เธอ หรือพระโอรสและเชื้อสายของพระองค์ ตามลำดับความสนิทจากมากไปน้อย ตามเกณฑ์ตั้งแต่ข้อ 1 ถึง 12
ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ในปัจจุบัน
[แก้]| ห้าลำดับแรกตามกฎมณเฑียรบาล ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 | |
|---|---|
| 1. เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ | |
| 2. หม่อมเจ้านวพรรษ์ | |
| 3. พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล | |
| 4. หม่อมเจ้าฑิฆัมพร | |
| 5. หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม | |
| ห้าลำดับแรกตามรัฐธรรมนูญ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 | |
|---|---|
| 1. เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ | |
| 2. กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร | |
| 3. เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี | |
| 4. กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา | |
| 5. กรมพระศรีสวางควัฒน | |
ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ที่แท้จริงในปัจจุบันยังไม่ชัดเจน เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์ปัจจุบัน ยังมิได้ทรงสถาปนาพระรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง และในกฎมณเฑียรบาลกับในรัฐธรรมนูญมีการระบุหลักเกณฑ์ในการจัดลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ในประเทศไทยเป็นสิ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย[6]
พระรัชทายาทโดยสันนิษฐานคือสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ประสูติแต่ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระชายาพระองค์ที่สาม อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าพระองค์ทรงมีภาวะผิดปกติทางพัฒนาการ ซึ่งอาจทำให้พระองค์ไม่สามารถเสด็จขึ้นทรงราชย์ได้[6]
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชธิดาพระองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชธิดาพระองค์เดียวที่ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พระชายาพระองค์แรก ทรงเป็นพระรัชทายาทลำดับที่ 2 ตามรัฐธรรมนูญ และเคยทรงถูกมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะทรงสืบราชสันตติวงศ์ต่อ[7] อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงพระประชวรด้วยภาวะโคม่าตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565[6]
พระราชโอรสทั้งสี่ท่านของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่สุจาริณี วิวัชรวงศ์ พระชายาพระองค์ที่สอง ถูกถอดฐานันดรศักดิ์และพ้นจากสถานะพระราชวงศ์ในปี พ.ศ. 2539 ทำให้มีลักษณะต้องห้ามในการสืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา 11 (6) ของกฎมณเฑียรบาล การกลับมาประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 27 ปีของวัชเรศร วิวัชรวงศ์ พระราชโอรสพระองค์ที่สองในปี พ.ศ. 2566 ทำให้เกิดการพูดคุยถึงการคืนฐานันดรศักดิ์และการกลับเข้าสู่สถานะพระราชวงศ์และลำดับการสืบราชสันตติวงศ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม วัชเรศรและพี่น้องทั้ง 3 คนถูกเนรเทศออกจากประเทศไทยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2568[8]
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชธิดาพระองค์ที่สองของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชธิดาพระองค์เดียวที่ประสูติแต่สุจาริณี ไม่ได้ถูกถอดฐานันดรศักดิ์และยังคงอยู่ในลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ลำดับที่ 3 ตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม พระองค์เคยมีพระดำรัสเมื่อนานมาแล้วว่ามิได้ทรงสนใจในพระราชบัลลังก์มากนัก[9]
พระกนิษฐภคินีของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้แก่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงอยู่ในลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ลำดับที่ 4 และ 5 ตามรัฐธรรมนูญตามลำดับ
เชื้อสายที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ได้อยู่ในสายลำดับการสืบราชสมบัติ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น ลาออก หรือทรงถูกถอดถอนจากฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์ หรือสิ้นพระชนม์ไปแล้ว จะเขียนไว้เป็นตัวเอียง เพราะถือได้ว่าถูกข้ามลำดับไปแล้ว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (2347–2411)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (2396–2453)
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (2424–2468)
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (2436–2484) - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (2435–2472)
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (2468–2489) -
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (2470–2559)
- ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (2494–ปัจจุบัน)
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (2495–ปัจจุบัน)
- จุฑาวัชร วิวัชรวงศ์ (2522–ปัจจุบัน)
- วัชเรศร วิวัชรวงศ์ (2524–ปัจจุบัน)
- จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ (2526–ปัจจุบัน)
- วัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ (2528–ปัจจุบัน)
- (1) สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ (2548–ปัจจุบัน)ม ก
- (1.1) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (2521–ปัจจุบัน)ก
- (1.2) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา (2530–ปัจจุบัน)ก
- (1.3) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (2498–ปัจจุบัน)ก
- (1.4) สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (2500–ปัจจุบัน)ก
- (1.5) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ (2525–ปัจจุบัน)ก
- (1.6) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ (2527–ปัจจุบัน)ก
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (2425–2475)
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (2453–2538)
- (2) หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล (2521–ปัจจุบัน) ม ก
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร (2456–2534)
- (3) พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล (2493–ปัจจุบัน) ม ก
- (4) หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล (2494–ปัจจุบัน) ม ก
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ (2458–2541)
- (5) หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล (2485–ปัจจุบัน) ม ก
- พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล (2453–2538)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพงษาดิศรมหิป (2404-2479)
- (6) หม่อมเจ้าจรูญฤทธิเดช ชยางกูร (2476–ปัจจุบัน) ม ก
| เครื่องหมาย | แหล่งที่มาของรายการหรือหมายเหตุเกี่ยวกับข้อยกเว้นการสืบราชสันตติวงศ์ |
|---|---|
| ม | กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 |
| ก |
|
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 ""อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ" คติสืบสันตติวงศ์กรุงรัตนโกสินทร์ คืออะไร มีกษัตริย์องค์ใดบ้าง?". ศิลปวัฒนธรรม. 12 มิถุนายน 2024. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2024.
- 1 2 อนันทนาธร, กษิดิศ (4 สิงหาคม 2020). "การสืบราชสันตติวงศ์โดยราชสกุล "มหิดล"". 101.world. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "กฎมนเทียรบาล โดย สมหมาย จันทร์เรือง". มติชน. 21 ธันวาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "การสืบราชสันตติวงศ์ (สืบราชสมบัติ)". ไอลอว์. 20 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "รู้จัก 'กฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์' หนึ่งในกฎหมายสำคัญของราชวงศ์ไทย". TheThaiger. 7 สิงหาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 13 สิงหาคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - 1 2 3 Editors, C. F. R. "Is There a Succession Crisis in the Thai Monarchy? | Council on Foreign Relations". www.cfr.org.
{{cite web}}:|last=มีชื่อเรียกทั่วไป (help) - ↑ https://www.vice.com/en/article/thailand-royal-crisis-succession-princess-bajrakitiyabhas/
- ↑ Campbell, Charlie. "Exclusive: Thai Princes Banished Again, Eldest Says 'I Did Nothing Wrong'".
- ↑ https://www.thestandard.com.hk/world-news/article/311080/Speculations-fueled-on-the-heir-to-the-Thai-throne-ill-princess-autistic-son-or-exiled-prince
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- "กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 41: 194–213. 12 พฤศจิกายน 2467 – โดยทาง ราชกิจจานุเบกษา.