ลองเฟิร์ด
ลองเฟิร์ด
| |
|---|---|
เมือง | |
ทิวทัศน์เส้นขอบฟ้าของเมือง อาสนวิหารเซนต์เมล ศาลลองเฟิร์ด ถนนเมน ค่ายทหารคอนนอลลี | |
| พิกัด: 53°43′37″N 7°48′00″W / 53.727°N 7.800°W | |
| ประเทศ | ไอร์แลนด์ |
| จังหวัด | เลนสเตอร์ |
| เทศมณฑล | เทศมณฑลลองเฟิร์ด |
| ความสูง | 72 เมตร (236 ฟุต) |
| ประชากร (2022)[1] | |
| • อันดับ | 46 |
| • เขตเมือง | 10,952 คน |
| เขตเวลา | UTC±0 (WET) |
| • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) | UTC+1 (IST) |
| Eircode | N39 |
| หมายเลขโทรศัพท์ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ | 043 |
| เว็บไซต์ | www |
ลองเฟิร์ด (อังกฤษ: Longford; ไอริช: An Longfort) คือเมืองประจำเทศมณพลของเทศมณฑลลองเฟิร์ด เมืองนี้มีประชากร 10,952 คน ตามสำมะโนประชากรไอร์แลนด์ปี ค.ศ. 2022[1] เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเทศมณฑล ประมาณหนึ่งในสามของประชากรของทั้งเทศมณฑลอาศัยอยู่ในเมืองนี้ ลองเฟิร์ดอยู่ ณ จุดบรรจบของถนนสาย N4 และ N5 ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างการเดินทางไปเทศมณฑลเมโย ดับลิน และเทศมณฑลรอสคอมมัน สถานีรถไฟลองเฟิร์ดมีการใช้งานโดยผู้โดยสารจำนวนมาก ในสายทางดับลิน-สไลโก
นิรุกติศาสตร์
[แก้]ตามแหล่งข้อมูลหลายแห่ง ชื่อเมืองลองเฟิร์ด (Longford) เป็นรูปที่ปรับให้เป็นภาษาอังกฤษจากคำภาษาไอริช Longphort ซึ่งหมายถึงป้อมปราการ[2]
ประวัติศาสตร์
[แก้]เมืองลองเฟิร์ดตั้งอยู่บริเวณจุดข้ามลำน้ำริมฝั่งแม่น้ำแคมลิน ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำแชนนอน[3][2] พื้นที่นี้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของตระกูลท้องถิ่นซึ่งปกครองพื้นที่ตอนใต้และตอนกลางของเคาน์ตีลองเฟิร์ด โดยในอดีตดินแดนดังกล่าวเรียกว่า Anghaile (แองเฮลยา) หรือ แอนนาลี (Annaly) ด้วยเหตุนี้ เมืองจึงเป็นที่รู้จักในชื่อภาษาไอริชว่า Longfort Uí Fhearghail ซึ่งหมายถึง “ป้อมของตระกูลโอแฟร์เรลล์”[4] สำนักนักบวชของคณะดอมินิกันก่อตั้งขึ้นที่นี่ใน ค.ศ. 1400
ใน ค.ศ. 1605 พระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษพระราชทานสิทธิแก่บารอนเดลวิน (เซอร์ริชาร์ด นิวเจนต์) ให้จัดตลาดประจำวันพฤหัสบดี งานแสดงสินค้าประจำปีในเดือนสิงหาคม และศาลประจำบารอนีที่เกี่ยวข้องในลองเฟิร์ด[5]
ต่อมาใน ค.ศ. 1710 โบสถ์เซนต์จอห์นแห่งคริสตจักรแห่งไอร์แลนด์ (Church of Ireland) ซึ่งเดิมเรียกว่าโบสถ์ประจำแพริชเทมเพิลไมเคิล (Templemichael Parish Church) ได้สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของสำนักนักบวชดังกล่าว[6]
ใน ค.ศ. 1815 กองทัพบกสหราชอาณาจักรได้จัดตั้งค่ายทหารม้าลองเฟิร์ด (Longford Cavalry Barracks) ขึ้นในเมือง ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อค่ายทหารคอนนอลลี (Connolly Barracks)[7] คลองสาขาของคลองรอยัล (Royal Canal) ซึ่งเชื่อมคลองสายหลักเข้ากับเมืองลองเฟิร์ด สร้างแล้วเสร็จใน ค.ศ. 1831 การก่อสร้างคลองรอยัลคาแนลเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1790 และแล้วเสร็จใน ค.ศ. 1817 เมื่อสามารถเชื่อมดับลินเข้ากับแม่น้ำแชนนอนที่คลูนดารา (Cloondara) ในเทศมณฑลลองเฟิร์ดได้สำเร็จ แต่แนวคลองสายหลักไม่ได้ผ่านตัวเมืองลองเฟิร์ด[8][9]
อย่างน้อยนับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1830 บริษัทรอยัลคะแนล (Royal Canal Company) ได้ให้บริการเรือโดยสารเที่ยวกลางคืนตามคลองในราคาประหยัดสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางระหว่างลองเฟิร์ดกับดับลิน[10] ตั้งแต่ ค.ศ. 1838 เรือเที่ยวกลางคืนจากดับลินออกเดินทางเวลา 14.00 น. ของทุกวัน ส่วนเรือจากลองเฟิร์ดออกเดินทางเวลา 14.30 น. ตารางเดินเรือเที่ยวกลางคืนได้รับการจัดให้สอดคล้องกับบริการรถโดยสารของชาลส์ เบียงโกนี (Charles Bianconi) ซึ่งเชื่อมลองเฟิร์ดกับแคร์ริกออนแชนนอน บอยล์ และสไลโก[10][11] การเดินทางโดยเรือจากดับลินไปยังลองเฟิร์ดใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมง[10] ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1845 เรือเที่ยวกลางคืนลำหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางไปยังลองเฟิร์ดได้อับปางบริเวณชานเมืองดับลิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน[12][13]
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1922 ภายหลังการได้รับเอกราชของไอร์แลนด์จากสหราชอาณาจักร ค่ายทหารม้าในลองเฟิร์ดถูกส่งมอบให้แก่เสรีรัฐไอริช และเปลี่ยนชื่อเป็นค่ายทหารคอนนอลลี (Connolly Barracks) เพื่อเป็นเกียรติแก่ฌอน คอนนอลลี (Seán Connolly) นักสาธารณรัฐนิยมชาวไอริช[14]
สภาพอากาศ
[แก้]สภาพอากาศในเขตพื้นที่นี้มีความสูงต่ำของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อย และมีฝนตกตลอดทั้งปี การแบ่งเขตภูมิอากาศแบบเคิพเพินจัดประเภทภูมิอากาศในเป็นภูมิอากาศอบอุ่นชื้นภาคพื้นสมุทร (Cfb).[15]
| ข้อมูลภูมิอากาศของเมืองลองเฟิร์ด | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
| อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) | 7.6 (45.7) |
8.4 (47.1) |
10.3 (50.5) |
13.2 (55.8) |
16.3 (61.3) |
18.1 (64.6) |
20.4 (68.7) |
19.3 (66.7) |
17.1 (62.8) |
13.6 (56.5) |
9.4 (48.9) |
7.8 (46) |
13.46 (56.23) |
| อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) | 4.7 (40.5) |
5.3 (41.5) |
6.8 (44.2) |
9.4 (48.9) |
11.7 (53.1) |
13.8 (56.8) |
16.2 (61.2) |
15.5 (59.9) |
13.2 (55.8) |
10.1 (50.2) |
6.4 (43.5) |
4.8 (40.6) |
9.83 (49.69) |
| อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) | 1.7 (35.1) |
2.1 (35.8) |
3.3 (37.9) |
5.6 (42.1) |
7.1 (44.8) |
9.5 (49.1) |
12.1 (53.8) |
11.3 (52.3) |
9.3 (48.7) |
6.6 (43.9) |
3.4 (38.1) |
1.8 (35.2) |
6.15 (43.07) |
| หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) | 78.8 (3.102) |
58.6 (2.307) |
67.4 (2.654) |
55.0 (2.165) |
59.5 (2.343) |
66.5 (2.618) |
59.4 (2.339) |
81.6 (3.213) |
66.4 (2.614) |
94.2 (3.709) |
74.7 (2.941) |
83.8 (3.299) |
845.7 (33.295) |
| แหล่งที่มา: Weatherbase[16] | |||||||||||||
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
[แก้]ลองเฟิร์ดเป็นเมืองพี่น้องของเมืองดังต่อไปนี้:[17]
นัวยาล-ชาตียง-ซูร์-แซช ประเทศฝรั่งเศส
วิสกีลูกัน ประเทศเม็กซิโก
สปาคส์ มลรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา
ดูเพิ่มเติม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Interactive Data Visualisations: Towns: Longford". Census 2022. Central Statistics Office. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 Smyth, Daragh (2020). Earthing the Myths: The Myths, Legends and Early History of Ireland. Merrion Press. ISBN 9781788551373.
Longford / Longphort, 'fortified house' [..] The early name for Longford was Longphort Uí Fhearghail ('stronghold of the man of valour', or 'O'Farrell's fortress')
- ↑ Gearty, Sarah; Morris, Martin; O'Ferrall, Fergus (2010). "No. 22 - Longford" (PDF). Irish Historic Towns Atlas. Royal Irish Academy.
Longford stands on a fording point of the Camlin River though the town's name does not derive from its position on a ford, but comes from the Irish Longphort, meaning fortress or stronghold
- ↑ Woulfe, Patrick (1923). "Ó Fearghail". Irish Names and Surnames. Dublin: M. H. Gill.
The head of the family resided at the town of Longford, which was formerly known as Longphort Ui Fhearghail, or O'Farrell's fortress
- ↑ Farrell, James P. (1894-01-01). History of the County Longford (ภาษาอังกฤษ). Dalcassian Publishing Company. น. 123.
- ↑ "St. John's Church of Ireland Church, Church Street, Battery Road, Abbeycarton, Longford Town, County Longford". www.buildingsofireland.com. National Inventory of Architectural Heritage. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 กันยายน 2021. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Sean Connolly Barracks, Sean Connolly Barracks, Church Street, Longford Town, County Longford". National Inventory of Architectural Heritage. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Clarke 1993, p. 47.
- ↑ Clarke 1993, p. 49.
- 1 2 3 Goggin, Brian J. (2015-11-24). "The passage boat services (Page 2/6 of a series of IWH articles about the sinking of the Longford)". Irish Waterways History. สืบค้นเมื่อ 2025-02-07.
- ↑ "Night Boat from Dublin to Longford Schedule". Freeman's Journal (ภาษาอังกฤษ). 1838-09-24.
- ↑ Goggin, Brian J. (2015-11-20). "Remember, remember the twenty-fifth of November". Irish Waterways History. สืบค้นเมื่อ 2025-02-06.
- ↑ "The Royal Canal - A Tragic Accident". askaboutireland.ie. Ask About Ireland. 1998-07-01. สืบค้นเมื่อ 2025-02-05.
- ↑ "Speech by the Minister for Justice, Equality & Defence at the formal hand over of Longford Barracks following its sale to Longford County Council". Department of Defence. 2012. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Climate Summary for Longford". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 กันยายน 2015. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2013.
- ↑ "Weatherbase.com". Weatherbase. 2013. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 กันยายน 2014. สืบค้นเมื่อ 12 กรกฎาคม 2013. Retrieved on 12 July 2013.
- ↑ Lyons, Thomas (21 กรกฎาคม 2022). "Longford councillors query twinning review". Longford Leader. สืบค้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2026.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
แหล่งข้อมูล
[แก้]- Clarke, Peter (1993-02-17). "The Royal Canal 1789-1993". Dublin Historical Record. 46 (1). Dublin: Old Dublin Society: 46–52. JSTOR 30101021.