ฤๅษีสุพรหม
ฤๅษีสุพรหม หรือ สุพรหมฤๅษี เป็นฤๅษีผู้สร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ. 1223 และได้มอบให้พระเจ้าอนันตยศ (พระราชโอรสแฝดน้องของพระนางจามเทวี)
ประวัติ
[แก้]ฤๅษีสุพรหม บ้างเรียก "สุพรหมฤๅษี", "สุพรหมยาน" บ้างเรียก "อสีพรหมสิฤาษี" หรือ "พรหมิสิ" พำนักอยู่ ณ เขาดอยง่าม (จามเทวีวงศ์ใช้คำว่าทวิธาคค์บรรพต แปลว่า ดอยง่าม หมายถึงภูเขาสองลูก แต่ชินกาลมาลีปกรณ์ใช้คำว่าสุภบรรพต แปลว่า ดอยงาม) เขาลูกนี้อยู่ใกล้วังกนที หรือแม่น้ำวังในลำปาง
หลังจากที่พระนางจามเทวีได้มอบราชบัลลังก์ให้แก่โอรสแฝดพี่พระเจ้ามหันตยศ เมื่อโอรสอายุ 18 ชันษา พระเจ้าอนันตยศทรงทูลขอเมืองจากพระราชมารดาบ้าง เหตุที่เกิดพร้อมกัน ก็สมควรได้เป็นกษัตริย์เสมอกัน พระนางจามเทวีได้ส่งเจ้าอนันตยศไปทูลขอเมืองจากฤๅษีวาสุเทพด้วยตนเอง แต่ฤๅษีวาสุเทพบอกบอกว่าแก่แล้วและก็เหนื่อยพอแรงแล้วหลังจากได้สร้างเมืองให้พระนางจามเทวี จึงลองปรึกษาฤๅษีพุทธชฎิลที่อาศัยอยู่ที่ชุหะบรรพต เมื่อเจ้าอนันตยศมาพบฤๅษีพุทธชฎิลแล้ว ฤๅษีพุทธชฎิลได้แนะนำให้เจ้าอนันตยศไปหาพรานเขลางค์ ที่ลุทธบรรพต (ดอยป่าเถื่อน หยาบช้า) เพื่อพาไปพบสหายอีกตนคือฤๅษีสุพรหม แห่งดอยง่าม เพื่อช่วยสร้างเมืองเขลางค์[1]
พระเจ้าอนันตยศทูลเชิญพระราชมารดา เสด็จมายังเขลางค์นครแล้วอาราธนาพระสุพรหมฤๅษีให้สร้างเมืองอาลัมพางค์ทางทิศตะวันตกของเมืองเขลางค์นครให้พระนางจามเทวีประทับ[2]
สถานที่อันเนื่องด้วยตำนาน
[แก้]ฤๅษีสุพรหมเป็นผู้มีวิชาผสมยา สามารถชุบคนแก่ให้เป็นหนุ่มได้ ต่อมาพระยาวุทโฒ (พระยาลัวะจากขุนแม่ระมิงค์ เชียงใหม่) เดินทางมาขอให้พระฤๅษีชุบตัวให้ ในการชุบตัวต้องนอนแช่น้ำยาในอ่างยา แต่ปรากฏว่าพระยาวุทโฒเสียชีวิต สถานที่ที่พระยาวุทโฒนอนแช่ในอ่างน้ำยาตายจึงเรียกว่า ม่อนพระยาแช่ และภายหลังได้มีการสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นบนม่อนแห่งนี้[3]
เนินที่ฤๅษีสุพรหมชี้เรียกว่า "ข่วงเม็ง" หรือ "สนามพล" ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่ 32 จังหวัดลำปาง ฤๅษีสุพรหมได้ลงจากดอยง่าม ชี้เอาม่อนริมฝั่งแม่น้ำวังทิศตะวันตกเป็นจุดสร้างเมือง เรียก "เขลางค์นคร" ตามชื่อของนายพราน จุดที่สร้างเมืองคือบริเวณวัดชมพูหรือวัดพระแก้วชมพู (ปัจจุบันคือวัดพระแก้วดอนเต้า) ฤๅษีสุพรหมได้วางศิลาบาศก์ไว้เรียก "ผาบ่อง" ปัจจุบันเป็นวัดร้างชื่อวัดผาบ่องใกล้วัดช่างแต้ม[4]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ สุขคตะ, เพ็ญสุภา. ""ชุหะบรรพต" ของฤๅษีพุทธชฎิลอยู่ไหน "ดอยไซ" หรือ "ดอยบาไห้"?". มติชนสุดสัปดาห์.
- ↑ "ประวัติศาสตร์ของเมืองเขลางค์นครและนครลำปาง" (PDF). น. 11.
- ↑ "ตำนานเล่าขาน". ล้านนาโพสต์.
- ↑ "โตยฮอยเมืองเก่า นครลำปาง 1,300 ปี เมือง 3 ยุค" (PDF).