รายพระนามผู้ปกครองแห่งฮังการี
รายพระนามผู้ปกครองฮังการี เป็นรายนามของผู้ปกครองรัฐฮังการีตามลำดับเวลา ตั้งแต่เจ้าฟ้าเอกแห่งชาวฮังการี (ฮังการี: Nagyfejedelem) แห่งราชรัฐฮังการี ไปจนถึงพระมหากษัตริย์แห่งฮังการี (ฮังการี: Király) และพระราชินีผู้ครองราชย์แห่งราชอาณาจักรฮังการี รวมทั้งผู้แอบอ้างราชบัลลังก์ ผู้สำเร็จราชการ และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งใช้อำนาจของประมุขแห่งรัฐในช่วงเวลาต่าง ๆ

ราชรัฐฮังการีก่อตั้งขึ้นราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 ภายหลังชาวมอจยอร์เข้ายึดครองที่ราบพันโนเนีย ส่วนราชอาณาจักรฮังการีสถาปนาขึ้นเมื่อพระเจ้าอิชต์วานที่ 1ทรงรับราชาภิเษกใน ค.ศ. 1000 พระองค์ทรงเป็นผู้สืบเชื้อสายจากเจ้าฟ้าเอกอาร์ปาดแห่งฮังการี และราชวงศ์อาร์ปาดปกครองฮังการีจนถึงการสิ้นสุดเชื้อสายฝ่ายชายใน ค.ศ. 1301[1] หลังจากนั้นราชบัลลังก์ตกอยู่ภายใต้ราชวงศ์ต่าง ๆ รวมทั้งราชวงศ์อ็องฌู ราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก ราชวงศ์ยาเกียลโล และราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค
ภายหลังยุทธการที่โมฮาชใน ค.ศ. 1526 ซึ่งพระเจ้าลอโยชที่ 2สวรรคต ขุนนางฮังการีสองฝ่ายเลือกยาโนช ซาโปยอและแฟร์ดีนันด์แห่งออสเตรียขึ้นเป็นกษัตริย์ ส่งผลให้ทั้งสองพระองค์ต่างอ้างสิทธิในราชบัลลังก์ฮังการี[2] ต่อมาราชวงศ์ฮาพส์บวร์คได้ครองราชบัลลังก์ฮังการีจนถึงการสิ้นสุดของระบอบกษัตริย์ใน ค.ศ. 1918 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แม้ว่าราชอาณาจักรฮังการีจะได้รับการสถาปนาขึ้นอีกครั้งใน ค.ศ. 1920 แต่ไม่มีพระมหากษัตริย์ทรงครองราชย์ โดยมิกโลช โฮร์ตีดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแห่งฮังการีระหว่าง ค.ศ. 1920–1944[3] เอกสารระหว่างประเทศในช่วงทศวรรษ 1920 จึงเรียกประมุขของรัฐว่า “ผู้สำเร็จราชการแห่งราชอาณาจักรฮังการี”[4] ก่อนที่ระบอบราชอาณาจักรจะสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1946
เจ้าฟ้าเอกของชาวฮังการีก่อนการพิชิตที่ราบพันโนเนีย
[แก้]หลักฐานเกี่ยวกับเจ้าฟ้าเอกก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 11 มีจำนวนจำกัด และแหล่งข้อมูลแต่ละชุดใช้คำเรียกตำแหน่งแตกต่างกัน แหล่งไบแซนไทน์และแหล่งตะวันตกร่วมสมัยกล่าวถึงผู้นำบางคน ขณะที่พงศาวดารฮังการีซึ่งเรียบเรียงภายหลังหลายศตวรรษได้รักษาประเพณีราชวงศ์และเรื่องเล่าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ลำดับผู้ดำรงอำนาจสูงสุดในคริสต์ศตวรรษที่ 10 จึงไม่อาจสร้างเป็นรายพระนามต่อเนื่องอย่างแน่นอนได้[5]
เจ้าฟ้าเอกในประเพณีราชวงศ์อาร์ปาด
[แก้]บุคคลจากพงศาวดารและเรื่องเล่าซึ่งเรียบเรียงหลังเหตุการณ์หลายศตวรรษ จึงไม่สามารถกำหนดช่วงการครองอำนาจหรือตำแหน่งอย่างแน่นอน
| ภาพในแหล่งยุคหลัง | ชื่อ | ช่วงเวลาตามประเพณี | สถานะในประเพณี | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| อือเยก Ügyek |
ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 8–ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 | บรรพบุรุษของราชวงศ์อาร์ปาด | ปรากฏในลำดับวงศ์และประเพณีราชวงศ์ยุคกลาง แต่ไม่มีหลักฐานร่วมสมัยที่รองรับปีเกิด ปีเสียชีวิต หรือช่วงการครองอำนาจ ไม่จัดเป็นผู้ปกครองที่ยืนยันได้ | |
| แอเลิด Előd |
ไม่ทราบ | บรรพบุรุษหรือหัวหน้าเผ่ามอจยอร์ตามประเพณี | ความสัมพันธ์ระหว่างแอเลิด อือเยก แลแวดี และอาลโมชแตกต่างกันไปตามแหล่งยุคกลาง |
เจ้าฟ้าเอกที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลยุคต้น
[แก้]บุคคลต่อไปนี้ปรากฏในแหล่งร่วมสมัยหรือใกล้ร่วมสมัย แต่ตำแหน่งและความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างบุคคลเหล่านี้ยังเป็นประเด็นถกเถียงในงานประวัติศาสตร์
| ภาพในแหล่งยุคหลัง | ชื่อ | ช่วงเวลาที่ปรากฏในหลักฐาน | ตำแหน่งหรือบทบาท | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| แลแวดี Levedi |
กลางคริสต์ศตวรรษที่ 9 | ผู้นำสมาพันธ์ชนเผ่า | ปรากฏในเรื่องเล่าที่จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 7 ทรงบันทึกไว้ แต่ไม่อาจกำหนดช่วงการปกครองหรือเทียบตำแหน่งของเขากับเจ้าฟ้าเอกในยุคหลังได้อย่างแน่นอน[6] | |
| อาลโมช Álmos |
กลางถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9 | ผู้นำของชาวฮังการี | เป็นบุคคลที่ปรากฏทั้งในประเพณีฮังการีและคำบอกเล่าที่บันทึกในแหล่งไบแซนไทน์ อย่างไรก็ตาม การระบุว่าเป็น kende หรือ gyula ตลอดจนเรื่องการเสียชีวิตเชิงพิธีกรรมยังเป็นการตีความ[6] | |
| อาร์ปาด Árpád |
ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 9–ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 | ผู้นำในสมัยการพิชิตแอ่งคาร์เพเทียน; ต้นราชวงศ์อาร์ปาด | เป็นบุคคลประวัติศาสตร์ที่แหล่งไบแซนไทน์กล่าวถึง และได้รับการยกย่องในประเพณีราชวงศ์ว่าเป็นต้นราชวงศ์อาร์ปาด ปี ค.ศ. 907 ซึ่งมักใช้เป็นปีสิ้นสุดอำนาจควรถือเป็นค่าประมาณ มิใช่วันที่ยืนยันได้แน่นอน[5] | |
| กูร์ซาน Kurszán |
ก่อน ค.ศ. 904–904 | ผู้นำทางการเมืองหรือการทหาร | แหล่งบันทึกตะวันตกบันทึกการเสียชีวิตของกูร์ซานใน ค.ศ. 904 |
เจ้าฟ้าเอกหลังการพิชิตที่ราบฮังการี (ค.ศ. 895–1000)
[แก้]หลังการพิชิตแอ่งคาร์เพเทียน โครงสร้างอำนาจของชาวฮังการียังคงมีลักษณะเป็นสมาพันธ์เผ่า และหลักฐานไม่เพียงพอที่จะกำหนดรายพระนามผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงระหว่างอาร์ปาดกับฟอลิชิ รายพระนามต่อไปนี้จึงแยกผู้ที่มีหลักฐานค่อนข้างมั่นคงออกจากผู้ที่ได้รับการเสนอในงานประวัติศาสตร์[5]
ผู้ดำรงอำนาจที่มีหลักฐานแน่ชัด
[แก้]| ภาพในแหล่งยุคหลัง | ชื่อ | ช่วงเวลาที่มีหลักฐาน | ความสัมพันธ์กับรัชกาลก่อน | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| อาร์ปาด | ราว ค.ศ. 895–ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 10 | พระโอรสของอาลโมช | เป็นผู้นำสำคัญในสมัยการพิชิตแอ่งคาร์เพเทียน แต่ปีเริ่มและสิ้นสุดอำนาจไม่อาจระบุได้อย่างแน่นอน | |
| ฟอลิชิ หรือ ฟ็อยส์ Falicsi, Fajsz |
มีหลักฐานว่าดำรงตำแหน่งราว ค.ศ. 950 | พระนัดดาของอาร์ปาด | จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 7 ทรงระบุว่าฟอลิชิเป็นผู้ปกครองชาวฮังการีในเวลาที่ทรงเรียบเรียงพระราชนิพนธ์ จึงเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ที่มีหลักฐานร่วมสมัยชัดเจนที่สุดคนหนึ่ง ไม่ควรกำหนดรัชกาลเป็น ค.ศ. 947–955 โดยไม่มีคำว่า “ประมาณ”[6][5] | |
| ต็อกโชญ Taksony |
ราวหลัง ค.ศ. 955–ต้นคริสต์ทศวรรษ 970 | พระโอรสของโซลตอ | เป็นบุคคลประวัติศาสตร์และได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นผู้ดำรงอำนาจในช่วงหลังกลางคริสต์ศตวรรษที่ 10 แต่ปี ค.ศ. 955 และ 972 เป็นการประมาณจากลำดับเหตุการณ์ มิใช่วันที่จากหลักฐานตรง[7] | |
| เกซอ Géza |
ต้นคริสต์ทศวรรษ 970–997 | พระโอรสของต็อกโชญ | การขึ้นสู่อำนาจในต้นคริสต์ทศวรรษ 970 เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ปี ค.ศ. 972 ซึ่งมักใช้ในตารางรายพระนามเป็นผลจากการอนุมาน จึงควรเขียนว่า “ราว ค.ศ. 972”[7] | |
| อิชต์วาน István |
ค.ศ. 997–1000/1001 | พระโอรสของเกซอ | ดำรงฐานะผู้ปกครองฮังการีหลังเกซอสิ้นพระชนม์ และต่อมาได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1000 หรือ 1 มกราคม ค.ศ. 1001 |
ผู้ที่ได้รับการเสนอว่าเป็นเจ้าฟ้าเอก
[แก้]บุคคลที่มีตัวตนในราชประเพณีและลำดับวงศ์ แต่สถานะว่าเคยเป็นผู้ปกครองสูงสุดยังไม่ได้รับการยืนยันจากหลักฐานร่วมสมัยอย่างเพียงพอ
| ชื่อ | ช่วงเวลาที่ได้รับการเสนอ | พื้นฐานของข้อเสนอ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| โซลตอ หรือ โซลตาน Zolta, Zoltán |
หลังอาร์ปาด–ก่อนกลางคริสต์ศตวรรษที่ 10 | Gesta Hungarorum | โซลตอมีตัวตนในลำดับวงศ์ แต่จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 7 แห่งจักรวรรดิไบเซนไทน์และพงศาวดารอื่นไม่ได้เรียกเขาว่าเจ้าฟ้า รายพระนามที่กำหนดให้ครองอำนาจระหว่าง ค.ศ. 907–947 จึงอาศัยนักเขียนยุคกลางอานอนิมุสเป็นหลัก[5] |
| ตาร์กอชู Tarkacsu |
ครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 10 | การสร้างลำดับสืบอำนาจจากสายราชวงศ์อาร์ปาด | นักประวัติศาสตร์บางคนเสนอว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้ดำรงอำนาจระหว่างอาร์ปาดกับฟอลิชิ แต่ไม่มีฉันทามติ |
| เยแลก Jelek |
ครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 10 | การสร้างลำดับสืบอำนาจจากสายราชวงศ์อาร์ปาด | |
| ซอโบล์ช Szabolcs |
ครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 10 | ประเพณีและข้อเสนอของนักประวัติศาสตร์บางสำนัก | ไม่ใช่รายพระนามที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นเจ้าฟ้าเอก |
ราชองศ์อาร์ปาด (ค.ศ. 1000–1301)
[แก้]รายพระนามพระมหากษัตริย์ฮังการี วันครองราชย์ และความสัมพันธ์ทางราชวงศ์ในตารางนี้ยึดงานสังเคราะห์ของนักประวัติศาสตร์ฮังการีเป็นหลัก วันราชาภิเษกในคริสต์ศตวรรษที่ 11–12 หลายรายการไม่อาจระบุได้แน่นอนเท่ากัน จึงแสดงเฉพาะข้อมูลที่ได้รับการยอมรับค่อนข้างกว้างขวาง[8][9][10]
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราที่เชื่อมโยง กับราชวงศ์ |
พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| อิชต์วานที่ 1 นักบุญอิชต์วาน ค.ศ. 1000 หรือ 1001 – 15 สิงหาคม ค.ศ. 1038 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 975 แอ็สแตร์โกม พระโอรสของเจ้าฟ้าเอกเกซอและชอโรลตอ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1038 เซแกชแฟเฮร์วาร์หรือแอ็สแตร์โกม พระชนมายุราว 63 พรรษา |
กิเซลาแห่งบาวาเรีย มีพระโอรสหลายพระองค์ รวมทั้งอิมแร |
25 ธันวาคม ค.ศ. 1000 หรือ 1 มกราคม ค.ศ. 1001 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
พระโอรสและผู้สืบอำนาจของเจ้าฟ้าเอกเกซอ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของราชอาณาจักรฮังการี วันและสถานที่ราชาภิเษกยังเป็นประเด็นอภิปราย | |
| เปแตร์ ชาวเวนิส; ครั้งแรก 15 สิงหาคม ค.ศ. 1038 – กันยายน ค.ศ. 1041 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 1010–1011 เวนิส พระโอรสของอ็อตโต ออร์เซโอโลและพระขนิษฐภคินีของอิชต์วานที่ 1 ราวปลายคริสต์ทศวรรษ 1040 สถานที่และปีไม่ปรากฏแน่ชัด |
ไม่ปรากฏแน่ชัด การสมรสกับจูดิธแห่งชไวน์เฟิร์ตยังเป็นข้อถกเถียง |
ค.ศ. 1038 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระภาคิไนยของอิชต์วานที่ 1 ถูกโค่นอำนาจใน ค.ศ. 1041 | |
| ชอมูแอล ออบอ กันยายน ค.ศ. 1041 – 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1044 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 990 หรือหลังจากนั้น ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชบุพการีไม่ปรากฏแน่ชัด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1044 ภายหลังยุทธการที่เมนโฟ |
พระขนิษฐาหรือพระเชษฐภคินีของอิชต์วานที่ 1 ซึ่งไม่ปรากฏพระนาม มีพระราชโอรสอย่างน้อย 2 พระองค์ |
ค.ศ. 1041 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระเทวันของอิชต์วานที่ 1 ทรงพ่ายแพ้ต่อเปแตร์และจักรพรรดิเฮนรีที่ 3 ในยุทธการที่เมนโฟ | |
| เปแตร์ ครั้งที่สอง 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1044 – กันยายน ค.ศ. 1046 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ดูรัชกาลแรก | ดูรัชกาลแรก | ค.ศ. 1044 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
กลับคืนสู่ราชบัลลังก์หลังยุทธการที่เมนโฟ ก่อนถูกโค่นอำนาจระหว่างการกบฏของวอตอ | |
| อ็อนดราชที่ 1 พระองค์ขาว กันยายน ค.ศ. 1046 – ธันวาคม ค.ศ. 1060 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 1015 ไม่ปรากฏสถานที่ พระโอรสของวอซุล ธันวาคม ค.ศ. 1060 ซีร์ช พระชนมายุราว 45 พรรษา |
อนาสตาเซียแห่งเคียฟ มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งชอลอโมน |
ค.ศ. 1046 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระปนัดดาของเจ้าฟ้าเอกต็อกโชญผ่านสายของวอซุล | |
| เบ-ลอที่ 1 ผู้กล้า 6 ธันวาคม ค.ศ. 1060 – 11 กันยายน ค.ศ. 1063 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 1015–1020 ไม่ปรากฏสถานที่ พระโอรสของวอซุล 11 กันยายน ค.ศ. 1063 เดอเมิช พระชนมายุราว 43–48 พรรษา |
ริเชซาแห่งโปแลนด์ มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งเกซอที่ 1 และลาสโลที่ 1 |
6 ธันวาคม ค.ศ. 1060 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระอนุชาของอ็อนดราชที่ 1 | |
| ชอลอโมน กันยายน ค.ศ. 1063 – 14 มีนาคม ค.ศ. 1074 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ค.ศ. 1053 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของอ็อนดราชที่ 1 และอนาสตาเซียแห่งเคียฟ หลัง ค.ศ. 1087 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
จูดิธแห่งชวาเบีย ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่ทราบแน่ชัด |
ค.ศ. 1057 กษัตริย์ร่วม และกันยายน ค.ศ. 1063 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ได้รับราชาภิเษกครั้งแรกขณะพระราชบิดายังครองราชย์ กลับคืนสู่ราชบัลลังก์ใน ค.ศ. 1063 และสูญเสียอำนาจหลังยุทธการที่โมจโยโรดใน ค.ศ. 1074 | |
| เกซอที่ 1 มักนุช 14 มีนาคม ค.ศ. 1074 – 25 เมษายน ค.ศ. 1077 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 1040 โปแลนด์ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 1 และริเชซาแห่งโปแลนด์ ---- 25 เมษายน ค.ศ. 1077 วาตซ์ พระชนมายุราว 37 พรรษา |
(1) โซเฟีย (2) ซีนาดีน มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งคาลมาน |
ค.ศ. 1074 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 1 ขึ้นครองราชย์หลังชัยชนะเหนือชอลอโมน | |
| ลาสโลที่ 1 นักบุญลาสโล 25 เมษายน ค.ศ. 1077 – 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1095 |
— ยังไม่มีตราแผ่นดินร่วมสมัยที่ยืนยันได้ |
ราว ค.ศ. 1040 โปแลนด์ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 1 และริเชซาแห่งโปแลนด์ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1095 นีตรอ พระชนมายุราว 55 พรรษา |
อเดเลดแห่งไรน์เฟลเดน มีพระราชธิดาอย่างน้อย 2 พระองค์ |
ค.ศ. 1077 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระอนุชาของเกซอที่ 1 ได้รับการประกาศเป็นนักบุญใน ค.ศ. 1192 | |
| คาลมาน ผู้รอบรู้ ค.ศ. 1095 หรือ 1096 – 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1116 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ราว ค.ศ. 1070 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเกซอที่ 1 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1116 เซแกชแฟเฮร์วาร์ พระชนมายุราว 46 พรรษา |
(1) เฟลิเซียแห่งซิซิลี (2) ยูเฟเมียแห่งเคียฟ มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งอิชต์วานที่ 2 |
ค.ศ. 1095 หรือ 1096 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชโอรสของเกซอที่ 1 พระสมัญญา Könyves หมายถึงผู้มีความรู้ทางหนังสือ | |
| อิชต์วานที่ 2 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1116 – 1 มีนาคม ค.ศ. 1131 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ค.ศ. 1101 เซแกชแฟเฮร์วาร์ พระราชโอรสของคาลมานและเฟลิเซียแห่งซิซิลี 1 มีนาคม ค.ศ. 1131 วารอด พระชนมายุราว 30 พรรษา |
พระมเหสีไม่ปรากฏพระนามแน่ชัด ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่ทราบแน่ชัด |
ค.ศ. 1105 กษัตริย์ร่วม เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ได้รับราชาภิเษกขณะพระราชบิดายังครองราชย์ | |
| เบ-ลอที่ 2 ผู้มีพระเนตรบอด 28 เมษายน ค.ศ. 1131 – 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1141 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ราว ค.ศ. 1108–1110 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเจ้าชายอาลโมช 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1141 เซแกชแฟเฮร์วาร์ พระชนมายุราว 31–33 พรรษา |
เยเลนาแห่งเซอร์เบีย มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งเกซอที่ 2 ลาสโลที่ 2 และอิชต์วานที่ 4 |
28 เมษายน ค.ศ. 1131 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชนัดดาของเกซอที่ 1 และพระญาติชั้นลูกพี่ลูกน้องของอิชต์วานที่ 2 | |
| เกซอที่ 2 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1141 – 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1162 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ค.ศ. 1130 ตอลนา พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 2 และเยเลนาแห่งเซอร์เบีย 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1162 เซแกชแฟเฮร์วาร์ พระชนมายุ 31–32 พรรษา |
ยูฟรอซีนแห่งเคียฟ มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งอิชต์วานที่ 3 และเบ-ลอที่ 3 |
16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1141 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 2 ขึ้นครองราชย์ขณะยังทรงพระเยาว์ | |
| อิชต์วานที่ 3 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1162 – 4 มีนาคม ค.ศ. 1172 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ฤดูร้อน ค.ศ. 1147 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเกซอที่ 2 และยูฟรอซีนแห่งเคียฟ 4 มีนาคม ค.ศ. 1172 แอ็สแตร์โกม พระชนมายุราว 24 พรรษา |
แอกเนสแห่งออสเตรีย ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่รอดพระชนม์ |
มิถุนายน ค.ศ. 1162 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ต้องแข่งขันกับลาสโลที่ 2 และอิชต์วานที่ 4 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิไบแซนไทน์ | |
| ลาสโลที่ 2 กษัตริย์ปรปักษ์ กรกฎาคม ค.ศ. 1162 – 14 มกราคม ค.ศ. 1163 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ราว ค.ศ. 1131 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 2 และเยเลนาแห่งเซอร์เบีย 14 มกราคม ค.ศ. 1163 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
ไม่ปรากฏแน่ชัด มีพระราชธิดา 1 พระองค์ตามแหล่งบางชุด |
กรกฎาคม ค.ศ. 1162 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
พระอนุชาของเกซอที่ 2 และพระปิตุลาของอิชต์วานที่ 3 ได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิไบแซนไทน์ | |
| อิชต์วานที่ 4 กษัตริย์ปรปักษ์ 27 มกราคม ค.ศ. 1163 – 19 มิถุนายน ค.ศ. 1163 |
— ตราราชวงศ์แบบแถบยังไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย |
ราว ค.ศ. 1133 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 2 และเยเลนาแห่งเซอร์เบีย 11 เมษายน ค.ศ. 1165 ซีโมนี พระชนมายุราว 32 พรรษา |
มาเรีย กอมเนน ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
27 มกราคม ค.ศ. 1163 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
พระอนุชาของเกซอที่ 2 ครองอำนาจในฐานะกษัตริย์ปรปักษ์ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ค.ศ. 1163 และยังอ้างสิทธิจนสิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1165 | |
| เบ-ลอที่ 3 มหาราช 4 มีนาคม ค.ศ. 1172 – 23 เมษายน ค.ศ. 1196 |
ตราแถบอาร์ปาดปรากฏในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 |
ราว ค.ศ. 1148 แอ็สแตร์โกม พระราชโอรสของเกซอที่ 2 และยูฟรอซีนแห่งเคียฟ 23 เมษายน ค.ศ. 1196 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด พระชนมายุราว 48 พรรษา |
(1) แอกเนสแห่งแอนติออก (2) มาร์กาเรตแห่งฝรั่งเศส มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งอิมแรและอ็อนดราชที่ 2 |
13 มกราคม ค.ศ. 1173 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระอนุชาของอิชต์วานที่ 3 การราชาภิเษกล่าช้าเพราะอาร์ชบิชอปแห่งเอสเตอร์โกมปฏิเสธประกอบพิธี | |
| อิมแร 23 เมษายน ค.ศ. 1196 – 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1204 |
ค.ศ. 1174 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 3 และแอกเนสแห่งแอนติออก 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1204 เอสเตอร์โกม พระชนมายุราว 30 พรรษา |
กอนสตันซาแห่งอารากอน มีพระราชโอรสคือลาสโลที่ 3 |
16 พฤษภาคม ค.ศ. 1182 กษัตริย์ร่วม เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมขณะพระราชบิดายังครองราชย์ | ||
| ลาสโลที่ 3 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1204 – 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1205 |
ราว ค.ศ. 1200 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของอิมแรและกอนสตันซาแห่งอารากอน 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1205 เวียนนา พระชนมายุราว 5 พรรษา |
มิได้อภิเษกสมรส ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
26 สิงหาคม ค.ศ. 1204 กษัตริย์ร่วม เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ได้รับราชาภิเษกก่อนพระราชบิดาสวรรคต และครองราชย์โดยมีพระมารดาเป็นผู้สำเร็จราชการ | ||
| อ็อนดราชที่ 2 แห่งเยรูซาเลม 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1205 – 21 กันยายน ค.ศ. 1235 |
ราว ค.ศ. 1177 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 3 และแอกเนสแห่งแอนติออก 21 กันยายน ค.ศ. 1235 สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด พระชนมายุราว 58 พรรษา |
(1) เกอร์ทรูดแห่งเมราเนีย (2) โยลันดาแห่งกูร์เตอเน (3) เบียทริซแห่งเอสเต มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งเบ-ลอที่ 4 |
29 พฤษภาคม ค.ศ. 1205 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระอนุชาของอิมแรและพระปิตุลาของลาสโลที่ 3 พระสมัญญาเกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมสงครามครูเสดครั้งที่ 5 | ||
| เบ-ลอที่ 4 ผู้สถาปนาประเทศครั้งที่สอง 21 กันยายน ค.ศ. 1235 – 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1270 |
29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1206 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของอ็อนดราชที่ 2 และเกอร์ทรูดแห่งเมราเนีย 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1270 เกาะกระต่าย พระชนมายุ 63 พรรษา |
มาเรีย ลัสการีนา มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งอิชต์วานที่ 5 |
14 ตุลาคม ค.ศ. 1235 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชโอรสของอ็อนดราชที่ 2 พระสมัญญาหมายถึงการบูรณะราชอาณาจักรหลังการรุกรานของมองโกล | ||
| อิชต์วานที่ 5 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1270 – 6 สิงหาคม ค.ศ. 1272 |
ก่อน 18 ตุลาคม ค.ศ. 1239 บูดอ พระราชโอรสของเบ-ลอที่ 4 และมาเรีย ลัสการีนา 6 สิงหาคม ค.ศ. 1272 เกาะเซแปล พระชนมายุราว 32–33 พรรษา |
แอร์แชเบตชาวคูมัน มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งลาสโลที่ 4 |
ราว ค.ศ. 1246 กษัตริย์ร่วม สถานที่ไม่ปรากฏแน่ชัด |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ก่อนครองราชย์โดยสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1270 | ||
| ลาสโลที่ 4 ชาวคูมัน 6 สิงหาคม ค.ศ. 1272 – 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1290 |
5 สิงหาคม ค.ศ. 1262 ไม่ปรากฏสถานที่ พระราชโอรสของอิชต์วานที่ 5 และแอร์แชเบตชาวคูมัน 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1290 ถูกสังหารในปราสาทที่เคอเริชแซก (Cheresig ประเทศโรมาเนียในปัจจุบัน) พระชนมายุ 27 พรรษา |
แอร์แชเบตแห่งซิซิลี ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย |
ต้นเดือนกันยายน ค.ศ. 1272 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ขึ้นสืบราชบัลลังก์เมื่อพระราชบิดาสวรรคต และได้รับราชาภิเษกภายหลัง | ||
| อ็อนดราชที่ 3 ชาวเวนิส 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1290 – 14 มกราคม ค.ศ. 1301 |
ราว ค.ศ. 1265 เวนิส พระราชโอรสของอิชต์วานผู้เกิดภายหลังพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ และโตมาซีนา โมโรซีนี 14 มกราคม ค.ศ. 1301 บูดอ พระชนมายุราว 35–36 พรรษา |
(1) แฟแนนนาแห่งกูยาเวีย (2) แอกเนสแห่งออสเตรีย มีพระราชธิดาคือเอลีซาเบตแห่งเทิสส์ |
23 กรกฎาคม ค.ศ. 1290 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชนัดดาของอ็อนดราชที่ 2 ผ่านสายของอิชต์วานผู้เกิดภายหลังพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ เป็นกษัตริย์พระองค์สุดท้ายของราชวงศ์อาร์ปาดฝ่ายชาย |
ช่วงหลังการสิ้นสุดราชวงศ์อาร์ปาดมีการแข่งขันชิงราชบัลลังก์ระหว่างผู้สืบเชื้อสายทางฝ่ายหญิงหลายสาย การกำหนดวันเริ่มรัชกาลและความชอบธรรมของพระมหากษัตริย์บางพระองค์จึงแตกต่างกันตามว่าพิจารณาจากการอ้างสิทธิ การได้รับเลือก หรือการราชาภิเษก ตารางต่อไปนี้แสดงวันตามที่ใช้กันทั่วไปในงานประวัติศาสตร์ฮังการี และอธิบายกรณีที่มีพระราชพิธีมากกว่าหนึ่งครั้งไว้ในหมายเหตุ[10][11]
ราชวงศ์เปรมิสลิด (ค.ศ. 1301–1305)
[แก้]ราชวงศ์เปรมิสลิดเริ่มครองราชบัลลังก์ฮังการีเมื่อเวนเซสเลาส์แห่งโบฮีเมียได้รับการสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์แห่งฮังการีใน ค.ศ. 1301 ท่ามกลางการแย่งชิงราชบัลลังก์กับกาโรย โรแบร์ตแห่งอองชู พระองค์ทรงละทิ้งสิทธิในราชบัลลังก์ฮังการีใน ค.ศ. 1305 และโอนสิทธิดังกล่าวแก่ออทโทแห่งบาวาเรีย ส่งผลให้การครองราชย์ของราชวงศ์เปรมิสลิดในฮังการีสิ้นสุดลง[12]
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แวนท์แซล แวนท์แซลชาวโบฮีเมีย พฤษภาคม ค.ศ. 1301 – 9 ตุลาคม ค.ศ. 1305 |
6 ตุลาคม ค.ศ. 1289 ปราก พระราชโอรสของพระเจ้าแวนท์แซลที่ 2 แห่งโบฮีเมียและยูดิทแห่งฮาพส์บวร์ค 4 สิงหาคม ค.ศ. 1306 ออลอโมตส์ พระชนมายุ 16 พรรษา |
วีโอลาแห่งเชชึน ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย |
27 สิงหาคม ค.ศ. 1301 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชปนัดดาของเบ-ลอที่ 4 ทางฝ่ายหญิง ทรงใช้พระนาม “ลาสโล” ในฐานะกษัตริย์ฮังการี และสละสิทธิในราชบัลลังก์เมื่อ ค.ศ. 1305 |
ราชวงศ์วิทเทิลส์บัค (ค.ศ. 1305–1307)
[แก้]ราชวงศ์วิทเทิลส์บัคเริ่มครองราชบัลลังก์ฮังการีเมื่อออทโทแห่งบาวาเรียได้รับการสวมมงกุฎเป็นกษัตริย์แห่งฮังการีในพระนามเบลาใน ค.ศ. 1305 ท่ามกลางการแย่งชิงราชบัลลังก์กับกาโรย โรแบร์ตแห่งอองชู การครองราชย์สิ้นสุดลงหลังพระองค์ถูก ลาสโล กาน ผู้ปกครองทรานซิลเวเนียจับกุมใน ค.ศ. 1307 และเสด็จออกจากฮังการีในเวลาต่อมา
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| อ็อตโต อ็อตโตแห่งบาวาเรีย 9 ตุลาคม ค.ศ. 1305 – พฤษภาคม ค.ศ. 1307 |
11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1261 บูร์กเฮาเซิน พระราชโอรสของไฮน์ริชที่ 13 ดยุกแห่งบาวาเรีย และเอลีซาเบตแห่งฮังการี 9 กันยายน ค.ศ. 1312 ลันด์สฮูท พระชนมายุ 51 พรรษา |
(1) กาทารีนาแห่งฮาพส์บวร์ค ไม่มีพระราชโอรสธิดา (2) แอกเนสแห่งกลอกูฟ มีพระโอรสธิดา 2 คน |
5 ธันวาคม ค.ศ. 1305 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระราชนัดดาของเบ-ลอที่ 4 ทางฝ่ายพระมารดา ทรงสูญเสียอำนาจหลังถูก ลาสโล กาน เจ้าแคว้นทรานซิลเวเนียจับกุมใน ค.ศ. 1307 |
ราชวงศ์อ็องฌู (ค.ศ. 1308–1386)
[แก้]ราชวงศ์อ็องฌูสายเนเปิลส์ (ค.ศ. 1308–1382)
[แก้]ราชวงศ์อ็องฌูสายเนเปิลส์เริ่มครองราชบัลลังก์ฮังการีเมื่อกาโรยที่ 1ได้รับการยอมรับเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1308 และสืบต่อโดยลอโยชที่ 1 มหาราช ราชวงศ์สิ้นสุดลงเมื่อพระเจ้าลอโยชที่ 1 สวรรคตโดยไม่มีพระราชโอรสใน ค.ศ. 1382
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| คาโรยที่ 1 คาโรย โรแบร์ต 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1308 – 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1342 |
ค.ศ. 1288 เนเปิลส์ พระราชโอรสของชาร์ล มาร์แตลแห่งอ็องฌูและเคลเมนเทียแห่งฮาพส์บวร์ค 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1342 วิเชกราด พระชนมายุราว 54 พรรษา |
อภิเษกสมรสหลายครั้ง พระมเหสีพระองค์สุดท้ายคือแอร์แชเบตแห่งโปแลนด์ มีพระราชโอรสธิดาหลายพระองค์ รวมทั้งลอโยชที่ 1 |
(1) ฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1301 แอ็สแตร์โกม (2) 15 มิถุนายน ค.ศ. 1309 บูดอ (3) 27 สิงหาคม ค.ศ. 1310 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ทรงอ้างสิทธิในราชบัลลังก์ตั้งแต่ ค.ศ. 1301 และได้รับเลือกอีกครั้งใน ค.ศ. 1308 พระราชพิธีครั้งที่สามใน ค.ศ. 1310 เป็นพิธีแรกที่ครบเงื่อนไขตามธรรมเนียมราชาภิเษกของฮังการี | ||
| ลอโยชที่ 1 มหาราช 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1342 – 10 กันยายน ค.ศ. 1382 |
5 มีนาคม ค.ศ. 1326 วิเชกราด พระราชโอรสของคาโรยที่ 1 และแอร์แชเบตแห่งโปแลนด์ 10 กันยายน ค.ศ. 1382 น็อจโซมบ็อต พระชนมายุ 56 พรรษา |
(1) มาร์กาเรตแห่งโบฮีเมีย ไม่มีพระราชโอรสธิดา (2) แอร์แชเบตแห่งบอสเนีย มีพระราชธิดา 3 พระองค์ |
21 กรกฎาคม ค.ศ. 1342 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ทรงเป็นกษัตริย์แห่งโปแลนด์ตั้งแต่ ค.ศ. 1370 ทำให้ฮังการีและโปแลนด์มีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน |
ราชวงศ์อ็องฌูสายฮังการี (ค.ศ. 1382–1395)
[แก้]ราชวงศ์อ็องฌูสายฮังการีเริ่มครองราชบัลลังก์เมื่อมาเรีย พระราชธิดาของลอโยชที่ 1 สืบราชสมบัติใน ค.ศ. 1382 แม้การครองราชย์จะถูกแทรกช่วงสั้น ๆ โดยกาโรยที่ 2แห่งอ็องฌูสายเนเปิลส์ใน ค.ศ. 1385–1386 แต่พระนางทรงกลับคืนสู่ราชบัลลังก์และครองราชย์ร่วมกับซีกิสมุนด์แห่งลักเซมเบิร์ก จนสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาทใน ค.ศ. 1395 ส่งผลให้ราชวงศ์อ็องฌูสายฮังการีสิ้นสุดลง
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| มาเรีย มาเรียแห่งอ็องฌู |
14 เมษายน ค.ศ. 1371 บูดอ พระราชธิดาของลอโยชที่ 1 และเอลีซาเบตาแห่งบอสเนีย 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1395 ใกล้บูดอ พระชนมายุ 24 พรรษา |
ซีจมอนด์แห่งลักเซมเบิร์ก ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่รอดพระชนม์ |
17 กันยายน ค.ศ. 1382 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
สมัยแรก: 10 หรือ 11 กันยายน ค.ศ. 1382–31 ธันวาคม ค.ศ. 1385 ทรงได้รับราชาภิเษกโดยใช้พระอิสริยยศในรูปกษัตริย์ตามเอกสารละตินร่วมสมัย | ||
| มิได้ประกอบพระราชพิธีใหม่ | สมัยที่สอง: 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1386–17 พฤษภาคม ค.ศ. 1395 และทรงครองราชย์ร่วมกับซีจมอนด์ตั้งแต่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1387 |
ราชวงศ์อ็องฌู–ดูราซโซ (ค.ศ. 1385–1386)
[แก้]ราชวงศ์อ็องฌู–ดูราซโซครองราชบัลลังก์ฮังการีเป็นช่วงสั้น ๆ เมื่อกาโรยที่ 2แห่งเนเปิลส์ทรงโค่นสมเด็จพระราชินีนาถมาเรียและได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ใน ค.ศ. 1385 การครองราชย์สิ้นสุดลงเมื่อพระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ใน ค.ศ. 1386 และสมเด็จพระราชินีนาถมาเรียเสด็จกลับคืนสู่ราชบัลลังก์
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| คาโรยที่ 2 พระองค์เตี้ย 31 ธันวาคม ค.ศ. 1385 – 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1386 |
ค.ศ. 1345 เนเปิลส์ พระราชโอรสของลุยจีแห่งดูราซโซและมาร์เกริตาแห่งซานเซเวริโน 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1386 วิเชกราด พระชนมายุราว 41 พรรษา |
มาร์เกริตาแห่งดูราซโซ มีพระราชโอรสธิดา 3 พระองค์ |
31 ธันวาคม ค.ศ. 1385 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ทรงเป็นกษัตริย์แห่งเนเปิลส์และสมาชิกสายดูราซโซของราชวงศ์อ็องฌู ได้รับเชิญจากขุนนางฝ่ายตรงข้ามมาเรีย ก่อนถูกลอบทำร้ายและสวรรคต |
ราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก (ค.ศ. 1387–1437)
[แก้]ราชวงศ์ลักเซมเบิร์กเริ่มครองราชบัลลังก์ฮังการีเมื่อซีกิสมุนด์แห่งลักเซมเบิร์ก พระราชสวามีของสมเด็จพระราชินีนาถมาเรีย ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์แห่งฮังการีใน ค.ศ. 1387 พระองค์ทรงครองราชย์ต่อมาภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถมาเรีย จนสวรรคตโดยไม่มีพระราชโอรสใน ค.ศ. 1437 ส่งผลให้ราชบัลลังก์ตกทอดแก่อัลเบรชท์แห่งฮาพส์บวร์ค พระราชสวามีของพระราชธิดา
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ฌิกโมนด์ ฌิกโมนด์แห่งลักเซมเบิร์ก 31 มีนาคม ค.ศ. 1387 – 9 ธันวาคม ค.ศ. 1437 |
14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1368 นือร์นแบร์ค พระราชโอรสของจักรพรรดิคาโรยที่ 4 และแอร์แชเบตแห่งพอเมอราเนีย 9 ธันวาคม ค.ศ. 1437 ซนอยโม พระชนมายุ 69 พรรษา |
(1) มาเรียแห่งฮังการี ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่รอดพระชนม์ (2) บาร์บาราแห่งเซลเย มีพระราชธิดาคือแอร์แชเบตแห่งลักเซมเบิร์ก |
31 มีนาคม ค.ศ. 1387 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระสวามีและกษัตริย์ร่วมของมาเรียจนถึง ค.ศ. 1395 ก่อนทรงครองราชย์เพียงพระองค์เดียว ต่อมาทรงเป็นกษัตริย์แห่งโบฮีเมียและจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ |
ราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค ครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1437–1457)
[แก้]ราชวงศ์ฮาพส์บวร์คเริ่มครองราชบัลลังก์ฮังการีเป็นครั้งแรกเมื่อพระเจ้าอัลเบรชท์ที่ 2 แห่งเยอรมนี พระราชสวามีของเอลิซาเบธแห่งลักเซมเบิร์ก ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์แห่งฮังการีใน ค.ศ. 1437 ภายหลังการสวรรคตของจักรพรรดิซีกิสมุนท์แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (พระเจ้าฌิกมอนด์แห่งฮังการี) ราชบัลลังก์ตกทอดแก่ลาสโล่ผู้เกิดภายหลัง พระราชโอรสของอัลเบรชท์ ซึ่งครองราชย์ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องการสืบราชสมบัติ จนกระทั่งสวรรคตโดยไม่มีรัชทายาทใน ค.ศ. 1457 ส่งผลให้การปกครองของราชวงศ์ฮาพส์บวร์คในช่วงแรกสิ้นสุดลง
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| อ็อลแบร์ต อ็อลแบร์ตแห่งฮาพส์บวร์ค 18 ธันวาคม ค.ศ. 1437 – 27 ตุลาคม ค.ศ. 1439 |
16 สิงหาคม ค.ศ. 1397 เวียนนา พระราชโอรสของอัลเบรชท์ที่ 4 ดยุกแห่งออสเตรีย และโยฮันนา โซฟีแห่งบาวาเรีย 27 ตุลาคม ค.ศ. 1439 เนสเมย พระชนมายุ 42 พรรษา |
แอร์แชเบตแห่งลักเซมเบิร์ก มีพระราชโอรสธิดา 4 พระองค์ |
1 มกราคม ค.ศ. 1438 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
พระชามาดาของซีจมอนด์และพระสวามีของทายาทราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก ทรงเป็นกษัตริย์โรมันและดยุกแห่งออสเตรียด้วย | ||
| ลาสโลที่ 5 ผู้ประสูติภายหลังพระราชบิดาสิ้นพระชนม์ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1440 – 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1457 |
22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1440 โกมารม พระราชโอรสของอ็อลแบร์ตและแอร์แชเบตแห่งลักเซมเบิร์ก 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1457 ปราก พระชนมายุ 17 พรรษา |
มิได้อภิเษกสมรส ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
15 พฤษภาคม ค.ศ. 1440 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ได้รับราชาภิเษกเมื่อมีพระชนมายุไม่ถึงสามเดือน และเป็นกษัตริย์คู่แข่งของอูลาสโลที่ 1ระหว่าง ค.ศ. 1440–1444 หลังการสิ้นพระชนม์ของอูลาสโลที่ 1 ฐานันดรฮังการีได้ยอมรับพระองค์เป็นกษัตริย์ และเลือกยาโนช ฮุนยาดีเป็นผู้สำเร็จราชการใน ค.ศ. 1446 โดยฮุนยาดีเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารและการทหารส่วนใหญ่แทนพระองค์จนถึง ค.ศ. 1452[13] |
ราชวงศ์ยาเกียลโล ครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1440–1444)
[แก้]ราชวงศ์ยาเกียลโลครองราชบัลลังก์ฮังการีเป็นครั้งแรกเมื่อวลาดิสเลาส์ที่ 1 กษัตริย์แห่งโปแลนด์ ได้รับเลือกและประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นกษัตริย์แห่งฮังการีใน ค.ศ. 1440 การครองราชย์สิ้นสุดลงเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ในยุทธการที่วาร์นาเมื่อ ค.ศ. 1444 พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ปฏิปักษ์ของลาสโลที่ 5
| พระนาม รัชสมัย |
ภาพในพงศาวดาร | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| อูลาสโลที่ 1 วลาดิสเลาส์แห่งวาร์นา 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1440 – 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1444 |
31 ตุลาคม ค.ศ. 1424 กรากุฟ พระราชโอรสของพระเจ้าววาดึสวัฟที่ 2 ยากีลโล และโซเฟียแห่งฮอลชานี 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1444 ยุทธการที่วาร์นา พระชนมายุ 20 พรรษา |
มิได้อภิเษกสมรส ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
17 กรกฎาคม ค.ศ. 1440 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ทรงเป็นกษัตริย์แห่งโปแลนด์และกษัตริย์ปฏิปักษ์ของลาสโลที่ 5 ก่อนสวรรคตในยุทธการที่วาร์นา |
ราชวงศ์ฮุนยาดี (ค.ศ. 1458–1490)
[แก้]ราชวงศ์ฮุนยาดีเริ่มครองราชบัลลังก์ฮังการีเมื่อมาตยาช กอร์วินุส พระโอรสของยาโนช ฮุนยาดี ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ใน ค.ศ. 1458 ราชวงศ์สิ้นสุดลงเมื่อพระองค์สวรรคตโดยไม่มีรัชทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายใน ค.ศ. 1490
| พระนาม รัชสมัย |
พระบรมสาทิสลักษณ์ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพ และ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเสก | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| มาตยาชที่ 1
มาตยาช กอร์วินุส |
โกโลฌวาร์
6 เมษายน ค.ศ. 1490 เวียนนา พระชนมายุ 47 พรรษา |
(1) กาตาลินแห่งโปเจบราด ค.ศ. 1463 มีพระโอรสนอกสมรสคือยาโนช กอร์วินุส
|
29 มีนาคม ค.ศ. 1464 | พระองค์มิได้สืบราชสันตติวงศ์จากราชวงศ์ผู้ครองฮังการีก่อนหน้า แต่ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ |
ราชวงศ์ยาเกียลโล ครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1490–1526)
[แก้]ราชวงศ์ยาเกียลโลกลับมาครองราชบัลลังก์ฮังการีเป็นครั้งที่สองเมื่ออูลาสโลที่ 2ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ใน ค.ศ. 1490 และสิ้นสุดลงเมื่อลอโยชที่ 2 พระราชโอรส สิ้นพระชนม์ในยุทธการที่โมฮาชเมื่อ ค.ศ. 1526 โดยไม่มีรัชทายาท
| พระนาม รัชสมัย |
พระบรมสาทิสลักษณ์ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
สวรรคต | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| อูลาสโลที่ 2 วลาดิสเลาส์ ดอบเซ 15 กรกฎาคม 1490 – 13 มีนาคม 1516 |
1 มีนาคม 1456 คราโคว พระราชโอรสของพระเจ้าคาซิเมียร์ที่ 4 แห่งจากีลลอนและเอลิซาเบธแห่งออสเตรีย |
อานน์แห่งฟัวซ์-ชองดาล 29 กันยายน 1502 เซแก็ชแฟเฮร์วาร์ 2 พระองค์ |
13 มีนาคม 1516 บูดา พระชนมพรรษา 60 พรรษา |
พระราชนัดดาของพระเจ้าอัลเบรช
พระมหากษัตริย์ฮังการีและโบฮีเมีย | ||
| ลอโยชที่ 2 13 มีนาคม 1516 – 29 สิงหาคม 1526 |
1 กรกฎาคม 1506 บูดา พระราชโอรสของพระเจ้าวลาดิสเลาส์ที่ 2 แห่งฮังการีและแอนน์แห่งฟัวศ์-กองดาล |
มาเรียแห่งฮังการี 4 มิถุนายน 1508 เซแก็ชแฟเฮร์วาร์ ไร้รัชทายาท |
29 สิงหาคม 1526 ยุทธการที่โมฮาช พระชนมพรรษา 20 พรรษา |
กษัตริย์ฮังการีและโบฮีเมีย |
หลังยุทธการที่โมฮาช ค.ศ. 1526
[แก้]
ภายหลังราชอาณาจักรฮังการีพ่ายแพ้ต่อกองทัพจักรวรรดิออตโตมันภายใต้การนำของสุลต่านสุลัยมานผู้เกรียงไกรในยุทธการที่โมฮาชเมื่อ ค.ศ. 1526 พระเจ้าลอโยชที่ 2 แห่งฮังการีทรงสิ้นพระชนม์ระหว่างการล่าถอยจากสนามรบ เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดวิกฤตการสืบราชบัลลังก์ เนื่องจากขุนนางฮังการีต่างฝ่ายต่างเลือกยาโนช ซาโปยอและแฟร์ดีนันด์แห่งราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค (พระเจ้าแฟร์ดีนันด์ที่ 1 แห่งฮังการี) ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งฮังการี[14]
การแบ่งดินแดนฮังการีออกเป็นสามส่วนเกิดขึ้นอย่างชัดเจนภายหลังออตโตมันยึดกรุงบูดาใน ค.ศ. 1541 ส่วนแรกคือดินแดนตอนกลางและตอนใต้ซึ่งถูกผนวกเข้าอยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงของจักรวรรดิออตโตมัน ส่วนที่สองคือดินแดนทางเหนือและตะวันตกซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค โดยมีเมืองโปโจญ หรือบราติสลาวาในประเทศสโลวาเกียปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางการบริหารตั้งแต่ ค.ศ. 1536 ส่วนที่สามคือดินแดนทางตะวันออก อันประกอบด้วยทรานซิลเวเนียและพาร์เทียม ซึ่งปกครองในนามยาโนช ฌิกมอนด์ พระโอรสของยาโนช ซาโปยอ และอยู่ภายใต้อำนาจเหนือกว่าของจักรวรรดิออตโตมัน[15][16]
ตามสนธิสัญญาชไปเออร์ ค.ศ. 1570 ยาโนช ฌิกมอนด์ทรงสละพระอิสริยยศ “กษัตริย์ผู้ได้รับเลือกแห่งฮังการี” และทรงยอมรับจักรพรรดิมัคซีมีลีอานที่ 2 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (พระเจ้ามิกชอแห่งฮังการี) เป็นกษัตริย์แห่งฮังการีเพียงพระองค์เดียว แลกกับการที่พระองค์ได้รับการรับรองในฐานะ “เจ้าชายแห่งทรานซิลเวเนียและเจ้าแห่งบางส่วนของราชอาณาจักรฮังการี” ส่งผลให้ราชอาณาจักรฮังการีตะวันออกแปรสภาพเป็นราชรัฐทรานซิลเวเนียอย่างเป็นทางการ[17] ยาโนช ฌิกมอนด์สิ้นพระชนม์โดยปราศจากรัชทายาทที่ยูลอแฟเฮร์วาร์ใน ค.ศ. 1571 หลังจากนั้นฐานันดรแห่งทรานซิลเวเนียเลือกอิชต์วาน บาโตรีขึ้นเป็นเจ้าชายองค์ใหม่ ด้วยเหตุนี้ แม้ราชวงศ์ฮาพส์บวร์คจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ครองราชบัลลังก์ฮังการี แต่ราชรัฐทรานซิลเวเนียยังคงดำรงอยู่ในฐานะรัฐปกครองตนเองภายใต้อำนาจเหนือกว่าของจักรวรรดิออตโตมัน มิได้ตกอยู่ใต้การปกครองโดยตรงของราชวงศ์ฮาพส์บวร์คในทันที[18]
ราชวงศ์ซาโปยอ (ค.ศ. 1526–1570)
[แก้]| พระนาม รัชสมัย |
พระบรมสาทิสลักษณ์ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
สวรรคต | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ยาโนชที่ 1 ยาโนช ซาโปยอ 11 พฤศจิกายน 1526 – กรกฎาคม 1540 |
1487 เซเปสวาลายา พระโอรสของสตีเฟน ซาโปลยาและเฮดวิกแห่งเซียสซิน |
อิซาเบลลา ยากีลลอน 2 มีนาคม 1539 เซแก็ชแฟเฮร์วาร์ 1 พระองค์ |
กรกฎาคม 1540 ซาสแชแบส พระชนมพรรษา 53 พรรษา |
ปรปักษ์กับเฟอร์ดินันด์ที่ 1 | ||
| ยาโนชที่ 2 ยาโนช ฌิกมอนด์ 13 กันยายน 1540 – 16 สิงหาคม 1570 |
7 กรกฎาคม 1540 บูดา พระราชโอรสของพระเจ้ายาโนชที่ 1 และอิซาเบลลา ยากีลลอน |
มิได้อภิเษกสมรส ไร้รัชทายาท |
14 มีนาคม 1571 ยูลอแฟเฮร์วาร์ พระชนมพรรษา 30 พรรษา |
ปฏิปักษ์กับเฟอร์ดินานด์ที่ 1 และแม็กซิมิเลียน |
ราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค (ค.ศ. 1526–1918)
[แก้]การขึ้นครองราชย์กับการราชาภิเษกเป็นคนละเหตุการณ์กัน จักรพรรดิฮาพส์บวร์คหลายพระองค์ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมขณะที่พระราชบิดายังครองราชย์ เพื่อรับรองการสืบราชสันตติวงศ์ ส่วนสถานที่ราชาภิเษกเปลี่ยนจากเซแกชแฟเฮร์วาร์เป็นโปโจญภายหลังการขยายอำนาจของจักรวรรดิออตโตมัน[19][20]
| พระนาม รัชสมัย |
พระบรมสาทิสลักษณ์ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษกเป็น กษัตริย์แห่งฮังการี |
หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แฟร์ดีนันด์ที่ 1 17 ธันวาคม ค.ศ. 1526 – 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1564 |
10 มีนาคม ค.ศ. 1503 อัลกาลาเดเอนาเรส พระโอรสของพระเจ้าเฟลิเปที่ 1 แห่งกัสติยาและฆัวนาแห่งกัสติยา 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1564 เวียนนา พระชนมายุ 61 พรรษา |
อันนาแห่งโบฮีเมียและฮังการี ค.ศ. 1521 มีพระราชโอรสธิดา 15 พระองค์ |
3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1527 เซแกชแฟเฮร์วาร์ |
ได้รับเลือกเป็นกษัตริย์โดยกลุ่มขุนนางฝ่ายหนึ่ง หลังการเลือกยาโนชที่ 1เป็นกษัตริย์ของอีกฝ่าย จึงเกิดการแย่งราชบัลลังก์ฮังการี[21] | ||
| มิกซอ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1564 – 12 ตุลาคม ค.ศ. 1576 |
31 กรกฎาคม ค.ศ. 1527 เวียนนา พระโอรสของแฟร์ดีนันด์ที่ 1 และอันนาแห่งโบฮีเมียและฮังการี 12 ตุลาคม ค.ศ. 1576 เรเกินส์บวร์ค พระชนมายุ 49 พรรษา |
มาเรียแห่งสเปน ค.ศ. 1548 มีพระราชโอรสธิดา 15 พระองค์ |
8 กันยายน ค.ศ. 1563 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมก่อนขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ | ||
| รูดอล์ฟที่ 1 12 ตุลาคม ค.ศ. 1576 – 26 มิถุนายน ค.ศ. 1608 |
18 กรกฎาคม ค.ศ. 1552 เวียนนา พระโอรสของมิกซาที่ 1 และมาเรียแห่งสเปน 20 มกราคม ค.ศ. 1612 ปราก พระชนมายุ 59 พรรษา |
มิได้อภิเษกสมรส ไม่มีพระราชโอรสธิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย |
25 กันยายน ค.ศ. 1572 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วม และทรงสละอำนาจเหนือฮังการีให้มาตยาชใน ค.ศ. 1608 | ||
| มาตยาชที่ 2 26 มิถุนายน ค.ศ. 1608 – 20 มีนาคม ค.ศ. 1619 |
24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1557 เวียนนา พระโอรสของมิกซาที่ 1 และมาเรียแห่งสเปน 20 มีนาคม ค.ศ. 1619 เวียนนา พระชนมายุ 62 พรรษา |
อันนาแห่งทีโรล ค.ศ. 1611 ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1608 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
พระอนุชาของรูดอล์ฟที่ 1 | ||
| แฟร์ดีนันด์ที่ 2 20 มีนาคม ค.ศ. 1619 – 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1637 |
9 กรกฎาคม ค.ศ. 1578 กราซ พระโอรสของคาร์ลที่ 2 แห่งออสเตรียและมาเรีย อันนาแห่งบาวาเรีย 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1637 เวียนนา พระชนมายุ 58 พรรษา |
(1) มาเรีย อันนาแห่งบาวาเรีย มีพระราชโอรสธิดา 7 พระองค์ (2) เอเลโอโนราแห่งมันตัว ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
1 กรกฎาคม ค.ศ. 1618 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมก่อนมาตยาชที่ 2 สวรรคต | ||
| แฟร์ดีนันด์ที่ 3 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1637 – 2 เมษายน ค.ศ. 1657 |
13 กรกฎาคม ค.ศ. 1608 กราซ พระโอรสของแฟร์ดีนันด์ที่ 2 และมาเรีย อันนาแห่งบาวาเรีย 2 เมษายน ค.ศ. 1657 เวียนนา พระชนมายุ 48 พรรษา |
อภิเษกสมรส 3 ครั้ง มีพระราชโอรสธิดารวม 11 พระองค์ |
8 ธันวาคม ค.ศ. 1625 โชโปรน |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมก่อนขึ้นครองราชย์โดยสมบูรณ์ | ||
| แฟร์ดีนันด์ที่ 4 กษัตริย์ร่วม 16 มิถุนายน ค.ศ. 1647 – 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1654 |
8 กันยายน ค.ศ. 1633 เวียนนา พระโอรสของแฟร์ดีนันด์ที่ 3 และมาเรีย อันนาแห่งสเปน 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1654 เวียนนา พระชนมายุ 20 พรรษา |
มิได้อภิเษกสมรส ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
16 มิถุนายน ค.ศ. 1647 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วม แต่สิ้นพระชนม์ก่อนพระราชบิดา จึงไม่เคยปกครองฮังการีแต่เพียงพระองค์เดียว | ||
| ลิโปตที่ 1 2 เมษายน ค.ศ. 1657 – 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1705 |
9 มิถุนายน ค.ศ. 1640 เวียนนา พระโอรสของแฟร์ดีนันด์ที่ 3 และมาเรีย อันนาแห่งสเปน 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1705 เวียนนา พระชนมายุ 64 พรรษา |
อภิเษกสมรส 3 ครั้ง มีพระราชโอรสธิดารวม 16 พระองค์ |
27 มิถุนายน ค.ศ. 1655 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมหลังแฟร์ดีนันด์ที่ 4 สิ้นพระชนม์ | ||
| โยแฌ็ฟที่ 1 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1705 – 17 เมษายน ค.ศ. 1711 |
26 กรกฎาคม ค.ศ. 1678 เวียนนา พระโอรสของลีโอโปลด์ที่ 1 และเอเลโอโนรา มักดาเลนาแห่งน็อยบวร์ค 17 เมษายน ค.ศ. 1711 เวียนนา พระชนมายุ 32 พรรษา |
วิลเฮลมีนา อมาเลียแห่งบรันสวิก มีพระราชโอรสธิดา 3 พระองค์ |
9 ธันวาคม ค.ศ. 1687 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ | ||
| กาโรยที่ 3 17 เมษายน ค.ศ. 1711 – 20 ตุลาคม ค.ศ. 1740 |
1 ตุลาคม ค.ศ. 1685 เวียนนา พระโอรสของลีโอโปลด์ที่ 1 และเอเลโอโนรา มักดาเลนาแห่งน็อยบวร์ค 20 ตุลาคม ค.ศ. 1740 เวียนนา พระชนมายุ 55 พรรษา |
เอลีซาเบต คริสทีนาแห่งบรันสวิก–ว็อลเฟินบึทเทิล มีพระราชโอรสธิดา 4 พระองค์ |
22 พฤษภาคม ค.ศ. 1712 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
พระอนุชาของโยแฌ็ฟที่ 1 และเป็นกษัตริย์ฮังการีพระองค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮาพส์บวร์คฝ่ายชาย |
ราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค-ลอแรน (ค.ศ. 1740–1918)
[แก้]ภายหลังจักรพรรดิคาร์ลที่ 6 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (พระเจ้ากาโรยที่ 3 แห่งฮังการี) ผู้สืบเชื้อสายชายองค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮาพส์บวร์คสวรรคตใน ค.ศ. 1740 ราชสมบัติของราชวงศ์ตกทอดแก่จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา พระราชธิดา ซึ่งอภิเษกสมรสกับฟรันซ์ ชเตฟันแห่งลอแรน พระราชโอรสและผู้สืบเชื้อสายของทั้งสองจึงก่อตั้งราชวงศ์สายใหม่ที่เรียกว่าราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค-ลอแรน
| พระนาม รัชสมัย |
พระบรมสาทิสลักษณ์ | ตราแผ่นดินในรัชสมัย | พระราชสมภพและ พระราชบุพการี สวรรคต |
อภิเษกสมรส พระราชโอรสธิดา |
ราชาภิเษกเป็น กษัตริย์แห่งฮังการี |
หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| มาเรีย เทเรซา 20 ตุลาคม ค.ศ. 1740 – 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1780 |
13 พฤษภาคม ค.ศ. 1717 เวียนนา พระราชธิดาของกาโรยที่ 3 และเอลีซาเบต คริสทีนาแห่งบรันสวิก–ว็อลเฟินบึทเทิล 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1780 เวียนนา พระชนมายุ 63 พรรษา |
ฟรันซ์ ชเตฟันแห่งลอแรน มีพระราชโอรสธิดา 16 พระองค์ |
25 มิถุนายน ค.ศ. 1741 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ทรงเป็นพระราชินีนาถแห่งฮังการี ไม่ได้ดำรงพระอิสริยยศจักรพรรดินีโรมันอันศักดิ์สิทธิ์โดยสิทธิของพระองค์เอง[22] | ||
| โยแฌ็ฟที่ 2 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1780 – 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1790 |
13 มีนาคม ค.ศ. 1741 เวียนนา พระโอรสของมาเรีย เทเรซาและฟรันซ์ ชเตฟันแห่งลอแรน 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1790 เวียนนา พระชนมายุ 48 พรรษา |
อภิเษกสมรส 2 ครั้ง มีพระราชธิดา 2 พระองค์ ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อยังทรงพระเยาว์ |
มิได้รับราชาภิเษก | ทรงปฏิเสธการราชาภิเษกด้วยมงกุฎศักดิ์สิทธิ์แห่งฮังการี จึงเป็นที่รู้จักในฮังการีว่า “กษัตริย์สวมหมวก”[23] | ||
| ลิโปตที่ 2 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1790 – 1 มีนาคม ค.ศ. 1792 |
5 พฤษภาคม ค.ศ. 1747 เวียนนา พระโอรสของมาเรีย เทเรซาและฟรันซ์ ชเตฟันแห่งลอแรน 1 มีนาคม ค.ศ. 1792 เวียนนา พระชนมายุ 44 พรรษา |
มาเรีย ลุยซาแห่งสเปน มีพระราชโอรสธิดา 16 พระองค์ |
15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1790 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
พระอนุชาของโยแฌ็ฟที่ 2 | ||
| แฟแร็นตซ์ที่ 1 1 มีนาคม ค.ศ. 1792 – 2 มีนาคม ค.ศ. 1835 |
12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1768 ฟลอเรนซ์ พระโอรสของลีโอโปลด์ที่ 2 และมาเรีย ลุยซาแห่งสเปน 2 มีนาคม ค.ศ. 1835 เวียนนา พระชนมายุ 67 พรรษา |
อภิเษกสมรส 4 ครั้ง มีพระราชโอรสธิดารวม 13 พระองค์ |
6 มิถุนายน ค.ศ. 1792 บูดอ |
ทรงเป็นแฟแร็นตซ์ที่ 1 ตามลำดับกษัตริย์ฮังการี และแฟแร็นตซ์ที่ 2 ตามลำดับจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ | ||
| แฟร์ดีนันด์ที่ 5 2 มีนาคม ค.ศ. 1835 – 2 ธันวาคม ค.ศ. 1848 |
19 เมษายน ค.ศ. 1793 เวียนนา พระโอรสของแฟแร็นตซ์ที่ 1 และมาเรีย เทเรซาแห่งเนเปิลส์และซิซิลี 29 มิถุนายน ค.ศ. 1875 ปราก พระชนมายุ 82 พรรษา |
มาเรีย อันนาแห่งซาร์ดิเนีย ไม่มีพระราชโอรสธิดา |
28 กันยายน ค.ศ. 1830 มหาวิหารนักบุญมาร์ติน โปโจญ |
ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ร่วมก่อนขึ้นครองราชย์ และสละราชสมบัติใน ค.ศ. 1848 | ||
| แฟแร็ตซ์ โยแฌ็ฟที่ 1 2 ธันวาคม ค.ศ. 1848 – 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1916 |
18 สิงหาคม ค.ศ. 1830 เวียนนา พระโอรสของอาร์ชดยุกแฟแร็นตซ์ คาร์ลแห่งออสเตรียและโซฟีแห่งบาวาเรีย 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1916 เวียนนา พระชนมายุ 86 พรรษา |
เอลีซาเบตแห่งบาวาเรีย มีพระราชโอรสธิดา 4 พระองค์ |
8 มิถุนายน ค.ศ. 1867 โบสถ์พระแม่มารีย์ บูดอ |
แม้ทรงขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 1848 แต่ได้รับราชาภิเษกเป็นกษัตริย์แห่งฮังการีภายหลังการประนีประนอมออสเตรีย–ฮังการีใน ค.ศ. 1867 | ||
| กาโรยที่ 4 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1916 – 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 |
17 สิงหาคม ค.ศ. 1887 เพอร์เซินบ็อยก์ พระโอรสของอาร์ชดยุกอ็อตโต แฟแร็นตซ์แห่งออสเตรียและมาเรีย โยแฌฟาแห่งแซกโซนี 1 เมษายน ค.ศ. 1922 ฟุงชาล มาเดรา พระชนมายุ 34 พรรษา |
ซีตาแห่งบูร์บง-ปาร์มา มีพระราชโอรสธิดา 8 พระองค์ |
30 ธันวาคม ค.ศ. 1916 โบสถ์พระแม่มารีย์ บูดาเปสต์ |
พระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายของฮังการี ทรงประกาศยุติการมีส่วนร่วมในกิจการของรัฐฮังการีเมื่อ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 แต่ไม่ได้สละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ[24] |
ผู้สำเร็จราชการ ผู้ว่าการ และผู้ใช้อำนาจแทนพระมหากษัตริย์
[แก้]ในประวัติศาสตร์ฮังการี คำเรียกตำแหน่งผู้ใช้อำนาจแทนพระมหากษัตริย์มีหลายรูปแบบ เช่น ผู้สำเร็จราชการ (ฮังการี: régens) ผู้ว่าการราชอาณาจักร (ฮังการี: kormányzó) และผู้แทนพระมหากษัตริย์ ตำแหน่งเหล่านี้มีฐานะและขอบเขตอำนาจแตกต่างกันตามยุคสมัย ตารางต่อไปนี้จึงแยกประเภทตำแหน่งและระบุพระมหากษัตริย์หรือระบอบที่เกี่ยวข้องไว้ต่างหาก
| ภาพ | ผู้ดำรงตำแหน่ง | ระยะดำรงตำแหน่ง | ประเภทตำแหน่ง | ตำแหน่งหรือฐานะอื่น | พระมหากษัตริย์หรือระบอบที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|---|---|---|
| อนาสตาเซียแห่งเคียฟ พระราชินีแห่งฮังการี |
กันยายน ค.ศ. 1063 – 14 มีนาคม ค.ศ. 1074 |
ผู้สำเร็จราชการ | พระมเหสีของอ็อนดราชที่ 1 | ชอลอโมน | |
| เยเลนาแห่งเซอร์เบีย พระพันปีหลวง |
13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1141 – 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1146 |
ผู้สำเร็จราชการร่วม | พระมเหสีม่ายของเบ-ลอที่ 2 | เกซอที่ 2 | |
| เบโลช บานแห่งโครเอเชีย |
บานแห่งโครเอเชียและขุนนางชั้นสูงของราชอาณาจักร | ||||
| อ็อนดราช เจ้าชายแห่งฮังการี |
30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1204 – 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1205 |
ผู้สำเร็จราชการ | ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นอ็อนดราชที่ 2 | ลาสโลที่ 3 | |
| เอลีซาเบตาแห่งบอสเนีย พระพันปีหลวง |
ค.ศ. 1382 – ค.ศ. 1386 |
ผู้สำเร็จราชการ | พระมเหสีม่ายของลอโยชที่ 1 | มาเรีย | |
| เอลีซาเบตแห่งลักเซมเบิร์ก พระราชินีแห่งฮังการี |
ค.ศ. 1439 – ค.ศ. 1442 |
ผู้สำเร็จราชการและผู้นำฝ่ายสนับสนุนราชบัลลังก์ | พระมเหสีม่ายของอ็อลแบร์ต | ลาสโลที่ 5 | |
| คณะผู้บัญชาการแห่งราชอาณาจักร | 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1445 – 6 มิถุนายน ค.ศ. 1446 |
คณะผู้ปกครองชั่วคราว | ผู้นำทางการเมืองและการทหารซึ่งแบ่งเขตอำนาจภายในราชอาณาจักร | ลาสโลที่ 5 | |
| ยาโนช ฮุนยาดี | 6 มิถุนายน ค.ศ. 1446 – ต้น ค.ศ. 1453 |
ผู้ว่าการราชอาณาจักร | ผู้บัญชาการทหารและขุนนางชั้นสูง | ลาสโลที่ 5 | |
| อิซาเบลลา ยากีลลอน | ค.ศ. 1540 – ค.ศ. 1551 |
ผู้สำเร็จราชการร่วม | พระมเหสีม่ายของยาโนชที่ 1 | ยาโนชที่ 2 | |
| จอร์จ มาร์ตินุซซี ฟราแตร์ เจิร์จ |
บิชอปและผู้บริหารราชอาณาจักรฮังการีตะวันออก | ||||
| ลอโยช โกชูต | 14 เมษายน ค.ศ. 1849 – 11 สิงหาคม ค.ศ. 1849 |
ผู้ว่าการ–ประธานาธิบดี | ประมุขแห่งรัฐฮังการีระหว่างการปฏิวัติ ค.ศ. 1848–1849 | รัฐฮังการี | |
| โยเซฟ ออกุสต์แห่งออสเตรีย | 26 ตุลาคม ค.ศ. 1918 – 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918 |
ผู้แทนพระมหากษัตริย์ | อาร์ชดยุกแห่งออสเตรีย | คาโรยที่ 4 | |
| โยเซฟ ออกุสต์แห่งออสเตรีย | 7 สิงหาคม ค.ศ. 1919 – 23 สิงหาคม ค.ศ. 1919 |
ผู้ว่าการชั่วคราว | ประมุขแห่งรัฐชั่วคราวภายหลังการล่มสลายของสาธารณรัฐโซเวียตฮังการี | รัฐบาลชั่วคราวฮังการี | |
| มิกโลช โฮร์ตี | 1 มีนาคม ค.ศ. 1920 – 16 ตุลาคม ค.ศ. 1944 |
ผู้สำเร็จราชการแห่งราชอาณาจักรฮังการี | ประมุขแห่งรัฐของราชอาณาจักรที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ทรงครองราชย์ | ราชอาณาจักรฮังการี |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Stephen I, King of Hungary, St.". New Catholic Encyclopedia. Gale. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "World Events: Selected Occurrences Outside West Africa". Encyclopedia of African-American Culture and History. Gale. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Foreign Relations of the United States, 1946, Paris Peace Conference: List of Persons". Office of the Historian. United States Department of State. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "International Convention for the Unification of Certain Rules of Law Relating to Bills of Lading". Office of the Historian. United States Department of State. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 Kristó, Gyula (1987). "Árpád fejedelemutódai" (PDF). Acta Historica (ภาษาฮังการี). 84: 11–21. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 Constantine VII Porphyrogenitus (1967). Moravcsik, Gyula (บ.ก.). De Administrando Imperio (ภาษาอังกฤษ). แปลโดย Jenkins, R. J. H. (พิมพ์ครั้งที่ Revised). Washington, D.C.: Dumbarton Oaks Center for Byzantine Studies. น. 171–179.
- 1 2 Kristó, Gyula (1995). "Mikor lett fejedelem Géza?" (PDF). Acta Historica (ภาษาฮังการี). 102: 11–23. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Kristó, Gyula; Makk, Ferenc (1995). Az Árpád-ház uralkodói (ภาษาฮังการี). Budapest: I. P. C. Könyvek. ISBN 963-7930-97-3.
- ↑ Kristó, Gyula; Engel, Pál; Makk, Ferenc, บ.ก. (1994). Korai magyar történeti lexikon (9–14. század) (ภาษาฮังการี). Budapest: Akadémiai Kiadó. ISBN 963-05-6722-9.
- 1 2 Engel, Pál (2001). The Realm of St Stephen: A History of Medieval Hungary, 895–1526. แปลโดย Pálosfalvi, Tamás. London; New York: I.B. Tauris. ISBN 1-86064-061-3.
- ↑ Engel, Pál (1996). Magyarország világi archontológiája, 1301–1457 (ภาษาฮังการี). Budapest: MTA Történettudományi Intézete.
- ↑ Engel, Pál (2001). The Realm of St Stephen: A History of Medieval Hungary, 895–1526. London: I.B. Tauris. น. 129–130. ISBN 978-1-85043-977-6.
- ↑ Engel, Pál (2001). The Realm of St Stephen: A History of Medieval Hungary, 895–1526. London: I.B. Tauris. น. 288–295. ISBN 978-1-85043-977-6.
- ↑ Tracy, James D. (2015). "The Habsburg Monarchy in Conflict with the Ottoman Empire, 1527–1593: A Clash of Civilizations". Austrian History Yearbook. 46: 1–26. doi:10.1017/S0067237814000071.
- ↑ Tracy, James D. (2013). "The Road to Szigetvár: Ferdinand I's Defense of His Hungarian Border, 1548–1566". Austrian History Yearbook. 44: 17–36. doi:10.1017/S0067237813000052.
- ↑ "About coronations". Visit Bratislava. Bratislava Tourist Board. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2026.
- ↑ Keul, István (2009). Early Modern Religious Communities in East-Central Europe: Ethnic Diversity, Denominational Plurality, and Corporative Politics in the Principality of Transylvania (1526–1691). Leiden and Boston: Brill. น. 61. ISBN 978-90-04-17652-2.
- ↑ "Princedom of Transylvania". Oxford Reference. Oxford University Press. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2026.
- ↑ "Mária Terézia koronázási hitlevele". Magyar Nemzeti Levéltár (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "A magyar királynék koronázása Mohács után". Rubicon (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Jagelló Anna magyar királyné születése". Rubicon (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Mária Terézia és a Pragmatica Sanctio". Magyar Nemzeti Levéltár (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "A király, aki nem volt koronás". Magyar Nemzeti Levéltár (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "IV. Károly koronázási hitlevele". Magyar Nemzeti Levéltár (ภาษาฮังการี). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
บรรณานุกรม
[แก้]- Korai Magyar Történeti Lexikon (9-14. század) , főszerkesztő: Kristó, Gyula, szerkesztők: Engel, Pál és Makk, Ferenc (Akadémiai Kiadó, Budapest, 1994)
- Magyarország Történeti Kronológiája I-III. – A kezdetektől 1526-ig; 1526-1848, 1848-1944, főszerkesztő: Benda, Kálmán (Akadémiai Kiadó, Budapest, 1981, 1982, 1993)
- Magyar Történelmi Fogalomtár I-II. – A-K; L-ZS, főszerkesztő: Bán, Péter (Gondolat, Budapest, 1989)