รายชื่อแหล่งมรดกโลกในสหราชอาณาจักร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สโตนเฮนจ์เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกสโตนเฮนจ์ เอฟเบอรี และสถานที่ใกล้เคียง

ในสหราชอาณาจักรและอาณานิคมโพ้นทะเลมีแหล่งมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกทั้งหมด 31 แห่ง[1] โดยอยู่ในอังกฤษ 17 แห่ง, สกอตแลนด์ 5 แห่ง, อังกฤษและสกอตแลนด์ 1 แห่ง, เวลส์ 3 แห่ง, ไอร์แลนด์เหนือ 1 แห่ง และในดินแดนโพ้นทะเลเบอร์มิวดา หมู่เกาะพิตแคร์น เซนต์เฮเลนา และยิบรอลตาร์ที่ละ 1 แห่ง แหล่งมรดกโลกของสหราชอาณาจักรที่ได้ขึ้นทะเบียนในครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2529 ได้แก่

  • ไจอันส์คอสเวย์และชายฝั่ง
  • ปราสาทและมหาวิหารเดอรัม
  • เกาะเซนต์คิลดา
  • โกรกธารไออันบริดจ์
  • อุทยานหลวงสตัดลีย์รวมทั้งซากอารามฟาวน์ทินส์
  • สโตนเฮนจ์ เอฟเบอรี และสถานที่ใกล้เคียง
  • ปราสาทและกำแพงเมืองของพระเจ้าเอดเวิร์ดในเมืองกวิเนดด์

ใน พ.ศ. 2489 ประเทศ 26 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ได้ให้สัตยาบันธรรมนูญแห่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (เรียกกันทั่วไปว่ายูเนสโก) ซึ่งมีความมุ่งหมายเพื่อ "อนุรักษ์และคุ้มครองมรดกทางเอกสาร งานศิลปะ และอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติของโลก"[2] สหราชอาณาจักรได้ให้เงินช่วยเหลือกองทุนมรดกโลกปีละ 130,000 ปอนด์เพื่อเป็นเงินทุนในการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกในประเทศกำลังพัฒนา[3] แหล่งมรดกโลกบางแห่งนั้นประกอบด้วยสถานที่หลายแห่งที่มีสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์หรือมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกัน

คณะกรรมการแห่งสหราชอาณาจักรว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ มีบทบาทในการแนะนำนโยบายเกี่ยวกับยูเนสโกต่อรัฐบาลอังกฤษซึ่งรับผิดชอบต่อการดูและรักษาแหล่งมรดกโลกในประเทศ[4] ใน พ.ศ. 2551 Andy Burnham รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สื่อ และกีฬาในขณะนั้น ได้แถลงถึงความกังวลเกี่ยวกับประโยชน์ของการขึ้นทะเบียนสถานที่ในสหราชอาณาจักรเป็นแหล่งมรดกโลก และเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายของรัฐบาลในการเสนอชื่อสถานที่ใหม่ๆ เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและมีรายได้จากนักท่องเที่ยวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวไม่มากที่ตระหนักถึงสถานะมรดกโลกของสถานที่เหล่านั้น[5]

เกณฑ์การรับรองแหล่งมรดกโลกข้อที่ i-iv ใช้สำหรับมรดกโลกประเภทวัฒนธรรม และข้อที่ vii-x ใช้สำหรับประเภทธรรมชาติ[6] ในสหราชอาณาจักรมีแหล่งมรดกโลกประเภทวัฒนธรรมยี่สิบสามแห่ง ประเภทธรรมชาติสี่แห่ง และประเภทผสมหนึ่งแห่ง[note 1][1] จำนวนแหล่งมรดกโลกในสหราชอาณาจักรที่แบ่งตามประเภทจะใกล้เคียงจำนวนแหล่งมรดกโลกทั้งหมดในโลกที่แบ่งตามประเภทเช่นกัน คือ จากแหล่งมรดกโลก 890 แห่งทั่วโลก เป็นประเภทวัฒนธรรมร้อยละ 77.4 ธรรมชาติร้อยละ 19.8 และผสมร้อยละ 2.8%[7] โดยเซนต์คิลดาเป็นแหล่งมรดกโลกประเภทผสมแห่งเดียวในสหราชอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมนั้นได้ขึ้นทะเบียนเนื่องด้วยเป็นถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของพันธุ์พืชและสัตว์เท่านั้น[8] ต่อมาใน พ.ศ. 2548 ได้รับการเสนอให้เพิ่มความสำคัญในฐานะที่ตั้งชุมชนเกษตรกรรมในอดีต และกลายเป็นแหล่งมรดกโลกประเภทผสมหนึ่งใน 25 แห่งจากทั่วโลก[9] ส่วนแหล่งมรดกโลกประเภทธรรมชาติได้แก่ ชายฝั่งดอร์เซตและอีสต์เดวอน ไจอันส์คอสเวย์และชายฝั่ง เกาะกอฟและอินักเซสซิเบิล และเกาะเฮนเดอร์สัน ที่เหลือเป็นประเภทวัฒนธรรม[1]

แหล่งมรดกโลก[แก้]

ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งมรดกโลกแต่ละแห่ง

ชื่อ; ตามที่ขึ้นทะเบียนโดยคณะกรรมการมรดกโลก[7]
ที่ตั้ง; in one of the UK's constituent countries and overseas territories, with co-ordinates provided by UNESCO
ยุคสมัย; ช่วงเวลาสำคัญของสถานที่ มักจะเป็นเวลาที่ก่อสร้าง
ข้อมูลของยูเนสโก; หมายเลขอ้างอิง ปีที่ขึ้นทะเบียน และเกณฑ์ที่ผ่านการพิจารณา
คำอธิบาย; คำอธิบายพอสังเขปของแหล่งมรดกโลก
Historic Town of St George and Related Fortifications, Bermuda Gough and Inaccessible Islands Henderson Island Gorham's Cave
The World Heritage Sites of the UK (Overseas Territories): The natural sites of Gough and Inaccessible Islands and Henderson Island are marked green, the cultural site of the Historic Town of St George and Related Fortifications, Bermuda is marked red.
ชื่อ ภาพ ที่ตั้ง ยุคสมัย ข้อมูลของยูเนสโก รายละเอียด
ไจอันส์คอสเวย์และชายฝั่ง Causeway-code poet-4.jpg เคาน์ตีแอนทริม, ไอร์แลนด์เหนือ
55°14′27″N 6°30′42″W / 55.240833°N 6.511667°W / 55.240833; -6.511667 (Giant's Causeway and Causeway Coast)[10]
60–50 ล้านปีก่อน[10] 369; 2529;
vii, viii
[10]
พื้นที่นี้กำเนิดขึ้นจากเสาหินบะซอลต์ 40,000 แท่งที่โผล่พ้นเหนือทะเล ซึ่งเกิดจากการคุกรุ่นของภูเขาไฟในยุคเทอร์เชียรี[10]
ปราสาทและอาสนวิหารเดอรัม Durham Cathedral and Castle.jpg เดอรัม, เคาน์ตีเดอรัม, อังกฤษ
54°46′30″N 1°34′32″W / 54.77487°N 1.57558°W / 54.77487; -1.57558 (Durham Castle and Cathedral)[11]
คริสต์ศตวรรษที่ 11 และ 12[11] 370; 2529;
ii, iv, vi
[11]
มหาวิหารเดอรัมเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมนอร์มันที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในอังกฤษ และหลังคาโค้งของมหาวิหารก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นกำเนิดสถาปัตยกรรมกอทิก ภายในมหาวิหารเป็นที่เก็บรักษาอัฐิของนักบุญคัทเบิร์ตและนักบุญบีด ส่วนปราสาทเดอรัมซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมนอร์มันเคยเป็นที่พำนักของเจ้าชายมุขนายกเดอรัม[11]
โกรกธารไออันบริดจ์ Ironbridge002.JPG ไออันบริดจ์, ชรอปเชอร์, อังกฤษ
52°37′35″N 2°29′10″W / 52.62646°N 2.486°W / 52.62646; -2.486 (Ironbridge Gorge)[12]
คริสต์ศตวรรษที่ 18[12] 371; 2529;
i, ii, iv, vi
[12]
โกรกธารไออันบริดจ์เป็นที่ตั้งของเหมือง โรงงาน เรือนพักคนงาน และโครงสร้างทางการขนส่งที่สร้างขึ้นในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม การพัฒนาการผลิตถ่านโค้กในพื้นที่นี้มีส่วนช่วยริเริ่มการปฏิวัติอุตสาหกรรม ไออันบริดจ์เป็นสะพานแห่งแรกของโลกที่สร้างขึ้นจากเหล็กและมีอิทธิพลต่อวงการสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยี[12]
อุทยานหลวงสตัดลีย์รวมทั้งซากอารามฟาวน์ทินส์ Fountains Abbey view02 2005-08-27.jpg นอร์ทยอร์กเชอร์, อังกฤษ
54°06′58″N 1°34′23″W / 54.116111°N 1.573056°W / 54.116111; -1.573056 (Studley Royal Park including the Ruins of Fountains Abbey)[13]
ค.ศ. 1132 (อาราม),
คริสต์ศตวรรษที่ 19 (สวน)
[13]
372; 2529;
i, iv
[13]
Before the Dissolution of the Monasteries in the mid-16th century, Fountains Abbey was one of the largest and richest Cistercian abbeys in Britain and is one of only a few that survives from the 12th century. The later garden, which incorporates the abbey, survives to a large extent in its original design and influenced garden design in Europe.[13]
สโตนเฮนจ์, เอฟเบอรี และแหล่งโบราณสถานที่เกี่ยวเนื่อง Stonehenge back wide.jpg วิลต์เชอร์, อังกฤษ
51°10′44″N 1°49′31″W / 51.178889°N 1.825278°W / 51.178889; -1.825278 (Stonehenge, Avebury and Associated Sites)[14]
4,000–2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช[14] 373; 2529 (modified in 2008);
i, ii, iii
[14]
The Neolithic sites of Avebury and Stonehenge are two of the largest and most famous megalithic monuments in the world. They relate to man's interaction with his environment. The purpose of the henges has been a source of speculation, with suggestions ranging from ceremonial to interpreting the cosmos. "Associated sites" includes Silbury Hill, Beckhampton Avenue, and West Kennet Avenue.[14]
ปราสาทและกำแพงเมืองของพระเจ้าเอดเวิร์ดในกวิเนดด์ Beaumaris, circular towers and moat, 2006.jpg คอนวี, เกาะแองเกิลซีย์ และกวิเนดด์, เวลส์
53°08′23″N 4°16′37″W / 53.139722°N 4.276944°W / 53.139722; -4.276944 (Castles and Town Walls of King Edward in Gwynedd)[15]
คริสต์ศตวรรษที่ 13-14[15] 374; 2529;
i, iii, iv
[15]
During the reign of Edward I of England (1272–1307), a series of castles were constructed in Wales with the purpose of subduing the population and establishing English colonies in Wales. The World Heritage Site covers many castles including Beaumaris, Caernarfon, Conwy, and Harlech. The castles of Edward I are considered the pinnacle of military architecture by military historians.[15][16]
เซนต์คิลดา St Kilda Village Bay.jpg เซนต์คิลดา, สกอตแลนด์
57°49′00″N 8°35′00″W / 57.816667°N 8.583333°W / 57.816667; -8.583333 (เซนต์คิลดา)[17]
n/a 387; 2530 (modified in 2005 and 2008);
ii, iii, iv
[17]
Although inhabited for over 2,000 years, the isolated archipelago of St Kilda has had no permanent residents since 1930. The islands' human heritage includes various unique architectural features from the historic and prehistoric periods. St Kilda is also a breeding ground for many important seabird species including the world's largest colony of gannets and up to 136,000 pairs of puffins.[17][18]
วังเบลนิม Blenheim Palace 2006 cropped.jpg วุดสตอก, อ๊อกซฟอร์ดเชอร์, อังกฤษ
51°50′31″N 1°21′41″W / 51.841944°N 1.361389°W / 51.841944; -1.361389 (Bleheim Palace)[19]
ค.ศ. 17051722[19] 425; 2530;
ii, iv
[19]
Blenheim Palace, the residence of John Churchill, 1st Duke of Marlborough, was designed by architects John Vanbrugh and Nicholas Hawksmoor. The associated park was landscaped by Capability Brown. The palace celebrated victory over the French and is significant for establishing English Romantic Architecture as a separate entity from French Classical Architecture.[19]
พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ อารามเวสต์มินสเตอร์ และโบสถ์เซนต์มาร์กริตส์ Hdr parliament.jpg เวสต์มินสเตอร์, เกรเทอร์ลอนดอน, อังกฤษ
51°29′59″N 0°07′43″W / 51.499722°N 0.128611°W / 51.499722; -0.128611 (Westminster Palace, Westminster Abbey and Saint Margaret's Church)[20]
คริสต์ศตวรรษที่ 10, 11 และ 19[20] 426; 2530 (modified in 2008);
i, ii, iv
[20]
The site has been involved in the administration of England since the 11th century, and later the United Kingdom. Since the coronation of William the Conqueror, all English and British monarchs have been crowned at Westminster Abbey. Westminster Palace, home to the British Parliament, is an example of Gothic Revival architecture; St Margaret's Church is the palace's parish church, and although it pre-dates the palace and was built in the 11th century, it has been rebuilt since.[20][21][22]
เมืองบาท Royal.crescent.aerial.bath.arp.jpg บาท, ซัมเมอร์เซต, อังกฤษ
51°22′51″N 2°21′37″W / 51.3809°N 2.3603°W / 51.3809; -2.3603 (City of Bath)[23]
คริสต์ศตวรรษที่ 1-19[23] 428; 2530;
i, ii, iv
[23]
Founded by the Romans as a spa, an important centre of the wool industry in the medieval period, and a spa town in the 18th century, Bath has a varied history. The city is preserved for its Roman remains and Palladian architecture.[23]
นิวลานาร์ก New Lanark buildings 2009.jpg นิวลานาร์ก, เซาท์ลานาร์กเชอร์, สกอตแลนด์
55°40′N 3°47′W / 55.66°N 3.78°W / 55.66; -3.78 (New Lanark)[24]
คริสต์ศตวรรษที่ 19[24] 429; 2544;
ii, iv, vi
[24]
Prompted by Richard Arkwright's factory system developed in the Derwent Valley, the community of New Lanark was created to provide housing for workers at the mills. Philanthropist Robert Owen bought the site and turned it into a model community, providing public facilities, education, and supporting factory reform.[24]
แนวพรมแดนของจักรวรรดิโรมัน Hadrianswall2007.jpg Northern England and southern Scotland
54°59′33″N 2°36′04″W / 54.992611°N 2.601°W / 54.992611; -2.601 (Frontiers of the Roman Empire)[25]
คริสต์ศตวรรษที่ 2[25] 430; 2530 (modified in 2005 and 2008);
ii, iii, iv
[25]
Hadrian's Wall was built in 122 AD and the Antonine Wall was constructed in 142 AD to defend the Roman Empire from "barbarians".[25] The World Heritage Site was previously listed as Hadrian's Wall alone, but was later expanded to include all the frontiers of the Roman Empire at its zenith in the 2nd century, ranging from Antonine's Wall in the north to Trajan's Wall in eastern Europe.[7]
เกาะเฮนเดอร์สัน HendersonISS004-E-6793.PNG เกาะเฮนเดอร์สัน หมู่เกาะพิตแคร์น มหาสมุทรแปซิฟิก
24°21′00″S 128°19′00″W / 24.35°S 128.316667°W / -24.35; -128.316667 (Henderson Island)[26]
n/a 487; 2531;
vii, x
[26]
เกาะนี้เป็นอะทอลล์ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก สภาพนิเวศวิทยาบนเกาะแทบจะไม่ถูกรบกวนจากมนุษย์ และเนื่องด้วยเป็นเกาะโดดเดี่ยวจึงทำให้สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการที่แตกต่างจากที่อื่น มีพืชประจำถิ่นอยู่สิบชนิด และสัตว์ประจำถิ่นอยู่สี่ชนิด[26]
หอคอยแห่งลอนดอน Tower of London, Traitors Gate.jpg Tower Hamlets, เกรเทอร์ลอนดอน, อังกฤษ
51°30′29″N 0°04′34″W / 51.508056°N 0.076111°W / 51.508056; -0.076111 (หอคอยแห่งลอนดอน)[27]
คริสต์ศตวรรษที่ 11[27] 488; 2531;
ii, iv
[27]
Begun by William the Conqueror in 1066 during the Norman conquest of England, the Tower of London is a symbol of power and an example of Norman military architecture that spread across England. Additions by Henry III and Edward I in the 13th century made the castle one of the most influential buildings of its kind in England.[27]
อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี อารามเซนต์ออกัสตินส์ และโบสถ์เซนต์มาร์ตินส์ Canterbury Cathedral - Portal Nave Cross-spire.jpeg แคนเทอร์เบอรี, เคนต์, อังกฤษ
51°16′48″N 1°04′59″E / 51.28°N 1.083056°E / 51.28; 1.083056 (Canterbury Cathedral, St Augustine's Abbey, and St Martin's Church)[28]
คริสต์ศตวรรษที่ 11[28] 496; 2531;
i, ii, vi
[28]
St Martin's Church is the oldest church in England. The church and St Augustine's Abbey were founded during the early stages of the introduction of Christianity to the Anglo-Saxons. The cathedral exhibits Romanesque and Gothic architecture, and is the seat of the Church of England.[28][29][30]
ใจกลางออร์กนีย์ยุคหินใหม่ Orkney Skara Brae.jpg ออร์กนีย์, สกอตแลนด์
58°59′46″N 3°11′19″W / 58.996056°N 3.188667°W / 58.996056; -3.188667 (Heart of Historic Orkney)[31]
3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช[31] 514; 2542;
i, ii, iii, iv
[31]
A collection of Neolithic sites with purposes ranging from occupation to ceremony. It includes the settlement of Skara Brae, the chambered tomb of Maes Howe and the stone circles of Stenness and Brodgar.[31]
เมืองเก่าและเมืองใหม่เอดินบะระ Looking down Royal Mile, Edinburgh.jpg เอดินบะระ, สกอตแลนด์
55°56′51″N 3°11′30″W / 55.947572°N 3.191631°W / 55.947572; -3.191631 (Old and New Town of Edinburgh)[32]
คริสต์ศตวรรษที่ 11–19[32] 728; 2538;
ii, iv
[32]
The Old Town of Edinburgh was founded in the Middle Ages, and the New Town was developed in 1767–1890. It contrasts the layout of settlements in the medieval and modern periods. The layout and architecture of the new town, designed by luminaries such as William Chambers and William Playfair, influenced European urban design in the 18th and 19th centuries.[32]
เกาะกอฟและเกาะอินักเซสซิเบิล Gough island top view.png เซนต์เฮเลนา อัสเซนชัน และตริสตันดากูนยา, มหาสมุทรแอตแลนติกใต้
40°19′05″S 9°56′07″W / 40.3181°S 9.9353°W / -40.3181; -9.9353 (Gough and Inaccessible Island)[33]
n/a 740; 2538 (modified in 2004);
vii, x
[33]
Together, the Gough and Inaccessible Islands preserve an ecosystem almost untouched by mankind, with many native species of plants and animals.[33]
เมืองนาวีกรีนิช Royal Naval College 2008.jpg กรีนิช ลอนดอน เกรเทอร์ลอนดอน อังกฤษ
51°28′45″N 0°00′00″E / 51.4791°N 0°E / 51.4791; 0 (Maritime Greenwich)[34]
คริสต์ศตวรรษที่ 17 และ 18[34] 795; 2540;
i, ii, iv, vi
[34]
As well as the presence of the first example of Palladian architecture in England, and works by Christopher Wren and Inigo Jones, the area is significant for the Royal Observatory where the understanding of astronomy and navigation were developed.[34]
เมืองประวัติศาสตร์เซนต์จอร์จและป้อมปราการที่เกี่ยวข้อง เบอร์มิวดา John Smith 1624 map of Bermuda with Forts 01.jpg เซนต์จอร์เจส, เบอร์มิวดา
51°22′51″N 2°21′37″W / 51.3809°N 2.3603°W / 51.3809; -2.3603 (City of Bath)[35]
คริสต์ศตวรรษที่ 17–20[35] 983; 2543;
iv
[35]
เซนต์จอร์เจสก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2155 เป็นเมืองของอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุดในโลกใหม่ และเป็นตัวอย่างของนิคมเมืองที่ก่อตั้งขึ้นในโลกใหม่โดยประเทศเจ้าอาณานิคมในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ป้อมปราการแสดงให้เห็นถึงกลวิธีป้องกันเมืองที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึง 20[35]
ภูมิทัศน์อุตสาหกรรมไบลแนวัน Big Pit Mining Museum.jpg ไบลแนวัน, เวลส์
51°47′N 3°05′W / 51.78°N 3.08°W / 51.78; -3.08 (Blaenavon Industrial Landscape)[36]
คริสต์ศตวรรษที่ 19[36] 984; 2543;
iii, iv
[36]
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 เวลส์เป็นผู้ผลิตเหล็กและถ่านหินที่สำคัญของโลก ไบลแนวันเป็นตัวอย่างของภูมิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบเหล่านี้ ในพื้นที่ประกอบด้วยเหมือง อาคารสาธารณะ เรือนพักคนงาน และทางรถไฟ[36]
ซอลแทร์ Saltaire from Leeds and Liverpool Canal.jpg ซอลแทร์, นครแบรดฟอร์ด, เวสต์ยอร์กเชอร์, อังกฤษ
53°50′14″N 1°47′25″W / 53.83717°N 1.79026°W / 53.83717; -1.79026 (ซอลแทร์)[37]
ค.ศ. 1853[37] 1,028; 2544;
ii, iv
[37]
Saltaire was founded by mill-owner Titus Salt as a model village for his workers. The site, which includes the Salts Mill, featured public buildings for the inhabitants and was an example of 19th century paternalism.[37]
ชายฝั่งดอร์เซตและอีสต์เดวอน Gad cliff dorset.jpg ดอร์เซตและเดวอน อังกฤษ
50°42′20″N 2°59′24″W / 50.705556°N 2.989889°W / 50.705556; -2.989889 (Dorset and East Devon Coast)[38]
n/a 1029; 2544;
viii
[38]
หน้าผาริมชายฝั่งดอร์เซตและเดวอนเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญที่เป็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตทั้งบนแผ่นดินและในทะเลตั้งแต่ 185 ล้านปีก่อน[38]
โรงงานแห่งหุบเขาเดอร์เวนต์ Arkwright Masson Mills.jpg Derwent Valley, ดาร์บีเชอร์, อังกฤษ
53°01′13″N 1°29′59″W / 53.020278°N 1.499722°W / 53.020278; -1.499722 (Derwent Valley Mills)[39]
คริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19[39] 1,030; 2544;
ii, iv
[39]
The Derwent Valley Mills was the birthplace of the factory system; the innovations in the valley, including the development of workers' housing – such as at Cromford – and machines such as the water frame, were important in the Industrial Revolution. The Derwent Valley Mills influenced North America and Europe.[40]
สวนพฤกษศาสตร์หลวง คิว Kew Gardens Palm House, London - July 2009.jpg คิว, เกรเทอร์ลอนดอน, อังกฤษ
51°28′29″N 0°17′44″W / 51.474667°N 0.295467°W / 51.474667; -0.295467 (Royal Botanical Gardens, Kew)[41]
คริสต์ศตวรรษที่ 18–20[41] 1,084; 2546;
ii, iii, iv
[41]
Created in 1759, the influential Kew Gardens were designed by Charles Bridgeman, William Kent, Capability Brown, and William Chambers. The gardens were used to study botany and ecology and furthered the understanding of the subjects.[41]
ลิเวอร์พูล เมืองการค้าทางทะเล Albert dock at night.jpg ลิเวอร์พูล เมอร์ซีย์ไซด์ อังกฤษ
53°24′N 2°59′W / 53.40°N 2.99°W / 53.40; -2.99 (Liverpool Maritime Mercantile City)[42]
คริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19[42] 1,150; 2547;
ii, iii, iv
[42]
In the 18th and 19th centuries, Liverpool was one of the largest ports in the world. Its global connections helped sustain the British Empire, and it was a major port involved in the slave trade until its abolition in 1807, and a departure point for emigrants to North America. The docks were the site of innovations in construction and dock management.[42]
ภูมิทัศน์เหมืองคอร์นวอลล์และเวสต์เดวอน Crowns peh.jpg คอร์นวอลล์และเดวอน อังกฤษ
50°08′10″N 5°23′01″W / 50.136111°N 5.383611°W / 50.136111; -5.383611 (Cornwall and West Devon Mining Landscape)[43]
คริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19[43] 1,215; 2549;
ii, iii, iv
[43]
Tin and copper mining in Devon and Cornwall boomed in the 18th and 19th centuries, and at its peak the area produced two-thirds of the world's copper. The techniques and technology involved in deep mining developed in Devon and Cornwall were used around the world.[43]
สะพานส่งน้ำและคลองพอนต์คะซัลล์เท WalesC0047.jpg เทรเวอร์, เรกซัม, เวลส์และอังกฤษ
52°58′14″N 3°05′16″W / 52.97053°N 3.08783°W / 52.97053; -3.08783 (Pontcysyllte Aqueduct and Canal)[44]
ค.ศ. 1795–1805[44] 1,303; 2552;
i, ii, iv
[44]
The aqueduct was built to carry the Ellesmere Canal over the Dee Valley. Completed during the Industrial Revolution and designed by Thomas Telford, the aqueduct made innovative use of cast and wrought iron, influencing civil engineering across the world.[44][45]
สะพานฟอร์ท Forth Bridge (6858076258).jpg เอดินบะระ, อินช์การ์วีและไฟฟ์,  สกอตแลนด์
56°00′02″N 3°23′19″W / 56.000421°N 3.388726°W / 56.000421; -3.388726 (Forth Bridge)[46]
ค.ศ. 1890 1485; 2558;
i, iv
[46]
กลุ่มถ้ำกอรัม Gorham's Cave.jpg ด้านตะวันออกของร็อกออฟยิบรอลตาร์,  ยิบรอลตาร์
36°07′13″N 5°20′31″W / 36.120397°N 5.342075°W / 36.120397; -5.342075 (Gorham's Cave)[47]
33,000-23,000 ปีมาแล้ว[48] 1500; 2559;
iii
[47]
อิงลิชเลกดิสตริกต์ Glenridding, Cumbria, England - June 2009.jpg คัมเบรีย  อังกฤษ
54°28′26″N 3°4′56″W / 54.47389°N 3.08222°W / 54.47389; -3.08222 (The English Lake District)[49]
n/a 422; 2560;
ii, v, vi
[49]
Famous for its scenic landscape of mountains, lakes, houses, gardens and parks, the Lake District was celebrated through picturesque and romantic visual arts and literature from the 18th century on.[49]

บัญชีรายชื่อเบื้องต้น[แก้]

บัญชีรายชื่อเบื้องต้นเป็นรายชื่อสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่แต่ละประเทศยื่นเสนอให้ขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อมรดกโลก รายชื่อสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่การเพิ่มสถานที่ลงในรายชื่อจะต้องทำก่อนเสนอชื่อขึ้นทะเบียนห้าถึงสิบปี[50]

บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของสหราชอาณาจักรได้ปรับเปลี่ยนครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2549 ประกอบด้วยสถานที่ 15 แห่งดังต่อไปนี้[51]

  1. The Cairngorm Mountains, สกอตแลนด์
  2. Chatham Naval Dockyard, อังกฤษ
  3. Darwin's Home and Workplace: Down House and Environs, England
  4. The Flow Country, สกอตแลนด์
  5. Fountain Cavern, Anguilla - a limestone cavern which contains Amerindian glyphs carved into the rock.[52]
  6. Gibraltar defences
  7. The Great Western Railway: Paddington-Bristol (selected parts), อังกฤษ
  8. แมนเชสเตอร์และ Salford (Ancoats, Castlefield and Worsley), อังกฤษ
  9. Monkwearmouth and Jarrow Monastic Sites, อังกฤษ
  10. Mount Stewart Gardens, ไอร์แลนด์เหนือ
  11. The New Forest, อังกฤษ
  12. Shakespeare's Stratford, อังกฤษ
  13. The Wash และชายฝั่งนอร์ฟอล์กเหนือ อังกฤษ

หมายเหตุ[แก้]

  1. แหล่งมรดกโลกแบบผสมหมายถึงตรงกับเกณฑ์ทั้งประเภทธรรมชาติและวัฒนธรรม

อ้างอิง[แก้]

หมายเหตุ
  1. 1.0 1.1 1.2 United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland: Properties inscribed on the World Heritage List, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-16 
  2. UNESCO Constitution, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-17 
  3. Funding, Department for Culture, Media and Sport, สืบค้นเมื่อ 2009-08-17 
  4. About us, The United Kingdom National Commission for UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-17 
  5. Andy Burnham launches debate on the future designation of World Heritage Sites in the UK, Department for Culture, Media and Sport, 2008-12-02, สืบค้นเมื่อ 2009-08-17 
  6. The Criteria for Selection, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  7. 7.0 7.1 7.2 World Heritage List, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  8. New publication spotlights St Kilda, Scottish Natural Heritage, 2004-12-09, สืบค้นเมื่อ 2009-08-16 
  9. Dual World Heritage Status For Unique Scottish Islands, National Trust for Scotland, 2005-07-14, สืบค้นเมื่อ 2009-08-16 
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 Giant's Causeway and Causeway Coast, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 Durham Castle and Cathedral, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 Ironbridge Gorge, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 Studley Royal Park including the Ruins of Fountains Abbey, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-29 
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 Stonehenge, Avebury and Associated Sites, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  15. 15.0 15.1 15.2 15.3 Castles and Town Walls of King Edward in Gwynedd, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  16. Liddiard (2005), p. 9.
  17. 17.0 17.1 17.2 St Kilda, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  18. Benvie (2000).
  19. 19.0 19.1 19.2 19.3 Blenheim Palace, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  20. 20.0 20.1 20.2 20.3 Westminster Palace, Westminster Abbey and Saint Margaret's Church, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-15 
  21. History, Westminster Abbey, สืบค้นเมื่อ 2009-08-15 
  22. Thornbury (1878), p. 567.
  23. 23.0 23.1 23.2 23.3 City of Bath, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-29 
  24. 24.0 24.1 24.2 24.3 New Lanark, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  25. 25.0 25.1 25.2 25.3 Frontiers of the Roman Empire, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  26. 26.0 26.1 26.2 เกาะเฮนเดอร์สัน, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  27. 27.0 27.1 27.2 27.3 Tower of London, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  28. 28.0 28.1 28.2 28.3 Canterbury Cathedral, St Augustine's Abbey, and St Martin's Church, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-15 
  29. Church of St Martin, Images of England, สืบค้นเมื่อ 2009-08-16 
  30. St Augustine's Abbey, Pastscape, สืบค้นเมื่อ 2009-08-16 
  31. 31.0 31.1 31.2 31.3 Heart of Neolithic Orkney, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  32. 32.0 32.1 32.2 32.3 Old and New Towns of Edinburgh, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  33. 33.0 33.1 33.2 Gough and Inaccessible Island, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  34. 34.0 34.1 34.2 34.3 Maritime Greenwich, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-29 
  35. 35.0 35.1 35.2 35.3 Historic Town of St George and Related Fortifications, Bermuda, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-02 
  36. 36.0 36.1 36.2 36.3 Blaenavon Industrial Landscape, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  37. 37.0 37.1 37.2 37.3 Saltaire, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  38. 38.0 38.1 38.2 Dorset and East Devon Coast, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-29 
  39. 39.0 39.1 39.2 Derwent Valley Mills, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-27 
  40. Derwent Valley Mills Partnership (2000), pp. 30–31, 96.
  41. 41.0 41.1 41.2 41.3 Royal Botanical Gardens, Kew, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-28 
  42. 42.0 42.1 42.2 42.3 Liverpool – Maritime Mercantile City, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-07-29 
  43. 43.0 43.1 43.2 43.3 Cornwall and West Devon Mining Landscape, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  44. 44.0 44.1 44.2 44.3 Pontcysyllte Aqueduct and Canal, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  45. Listed Buildings: Pontcysyllte Aqueduct, Trevor, Wrexham County Borough Council, สืบค้นเมื่อ 2009-08-12 
  46. 46.0 46.1 Forth Bridge, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2015-07-05 
  47. 47.0 47.1 Gorham's Cave Complex, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2016-07-15 
  48. "Late survival of Neanderthals at the southernmost extreme of Europe" (PDF). Nature 443 (7113): 850–3. October 2006. Bibcode:2006Natur.443..850F. PMID 16971951. doi:10.1038/nature05195.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  49. 49.0 49.1 49.2 The English Lake District, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2017-07-10 
  50. Glossary, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2010-01-01 
  51. Tentative list of United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland, UNESCO, 2006-01-19, สืบค้นเมื่อ 2010-01-01 
  52. Foundation Cavern, Anguilla, UNESCO, สืบค้นเมื่อ 2010-01-01 
บรรณานุกรม
  • Benvie, Neil (2000), Scotland's Wildlife, London: Aurum Press, ISBN 978-1854109781 
  • Derwent Valley Mills Partnership (2000), Nomination of the Derwent Valley Mills for inscription on the World Heritage List, Derwent Valley Mills Partnership 
  • Keay, J; Keay, J (1994), Collins Encyclopaedia of Scotland, London: Harper Collins, ISBN 0-00-255082-2 
  • Liddiard, Robert (2005), Castles in Context: Power, Symbolism and Landscape, 1066 to 1500, Macclesfield: Windgather Press Ltd, ISBN 0-9545575-2-2 
  • Thornbury, Walter (1878), "St Margaret's Westminster", Old and New London (Victoria County History) 3