รายชื่อแหล่งมรดกโลกในประเทศปากีสถาน
หน้าตา
องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกของประเทศปากีสถานทั้งสิ้น 6 แหล่ง[1]
ที่ตั้ง
[แก้]ที่ตั้งแหล่งมรดกโลกในประเทศปากีสถาน
สถานที่ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก
[แก้]- *หมายเหตุ: ระบุชื่อสถานที่ตามที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีแหล่งมรดกโลก
| สถานที่ | ภาพ | ที่ตั้ง | ประเภท | พื้นที่ (เฮกตาร์) |
ปีขึ้นทะเบียน (พ.ศ./ค.ศ.) |
คำบรรยาย | อ้างอิง |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ซากโบราณคดี ที่โมเฮนโจ-ดาโร |
แคว้นสินธ์ 27°19′36.5″N 68°08′13.7″E / 27.326806°N 68.137139°E |
วัฒนธรรม: (ii), (iii) |
240 | 2523/1980 | โมเฮนโจ-ดาโรเป็นอดีตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ และถือเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองและระบบประปาแห่งแรกในอนุทวีปอินเดียเมื่อ 2,500–1,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช ภายในเขตขุดค้นพบว่ามีการสร้างป้อมปราการรอบเมือง โรงอาบน้ำ สถูปเจดีย์พระพุทธศาสนา รวมไปถึงการขุดค้นพบเครื่องปั้นดินเผาและรูปปั้นแกะสลักงดงาม นักโบราณคดีคะเนว่าอดีตเมืองแห่งนี้ถูกทิ้งร้างในศตวรรษที่ 19 ก่อนคริสต์ศักราชจากเหตุน้ำท่วม | 138[2] | |
| ซากพุทธสถานแห่งตัขต์ภาอี และซากนครใกล้เคียง ที่ซาห์รีบาห์ลอล |
แคว้นแคบาร์ปัคตูนควา 34°17′10.8″N 71°56′48.4″E / 34.286333°N 71.946778°E |
วัฒนธรรม: (iv) |
50.73 | 2523/1980 | ในคริสต์ศตวรรษที่ 1–7 มีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในภูมิภาคคันธาระ พุทธสถานแห่งนี้อันประกอบด้วยลานสถูป อาราม และอุโบสถ รวมไปถึงซากเมืองที่มีการขุดพบพระพุทธรูปแกะสลักหินรูปแบบศิลปะคันธาระจึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีผู้คนนับถือพระพุทธศาสนาในช่วงที่จักรวรรดิกุษาณะเรืองอำนาจในเขตหุบเขาเปศวาร์ | 140[3] | |
| ตักศิลา | แคว้นปัญจาบ 33°45′12.3″N 72°49′47.6″E / 33.753417°N 72.829889°E |
วัฒนธรรม: (iii), (vi) |
2523/1980 | อดีตเมืองนครที่มีผู้คนตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ยุคหินใหม่เมื่อ 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ยาวนานมาจนถึงยุคแคว้นคันธาระ จักรวรรดิอะคีเมนิด อาณาจักรอินโด-กรีก จักรวรรดิกุษาณะ จักรวรรดิคุปตะ ก่อนจะล่มสลายจากการการบุกรุกของชนชาติเฮฟทาไลต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 เมืองตักศิลาถือได้ว่าเป็นนครที่มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงเป็นแหล่งทำนุบำรุงของพระพุทธศาสนาในอนุทวีปอินเดียอีกด้วย | 139[4] | ||
| ป้อมและสวนชาลามาร์ ในลาฮอร์ |
แคว้นปัญจาบ 31°35′18.2″N 74°18′55.5″E / 31.588389°N 74.315417°E |
วัฒนธรรม: (i), (ii), (iii) |
2524/1981 | ผลงานสถาปัตยกรรมโมกุลที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปในนครลาฮอร์ซึ่งในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงจักรวรรดิโมกุลในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 มีความโดดเด่นในด้านศิลปะที่มีการผสมผสานทั้งศิลปะอิสลามและศิลปะเปอร์เซีย ตัวป้อมประกอบด้วยตำหนักของราชาและเหล่าขุนนาง ศาสนสถาน และประตูที่ตกแต่งอย่างงดงาม ส่วนเขตสวนชาลามาร์มีการจัดสวนที่ได้อิทธิพลมาจากสวนเปอร์เซีย ประกอบด้วยน้ำพุกว่า 400 แห่งและพื้นที่ใช้สอยอย่างอื่น เช่น ศาลา บ่อน้ำ หอสูงหลุมฝังศพ | 171[5] | ||
| โบราณสถานที่มกลี ฐัฏฏา |
แคว้นสินธ์ 24°45′59.1″N 67°53′59.5″E / 24.766417°N 67.899861°E |
วัฒนธรรม: (iii) |
2524/1981 | มกลีเป็นเมืองที่ตั้งของสุสานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีหลุมฝังศพราว 500,000–1,000,000 หลุม โดยมีการขุดค้นพบว่าสุสานแห่งนี้ถูกใช้ฝังศพมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยเหล่าสาวกลัทธิศูฟีในจักรวรรดิซัมมา สุสานแห่งนี้มีความสำคัญต่อราชวงศ์ในอดีตอันเป็นที่ฝังพระบรมศพของจักรพรรดิและบุคคลสำคัญอีกมากมาย โดยมีการสร้างอาคารอนุสรณ์และรูปเคารพที่มีการผสมผสานศิลปะหลากหลายวัฒนธรรม | 143[6] | ||
| ป้อมโรห์ตาส | แคว้นปัญจาบ 32°57′48.9″N 73°34′39.5″E / 32.963583°N 73.577639°E |
วัฒนธรรม: (ii), (iv) |
2540/1997 | ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงต้นของจักรวรรดิซูร์ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยสุลต่านเชอร์ชาห์สุรี โดยอิงสถาปัตยกรรมตะวันออกกลางผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่น นับเป็นผลงานสถาปัตยกรรมอิสลามที่สำคัญในการถูกสร้างเพื่อเป็นแนวป้องกันการถูกรุกราน ตัวป้อมประกอบด้วยประตูหินแกะจำนวน 14 ประตู มัสยิด วังที่ถูกสร้างขึ้นในยุคโมกุล และบ่อน้ำขั้นบันได | 586[7] |
สถานที่ที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น
[แก้]ประเทศปากีสถานมีสถานที่ที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลกในอนาคตทั้งสิ้น 37 แห่ง[1]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "World Heritage Properties in Pakistan". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.
- ↑ "Archaeological Ruins at Moenjodaro". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.
- ↑ "Buddhist Ruins of Takht-i-Bahi and Neighbouring City Remains at Sahr-i-Bahlol". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.
- ↑ "Taxila". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.
- ↑ "Fort and Shalamar Gardens in Lahore". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.
- ↑ "Historical Monuments at Makli, Thatta". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.
- ↑ "Rohtas Fort". UNESCO. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2026.