รายชื่อตัวละครในผมน่ะหรือคือราชาปีศาจ!

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

"ตัวละครในผมน่ะหรือคือราชาปีศาจ!" เป็นเนื้อหาที่ว่าด้วยตัวละครที่ปรากฏในนิยายซีรีส์และการ์ตูนมังงะ มะรุมะ ของอาจารย์โทโมะ ทาคาบายาชิ ตลอดจนอนิเมะ Kyo Kara Maoh!

เนื้อหา

ตัวละครหลักและตัวละครรอง[แก้]

ราชาปีศาจและเพื่อนสนิท[แก้]

ชิบุยะ ยูริ (SHIBUYA Yuuri; 渋谷有利)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • ยูริ (ユーリ)
    • ฝ่าบาท (陛下)
    • องค์ราชาปีศาจ (魔王陛下)
    • ฝ่าบาทยูริ (ユーリ陛下)
    • ไก่อ่อน (へな猪口) เรียกโดยโวลฟรัม
    • ยูจังเรียกโดยโชริ(พี่ชายของยูริ)
    • นายน้อย/คุณหนู (坊ちゃん) เรียกโดยโยซัค
    • ชิบุยะ ยูริ ฮาราจุกุ ฟุริ (渋谷有利、原宿不利) เป็นการเล่นคำในภาษาญี่ปุ่น เนื่องจากชื่อ ชิบุยะ ยูริ ไปพ้องกับ “ย่านชิบุยะมีกำไร” จึงยกคำมาเทียบว่า ฮาราจุกุ ฟุริ ซึ่งหมายถึง "ย่านฮาราจุกุขาดทุน"
  • เผ่าพันธุ์: ครึ่งปีศาจครึ่งมนุษย์โดยกำเนิด แต่มีคุณลักษณะของปีศาจทุกอย่าง
  • เพศ: ชาย
  • อายุ: 15-16 ปี
  • วันเกิด: 29 กรกฎาคม
  • ส่วนสูง: 169.5 เซนติเมตร
  • สถานะ: ราชาปีศาจ ปัจจุบันมีคู่หมั้นคือ ลอร์ดโวลฟรัม ฟอน บีเลอเฟลท์
เป็นตัวละครเอกของเรื่อง ยูริเกิดในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วกลับมาเติบโตที่จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น คำว่า “ยูริ” นั้น ในภาษาของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจหมายถึง เดือนกรกฎาคม เขาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 1 ที่อ่อนโยนและมีจิตใจที่รักความถูกต้อง ความยุติธรรม แต่ก็มีนิสัยหุนหันพลันแล่นบ้างในบางครั้ง ยูริเป็นนักเล่นเบสบอลเลือดร้อนและสมาธิสั้น ชอบทำอะไรตามใจโดยไม่สนใจใคร นิสัยที่ว่านี้แม้แต่เขาก็ยังควบคุมไม่ค่อยจะได้ จนได้รับฉายาว่าเป็น “เพลงมาร์ชตุรกี” ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นราชาปีศาจที่ 27 ชื่อของเขา ชิบุยะ ยูริ นั้นมักถูกล้อเลียนให้คู่กับคำว่า “ฮาราจุกุ ฟุริ” แม้ว่าจะรู้สึกไม่ชอบใจชื่อนี้นัก แต่เขาก็ยังนำมาใช้อยู่เรื่อยๆ เช่น เวลาปลอมตัว หรือในเอกสารทางราชการบางอย่าง ยูริก็ลงนามโดยเขียนว่า “ชิบุยะ ยูริ ฮาราจุกุ ฟุริ” ด้วยเช่นกัน
เมื่อไหร่ก็ตามที่ยูริรู้สึกโกรธหรือโศกเศร้าจนสุดขีด เขาจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแทบจะกลายเป็นอีกคนหนึ่ง เขาจะลืมตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไป พลังปีศาจที่แท้จริงของราชาปีศาจจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น แล้วเขาจะพิพากษาเรื่องราวทั้งหมดโดยใช้ภาษาโบราณ เราเรียกราชาปีศาจในขณะนี้ว่า “องค์จักรพรรดิเหนือหัว” ในอนิเมะ ผมของยูริจะยาวขึ้นด้วย ยูริในโหมดองค์จักรพรรดิมักจะมีคำพูดติดปากว่า “ถึงจะไม่ได้คิดคร่าชีวิต แต่ถ้ายังไม่หยุด ข้าจะบั่นคอ (พวก) เจ้าซะ!” จากนั้นจะใช้เวทปีศาจจัดการ ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ประเภทนี้ขึ้น ยูริจะสร้างคำว่า “ความถูกต้อง” ด้วยของที่อยู่ในบริเวณนั้น เช่น น้ำ ทราย ดิน เป็นต้น
ยูริเริ่มสนใจกีฬาเบสบอลเพราะพ่อของเขาชอบเบสบอลจึงสอนยูริให้เล่นตั้งแต่ยังเด็ก จริงๆ แล้วเขามีลักษณะที่คล้ายกับตัวผู้เขียนอยู่หลายอย่าง เช่น เป็นแฟนคลับของทีมเบสบอลไซตามะเซบุไลออนส์ และยกย่อง อิโต้ ทสึโตมุ ซึ่งเคยเล่นในทีมและเคยเป็นผู้จัดการทีมอย่างสุดหัวใจ เป็นต้น และเพราะยูริเป็นแฟนคลับของทีมเซบุไลออนส์นี่เอง เขาจึงมีแต่เสื้อผ้าสีฟ้าเต็มไปหมด นอกจากนี้ยูริยังได้ตั้งทีมเบสบอลมือสมัครเล่นขึ้นมาโดยใช้ชื่อว่า “แดนดี้ ไลออนส์” (เสือเจ้าสำรวย) โดยที่ตัวเองปฏิบัติหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการทีมและกัปตันทีมควบคู่กันไป (ในภายหลัง มุราตะ เคน มารับหน้าที่ผู้จัดการทีมแทน) ในอนิเมะ ยูริใช้ชื่อทีมเบสบอลธรรมดาๆ ว่า “ทีมเรารักเบสบอล” (野球好き)
ยูริเป็นเจ้าของเรือนผมและดวงตาสีดำ สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้ว สีดำเป็นเรื่องของความโชคร้ายหรือความเป็นอมตะ แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้น สีดำคือความงดงามอันเลอค่าหาที่เปรียบมิได้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงบุญญาธิการอันสูงส่งของบุคคลนั้น เมื่อยูริอยู่ในอาณาจักรปีศาจ เขาจะสวมชุดที่คล้ายกับชุดนักเรียนสีดำคอตั้งของญี่ปุ่น ซึ่งในที่นี้จะเป็นฉลองพระองค์ของกษัตริย์
ตอนที่ยูริมาถึงโลกแห่งนี้เป็นครั้งแรก (ชายแดนอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ) เขาถูกอาดัลแบร์ทจับศีรษะแล้วใช้พลังดึงความทรงจำเกี่ยวกับการใช้ภาษาของเผ่าปีศาจในชาติที่แล้วของยูริออกมา ในอดีตชาติของยูริคือหญิงตาบอดนามว่า ซูซานา จูเลีย ทำให้แม้จะดึงความทักษะการใช้ภาษาออกมาแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถอ่านตัวหนังสือออก ทำได้เพียงแค่พูดคุยโต้ตอบเท่านั้น ทักษะที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งก็คือ จูเลีย มีประสาทสัมผัสดีจึงใช้นิ้วสัมผัสตัวอักษรที่นูนออกมาจากวัตถุแล้วสามารถเข้าใจได้เกือบจะทันที นอกจากนั้นยูริยังมีส่วนอื่นๆ ที่เหมือนจูเลียอีกหลายอย่าง เช่น สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนเจ้าของภาษา (เพราะจูเลียมีทักษะการใช้ภาษาดี) หรือเรื่องที่ว่ายูริติดนิสัยพูดจาเอาแต่ใจตัวเอง เป็นต้น
คอนราทเป็นผู้รับผิดชอบนำดวงวิญญาณของจูเลียมายังโลกมนุษย์เพื่อที่จะช่วยปกป้องว่าที่กษัตริย์ให้รอดพ้นปลอดภัยจากภัยคุกคามบางอย่าง ในตอนที่ยูริเดินทางไปโลกทางนั้นใหม่ๆ คอนราทได้ยกจี้ที่ทำมาจากศิลาปีศาจสีน้ำเงินให้แก่ยูริเป็นของขวัญ ซึ่งโดยแท้จริงแล้วจี้ห้อยคอนั้นเคยเป็นของจูเลียมาก่อน บนจี้มีการแกะสลักตราประจำตระกูลวินคอทไว้ด้วย
แม้จะบอกว่าชาติก่อนยูริคือจูเลีย แต่ในความเป็นจริงแล้ววิญญาณของยูริเป็นเพียงสิ่งที่สืบทอดมาจากวิญญาณของจูเลียเท่านั้น ทั้งสองจึงไม่ใช่คนคนเดียวกัน
มอร์กิฟ (Morgif; モルギフ)
มอร์กิฟเป็นดาบมารที่พระราชายูริทรงครอบครองอยู่ ส่วนของฝักดาบมีรูปใบหน้าที่ดูน่าหวาดเสียว ใบหน้านี้แต่เดิมมักจะกรีดร้องหรือทำเสียงโหยหวนบ่อยครั้ง
ดาบมารนี้อยู่ในการครอบครองของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจมานานนับตั้งแต่กษัตริย์รุ่นแรกแล้ว แต่มันกลับถูกขโมยไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายร้อยปีก่อน จนกระทั่งยูริขึ้นครองราชย์ก็รับสั่งให้นำดาบมารกลับคืน แล้วก็เดินทางไปยังดินแดนของมนุษย์เพื่อค้นหา จนทราบว่ามันถูกผนึกไว้ในถ้ำแห่งหนึ่ง บนหน้าผากของรูปใบหน้ามีสิ่งที่คล้ายอัญมณีสีดำฝังไว้ ซึ่งสิ่งนี้จะคอยดูดวิญญาณของสิ่งมีชีวิตเพื่อเพิ่มพลัง (ปัจจุบันอัญมนีถูกถอดไปแล้ว) มันมักจะคำรามเสียง “อู...” “อา...” จากคำบอกเล่าของ มุราตะ เคน ทำให้ทราบว่าใบหน้าของดาบมารนั้นเปลี่ยนไปจากอดีตมาก และดาบนี้ยังซ่อนใบหน้าที่แท้จริงไว้อีก
ในอนิเมะ ศิลาที่ว่าได้ถูกนำกลับมาใส่ให้ดาบอีกครั้งแล้ว

มุราตะ เคน (MURATA Ken; 村田健)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • มุราตะ (村田) เรียกโดยยูริ
    • อัครเสนาบดี (大賢者) เรียกโดยพระปฐมกษัตริย์
    • ใต้เท้า, ท่านเจ้าคุณ (猊下)
  • เผ่าพันธุ์: ไม่ทราบแน่ชัด แต่มีคุณลักษณะของปีศาจทุกอย่าง
  • เพศ: ชาย
  • อายุ: 15-16 ปี
  • สถานะ: อัครเสนาบดี (โดยชาติกำเนิด)
ชื่อเล่นคือ “มุระเคน” เกิดที่เกาะฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เคยเรียนหนังสืออยู่ห้องเดียวกันกับยูริ ตอนช่วง ม.ต้น ปีสองและปีสาม ปัจจุบันเป็นนักเรียนยอดเยี่ยมอยู่ที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ชื่อของเขาไปพ้องกับดาราละครย้อนยุคที่ยูริชอบ ทำให้ยูริซึ่งปกติจะจำชื่อเพื่อนนักเรียนเก่าคนอื่นไม่ได้เลยนอกจากเพื่อนร่วมทีมเบสบอล จำชื่อของ มุราตะ เคน ได้ขึ้นใจ มุราตะเคยเรียนศิลปะป้องกันตัวมาบ้าง แต่ว่าทักษะดังกล่าวก็ไม่เคยปรากฏอย่างชัดเจนนัก เขายังชอบพูดอะไรที่ฟังดูเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์หรือเรื่องเก่าๆ ซึ่งดูไม่เข้ากับอายุตัวเองอยู่บ่อยๆ จนทำให้ยูริถึงกับเคยถามว่า “ตกลงนายอายุเท่าไหร่กันแน่”
อันที่จริงแล้วในอดีตชาติเมื่อนานมาแล้ว มุราตะเคยเกิดเป็นอัครเสนาบดีผู้เป็นแรงสนับสนุนและช่วยกันสร้างอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจร่วมกับพระปฐมกษัตริย์ เมื่ออัครเสนาบดีสิ้นชีวิตลงก็กลับมาเกิดวนเวียนอยู่ในวัฏจักรสงสารเรื่อยมา โดยที่ความทรงจำในแต่ละชาติไม่ได้หายตามไปด้วย จากเนื้อเรื่องได้กล่าวว่า ชาติก่อนๆ ของเขานั้นแม้ความทรงจำจะยังอยู่ แต่คนในชาตินั้นก็แทบจะจำอะไรไม่ได้หรืออย่างมากก็จำได้แค่ครึ่งๆ กลางๆ ดังนั้นชาติปัจจุบันในฐานะ มุราตะ เคน ที่สามารถจำอดีตชาติได้เกือบหมดนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเกินความคาดหมาย และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศของมุราตะดีเลิศ เพราะตัวเขาเคยเกิดในที่ต่างๆ บนโลกมนุษย์มาแล้วหลายครั้ง
พ่อแม่ของมุราตะ เคน มักจะทำงานยุ่งจนทำให้ไม่ค่อยได้พูดคุยกับคนในครอบครัวสักเท่าไหร่ ซึ่งที่จริงเป็นเพราะครอบครัวนี้ยึดหลักการช่วยเหลือตัวเองไม่ไปยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน จึงไม่ได้หมายความว่าครอบครัวไม่อบอุ่นแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ทำให้เวลาที่อยู่คนเดียวมีมากกว่าคนอื่น เขาจึงชอบที่จะมาบ้านของยูริบ่อยๆ เพื่อทานแกงกะหรี่ฝีมือคุณแม่เพื่อน (ฝ่ายคุณแม่เองก็กระตือรือร้นที่จะทำแกงกะหรี่ให้เช่นกัน) เหตุการณ์ที่ทำให้มุราตะกับยูริสนิทสนมกันก็คือ ตอนที่ยูริเข้าไปช่วยมุราตะจากพวกเด็กเกเรจนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ยูริหลุดไปยังโลกฝั่งโน้น ปัจจุบันมุราตะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมแทนยูริ
จากข้อมูลในดราม่าซีดีทำให้ทราบว่า มุราตะได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยโตเกียวว่าได้ผลการทดสอบระดับ A และได้อันดับที่สองในการทดสอบข้อสอบชุดทดลองทั่วประเทศ อีกทั้งเขายังเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย งานที่ว่าก็คือเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมซอฟต์แวร์ และการซื้อขายหุ้น
ในส่วนของเนื้อเรื่องในดินแดนปกครองตนเองคาโลเรีย ยูริได้ต่อว่ามุราตะที่ไม่เคยบอกความจริงอะไรเขาเลย มุราตะได้ให้เหตุผลหนึ่งว่า “เขตการศึกษาห่างกันจึงไม่เคยเจอกันในโรงเรียนเลยจนกระทั่งขึ้น ม.ต้น” แต่ในหนังสือนิยายตอนพิเศษกลับได้กล่าวไว้ว่า ห้องเรียนตอนประถมของยูริอยู่ถัดจากห้องเรียนของมุราตะ
เมื่อราวๆ สี่พันปีก่อนอัครเสนาบดีได้รับภาระนำกล่องที่ปิดผนึกสสารแห่งความพินาศเอาไว้มาที่โลกมนุษย์สองกล่อง จากนั้นก็เวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย์หลายสิบชาติ แต่การที่เขายังคงมีความทรงจำเกี่ยวกับชาติต่างๆ ที่ผ่านมาได้สร้างความหนักใจให้แก่พระปฐมกษัตริย์
ในภาคอนิเมะ ทุกๆ ชาติที่เขาเกิด วิญญาณของอัครเสนาบดียังคงจำอดีตชาติได้ทุกชาติและยังคงมีความรู้สึกผูกพันต่อพระปฐมกษัตริย์ จนเมื่อประมาณสองพันปีก่อนวิญญาณได้เกิดเป็น “เจเนอุส” เจเนอุสได้อุทิศตนเพื่อพระปฐมกษัตริย์อย่างเต็มที่โดยสร้างองค์กรลับใต้ดินที่มีชื่อเรียกว่า “อีกาขาว” ขึ้น

อดีตโอรสรัชกาลก่อนและเสนาบดี[แก้]

เซอร์คอนราท เวลเลอร์ (Sir Conrad Weller; ウェラー卿コンラート)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • ลอร์ดเวลเลอร์ (ウェラー卿) เรียกโดยคนทั่วไป รวมถึงโวลฟรัม (ไม่สามารถแปลว่า เซอร์เวลเลอร์ ได้เพราะผิดธรรมเนียมยุโรป)
    • คอนราด (コンラッド) เรียกโดยยูริ
    • พ่อทูนหัว (名付け親) เรียกโดยยูริในบางครั้ง
    • ราชสีห์แห่งลุทเทนเบิร์ก/รุทเทมเบิร์ก (ルッテンベルクの獅子)
    • หัวหน้า (隊長)เรียกโดยโยซัค
    • ลอร์ดคอนราท เวลเลอร์ (ウェラー卿コンラート) เรียกในอาณาจักรซีมารอนใหญ่และซีมารอนเล็ก ในภาษาญี่ปุ่นไม่แยกความแตกต่างในการใช้คำระหว่าง “เซอร์” กับ “ลอร์ด” (อ่านคำอธิบายได้ที่หัวข้อ "ลักษณะราชวงศ์และขุนนางในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ" ด้านล่าง)
  • เผ่าพันธุ์: ครึ่งปีศาจครึ่งมนุษย์
  • เพศ: ชาย
  • สถานะ: โอรสองค์ที่สองของอดีตราชินีปีศาจ, (นิยายเล่ม 1-4) นายทหารชั้นผู้ใหญ่, (นิยายเล่ม 5 เป็นต้นไป) ขุนนางชั้นสูงในอาณาจักรซีมารอนใหญ่
โอรสองค์รองของราชินีองค์ก่อน ดูจากภายนอกแล้วเหมือนอายุราวๆ 20 ปี คอนราทมีผมสีน้ำตาลและดวงตาสีชาอ่อนประกายสีเงินของดวงดาวซึ่งนับว่าเป็นของหายาก ผู้ชายที่ดูอบอุ่นคนนี้เป็นคนที่ตั้งชื่อให้กับยูริ เพราะฉะนั้นเราจึงจะเห็นว่าทุกครั้งที่คอนราทเรียกยูริว่า “ฝ่าบาท” ยูริจะออกอาการไม่พอใจและตัดพ้อพลางขอร้องให้พ่อทูนหัวของเขาเรียกชื่อตัวเอง คอนราทปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อารักขาพระราชานับตั้งแต่ที่ยูริเดินทางมาไปโลกนั้นใหม่ๆ ทั้งยังเป็นผู้ให้คำปรึกษาเรื่องราวต่างๆ ตลอดจนเป็นคู่ซ้อมเบสบอลให้ยูริอีกด้วย ปกติแล้วคอนราทจะสวมชุดทหารสีเขียวเหมือนหญ้าอ่อนๆ ยกเว้นในงานพิธีการที่จะแต่งเครื่องแบบสีขาว เขาได้รับการยกย่องจากประชาชนและเหล่าทหารเป็นอย่างมาก ถึงขนาดเรียกร้องให้กลับไปเป็นผู้นำทัพเหมือนแต่ก่อน
วันเกิดของคอนราทไม่มีการบอกไว้อย่างแน่ชัด และเจ้าตัวเองก็ดูจะไม่ประสงค์จะบอก ดังนั้นยูริจึงให้วันเกิดของเขา (29 กรกฎาคม) เป็นวันเกิดอีกวันหนึ่งของคอนราท มีชื่อว่า “วันเกิดพ่อทูนหัว”
คอนราทได้รับหน้าที่ให้นำดวงวิญญาณของว่าที่ราชาปีศาจเดินทางมายังโลกมนุษย์ เขาได้พบกับร็อดริเกซ นายแพทย์ชาวอเมริกันเชื้อสายละตินซึ่งเป็นชนเผ่าปีศาจที่อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ และคอนราทก็ได้รับการช่วยเหลือโดยศึกษาภาษาอังกฤษผ่านทางเครื่องมือลับสุดยอดที่ประดิษฐ์โดยองค์การนาซ่า หลังจากนั้นเขาได้พบกับมิโกะ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ยูริอยู่ และเขาก็ได้กลายเป็นคนตั้งชื่อให้กับยูริ (คอนราทบอกกับมิโกะว่า เขายืมความคิดนี้มาจากบิดาของเขา)
ในบรรดาพี่น้องทั้งสามคน คอนราทเป็นเพียงคนเดียวที่บิดาเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ แม้จะไม่มีพลังเวทปีศาจเลย แต่อายุขัยของเขาดูเหมือนจะยืนยาวเช่นเดียวกับเผ่าปีศาจคนอื่นๆ เขาสืบทอดพรสวรรค์ด้านการใช้ดาบมาจากบิดา เป็นที่เกรียงไกรไปทั่ว และในมหาสงครามครั้งก่อน คอนราทก็ได้มีบทบาทอย่างมาก เพราะเขาได้ชัยชนะเหนือดินแดนแห่งความตายอาร์โนลด์ และเป็นเพียงคนไม่กี่คนที่อยู่รอดจากดินแดนแห่งความตายจนได้รับสมญานามว่า “ราชสีห์แห่งรุทเทมเบิร์ก”
แต่ก่อนคอนราทเคยได้รับการศึกษาจากโรงเรียนสอนศิลปะการฟันดาบซึ่งอยู่ในความดูแลของตระกูลวินคอท แล้วได้รู้จักกับซูซานา จูเลีย ก่อนที่คอนราทจะเดินทางเข้าไปร่วมรบในมหาสงคราม เขาก็ได้รับจี้ห้อยคอซึ่งทำจากศิลาปีศาจสีน้ำเงินซึ่งสลับตราประจำตระกูลวินคอทไว้มา เป็นของขวัญจากซูซานา จูเลีย (ในตอนหลังคอนราทได้ให้จี้ดังกล่าวแก่ยูริ)
คอนราทเป็นลูกหลานของราชวงศ์มนุษย์ 3 ราชวงศ์ (บนมหาทวีปของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ในภาษาญี่ปุ่นคือ 大陸三王家) ซึ่งล้วนแต่ถูกโค่นล้มโดยอาณาจักรซีมารอนเดิมหมดแล้ว (ราชวงศ์เดิมของคอนราทคือ “เบอราร์ด” (ภาษาฝรั่งเศส: Berard) ต่อมาเปลี่ยนเป็นนามสกุลธรรมดาว่า “เวลเลอร์”) ในตอนของดินแดนปกครองตนเองคาโลเรีย คอนราทได้แปรพรรคไปร่วมกับอาณาจักรซีมารอนใหญ่
แขนข้างซ้ายของคอนราทที่ถูกตัดขาดออกไปนั้น คล้ายกับกุญแจกล่องต้องห้าม “จุดจบแห่งสายลม” มาก แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ของจริงอยู่ดี เขาจึงเดินทางข้ามไปยังโลกมนุษย์เพื่อนำแขนซ้ายของโรบาลท์ เบอราร์ด ซึ่งเป็นกุญแจที่แท้จริงกลับมา
ในอนิเมะ คอนราทจะสวมชุดทหารสีกากี และแขนซ้ายที่ถูกตัดออกไปนั้น พระปฐมกษัตริย์ทรงนำแขนซ้ายกลับคืนมาให้ โดยมีพระบัญชาให้คอนราทตอบแทนพระองค์โดยการไปค้นหากล่องต้องห้ามในดินแดนมนุษย์ เมื่องานสำเร็จคอนจึงกลับอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจอีกครั้ง

ลอร์ดโวลฟรัม ฟอน บีเลอเฟลท์ (Lord Wolfram von Bielefeld; フォンビーレフェルト卿ヴォルフラム)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • ปรินซ์จอมเอาแต่ใจ (わがままプー)
    • เด็กคนที่สาม (三男ボイ) เรียกโดยอาดัลแบร์ท
    • หนุ่มรูปงาม (美少年) เรียกโดยยูริ
    • ลอร์ดฟอน บีเลอเฟลท์ (フォンビーレフェルト卿)
    • โวลฟ์ (ヴォルフ)
    • หนูฮันนี่(ハニーちゃん) เรียกตอนที่โวลฟรัมยังเด็ก และยูริเองก็เคยเรียกแบบนี้ครั้งหนึ่ง
  • เผ่าพันธุ์: ปีศาจ
  • เพศ: ชาย
  • อายุ: 82 ปี (ดูภายนอกคล้ายมนุษย์อายุ 15-16 ปี)
  • วันเกิด: ไม่ทราบวันที่แน่นอน แต่อยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
  • ส่วนสูง: 171 เซนติเมตร
  • น้ำหนัก: 52 กิโลกรัม
  • สถานะ: พระคู่หมั้นในพระราชายูริ, โอรสองค์ที่สามของอดีตราชินีปีศาจ
โอรสองค์สุดท้องของราชินีองค์ก่อน คำพูดติดปากที่ใช้เรียกยูริคือ “ไก่อ่อน” เวลาอยู่เฉยๆ ดูเหมือนเป็นหนุ่มรูปงามที่มาจากสรวงสวรรค์ หากแต่วาจาของเขานั้นไม่รื่นหูสักเท่าไหร่ แถมเวลานอนเขาจะถีบนู่นถีบนี่ดิ้นไปดิ้นมาไม่น่ามองเอาเสียเลย ใบหน้าของโวลฟรัมทำให้ยูรินึกถึงหนึ่งในนักร้องประสานเสียงแห่งกรุงเวียนนา คนรอบๆ ตัวต่างให้ฉายาเขาว่า “เจ้าชายผู้เอาแต่ใจ” เพราะนิสัยของเขาเอง แต่แท้จริงแล้วโวลฟรัมถือว่าสมชาติชายชาตรีเลยทีเดียว (ผู้เขียนเคยกล่าวไว้ว่า โวลฟรัมหล่อที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด)
เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ได้สืบทอดเรือนผมสีบลอนด์และดวงตาสีเขียวมรกตมาจากมารดา รวมไปถึงทักษะการใช้เวทธาตุไฟซึ่งถือว่าเป็นพันธุกรรมที่สืบทอดมาทางฝ่ายมารดา แต่นิสัยที่เอาแต่ใจนั้นกลับได้รับมาจากบิดา โวลฟรัมมักจะสวมชุดทหารสีน้ำเงินซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับ หากดวงตาของเขาเปลี่ยนสีเป็นสีซีดจาง ก็แทบจะเหมือนกับพระปฐมกษัตริย์เลยทีเดียว
โวลฟรัมเป็นคนที่มีทะนงในศักดิ์ศรีของความเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจบริสุทธิ์มาก ทำให้เขาเกลียดเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างสุดขั้วหัวใจ ในวัยเด็กเมื่อเขาทราบว่าพี่ชายคนที่สองมีบิดาเป็นชาวมนุษย์ นับแต่นั้นมาก็ปากคอเราะร้ายและทำท่าทีไม่ดีใส่คอนราทมาโดยตลอด แต่พอได้มาพบกับยูริแล้วท่าทีที่มีต่อคำว่า “มนุษย์” ของโวลฟรัมก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
เมื่อเราไปต่างดินแดนหรือต่างโลก วัฒนธรรมก็ย่อมแตกต่างกัน ยูริเองก็ไม่ทันระวังในจุดนี้จึงเผลอเอามือไปตบแก้มข้างซ้ายของโวลฟรัมเนื่องจากถูกสบประมาทว่ามีแม่เป็นมนุษย์ต่ำๆ ซึ่งสำหรับอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจแล้วการตบแก้มที่ข้างซ้ายถือเป็นการขอแต่งงาน ส่งผลให้โวลฟรัมกับยูริเป็นคู่หมั้นกันโดยปริยาย ในตอนนั้นโวลฟรัมรู้สึกโกรธแค้นมากจึงท้าประลองกับยูริ แต่ผลสุดท้ายก็ถูกยูริซึ่งกลายเป็นองค์จักรพรรดิปีศาจเอาชนะไปอย่างง่ายดาย นับจากนั้นเป็นต้นมาท่าทีของโวลฟรัมก็เปลี่ยนไปโดยเอาแต่พูดพร่ำเรื่องการเป็นคู่หมั้นและพร้อมที่จะแต่งงานทุกเมื่อ

ลอร์ดเกวนดัล ฟอน โวลแตร์ (Lord Gwendal von Voltaire; フォンヴォルテール卿グウェンダル)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • เกวน (グウェン)
    • ท่านพี่ (兄上) โดยโวลฟรัม
  • เผ่าพันธุ์: ปีศาจ
  • เพศ: ชาย
  • วันเกิด: ไม่ทราบแน่ชัด แต่เกิดในช่วงฤดูหนาว
  • สถานะ: ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, โอรสองค์แรกของอดีตราชินีปีศาจ
โอรสองค์แรกของราชินีองค์ก่อน เป็นชายหนุ่มที่ดูมีพละกำลัง พูดจาประชดประชันบ่อยครั้ง และมีรอยย่นระหว่างคิ้วตลอดเวลา มักจะชักสีหน้าเหมือนอารมณ์ไม่ดี เขามีผมสีเทาเข้มจนดูเผินๆ เหมือนเป็นสีดำและดวงตาสีฟ้า ปกติจะแต่งตัวด้วยชุดทหารสีเขียวเข้ม ชำนาญในการใช้พลังเวทสายธรณี
เกวนดัลเป็นคนชอบของเล็กๆ น่ารักๆ ถึงขนาดถักตุ๊กตา เช่น แมว เป็นงานอดิเรกโดยให้เหตุผลว่าเป็นการฝึกจิตให้เป็นเอกภาพ ทว่าไม่ว่าจะทำเท่าไหร่ฝีมือก็ไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาขึ้นเลย เกวนดัลมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทดลองของอะนิสซินาประจำ นอกจากนี้เกวนดัลกับเดนชาม (พี่ชายของอะนิสซินา) ยังเป็นเพื่อนสนิทกันด้วย
การเป็นผู้ช่วยหรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สร้างความเดือดร้อนให้เกวนดัลไม่น้อย ถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่เขาก็รักประเทศชาติและรักครอบครัวมากกว่าใครทั้งหมด ทำให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาตลอดจนราษฎรต่างก็เคารพรัก

ลอร์ดกุนเทอร์ ฟอน ไครสท์ (Lord Günter von Christ; フォンクライスト卿ギュンター)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • กุนกุน (ギュンギュン)
  • เผ่าพันธุ์: ปีศาจ
  • เพศ: ชาย
  • อายุ: ไม่ทราบแน่ชัด แต่ดูคล้ายมนุษย์อายุประมาณ 30 ปี
  • สถานะ: เสนาบดี
เป็นเสนาบดีประจำตัวพระราชา (ผู้ถวายคำปรึกษากษัตริย์) และเป็นผู้ถวายการศึกษาแก่ยูริ และยังเป็นหนึ่งในบรรดาหนูทดลองของอะนิสซินา มีครั้งหนึ่งที่กุนเทอร์ประสบเหตุจนทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพกึ่งตาย ร่างของเขาถูกแช่แข็งเรียกว่า “กุนเทอร์หิมะ” และวิญญาณถูกนำมาใส่ในตุ๊กตกเรียกว่า “กุนเทอร์เบญมาศ” กุนเทอร์เป็นคนที่หลงใหลในตัวพระราชาของเขามาก พยายามทำตัวเป็นแกนนำทหารรักษาพระองค์อย่างเต็มที่ หลายครั้งที่พยายามทำอะไรหลายๆ อย่างเอาอกเอาใจยูริจนล้นขีดจำกัด
กุนเทอร์เกิดในแคว้นไครสท์ซึ่งติดริมทะเล ตระกูลขุนนางของเขามีลักษณะเด่นที่สืบทอดกันมาก็คือ ดวงตาสีดอกไวโอเล็ต (ม่วงอ่อน) ในบางครั้งกุนเทอร์จะเผลอหลุดคำหรือสำเนียงแปลกๆ อันเป็นภาษาถิ่นของเขาออกมา (เช่นในภาษาญี่ปุ่นว่า 「やってられないっトサーぁ」 เป็นสำเนียงโทสะซึ่งปัจจุบันอยู่แถวจังหวัดโคจิ เกาะชิโคคุ) เมื่อไหร่ที่กุนเทอร์รู้สึกตื่นเต้นจนทนไม่ไหวเขาจะปล่อยเลือดกำเดาบ้าง น้ำมูกน้ำหูน้ำตาบ้างอย่างจนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวไป
นอกจากจะเป็นคนที่มีใบหน้าอันสวยงามแล้ว เขายังมีความเชี่ยวชาญอีกหลายด้าน ทั้งการเมืองการปกครอง การศึกษา เวทปีศาจ การต่อสู้ นับว่าเป็นคนเก่งชนิดหาตัวจับได้ยาก แต่เมื่อเขามาอยู่ต่อหน้ายูริเมื่อไหร่ ภาพเหล่านั้นจะหายไปทันที เขาจะดูเหมือนแค่คนบ้าคนหนึ่งเท่านั้น พอกุนเทอร์ดื่มเหล้าแล้ว เขาจะลุกขึ้นมาร้องรำทำเพลงถึงขนาดถอดชุดชั้นในมาครอบหัวเลยก็มี (จากคำบอกเล่าของกีเซลา)
กุนเทอร์เคยทำงานเป็นข้าราชการครูสังกัดกองทัพ และเคยสอนคอนราทมาก่อน ปัจจุบันกุนเทอร์นอกจากจะเป็นเสนาบดีแล้ว เขายังใช้เวลาในแต่ละวันคิดฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อเกี่ยวกับพระราชาที่รักยิ่งของเขา จึงเขียนไดอารี่ซึ่งเหมือนบทละครอันน่าตื่นตาตื่นใจและเกินจริงหลายเล่ม จนทางสำนักพิมพ์วรรณคดีและงานประพันธ์แห่งอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์จนเป็นที่โด่งดังมาแล้ว
กุนเทอร์นั้นเวลาไม่ได้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ยูริจะคลั่งแล้วก็เอาแต่ทำลายข้าวของไปทั่ว พอยูริกลับมาก็กอดยูริทันทีทันใด เนื่องจากนิสัยตื่นเต้นเพราะฉะนั้นเวลายูริอาบหรือเห็นยูริโป๊ก็จะออกอาการทันที มีอยู่ครั้งนึงกุนเทอร์ไปใส่รัดเกล้าที่พอเขาเข้ายูริก็จะทรมาน นั่นทำให้เขาถึงกับร้องไห้เลยที่เดียว

หญิงผู้มีพลังปีศาจสูงทั้งสาม[แก้]

เลดี้เซซิลี ฟอน ชปิทสเว็ก (Lady Cäcilie von Spitzweg; フォンシュピッツヴェーグ卿ツェツィリエ)[แก้]

  • ชื่อหรือคำเรียกอื่นๆ:
    • เซลี่ (ツェリ)
    • ท่านเซลี่ (ツェリ様)
    • เซ็กซี่ ควีน (セクシークイーン)
    • เซลี่สีทอง (黄金のツェリ)
    • ท่านแม่ (母上) เรียกโดยลูกชายทั้งสาม
  • เพศ: หญิง
  • สถานะ: ขุนนางแห่งตระกูลชปิทสเว็ก, อดีตคือราชินีปีศาจ
เป็นราชินีปีศาจองค์ที่ 26 แห่งอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ (ปัจจุบันได้ลงจากตำแหน่งกลับมาเป็นขุนนาง) ผู้หญิงที่ได้รับฉายาว่า เซ็กซี่ ควีน คนนี้เป็นมารดาของเกวนดัล คอนราท และโวลฟรัม ซึ่งทั้งสามคนมีพ่อคนละคนกัน (เซซิลีมีสามีมาแล้วสามคน และเป็นหม้ายทั้งสามครั้ง) เธอมีฉายาว่า “เซลี่สีทอง” จากที่เธอเป็นหนึ่งในหญิงแกร่งทั้งสามผู้ซึ่งมีพลังปีศาจสูงสุดในอาณาจักร เธอมีพี่ชายคือ ชตุฟเฟล
เซซิลีมีผมสีทองและดวงตาสีเขียวมรกตเช่นเดียวกับโวลฟรัม เธอเป็นผู้หญิงสวย มีเสน่ห์ชวนหลงใหล และมากรัก ปัจจุบันกำลังออกเดินทางตามหารักไปรอบโลก บางครั้งเธอก็แต่งตัวด้วยชุดเซ็กซี่ทำตัวเป็น “นักรบแห่งรักผู้งดงามและร้อนแรง” ออกมามีบทบาท ส่วนลูกๆ ของเธอก็ได้รับสืบทอดความไม่รู้จักอายนี้มาเช่นกัน

เลดี้อะนิสซินา ฟอน คาร์เบลนิคอฟ (Lady Anissina von Karbelnikoff; フォンカーベルニコフ卿アニシナ)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • อะนิสซินาสีแดง (赤のアニシナ)
    • สาวร้ายอะนิสซินา (毒女アニシナ)
    • ปีศาจสีแดง (赤い悪魔)
    • ฝันร้ายแห่งเผ่าพันธุ์ปีศาจ (眞魔国三大悪夢)
    • นักประดิษฐ์สติเฟื่อง (歩く実験狂)
  • เพศ: หญิง
  • สถานะ: ขุนนางแห่งตระกูลคาร์เบลนิคอฟ
ด้วยว่าเธอมีบุคลิกที่ทำให้ผู้ชายหวาดกลัวไปทั่วจึงได้รับสมญานามต่างๆ นานา โดยเฉพาะยามที่เธอทำตัวเหมือนแมดเมจิซิสต์ (Mad Magicist) จะดูน่ากลัวกว่าปกติ เธอเป็นหนึ่งในสามของหญิงแกร่งแห่งอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ มีฉายาว่า “อะนิสซินาสีแดง” เพราะว่าเธอมีผมสีแดงเพลิง ดวงตาของเธอเป็นสีน้ำเงิน เธอคาดหวังที่จะทำให้อาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นจึงพยายามประดิษฐ์เครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ (โดยเธอบอกว่าแต่ละชิ้นต้องอาศัยพลังปีศาจ) และในการนี้เธอได้ใช้เกวนดัล กุนเทอร์ และทหารบางนายมาเป็นหนูทดลองเครื่องมือของเธอ อะนิสซินาเกลียดไก่เป็นที่สุดจนมีเรื่องมีราวกับพี่ชายผู้ซึ่งเลี้ยงไก่เป็นงานอดิเรกอยู่เป็นประจำ
เจ้าตัวเคยบอกเอาไว้ว่า เธอไม่สนใจอะไรนอกจาก “เวทปีศาจ พิษวิทยา วรรณคดี การขับเคลื่อนพัฒนาสถานภาพของเพศหญิง การพัฒนาคุณภาพชีวิตประจำวัน การชกมวย การต่อสู้ และการเฝ้าสังเกตลอร์ดฟอน โวลแตร์” อะนิสซินาเป็นผู้สนับสนุนสิทธิสตรีโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจคลาดเคลื่อนจากคำว่า “ความเสมอภาคทางเพศ” ไปเป็น “การยกย่องเพศหญิงและให้เพศหญิงเป็นใหญ่” เสียแล้ว สำหรับอะนิสซินา เธอจะเข้มงวดและไม่ค่อยมีความเกรงใจกับผู้หญิงหรือผู้ชายที่มีท่าทีโอนอ่อน แม้แต่กับยูริซึ่งเธอเคารพนับถือก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ด้วยบุคลิกของเธอนี้เองทำให้เกรตารู้สึกเคารพยกย่องอย่างมาก โยซัคเองก็ตกหลุมรักอะนิสซินาเพียงฝ่ายเดียว ในหมู่เด็กๆ เธอก็เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เขียนหนังสือ “สาวร้ายอะนิสซินา” นอกจากนี้เธอยังเขียนหนังสือชุด “หญิงกับดัก” อีกด้วย

เลดี้ซูซานา จูเลีย ฟอน วินคอท (Lady Susanah Julia von Wincott; フォンウィンコット卿スザナ・ジュリア)[แก้]

  • ชื่อและคำเรียกอื่นๆ:
    • จูเลียสีขาว (白のジュリア)
  • เพศ: หญิง
  • สถานะ: ขุนนางแห่งตระกูลวินคอท
เป็นหนึ่งในสามหญิงแกร่งแห่งอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ ฉายาคือ “จูเลียสีขาว” เป็นคู่หมั้นของอาดัลแบร์ทซึ่งทั้งสองคนก็รักกันมาก เธอเป็นคนที่เชี่ยวชาญศิลปะต่อสู้ มีนิสัยห้าวหาญ ไม่ยอมแพ้คนอื่นง่ายๆ และเป็นคนเลือดร้อน เธอสนิทกับคอนราทเพราะมีแนวคิดไม่สนับสนุนสงครามเหมือนกัน จูเลียตาบอดตั้งแต่กำเนิด (แต่ก็ไม่ได้บอดสนิทเสียทีเดียวเพราะเธอยังสามารถแยกระหว่างแสงกับเงาได้) นอกจานี้เธอเป็นคนที่มีพลังเวทสูง และมีเวทปีศาจในการรักษาโรค เธอจึงเดินทางไปช่วยเหล่าผู้บาดเจ็บจากสงครามโดยไม่เลือกว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ เธอทำงานอย่างหนักโดยไม่ได้พักทำให้สูญเสียพลังปีศาจมากเกินไปจนในที่สุดก็เสียชีวิต ก่อนหน้านั้นเธอได้ฝากฝังวิญญาณของเธอไว้กับคอนราทเพราะเธอตั้งใจว่าจะกลับมาเกิดอีกครั้ง (ต่อมาเกิดเป็นยูริ)
ในอนิเมะ จูเลียสมัยเด็กเป็นเด็กแก่นเล็กน้อย โดยพื้นฐานเธอเป็นหญิงที่ดูนุ่มนวล เธอได้รับหน้าที่เป็นผู้ให้การศึกษาแก่โวลฟรัมในสมัยก่อน (ตอนที่โวลฟรัมยังเป็นเจ้าชาย)

ตัวละครอื่นในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ[แก้]

ลอร์ดชตุฟเฟล ฟอน ชปิทสเว็ก (Lord Stuffel von Spitzweg; フォンシュピッツヴェーグ卿シュトッフェル)[แก้]

พี่ชายของเซซิลี ในสมัยที่เซซิลีครองราชย์อยู่นั้นชตุฟเฟลดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์กุมอำนาจการปกครองไว้ในมือ เขาเกลียดเผ่ามนุษย์มากถึงขนาดก่อสงครามขึ้นมา และผลักดันให้คอนราททำสงครามที่อาร์โนลด์ ชตุฟเฟลเคยพยายามจะเข้ามาครอบงำและยึดอำนาจจากยูริแต่ก็ไม่สำเร็จ
ในอนิเมะ เขาหวังที่จะช่วงชิงอำนาจจึงวางแผนหาทางกับเรเวนบ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ

ลอร์ดเกเกนฮูเบอร์ กรีเซลา (Lord Gegenhuber Griesela; グリーセラ卿ゲーゲンヒューバー)[แก้]

เป็นญาติพี่น้องทางฝ่ายพ่อของเกวนดัล เมื่อก่อนเขาเคยถูกเนรเทศออกนอกอาณาจักรโดยใช้เหตุผลว่าออกไปค้นหาขลุ่ยปีศาจ แต่ในที่สุดก็ได้กลับมาแผ่นดินแม่อีกครั้งโดยพระบัญชาของพระราชายูริ เขาสูญเสียตาข้างซ้ายไปที่สเวเลร่าเพราะเคยถูกทดสอบว่าดวงตาข้างนั้นใช่กุญแจของกล่องต้องห้ามหรือไม่ ลอร์ดกรีเซลาเคยเสี้ยมสอนเกรตา และให้เกรตาเดินทางไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท ลอร์ดกรีเซลามีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเกวนดัลแต่ดูแก่กว่า
ในอนิเมะนั้น หลังจากที่เขาได้กลับประเทศ เขารู้สึกทนไม่ได้กับสถานภาพของตนเอง แต่ด้วยคำเกลี้ยกล่อมของยูริและคำพูดของเกวนดัลทำให้เขายอมปฏิญาณสาบานอย่างจริงใจต่อแผ่นดินแม่อีกครั้ง เขามีภรรยาเป็นชาวมนุษย์ชื่อ “นิโคลา” มีบุตรชื่อ “เอินสท์” (Ernst)

โยซัค กุริแยร์ (Josak Gurrier; グリエ・ヨザック)[แก้]

สายลับผู้คล่องแคล่วว่องไวของอาณาจักร บางทีก็ถูกเรียกว่า “ยาม” เป็นลูกครึ่งปีศาจกับมนุษย์ เกิดในอาณาจักรซีมารอนใหญ่ มีบิดาเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ ส่วนมารดาที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นได้ทอดทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเล็ก โยซัคเป็นหนึ่งในทหารของกองพลรุทเทมเบิร์กที่สามารถเอาชีวิตรอดกลับมาได้ เป็นเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนนักรบของคอนราท โยซัคจะเรียกคอนราทว่า “หัวหน้า” เพราะติดคำคำนี้มาตั้งแต่สมัยออกรบด้วยกัน
โยซัคปฏิบัติงานหลายๆ อย่างให้เกวนดัล และเขาชอบงานประเภทที่ต้องปลอมตัวเป็นผู้หญิงมาก (ปลอมตัวเป็นคนแก่ก็มี) มีครั้งหนึ่งที่โยซัคได้เข้ามาเยี่ยมเยียนปราสาทปฏิญาณโลหิตแล้วได้พบกันอะนิสซินาเข้า เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และมักเรียกเจ้าหล่อนว่า “อะนิสซินาจัง” โยซัคอยากจะเป็นหนูทดลองให้กับอะนิสซิมามาก แต่เพราะเขาไม่มีพลังปีศาจจึงไม่สามารถทำได้ ประเด็นที่ว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจงเกลียดจงชังมนุษย์นั้นทำให้โยซัครู้สึกกดดันมาโดยตลอด
เขารู้สึกถูกใจกับความที่ยูริดูไม่เหมือนราชาเอาเสียเลย และเรียกยูริว่า “คุณหนู” บ่อยๆ

เกรตา (Greta; グレタ)[แก้]

อดีตเจ้าหญิงแห่งจักรวรรดิโซราเชียซึ่งได้ล่มสลายไปแล้ว ปัจจุบันเป็น เจ้าหญิงพระราชธิดาในพระราชายูริแห่งอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจและลอร์ดโวลฟรัม ฟอน บีเลอเฟลท์ เธอเคยวางแผนที่จะลอบปลงพระชนม์ราชาปีศาจ ทว่ายูริทำให้เธอสงบลงและคิดได้ทั้งยังได้รับเลี้ยงดูเป็นธิดาบุญธรรมอีกด้วย ก่อนที่อาณาจักรบ้านเกิดของเธอจะล่มสลายลง พระมารดานามว่า “อิซูรา”ได้ส่งเกรตาไปยังอาณาจักรบ้านเกิดของเธอเพื่อปกป้องธิดาให้พ้นจากภัยสงคราม (อาณาจักรบ้านเกิดของอิซูราคือ อาณาจักรสเวเลร่า) เกรตาเข้ากับพ่อแม่บุญธรรม (พระราชาและพระราชินีผู้เป็นลุงและป้าสะใภ้) ไม่ค่อยได้ เธอจึงมักลงไปพูดคุยกับเกเกนฮูเบอร์ซึ่งถูกขังอยู่ในคุกใต้ดินของปราสาทจนสนิทสนมกัน ในที่สุดเกรตาก็ช่วยเกเกนฮูเบอร์แหกคุก และพากันหนีไปจนถึงชายแดนอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ
เกรตาเป็นเจ้าหญิงที่ได้รับความรักจากทุกคนในปราสาทปฏิญาณโลหิต เธอเดินทางไปศึกษาต่อที่อาณาจักรเผ่าพันธุ์มนุษย์ “คาวาลเคด” (ในอนิเมะเกรตาเรียนหนังสืออยู่ในอาณาจักรปีศาจ) เป็นแฟนคลับอะนิสซินาตัวยง และชอบหนังสือชุด “สาวร้ายอะนิสซินา” เป็นอย่างมาก

อาดัลแบร์ท ฟอน กรานซ์ (Adalbert von Grantz; フォングランツ・アーダルベルト)[แก้]

คู่หมั้นของซูซานา จูเลีย เขาเคยเป็นขุนนางของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ แต่ได้ละทิ้งดินแดนไปเพราะรู้สึกโกรธแค้นเผ่าพันธุ์ปีศาจ เป็นคนที่มุ่งมั่นและซื่อตรงแม้ว่าร่างจะใหญ่โตบึกบันและพูดจาหยาบคายไปบ้าง อาดัลแบร์ทเป็นคนที่ใช้เวทศักดิ์สิทธิ์ดึงทักษะการใช้ภาษาออกมาจากความทรงจำในวิญญาณของยูริ ตัวเขาไม่ได้สังกัดอยู่ฝ่ายใดไม่ว่าจะมนุษย์หรือปีศาจ แต่ตั้งแต่ที่ทราบว่ายูริคือจูเลียกลับชาติมาเกิดเขาก็มีท่าทีที่แปลกไป เหมือนคอยเอาใจใส่ยูริ นอกจากนี้ อาดัลแบร์ทยังทำอาหารเก่งด้วย

เลดี้กีเซลา ฟอน ไครสท์ (Lady Gisela von Christ; フォンクライスト卿ギーゼラ)[แก้]

ธิดาบุญธรรมของกุนเทอร์ผู้มีความสามารถใช้พลังผ่านมือในการรักษาโรคได้ เธอมีเรือนผมสีน้ำตาลหม่นคล้ายคล้ายขี้เถ้าและดวงตาสีเขียว กีเซลามีปัญหาเกี่ยวกับเลือดทำให้ผิวของเธอดูขาวซีดผิดปกติ ปกติแล้วเธอเป็นคนที่มีบุคลิกอ่อนโยนและเยือกเย็น แต่ในฐานะทหารแล้วท่าทีเธอกลับเข้มงวด พูดจากระโชกโฮกฮาก เรียกว่า “โหมดสิบเอก” และเธอได้รับสมญานามอย่างเกรงกลัวจากทหารใต้บังคับบัญชาว่า “จ่า” (คนที่ตกเป็นเหยื่อของความน่ากลัวของเธอบ่อยที่สุดคือ ดาคัสคอส) ตอนที่โวลฟรัมเห็นกีเซลาในโหมดสิบเอกเป็นครั้งแรกทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็นที่สุด
แท้จริงแล้ว เธอมียศเป็นนายร้อย และเคยออกไปยังสนามรบในฐานะผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาของจูเลีย และเป็นคนนำร่างไร้วิญญาณของจูเลียไปฌาปนกิจด้วยตนเอง
ในอนิเมะ ผมของกรีเซลาเป็นสีเขียว

ดาคัสคอส (Dacascos; ダカスコス)[แก้]

นายทหารของกองทัพอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ ชื่อจริงคือ “ลิลิท ลัทชี นานาทัง มิโคทัง ดาคัสคอส” เป็นนายทหารผู้น่าสงสารเพราะนอกจากจะถูกกีเซลาใช้งานอย่างหนักแล้ว บางครายังถูกอะนิสซินาจับมาเป็นหนูทดลองเครื่องไม้เครื่องมือที่เธอประดิษฐ์อีก ดาคัสคอสเคยถูกกุนเทอร์บังคับให้ออกบวชด้วยกันเพียงเพราะกุนเทอร์เข้าใจอะไรบางอย่างผิด เขาต้องโกนศีรษะแต่ก็รู้สึกชอบใจมาก จึงตัดผมทรงสกินเฮดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้ยูริจึงเผลอเรียกดาคัสคอสว่า “ปิกัสคอส” อยู่เรื่อย
ดาคัสคอสมีภรรยาชื่อ อัมบริน ซึ่งเป็นเลขานุการผู้แสนฉลาดปราดเปรื่องของเกวนดัล ทำให้ดาคัสคอสมักรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าภรรยาอยู่เสมอ
เนื้อเรื่องต้นฉบับนั้น ดาคัสคอสไม่มีพลังปีศาจ แต่ในอนิเมะเขามีพลังปีศาจอยู่แม้ว่าจะเพียงนิดหน่อย นอกจากนี้ดาคัสคอสในอนิเมะยังเป็นคนโสดอีกด้วย

อุลรีเคะ (Ulrike; ウルリーケ)[แก้]

นอกจากอัครเสนาบดีแล้ว มีเพียงแต่อุลรีเคะที่สามารถสื่อสารทางจิตกับพระปฐมกษัตริย์ได้ เธอเป็นเทพพยากรณ์อยู่ในสุสานกษัตริย์ มีผมยาวจรดพื้น มองดูภายนอกแล้วเหมือนยังเป็นเด็ก แต่ความจริงเธออายุ 800 ปีแล้ว เธอเป็นผู้ที่มีพลังปีศาจสูงมากจนอาจจะเรียกได้ว่ามีพลังรองจากพระปฐมกษัตริย์ ในขณะที่อุลรีเคะดำรงตำแหน่งเป็นเทพพยากรณ์เธอก็เคยใฝ่ฝันถึงความรักเหมือนกัน มีบางทีที่เธอต้องแอบร้องไห้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเธอก็ต้องรักษาภาพพจน์และประพฤติตนให้เหมาะสมกับตำแหน่ง
ในอนิเมะ เธอเคยเรียกตัวยูริมาจากโลกมนุษย์เพียงเพราะเธอต้องการพบหน้าเขาเท่านั้น

ลอร์ดเดนชาม ฟอน คาร์เบลนิคอฟ (フォンカーベルニコフ卿デンシャム)[แก้]

พี่ชายของอะนิสซินา ปัจจุบันเป็นขุนนางผู้ครองที่ดินแคว้นคาร์เบลนิคอฟตามระบบศักดินาสวามิภักดิ์ เขาเป็นชายร่างเล็กผู้มีดวงตาสีน้ำเงินและเรือนผมสีแดงเพลิงเช่นเดียวกับอะนิสซินา เดนชามเป็นคนที่มีหัวทางการค้า (และเขาก็พยายามจะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อพระราชาโดยการนำยอดรวมการภาษีในแคว้นของเขามาถวายราชาปีศาจ)
เดนชามเคยทาบทามสู่ขอเจ้าบ่าวให้กับอะนิสซินาโดยหวังผลด้านการเงินและการค้า แต่ถูกเกวนดัลเข้าแทรกแซง และในที่สุดเหตุการณ์ก็จบแบบไม่เป็นเรื่องเป็นราวอะไร
ชายคนนี้เป็นคนที่รักไก่อย่างสุดหัวใจ และเลี้ยงไก่ไว้เป็นจำนวนมาก

ดันฮีลี เวลเลอร์ (ダンヒーリー・ウェラー)[แก้]

สามีคนที่สองของเซซิลีและเป็นบิดาของคอนราท เป็นคนรุ่นแรกๆ ของรุทเทมเบิร์ก แขนของเขาถูกสักและตัวเขาถูกขับไล่ออกจากดินแดนมนุษย์ ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 89 ปี ด้วยว่าเขาเป็นลูกหลานของสามราชวงศ์และเป็นนักรบฝีมือฉกาจที่นิสัยดี ทำให้เขาได้รับการเคารพยกย่องอย่างกว้างขวาง ในสมัยที่เขายังเป็นหนุ่ม เขาพาลูกชาย (คอนราท) ออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วดินแดนของมนุษย์ และได้พาเหล่าผู้คนที่กลั่นแกล้งหรือไม่ได้รับการยอมรับด้วยว่าเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ (เช่น เป็นลูกครึ่ง) กลับมายังอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ
ในอนิเมะ เขาและเกวนดัลถูกโจรภูเขาโจมตี และในที่สุดเขาก็เสียชีวิตที่ยอดเขานั่นเอง

เอฟเฟ (エーフェ)[แก้]

เป็นคนทำงานในครัว จากคำบอกเล่าของเซซิลีแล้ว เอฟเฟเป็นเด็กน่ารักผู้มีแก้มสชมพูเปล่งปลั่ง เธอทำอาหารเก่งมาก อีกทั้งยังสนิทสนมกับคอนราทเป็นอย่างดีเพราะเธอมักจะปรึกษาเรื่องของแฟนซึ่งทำงานอยู่ในหน่วยพิทักษ์ปกป้อง เอฟเฟมีน้องชายอยู่ ในแต่ละเดือนเธอจะโผล่หน้ามาจับกลุ่มพูดคุยฟุ้งซ่านตามประสาผู้หญิง
เนื้อหาเดิม (นิยายและมังงะ) เธอมีบทตั้งแต่ช่วงต้นๆ แต่ในอนิเมะ เธอเพิ่งมีบทตอนภาคที่สาม

ลอร์ดลินเซย์ ฟอน วินคอท (Lord Linsay von Wincott; フォンウィンコット卿リンジー)[แก้]

ในอนิเมะใช้ชื่อว่า "มาสเตอร์ลินเซย์ ฟอน วินคอท" (フォンウィンコット・リンジー)
ลูกชายของพี่ชาย (เป็นหลาน) ของเลดี้ซูซานา จูเลีย ฟอน วินคอท (ในอนิเมะเป็นลูกชายของน้องชาย) นับตั้งแต่ที่จูเลียได้ล่วงลับไป ลินเซย์ถือเป็นเด็กที่มีเลือดของตระกูลวินคอทเข้มข้นที่สุด เปิดตัวครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี แต่ด้วยลักษณะพิเศษของเผ่าพันธุ์ปีศาจเขาจึงดูเหมือนเด็กอายุราวๆ 3 ขวบ ในเนื้อเรื่องส่วนของดินแดนปกครองตนเองคาโลเรีย ลินเซย์ถูกเรียกตัวให้มายังปราสาทปฏิญาณโลหิตเพื่อมารักษากุนเทอร์ซึ่งได้รับพิษของตระกูลวินคอท
ในอนิเมะ เขาเป็นเด็กจอมซนและสนอกสนใจเกรตาเป็นพิเศษ

พระปฐมกษัตริย์และอัครเสนาบดี[แก้]

พระปฐมกษัตริย์ (Original King; 眞王)[แก้]

เมื่อราวๆ สี่พันปีก่อนพระองค์ทรงต่อสู้กับสสารแห่งความพินาศซึ่งกระจายทั่วโลกสำเร็จ และเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติขึ้นเป็นพระปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ จากพระสาทิสลักษณ์ (รูปวาด) ของพระองค์ที่มีอยู่ทำให้เห็นว่า นอกจากสีตาแล้ว ทุกส่วนของใบหน้าเหมือนโวลฟรัมจนน่าตกใจ (พระปฐมกษัตริย์มีพระเนตรสีฟ้าขุ่นลึก ขณะที่ตาของโวลฟรัมเป็นสีเขียวมรกต) พระนามและถิ่นที่ประสูติยังคงไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงว่าพระองค์เป็นพระโอรสในกษัตริย์ของอาณาจักรหนึ่งกับพระมารดาซึ่งเป็นนางรำ ทรงมีชีวิตที่สุขสบายอยู่ในพระราชวังส่วนใน แต่พระองค์ก็ทรงละทิ้งความสะดวกสบายนั้นแล้วเสด็จออกเดินทางอย่างไร้จุดหมายกับคณะนักแสดง
ในอนิเมะ พระปฐมกษัตริย์ทรงกังวลใจเกี่ยวกับกล่องต้องห้าม จึงทรงใช้วิญญาณของพระองค์เองปิดผนึกกล่องเอาไว้ และทรงฝากกุญแจกล่อง “จุดจบแห่งสายลม” ไว้ที่แขนของคอนราท

อัครเสนาบดี (The Great Sage; 大賢者)[แก้]

เด็กหนุ่มที่ทำงานในฐานะเสนาธิการทางทหารถวายพระปฐมกษัตริย์ และเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับพระปฐมกษัตริย์ได้ ในนิยายได้บรรยายไว้ว่าหากปราศจากการช่วยเหลือจากอัครเสนาบดีแล้ว พระปฐมกษัตริย์เองก็ทรงไม่สามารถสร้างอาณาจักรขึ้นมาได้ และเพราะพระปฐมกษัตริย์เคยตรัสอะไรบางอย่างไว้ อัครเสนาบดีจึงได้เก็บความทรงจำไว้ในดวงวิญญาณของตนแล้วไปเกิดใหม่ (ในอนิเมะบอกว่าพระปฐมกษัตริย์มีพระบัญชาอย่างนั้น) อัครเสนาบดีมีเรือนผมและดวงตาสีดำซึ่งได้รับมาจากมารดา สาเหตุที่สีดำกลายเป็นของสูงค่าสำหรับอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นก็มาจากอัครเสนาบดีนี่เอง

ตัวละครจากเผ่าพันธุ์มนุษย์[แก้]

ฮิสคลิฟ (Hyscliff; ヒスクライフ)[แก้]

พ่อค้าที่อาศัยอยู่เมืองมิชชินายซึ่งอยู่ชานเมืองของประเทศผู้วางตัวเป็นกลาง “ฮิลด์ยาด” จริงๆ แล้วเป็นโอรสองค์โตของพระราชาแห่งอาณาจักรคาวาลเคด แต่เพราะเขาตกหลุมรักลูกสาวแห่งตระกูลพ่อค้าเอนรอย เขาจึงลาจากฐานันดรศักดิ์ ออกมาทำธุรกิจเปิดบริการบ่อน้ำพุร้อนในแหล่งท่องเที่ยว ลักษณะเด่นของฮิสคลิฟคือหัวล้าน ยูริจึงเรียกเขาว่า “คุณเหน่ง”
ในอนิเมะ หลังจากที่ฮิสคลิฟกลับอาณาจักร เขาได้ทำหน้าที่ทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ และเป็นแรงผลักดันป่าวประกาศถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองอาณาจักรโดยการจัดตั้ง “สหพันธ์เพื่อความร่วมมือกับอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ”

เบียทริซ (Beatrice; ベアトリス)[แก้]

ธิดาของฮิสคลิฟ เนื่องจากโอรสองค์รองแห่งอาณาจักรคาลวาเคดได้ประชวรจนสิ้นพระชนม์ไปแล้วและไม่มีโอรสหรือธิดาองค์ไหนเหลืออยู่เลย เบียทริซจึงต้องรัชทายาทเอง

นิโคลา (Nicola; ニコラ)[แก้]

หญิงเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ถูกยูริเข้าใจผิดตอนที่อยู่ในสเวเลร่า ในตอนนั้นเธอกำลังตั้งท้องกับลอร์ดเกเกนฮูเบอร์ กรีเซลา (ในอนิเมะนิโคลาคลอดเด็กผู้ชายชื่อ เอินสท์)

ฟลิน กิลบิท (Flynn Gilbit; フリン・ギルビット)[แก้]

ภรรยาของเจ้าผู้ครองดินแดนปกครองตนเองคาโลเรีย อาณาจักรซีมารอนเล็ก (Small Cimaron) เนื่องจากสามีของเธอป่วยตายและลูกก็ยังไม่กลับมา เธอจึงสวมหน้ากากเสแสร้งว่าเป็นสามีและปกครองดินแดนดังกล่าว เธอไม่อาจทนต่อสถานการณ์การสูญเสียเด็กหนุ่มไปจากการส่งพวกเขาไปร่วมรบกับซีมารอน เธอจึงนำ “ยาพิษของวินคอท” ซึ่งถูกเก็บรักษาในห้องใต้ดินของตำหนักออกมาแล้วส่งต่อไปยังอาณาจักรซีมารอนใหญ่ พร้อมกับส่งยูริในฐานะ “ผู้ใช้ยาพิษ” ในตอนหลังฟลินได้กลายเป็นเจ้าผู้ครองดินแดนแทนสามี

ไนเจล ไวส์ มักซีน (Nigel Weiz Maxine; ナイジェル・ワイズ・マキシーン)[แก้]

เป็นทหารและสุนัขรับใช้ที่ขยันขันแข็งของพระราชาแห่งซีมารอนเล็ก ซาราเลกี ลักษณะเด่นของมักซีนคือทรงผมเพราะเขาตัดผมสั้นและมีเหลือไว้มัดเป็นหางม้าสูงๆ เขาตะกละเวลาทานอาหารมาก ล้มเหลวในการสานสัมพันธ์กับผู้หญิงมาโดยตลอด หลังจากเหตุการณ์ที่คาโลเรียจบลงเขาก็ตกกระป๋อง และในตอนหลังก็ได้รับการเลี้ยงดูจากอาดัลแบร์ท
ในอนิเมะ มักซีนเป็นลูกน้องของเบอราร์ดแห่งซีมารอนใหญ่ และได้ลักลอบเข้ามายังปราสาทปฏิญาณโลหิตเพื่อจะแก้แค้น และแน่นอนว่าต้องล้มไม่เป็นท่าอีกครา

ซาราเลกี (Saralegui; サラレギー)[แก้]

พระราชาแห่งอาณาจักรซีมารอนเล็ก อายุ 17 ปี เขามีดวงตาสีทองและเส้นผมสีทองคำขาวยาวสลวย มีเป้าหมายที่จะรวมอาณาจักรทั้งหมดในโลกให้เป็นหนึ่งเดียวกับซีมารอนเล็ก ซาราเลกีจึงพยายามจะรวบรวมกล่องต้องห้ามทั้งสี่ เขาเป็นโอรสของอดีตจักรพรรดินีแห่งอาณาจักรผืนทรายศักดิ์สิทธิ์นามว่า “อาราซอน” กับพระราชาแห่งอาณาจักรซีมารอนเล็กองค์ก่อน “กิลบาล” และมีฝาแฝดอยู่อีกหนึ่งคน ซาราเลกีเคยถูกคิดว่าไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์จึงถูกขับไล่ออกจากอาณาจักรผืนทรายศักดิ์สิทธิ์ จริงๆ แล้วเขามีพลังลึกลับบางอย่าง เช่น สามารถมองเห็นสิ่งของในที่ที่มืดสนิทได้ แต่นั่นก็มีข้อเสียเพราะเขาต้องสูญเสียความสามารถในการมองสิ่งต่างๆ ในที่โล่งแจ้ง เพราะฉะนั้นจึงต้องใส่แว่นกันแดดไว้เกือบตลอดเวลา
ในอนิเมะ ซาราเลกีสามารถบังคับคนอื่นให้เหมือนหุ่นเชิดได้ด้วยอำนาจจากดวงตาของเขา และพยายามใช้ประโยชน์จากยูริเพื่อทำลายอาณาจักรซีมารอนใหญ่

ตัวละครที่อยู่บนโลกมนุษย์[แก้]

ชิบุยะ โชริ (SHIBUYA Shouri; 渋谷勝利)[แก้]

เป็นพี่ชายของยูริ ดวงตาตกเหมือนพ่อ ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยฮิโตะทสึบะชิ และชื่นชอบ อิชิฮาระ ชินทาโร่ มาก เขาวาดฝันไว้ว่าในอนาคตจะเป็นผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว เขารักและเป็นห่วงน้องชายตัวเองมาก มักเรียกยูริว่า “ยูจัง” บ่อยๆ และต้องการให้ยูริเรียกเขาว่า “พี่ชาย” บ้าง ทว่าความปรารถนานั้นก็ไม่ได้รับการสนองสักที นอกจากนั้นเขายังไม่เคยเรียกชื่อมุราตะเลย แต่เรียกว่า “คุณเพื่อนของน้องชาย” ในขณะเดียวกันมุราตะเองก็เรียกกลับว่า “คุณพี่ของเพื่อน” (ในอนิเมะจะเรียกว่า “คุณพี่ของชิบุยะ”) โชริเกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน
ในอนิเมะ เขาเดินทางไปยังอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจหลายครั้ง มีความสามารถในการควบคุมและใช้พลังปีศาจ จนถูกกลุ่มใต้ดินอีกาสีขาวลักพาตัวไปเพื่อหวังจะใช้พลังนั่น
ราชาปีศาจบนโลกมนุษย์คนปัจจุบันมีความคิดที่จะให้โชริรับช่วงการเป็นราชาปีศาจต่อจากเขา

ชิบุยะ มิโกะ (SHIBUYA Miko; 渋谷美子)[แก้]

มารดาของยูริ นามสกุลเดิมคือ โมโตซาวะ มีงานอดิเรกเกี่ยวกับเด็กสาว (เช่น จับลูกแต่งตัวเป็นผู้หญิง) แต่สมัยยังเรียนอยู่เธอเป็นถึงนักกีฬาฟันดาบฉายาว่า “เจนนิเฟอร์แห่งโยโกฮาม่า” มิโกะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเฟอริส (Ferris University) ในบ้านชิบุยะนี้เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด มองภายนอกแล้วเธอดูไม่เหมือนคุณแม่ที่มีลูกเรียนอยู่มหาวิทยาลัยกับมัธยมศึกษาตอนปลายเลย ในตอนที่โชมะ สามีของเธอ บอกกับเธอว่าเขาเป็นชนเผ่าปีศาจ มิโกะกลับไม่ตกใจแต่กลับถามคำถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เช่น ปีศาจมีปีกหรือเปล่า เป็นต้น เธอคอยสอนลูกๆ อยู่เสมอว่า อย่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น
มิโกะยังคงหวังอยู่เสมอว่าลูกๆ จะเรียกเธอว่า “มาม้า” ในสักวัน

ชิบุยะ โชมะ (SHIBUYA Shouma; 渋谷勝馬)[แก้]

บิดาของยูริ เป็นชาวเผ่าปีศาจที่อาศัยอยู่บนโลกและเป็นลูกน้องของราชาปีศาจบนโลกด้วย ทำงานเป็นพนักงานธนาคารโกลบอลซึ่งเป็นธนาคารควบคุมดูแลตลาดการเงินที่แสนลึกลับ เรียกสั้นๆ ว่า “โกลกิ้งแมน” สามีคนนี้ไม่ค่อยกล้าเถียงภรรยาผู้มีอำนาจในบ้านสักเท่าไหร่ เขาเป็นครูสอนเบสบอลและถ่ายทอดความคลั่งไคล้เบสบอลให้แก่ยูริตั้งแต่เด็ก (แต่กลับไม่ได้ผลกับโชริ)
ในตอนที่โชมะเจอกับคอนราทซึ่งได้นำดวงวิญญาณของซูซานา จูเลียมายังโลกมนุษย์ เขาได้ต่อว่าคอนราทว่าให้ยิ้มแย้มเสียบ้างโดยเฉพาะกับลูกชายซึ่งจะกลายเป็นราชาปีศาจในวันหน้า

บ็อบ (Bob; ボブ)[แก้]

เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจที่อยู่บนโลกมนุษย์และเป็นราชาปีศาจของที่นี่ด้วย ทำงานเป็นนักธุรกิจบริหารบริษัทหลายแห่ง ในตอนที่คอนราทเดินทางมายังโลกพร้อมกับดวงวิญญาณของราชาปีศาจองค์ถัดไป บ็อบได้เลือกชิบุยะ โชมะ
ในอนิเมะ บ็อบเป็นเชื้อสายโดยตรงของ คริสเทล วินคอท (บนโลกมนุษย์นั้น ปีศาจทุกคนเป็นลูกหลานของคริสเทลทั้งสิ้น) คอยปกป้องดูแลกล่องต้องห้าม “ก้นบึ้งแห่งกระจก” มาหลายชั่วอายุคนแล้ว และบ็อบเองก็มีพลังปีศาจอยู่ในระดับสูงทีเดียว (ต้นฉบับนิยายกล่าวไว้ว่าราชาปีศาจบนโลกนั้นไม่มีพลังปีศาจเลย)

โคเซ่ ร็อดริเกซ (Jose Rodriguez; ホセ・ロドリゲアス)[แก้]

หนุ่มชาวละตินอเมริกัน เป็นลูกน้องของบ็อบ ทำงานเป็นกุมารแพทย์ในเมืองเอลซาวายโย รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ร็อดริเกซเป็นคนผิวคล้ำและทำทรงผมแบบเดร็ดล็อก เขาได้รับคำสั่งให้พาคอนราทซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงโลกมนุษย์ไปพบกันบ็อบ และให้การสนับสนุนคอนราทในการเรียนรู้ภาษาผ่านทางเครื่องมือขององค์การนาซ่าจนในที่สุดก็สามารถสื่อสารกันเข้าใจได้
ตอนยังเล็กเขาอยู่ในครอบครัวนักแพทย์ ร็อดริเกซเป็นแฟนพันธุ์แท้กันดั้ม ในตอนที่เขาพบกับมุราตะเขาถามคำถามว่า “ชอบชุดโมเดลแบบไหน” ซึ่งเป็นคำถามที่ผิดกับหมอทั่วไป สร้างความแปลกใจให้แก่มุราตะมากจนมุราตะยอมรับในตัวเขา
เมื่อก่อนเขาเป็นคนที่เก็บรักษาดวงวิญญาณของว่าที่มุราตะ เคน

สิ่งมีชีวิตอื่นๆ[แก้]

เผ่ากระดูกบิน (骨飛族) และเผ่ากระดูกดิน (骨地族)[แก้]

ดูเหมือนร่างกระดูกคน สำหรับตัวที่มีปีกงอกออกมาและบินได้ ยูริจะเรียกพวกมันว่า “ดูกบิน” (コッヒー) พวกมันทำงานเบ็ดเตล็ดต่างๆ เช่น งานขนย้าย อยู่ในบริเวณปราสาทปฏิญาณโลหิต ในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจมีอยู่จำนวนค่อนข้างมาก พวกมันเป็นนักกวีตัวยง
พวกมันเป็นสายพันธุ์หนึ่งของเผ่ากระดูกดิน (骨地族) เรียกอย่างย่อว่า “ดูกดิน” (コッチー) ซึ่งประเภทนี้จะไม่สามารถบินได้ และจะจมตัวเองลงไปในดิน พวกมันชื่นชอบป่าช้าหรือสุสานมาก บางครั้งก็ออกมาอาบแดดกันอย่างครื้นเครง และเนื่องจากว่าไม่มีปีกมันจึงจมลงดินมองดูแล้วคล้ายกับโครงกระดูกของคนตายจนมีคนเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ
โครงกระดูกเหล่านี้เป็นพวกกินพืชและสัตว์ แต่ก็ไม่มีใครทราบเลยว่าพวกมันกินอะไรเป็นอาหาร นับว่าเป็นเรื่องลึกลับเสียยิ่งกว่าลึกลับอีก ร่างกายของพวกมันแม้จะถูกทำลาย แต่ตราบใดที่ยังไม่โดนฝังดินพวกมันก็สามารถรวมกลับมาเป็นตัวได้ใหม่ (แต่บางครั้งชิ้นส่วนกระดูกกลับเกินมาก็มี บางครั้งที่พวกมันลอกคราบพอจะรวมตัวก็มีชิ้นส่วนเกินมาก็มี) จนเกิดวัฒนธรรมการละเล่นของเด็กๆ ที่จะนำกระดูกของพวกมันไปเล่นประกอบชิ้นส่วนเหมือนเล่นอิฐบล็อก
ทั้งเผ่ากระดูกบินและเผ่ากระดูกดินล้วนแต่เป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจ แม้ว่าพวกมันจะอยู่ห่างกันแต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกมันจะเข้าใจซึ่งกันและกันโดยสื่อสารกันทางโทรจิต
(นอกจากนี้ยังมีเผ่าปลากระดูกซึ่งมองดูคล้ายปลาทองประดิษฐ์ที่ใช้แขวนตามบ้านเรือนอีกด้วย)
ในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจมีสุภาษิตกล่าวไว้ว่า “สามีภรรยาทะเลาะกันไปกระดูกดินก็กินไม่ได้”

เจ้าน้ำเงิน (アオ)[แก้]

ม้าตัวโปรดของยูริ มีขนสีน้ำเงิน (ที่อาณาจักรเรียกว่า “ขนสีทะมึน”) เป็นม้าที่มีฝีเท้าดีเยี่ยม ม้าตัวนี้มีหัวใจอยู่สองดวงซึ่งนับว่าหายากและเป็นม้ารบในอุดมคติ ครูฝึกม้าคือคอนราท

นกลางร้าย (エンギワル鳥)[แก้]

สัตว์สงวนของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “นกสวรรค์” (極楽鳥) มันมีปีกสีน้ำเงินครามและหางยาวสีส้ม มันจะร้อง “ลางร้าย~” ตามชื่อของมัน
(มีเรื่องเล่าว่านักพากย์ญี่ปุ่นพากันแย่งที่จะพากย์เสียงร้องของนกชนิดนี้)

หมีทะเลทราย (砂熊)[แก้]

คล้ายหมีแพนด้าแสนน่ารักที่มีเท้ามือเท้ายาว พวกมันมีรังอยู่ใต้ดินอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัว ตอนที่ยูริออกไปตามหาขลุ่ยมารก็ถูกหมีทะเลทรายตัวหนึ่งเข้ามาโจมตี และหมีตัวดังกล่าวได้ตกหลุมรักกับทหารที่เดินทางไปด้วยในตอนนั้น (ชื่อ ไรอัน) นายทหารตั้งชื่อให้กับหมีทะเลทรายว่า “เคจิ”
ในอนิเมะ เคจิซึ่งได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดจากไรอัน จนในที่สุดไม่ใช่แค่เพียงทรายเท่านั้น มันยังสามารถดำดินได้ด้วย

โคอาล่าสวรรค์นรก (地獄極楽ゴアラ)[แก้]

มองดูเหมือนหมีโคอาล่าขนาดมหึมา ตอนที่พวกมันโหนบนต้นไม้ไปมาก็ดูน่ารักดี แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสัตว์กินเนื้อที่ดุร้ายมาก ลงจากต้นไม้เมื่อไหร่เป็นอันต้องรวมตัวกันโจมตีไม่เลือกหน้า แต่พอเห็นต้นไม้เมื่อไหร่พวกมันจะหยุดและขึ้นไปโหนโดยทันที ถึงตอนนั้นแล้วพวกมันก็จะกลับมาดูน่ารักดังเดิม
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับโคอาล่าเหล่านี้ไม่มีเสียงร้องที่ชัดเจน แต่ในอนิเมะมันเคยร้องออกมาว่า “หยุดน้า!”

ผึ้งหมี (クマハチ)[แก้]

นับว่าพวกพวกมันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติได้รังสรรค์เป็นรางวัลเลยเดียว มองครั้งแรกเหมือนกับหมีเทดดี้แบร์สีน้ำตาลเข้มที่มีลวดลายและปีกเหมือนผึ้ง รวมๆ แล้วดูน่ารักน่ากอด ตัวขนาดพอๆ กับหมีสีน้ำตาล (หากนำมันไปแช่น้ำจะแตกตัวออกมาเป็นผึ้งหมีตัวเล็กหลายๆ ตัว ขนาดที่มือเด็กกำได้) ปกติพวกมันจะร้องว่า “โนงิสุ” และนางพญาผึ้งหมีสามารถพูดได้ด้วย ขึ้นชื่อว่าเป็นของที่หากเด็กๆ ได้กอดแล้วจะทำให้รู้สึกง่วงอย่างรวดเร็ว ในห้องใต้ดินของเรือนรับรองแขกในปราสาทปฏิญาณโลหิตนั้นมีรังที่นางพญาจะไปวางไข่ทิ้งไว้ ยูริและโวลฟรัมเคยบังเอิญไปพบเข้าและได้กลายเป็นพ่อแม่จำเป็นให้กับพวกมัน ในตอนนี้พวกมันย้ายถิ่นฐานไปยังแดนไกลแต่ในปีถัดไปพวกมันจะกลับมาเพื่อวางไข่อีกครั้ง มูลของผึ้งหมีแม้ว่าจะเหม็นแต่ก็มีชื่อในฐานะวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ทำสีวาดภาพ
ในอนิเมะ พวกมันมีสีชมพู (นางพญามีสีครีม) และนอกจากนางพญาแล้วตัวอื่นๆ มีขนาดใหญ่กว่าตุ๊กตายัดนุ่นเล็กน้อยเท่านั้น

ทีโซ (Tぞう)[แก้]

โผล่มาในช่วงที่ยูริอยู่ในอาณาจักรคาโลเรีย เป็นสัตว์ที่เหมือนกับแพะ มีเส้นสีขาวคล้ายตัว T พาดอยู่บนใบหน้า มีเสียงร้องว่า “ระรึว่าบางที~” (ンモシカシテェェ) ภายใต้ขนนั้น บนผิวหนังของทีโซจะมีลายคล้ายตัว 666 อยู่
ในอนิเมะ พวกมันภูมิใจความสามารถในการวิ่งของพวกมัน สามารถรับนับหนักคนได้สองคนและทับคู่ต่อสู้ได้ เกลียดและกลัวขนมมันจูมาก แต่เวลาที่พวกมันได้กินแล้วอารมณ์จะเปลี่ยนเป็นรุนแรงร้ายกาจสุดๆ ในชาติก่อนของอัครเสนาบดีเคยปฏิบัติไม่ดีกับพวกมันไว้จนทำให้พวกมันรู้สึกเป็นศัตรูกับมุราตะ


ตัวละครประกอบ[แก้]

ตัวละครประกอบที่มีบทในนิยายและมังงะ[แก้]

เนื้อหาส่วนของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ

  • แบรนดอน(ブランドン)
  • เด็กหญิงจากริมทะเลสาบ (湖畔族の少女)
  • เชอวาลิเยร์ (シュバリエ)
  • หลุยส์ บิรง (ルイ・ビロン)
  • อิซารา (イズラ)
  • นินา (ニナ)

เนื้อหาส่วนของดินแดนปกครองตนเองคาโลเรีย

  • อัฟโฟร (アフロ)
  • เตรีน (テリーヌ)
  • เจสันกับเฟรดดี้ (ジェイソン、フレディ)
  • อาราซอน (アラゾン) (มีบทในอนิเมะภาคสาม)
  • พระราชาเบอราร์ด (Berard; ベラール)

เนื้อหาส่วนของอาณาจักรผืนทรายศักดิ์สิทธิ์

  • เยลซี (イェルシー)
  • เบเนร่า (ベネラ)
  • อาบิเกล เกรย์บุส (アビゲイル・グレイブス) หลานสาวของเอพริล เกรย์บุส

เนื้อหาส่วนพิเศษ ก็แค่คุณหนูเพียงชั่วคราว! (お嬢様とは仮の姿!)

  • เอพริล เกรย์บุส(エイプリル・グレイブス)
  • รีฮาลท์ ดูเตอร์ (リヒャルト・デューター)
  • อองรี เรอชอง (アンリ・レジャン)
  • ดีที (DT)

ตัวละครประกอบที่มีบทในอนิเมะเท่านั้น[แก้]

  • เรเวน (Raven; レイヴン)
  • โดเรีย, ลาซาญา และซานเกรีย (Doria, Lasagna, Sangria;ドリア、ラザニア、サングリア)
  • อัลฟอร์ด มาคีนา (Alford Makina; アルフォード・マキナー)
  • เบลมา (Belmal; ベルマ)
  • โปจิ (ポチ)
  • เอินสท์ กรีเซลา (Ernst Griesala; グリーセラ・エルンスト)
  • อังตวน ชอง เรอปิแยร์ (Antoine-Jean Repierre; アントワーヌ・ジャン・レピエール)
  • ไลลา (Lila; ライラ)
  • อองดีน (Ondine; オンディーヌ)
  • เซราฟีน (Seraphine; セラフィーヌ)
  • แอร์ฮาร์ท วินคอท (Erhard Wincott; エアハルト・ウィンコット)
  • คริสเทล วินคอท (Cristel Wincott; クリステル・ウィンコット)
  • รูฟัส (Rufus Bielefeld; ルーファス・ビーレフェルト)
  • ซีกแบร์ท โวลแตร์ (Siegbert Voltaire; ジークベルト・ヴォルテール)
  • ลอเรนซ์ เวลเลอร์ (Lorenz Weller; ローレンツ・ウェラー)
  • รองซีล (Ranzil; ランジール)
  • เบเลียส (Belias; ベリエス)
  • เจเนอุส (Jeneus; ジェネウス)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวละคร[แก้]

ลักษณะราชวงศ์ขุนนางในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจ[แก้]

เนื้อเรื่องอิงกับประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง (ยุคมืด) แต่ผู้เขียนได้ดัดแปลงกฎบางอย่างให้แตกต่างออกไป ดังนี้

การสืบทอดราชบัลลังก์นั้นโดยปกติควรสืบทางสายเลือดของกษัตริย์ แต่ในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจต้องเป็นไปตามพระบัญชาของพระปฐมกษัตริย์เท่านั้น (เทพพยากรณ์ประจำสุสานกษัตริย์ทำหน้าที่นำพระดำรัสมาประกาศ) ทำให้ไม่เหมือนระบอบกษัตริย์ที่แท้จริงเพราะอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ที่วิญญาณของพระปฐมกษัตริย์ ในสมัยรัชกาลก่อนหน้านี้ (ยุคของเลดี้เซซิลี) ลูกของเธอทั้งสามคนได้ขึ้นเป็นเจ้าชายทั้งสิ้น จนกระทั่งวันที่ยูริเดินทางมายังโลกแห่งนี้ เซซิลีก็ก้าวลงจากตำแหน่งพร้อมกับที่ลูกๆ ของเธอทุกคนลงมารับตำแหน่งขุนนางแทน จึงจะเห็นได้ว่าไม่สามารถสืบทอดอำนาจสู่ลูกหลานได้

อำนาจของกษัตริย์ในอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจนั้นถูกคานโดยขุนนางทั้งสิบตระกูลดังเช่นในยุโรปยุคมืดที่อำนาจตกอยู่ในมือขุนนางมากเกินไปอันเป็นลักษณะพิเศษของระบอบศักดินาสวามิภักดิ์ อีกทั้งอำนาจกษัตริย์ของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจยังถูกลิดรอดโดยสภาขุนนางซึ่งทำหน้าที่เหมือนระบอบคณาธิปไตย การตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ พระราชาจำต้องนำเรื่องเข้าสู่สภาขุนนาง (ประกอบไปด้วยหัวหน้าตระกูลขุนนางเจ้าครองแคว้น ทั้งหมดสิบแคว้นจึงมีสิบคน) เพื่อลงมติ จากข้อจำกัดเหล่านี้จึงเห็นได้ว่าแท้จริงแล้วกษัตริย์ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเลย

ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของอาณาจักรเผ่าพันธุ์ปีศาจคือ การสืบทอดตำแหน่งขุนนางสามารถทำได้ทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง (ในยุโรปสมัยก่อน โดยมากจะให้เพศชายสืบอำนาจสู่เพศชายเท่านั้น มีบางกรณีที่ให้สืบสู่ฝ่ายหญิงได้แต่น้อยและมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น) ดังนั้นในกรณีของเลดี้เซซิลี ฟอน ชปิทสเว็ก เป็นขุนนางแห่งชปิทสเว็ก เธอย่อมมีสิทธิ์สืบทอดอำนาจทุกอย่างให้ตกสู่ลูกๆ ของเธอได้ แต่ลูกของเธอเลือกที่จะสืบทอดอำนาจจากฝ่ายบิดาแทน เราจึงไม่เห็นลูกทั้งสามใช้นามสกุลว่า “ฟอน ชปิทสเว็ก” นอกจากนี้การสืบทอดอำนาจยังไม่ได้ห่วงเรื่องสายเลือดแต่อย่างใด ดังจะเห็นได้จากที่กุนเทอร์เคยกล่าวไว้ว่า ลูกบุญธรรมของเขา (เลดี้กีเซล่า) จะเป็นผู้สืบทอดถัดไป

โดยปกติในภาษาญี่ปุ่น คำว่า 卿 (Kyou) ใช้ในชื่อเพื่อบอกยศถาบรรดาศักดิ์ เทียบกับภาษาอังกฤษได้ว่า “ลอร์ด” และ “เซอร์” ทำให้การแปลเป็นภาษาไทยค่อนข้างลำบาก เนื่องจากคนไทยจะชินกับคำในภาษาอังกฤษมากกว่า ในการ์ตูนฉบับแปลของ บริษัท บงกช พับลิชชิ่ง จำกัด ได้ใช้คำว่า “ลอร์ด” กับขุนนางทุกคนยกเว้นคอนราทที่ใช้ “เซอร์” แทน[1] เนื่องด้วยสาเหตุว่าเขาเลือกใช้นามสกุล “เวลเลอร์” ซึ่งเป็นนามสกุลฝ่ายพ่อที่เป็นมนุษย์ พ่อของเขาไม่ได้เป็นขุนนางของอาณาจักรจึงไม่มีตำแหน่งขุนนางให้คอนราทสืบต่อ คอนราทจึงเป็นได้เพียงแค่ เซอร์คอนราท (เซอร์ใช้กับสามัญชนที่ได้รับประทานยศให้เป็นสุภาพชน)

สภาขุนนางทั้งสิบเคยลงมติเลื่อนบรรดาศักดิ์คอนราทให้สูงขึ้น ทว่าเขาปฏิเสธที่จะรับ[2] ในตอนนั้นเขามีพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าชายอยู่แล้วจึงไม่กระทบอย่างชัดเจน จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่รัชกาลใหม่ ฐานันดรศักดิ์เจ้าชายของเขาก็หมดไป ประกอบกับเขาเลือกใช้นามสกุลบิดา ทำให้ไม่มีบรรดาศักดิ์บิดามารองรับจึงกลายเป็นเพียงสุภาพชน แต่ในทางพฤตินัยแล้วเขาได้รับเกียรติในฐานะอดีตโอรสกษัตริย์ เราจึงเห็นว่าคอนราทสามารถเข้าร่วมงานพิธีสำคัญของชนชั้นสูงได้

แต่ในอาณาจักรซีมารอนใหญ่ คอนราทเป็นผู้สืบเชื้อสายจากบิดาทำให้มีสถานะเป็นขุนนางและผู้มีสิทธิ์สืบบัลลังก์อย่างถูกต้อง ดังนั้นในอาณาจักรซีมารอนใหญ่เขาจึงเป็น "ลอร์ดคอนราท เวลเลอร์"

เกร็ดอื่นๆ[แก้]

  • (ในภาษาญี่ปุ่น) อาณาจักรของเผ่าปีศาจจะใช้นามสกุลนำหน้าชื่อ เช่น グリエ・ヨザック เรียงให้ถูกแบบภาษาไทยจะเป็น โยซัค กุริแยร์ ไม่ใช่ กุริแยร์ โยซัค ส่วนอาณาจักรของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะเรียนชื่อ-นามสกุลตามปกติ เช่น アルフォード・マキナー ก็เรียงตามปกติคือ อัลฟอร์ด มาคีนา
  • ลักษณะพิเศษของราชวงศ์ในยุโรป คือ จะแต่งงานข้ามระหว่างราชวงศ์ไปมา ดังนั้นในกรณีบิดาของคอนราทที่เป็นผู้สืบเชื้อสายจากสามราชวงศ์แห่งมหาทวีปก็แสดงว่า เขามีชื่ออยู่ในทำเนียบราชวงศ์และขุนนางของทั้งสามอาณาจักรนั้นเนื่องด้วยบรรพบุรุษ (คอนราทเป็นผู้สืบตำแหน่งนั้นต่อหลังจากที่บิดาเสียชีวิต)


อ้างอิง[แก้]

  1. เทมาริ ม้ตสึโมโตะ และ โทโมะ ทาคาบายาชิ, ผมน่ะหรือคือราชาปีศาจ เล่ม 1, บงกช พับลิชชิ่ง, พ.ศ. 2551.
  2. 高橋知『地には㋮のつく星が降る!』角川ビーンズ文庫・角川書店、2003年。