ราชวงศ์บูร์บง-อ็องฌู
หน้าตา
| ราชวงศ์บูร์บง-อ็องฌู | |
|---|---|
ตราอาร์มของราชวงศ์บูร์บง-อ็องฌู | |
ตราอาร์มของราชวงศ์บูร์บง-อ็องฌูในฐานะพระมหากษัตริย์สเปน | |
| ตระกูลบรรพบุรุษ | บูร์บง |
| ประเทศ | สเปน |
| ก่อตั้ง | 16 พฤศจิกายน 1700 |
| ต้นตระกูล | เฟลิเปที่ 5 |
| ผู้นำคนปัจจุบัน | เฟลิเปที่ 6 |
| สมาชิก | ราชวงศ์สเปน |
ราชวงศ์บูร์บง-อ็องฌู[1][2][3][4][5] โดยทั่วไปรู้จักกันในนาม ราชวงศ์บูร์บง (สเปน: Casa de Borbón) คือราชวงศ์ที่ปกครองราชอาณาจักรสเปน ถือเป็นสายสเปนจากราชวงศ์บูร์บงของฝรั่งเศส-นาวาร์ ราชวงศ์นี้ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1700 เมื่อเฟลิเป (ฟีลิป) ดยุกแห่งอ็องฌู พระราชปนัดดาในพระเจ้าการ์โลสที่ 2 แห่งสเปน ขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ
ราชวงศ์นี้ปกครองสเปนตั้งแต่ ค.ศ. 1700 จนถึงปัจจุบัน โดยขาดช่วงในการรุกรานของฝรั่งเศส (1808–1813), Sexenio Democrático (1868–1874), สาธารณรัฐที่ 2 (1931–1939) และสเปนภายใต้การนำของฟรังโก (1939–1975) ปัจจุบันมีพระมหากษัตริย์จากราชวงศ์บูร์บง-อ็องฌู 11 พระองค์ โดยพระองค์แรกคือพระเจ้าเฟลิเปที่ 5 และองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6
รายพระนาม
[แก้]| พระบรมสาทิสลักษณ์/ฉายาลักษณ์ | พระนาม | รัชสมัย | พระราชสมภพ | สวรรคต | คู่อภิเษกสมรส | อ้างสิทธิ์ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เฟลิเปที่ 5 | 16 พฤศจิกายน 1700 – 14 มกราคม 1724 (23 ปี 59 วัน) | 19 ธันวาคม 1683 แวร์ซาย | 9 กรกฎาคม 1746 มาดริด (62 ปี 202 วัน) | (1) มารีอา ลุยซา กาบรีเอลลาแห่งซาวอย
(2) เอลีซาเบตตา ฟาร์เนเซ |
พระราชปนัดดาในพระเจ้าการ์โลสที่ 2 | |
| 6 กันยายน 1724 – 9 กรกฎาคม 1746 (21 ปี 306 วัน) | พระราชบิดาของพระเจ้าลุยส์ที่ 1 | |||||
| ลุยส์ที่ 1 | 14 มกราคม 1724 – 31 สิงหาคม 1724 (230 วัน) | 25 สิงหาคม 1707 มาดริด | 31 สิงหาคม 1724 มาดริด (17 ปี 6 วัน) | ลูอีซ เอลีซาเบท ดอร์เลอ็อง | พระราชโอรสในเฟลิเปที่ 5 กับมารีอา ลุยซา กาบรีเอลลาแห่งซาวอย | |
| เฟร์นันโดที่ 6 | 9 กรกฎาคม 1746 – 10 สิงหาคม 1759 (13 ปี 32 วัน) | 23 กันยายน 1713 มาดริด | 10 สิงหาคม 1759 บียาซิโอซาเดโอดน (45 ปี 321 วัน) | บาร์บาราแห่งโปรตุเกส | พระราชโอรสในเฟลิเปที่ 5 กับมารีอา ลุยซา กาบรีเอลลาแห่งซาวอย | |
| การ์โลสที่ 3 | 10 สิงหาคม 1759 – 14 ธันวาคม 1788 (29 ปี 126 วัน) | 20 มกราคม 1716 มาดริด | 14 ธันวาคม 1788 มาดริด (72 ปี 329 วัน) | มารีอา อามาลีอาแห่งซัคเซิน | พระราชโอรสในเฟลิเปที่ 5 กับเอลีซาเบตตา ฟาร์เนเซ | |
| การ์โลสที่ 4 | 14 ธันวาคม 1788 – 19 มีนาคม 1808 (19 ปี 96 วัน) | 11 พฤศจิกายน 1748 ปอร์ตีชี | 19 มกราคม 1819 เนเปิลส์ (70 ปี 69 วัน) | มารีอา ลุยซาแห่งปาร์มา | พระราชโอรสในการ์โลสที่ 3 กับมารีอา อามาลีอาแห่งซัคเซิน | |
| เฟร์นันโดที่ 7 | 19 มีนาคม 1808 – 6 พฤษภาคม 1808 (48 วัน) | 14 ตุลาคม 1784 ซันโลเรนโซเดเอลเอสโกเรียล | 29 กันยายน 1833 มาดริด (48 ปี 350 วัน) |
(1) มารีอา อันโตนีอาแห่งนาโปลีและซิซิลี
(2) มารีอา อีซาแบลแห่งบรากังซา (3) มารีอา โยเซฟา อามาลีอาแห่งซัคเซิน (4) มารีอา คริสตีนาแห่งซิซิลีทั้งสอง |
พระราชโอรสในการ์โลสที่ 4 กับมารีอา ลุยซาแห่งปาร์มา | |
| 11 สิงหาคม 1808 / 11 ธันวาคม 1813 – 29 กันยายน 1833 (25 ปี 49 วัน) / (19 ปี 292 วัน) | ||||||
| อิซาเบลที่ 2 | 29 กันยายน 1833 – 30 กันยายน 1868 (35 ปี 1 วัน) | 10 ตุลาคม 1830 มาดริด | 9 เมษายน 1904 ปารีส (73 ปี 182 วัน) | ฟรันซิสโก เด อาซิส เด บอร์บอน | พระราชธิดาในเฟร์นันโดที่ 7 กับมารีอา คริสตีนาแห่งซิซิลีทั้งสอง | |
| อัลฟอนโซที่ 12 | 29 ธันวาคม 1874 – 25 พฤศจิกายน 1885 (10 ปี 331 วัน) | 28 พฤศจิกายน 1857 มาดริด | 25 พฤศจิกายน 1885 ปารีส (27 ปี 362 วัน) |
(1) แมร์เซเดสแห่งออร์เลอ็อง
(2) มารีอา คริสทีนาแห่งออสเตรีย |
พระราชโอรสในอิซาเบลที่ 2 กับฟรันซิสโก เด อาซิส เด บอร์บอน | |
| อัลฟอนโซที่ 13 | 17 พฤษภาคม 1886 – 14 เมษายน 1931 (44 ปี 332 วัน) | 17 พฤษภาคม 1886 มาดริด | 28 กุมภาพันธ์ 1941 โรม (54 ปี 287 วัน) | วิกตอเรีย ยูจีนีแห่งบัทเทนแบร์ก | พระราชโอรสในอัลฟอนโซที่ 12 กับมารีอา คริสทีนาแห่งออสเตรีย | |
| ฆวน การ์โลสที่ 1 | 22 พฤศจิกายน 1975 – 19 มิถุนายน 2014 (38 ปี 209 วัน) |
5 มกราคม 1938 โรม |
มีพระชนม์ชีพ (88 ปี 195 วัน) | โซฟิอาแห่งกรีซและเดนมาร์ก | พระราชนัดดาในอัลฟอนโซที่ 13 กับวิกตอเรีย ยูจีนีแห่งบัทเทนแบร์ก | |
| เฟลิเปที่ 6 | 19 มิถุนายน 2014 – ปัจจุบัน (12 ปี 30 วัน) | 30 มกราคม 1968 มาดริด | มีพระชนม์ชีพ (58 ปี 170 วัน) | สมเด็จพระราชินีเลติเซีย | พระราชโอรสในฆวน การ์โลสที่ 1 กับโซฟิอาแห่งกรีซและเดนมาร์ก | |
- หมายเหตุ: ฆวน (ที่ 3) เดโบร์บน (ผู้อ้างสิทธิ์ ค.ศ. 1941-1977)
พระราชพงศาวลี
[แก้]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Feal Vázquez, Javier (2003). "Los símbolos de la Patria". Boletín de Información (Ministry of Defence) (ภาษาสเปน). 281: 49–52. ISSN 0213-6864 – โดยทาง DialNet.
During the reign of Amadeo I, both the colours and the heraldry were respected, although the shield with the royal arms of the Bourbon-Anjou dynasty was changed to those of Savoy.
- ↑ Campos Pérez, Lara (2010). "Iconografía de la idea de España en los manuales escolares durante la transición a la democracia (1976-1983)". Cuadernos de Historia Contemporánea (ภาษาสเปน). 32: 113. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 December 2024 – โดยทาง Complutense University of Madrid.
But the truly significant change in the composition of the coat of arms was the inclusion, in the center of the shield, of a small shield on which the three fleurs-de-lis that symbolized the Bourbon-Anjou dynasty were represented on a blue background.
- ↑ Fernández-Xesta y Vázquez, Ernesto (2012). "La heráldica familiar" (PDF). Emblemata (ภาษาสเปน). 18: 253. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 3 July 2025 – โดยทาง Institución Fernando el Católico.
Upon the return of Ferdinand VII, the Desired or the Traitor, depending on who calls him, the coat of arms returned to its origins and the escutcheon returned to that of Bourbon-Anjou.
- ↑ Reytier, Damien (2020-10-21). "Occitan fai avans ! L'urgence linguistique occitane : de la renaissance culturelle à l'émancipation politique". University of Montpellier Paul Valéry (ภาษาฝรั่งเศส): 19 – โดยทาง Academia.edu.
Enfin, à titre de comparaison, observons la chronologie des trois autres états entièrement ou partiellement occitans sur la même période : Pour l’Espagne, c’est une monarchie absolue, puis constitutionnelle (1833) en discontinue, avec huit rois et reines de la Maison Bourbon-Anjou, de Charles IV à (1788) à Felipe VI (2014).[...]
- ↑ Damaggio, Jean-Paul (2017). Des Jésuites chez les Guaranis (1608-1768) (ภาษาฝรั่งเศส). Angeville (France): Editions La Brochure. p. 22. ISBN 978-2-37451-032-3.
Les guerres de succession en Espagne et l’accession au trône de la maison Bourbon-Anjou vont avoir des répercussions sur la politique extérieure de l’Empire espagnol. [...]