ราชวงศ์ซันด์
| ประวัติศาสตร์อิหร่านแผ่นดินใหญ่ |
|---|
ราชวงศ์ซันด์ (เปอร์เซีย: دودمان زندیان) เป็นตระกูลขุนศึกในอิหร่าน มีอำนาจปกครองภาคกลางและภาคใต้ของอิหร่านระหว่างปี 1751–1794 ตั้งศูนย์กลางอยู่ที่นครชีรอซ ในขณะที่ภาคอีสาน (โฆรอซอน) ยังอยู่ภายใต้ราชวงศ์อัฟชาร์
ขึ้นสู่อำนาจ
[แก้]
หลังจากพระเจ้านาเดอร์ชาห์ แห่งราชวงศ์อัฟชาร์ ถูกลอบปลงพระชนม์ในปี 1747 ชาห์องค์ใหม่ไม่เป็นที่ยอมรับและถูกโค่นในเวลาอันสั้น หลังจากนั้นขุนศึกหลายคนตั้งตนเป็นใหญ่ในแต่ละมณฑล หนึ่งในนั้นคือขุนศึกนามว่าคาริม ข่านแห่งชนเผ่าซันด์ ซึ่งตั้งตนเป็นใหญ่ในมณฑลฟอร์ส และปราบขุนศึกคนอื่นเพื่อขยายอำนาจในภาคกลางและภาคใต้ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยทำสงครามกับราชวงศ์อัฟชาร์ซึ่งยังรักษาฐานอำนาจในภาคอีสาน ด้วยเหตุนี้ อิหร่านจึงแบ่งเป็นสามก๊กในภาพใหญ่ ได่แก่ อาณาจักรอัฟชาร์ อาณาจักรซันด์ และอาณาจักรดุรรานี
คาริมข่านไม่เคยขึ้นปกครองในตำแหน่งชาห์ (กษัตริย์) แต่ปกครองในตำแหน่ง "มหามนตรีผู้แทนราษฎร" (วะกีลอัลเรอายา) ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่พระเจ้านาเดอร์ชาห์เคยใช้งานในช่วงรวบรวมแผ่นดินก่อนปราบดาภิเษกเป็นชาห์ การปกครองของคาริมข่านมีความยุติธรรม จัดเก็บภาษีอย่างผ่อนปรน ฟื้นฟูเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ทำให้ชีราซกลายเป็นศูนย์กลางศิลปะและวรรณกรรมอีกครั้ง[1]
ในปี 1779 อะบอลฟัตฮ์ ข่าน ซันด์ ผู้ปกครองรุ่นที่สามนับจากคาริมข่าน เริ่มอ้างตนเป็นชาห์แห่งอิหร่าน ซึ่งเป็นการยกสถานะตนเองให้เท่ากับชาห์แห่งราชวงศ์อัฟชาร์ และชาห์แห่งราชวงศ์ดุรรานี
หลังยุคคาริมข่าน
[แก้]หลังการตายของคาริมข่านในปี 1779 อำนาจของตระกูลซันด์ก็เริ่มสั่นคลอน เกิดการแย่งชิงอำนาจระหว่างบุตรหลานและขุนนาง ตระกูลซันด์เข้าสู่ยุคเสื่อมอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน อะฆา มุฮัมมัด ข่านแห่งชนเผ่ากอญัร ได้รวบรวมกำลังและเอาชนะตระกูลซันด์อย่างเด็ดขาดในปี 1794 ส่งผลให้การปกครองของซันด์สิ้นสุดลง และราชวงศ์กอญัรได้กลายเป็นผู้ปกครองอิหร่าน[2]
