รัฐเคดีฟอียิปต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐเคดีฟอียิปต์
الخديوية المصرية (อาหรับ)
خدیویت مصر (ออตโตมันเติร์ก)
รัฐบรรณาการของจักรวรรดิออตโตมัน
(ยึดครองโดยบริติช ตั้งแต่ ค.ศ. 1882)

 

ค.ศ. 1867–ค.ศ. 1914
 

Red flag with three white crescents, each containing a five-pointed white star.
ธงชาติ (ค.ศ. 1867–81) ตราแผ่นดิน
เพลงชาติ
Salam Affandina
  รัฐเคดีฟอียิปต์
  ยกให้แอฟริกาเหนือของอิตาลีในปี ค.ศ. 1919
เมืองหลวง ไคโร
ภาษา อาหรับ, ออตโตมันเติร์ก, [a]
ศาสนา อิสลาม นิกายซุนนีย์,
คอปติกออร์ทอดอกซ์
รัฐบาล ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
เคดีฟ
 -  1867–1879 อิสมาอิล ปาชา
 -  1879–1892 เตาฟิก ปาชา
 -  1892–1914 อับบาสที่ 2
กงสุลใหญ่แห่งบริติช
 -  1883–1907 เอิร์ลแห่งโครเมอร์
 -  1907–1911 เซอร์ เอลดอน กอสต์
 -  1911–1914 เอิร์ล คิตเชนเนอร์
นายกรัฐมนตรี
 -  1878–1879 นูบาร์ ปาชา (คนแรก)
 -  1914 ฮุสเซน รัชดี ปาชา (คนสุดท้าย)
ยุคประวัติศาสตร์ ลัทธิอาณานิคมในทวีปแอฟริกา
 -  สถาปนา 8 มิถุนายน ค.ศ. 1867
 -  คลองสุเอซเปิดใช้งาน 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 1869
 -  การปฏิวัติอูราบี ค.ศ. 1881–1882
 -  บุกครองโดยบริติช กรกฎาคม – กันยายน ค.ศ. 1882
 -  ปกครองซูดานร่วมกับบริติช 18 มกราคม ค.ศ. 1899
 -  สิ้นสุด 19 ธันวาคม ค.ศ. 1914
พื้นที่
 -  1882[b] 34,184 ตร.กม. (13,199 ตารางไมล์)
ประชากร
 -  1882[b] ประมาณการ 6,805,000 
     ความหนาแน่น สูตรไม่ถูกต้อง: * อยู่ผิดที่ คน/ตารางไมล์)
 -  1897[b] ประมาณการ 9,715,000 
     ความหนาแน่น 284.2 คน/ตร.กม.  (736.1 คน/ตารางไมล์)
 -  1907[b] ประมาณการ 11,287,000 
     ความหนาแน่น 330.2 คน/ตร.กม.  (855.2 คน/ตารางไมล์)
สกุลเงิน ปอนด์อียิปต์
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ อียิปต์ อียิปต์
ลิเบีย ลิเบีย
เซาท์ซูดาน เซาท์ซูดาน
ซูดาน ซูดาน
^ a. ต่อมาใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการเพียงภาษาเดียวในปี ค.ศ. 1898[1]

^ b. พื้นที่และความหนาแน่นเฉพาะบริเวณที่อยู่อาศัยเท่านั้น พื้นที่ทั้งหมดของอียิปต์คือ 994,000 km2.[2][3]

รัฐเคดีฟอียิปต์ (อังกฤษ: Khedivate of Egypt; อาหรับ: خديوية مصر‎; ออตโตมันเติร์ก: خدیویت مصر Hıdiviyet-i Mısır) เป็นรัฐบรรณาการของจักรวรรดิออตโตมัน ปกครองโดยราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลี คำว่า "เคดีฟ" (khedive) ในภาษาตุรกีออตโตมัน หมายถึง "อุปราช"[4] ใช้ครั้งแรกโดยมูฮัมหมัด อาลี ปาชา แต่ไม่ได้รับการยอมรับจนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1867 เมื่ออิสมาอิล ปาชา ขึ้นสืบทอดอำนาจ[5] ต่อมาเมื่อโอรสของอิสมาอิล เตาฟิก ปาชา ขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับจักรวรรดิบริติช ในขณะที่เคดีฟองค์สุดท้าย อับบาสที่ 2 ทรงมีนโยบายแข็งกร้าวต่อบริติช แม้พระองค์จะทรงช่วยบริติชทำสงครามกับกลุ่มกบฏมะฮ์ดีในซูดานก็ตาม ทำให้ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (ค.ศ. 1914) บริติชประกาศยกเลิกรัฐเคดีฟและจัดตั้งรัฐสุลต่านอียิปต์ขึ้นแทน[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Holes, Clive (2004). Modern Arabic: Structures, Functions, and Varieties. Georgetown Classics in Arabic Language and Linguistics (2nd ed.). Washington, D.C.: Georgetown University Press. p. 44. ISBN 978-1-58901-022-2. OCLC 54677538. สืบค้นเมื่อ 2010-07-14.
  2. Bonné, Alfred (2003) [First published 1945]. The Economic Development of the Middle East: An Outline of Planned Reconstruction after the War. The International Library of Sociology. London: Routledge. p. 24. ISBN 978-0-415-17525-8. OCLC 39915162. สืบค้นเมื่อ 2010-07-09.
  3. Tanada, Hirofumi (March 1998). "Demographic Change in Rural Egypt, 1882–1917: Population of Mudiriya, Markaz and Madina". Discussion Paper No. D97–22. Hitotsubashi University: Institute of Economic Research. สืบค้นเมื่อ 2010-07-09.
  4. Khedive -- Encyclopædia Britannica
  5. Encyclopædia Britannica: Ismail Pasha, Ottoman Viceroy of Egypt
  6. Article 17 of the Treaty of Lausanne (1923) regarding the new status of Egypt and Sudan, starting from 5 November 1914, when the Khedivate was abolished.