รัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับเทพเจ้าอียิปต์ ดูที่ ไอซิส
รัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์
الدولة الإسلامية في العراق والشام
ad-Dawlah al-Islāmīyah fī al-‘Irāq wash-Shām
  ภายใต้การควบคุมของ อิรัก  ภายใต้การควบคุมของ ซีเรีย  ภายใต้การควบคุมของ รัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์  ภายใต้การควบคุมของ เคอร์ดิสถานอิรัก  ภายใต้การควบคุมของ เคอร์ดิสถานซีเรีย  ภายใต้การควบคุมของ รัฐบาลกบฏแห่งซีเรีย  ภายใต้การควบคุมของ อัล นุสรา หมายเหตุ: ประเทศซีเรียและอิรักมีพื้นที่ทะเลทรายกว้างใหญ่ที่มีประชากรจำกัด จะลงพื้นที่เหล่านี้ว่าอยู่ในการควบคุมของกำลังที่ยึดถนนและเมืองภายในนั้น
  ภายใต้การควบคุมของ อิรัก
  ภายใต้การควบคุมของ ซีเรีย
  ภายใต้การควบคุมของ รัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์
  ภายใต้การควบคุมของ เคอร์ดิสถานอิรัก
  ภายใต้การควบคุมของ เคอร์ดิสถานซีเรีย
  ภายใต้การควบคุมของ รัฐบาลกบฏแห่งซีเรีย
  ภายใต้การควบคุมของ อัล นุสรา
หมายเหตุ: ประเทศซีเรียและอิรักมีพื้นที่ทะเลทรายกว้างใหญ่ที่มีประชากรจำกัด จะลงพื้นที่เหล่านี้ว่าอยู่ในการควบคุมของกำลังที่ยึดถนนและเมืองภายในนั้น
เมืองหลวง อัรร็อกเกาะฮ์ ประเทศซีเรีย (โดยพฤตินัย)
36°34′N 43°13′E / 36.567°N 43.217°E / 36.567; 43.217
เมืองใหญ่สุด โมซูล ประเทศอิรัก
การปกครอง รัฐเคาะลีฟะฮ์ (อ้าง)
ดินแดนควบคุมของกลุ่มกบฏ
 -  เคาะลีฟะฮ์ อะบู บักร์ อัลบัฆดาดี
ก่อตั้ง
 -  ประกาศรัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ 3 มกราคม 2557 
 -  ประกาศรัฐเคาะลีฟะฮ์ 29 มิถุนายน 2557 
เขตเวลา (UTC+2 และ +3)

รัฐอิสลามอิรักและเลแวนต์ (อังกฤษ: Islamic State of Iraq and the Levant, ย่อ: ISIL) เป็นกลุ่มกบฏอิสลามซึ่งควบคุมดินแดนในประเทศอิรักและซีเรีย และยังปฏิบัติการในทางตะวันออกของประเทศลิเบีย คาบสมุทรไซนายของประเทศอียิปต์ และพื้นที่อื่นของตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อนี้ยังมักแปลเป็นรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย (Islamic State of Iraq and Syria) หรือรัฐอิสลามอิรักและอัลชาม (Islamic State of Iraq and al-Sham) ย่อเป็น ISIS ในเดือนมิถุนายน 2557 กลุ่มนี้เปลี่ยนชื่อตนเองเป็นรัฐอิสลาม (Islamic State, ย่อ: IS) แต่ชื่อใหม่นี้ถูกวิจารณ์และประณามอย่างกว้างขวาง

สหประชาชาติถือว่า ISIL รับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอาชญากรรมสงคราม และองค์การนิรโทษกรรมสากลรายงานการล้างชาติพันธุ์ของกลุ่มใน "ขนาดที่ไม่เคยมีมาก่อน" สหประชาชาติ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ อินเดียและรัสเซียประกาศให้กลุ่มนี้เป็นองค์การก่อการร้าย กว่า 60 ประเทศกำลังทำสงรามโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อ ISIL

กลุ่มผู้ก่อการกำเริบหลายกลุ่มเป็นส่วนหนึ่งของและสนับสนุนกลุ่มดังกล่าว ซึ่งประชากรนับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี เป้าหมาย คือ สถาปนารัฐเคาะลีฟะฮ์ในภูมิภาคอิรักซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี และภายหลังขยายรวมประเทศซีเรียอันเป็นผลจากสงครามกลางเมืองซีเรีย[1] ในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 หลังการแย่งอำนาจนานแปดเดือน อัลกออิดะฮ์เรียกกลุ่มนี้ว่า "สุดโต่งเกิน" และตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับ ISIS[2][3]

ในห้วงที่สงครามอิรักถึงขีดสุด องค์การบุกเบิกมีกำลังอยู่ในจังหวัดอัลอันบาร นีนะวา คีร์คูก ส่วนใหญ่ของจังหวัดเศาะลาฮุดดีน บางส่วนของจังหวัดบาบิล ดิยาลา และกรุงแบกแดด และอ้างบะอ์กูบะฮ์เป็นเมืองหลวง[4][5][6][7] ในสงครามกลางเมืองซีเรียที่กำลังดำเนินอยู่ กลุ่มนี้มีมากในเขตผู้ว่าราชการอัรร็อกเกาะฮ์ อิดลิบ และอะเลปโป[8][9]

นอกเหนือไปจากการโจมตีต่อเป้าหมายของรัฐและทหารแล้ว กลุ่มยังอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีซึ่งฆ่าพลเรือนชาวอิรักหลายพันคน[10] แม้กลุ่มจะเสื่อมถอยลงอย่างสำคัญในช่วงปลายของการคงกำลังผสมในประเทศอิรัก แต่ในปี 2555 คาดกันว่ากลุ่มได้ฟื้นฟูกำลังขึ้นใหม่และมีสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็นราว 2,500 คน[11]

จดหมายและบันทึกเสียงของอัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผู้นำอัลกออิดะฮ์ รั่วสู่อัลญะซีเราะฮ์ในปี 2556 เนื้อหายุบกลุ่มแยก ISIS ซีเรีย[12] ทว่า ผู้นำของกลุ่ม อะบู บักร์ อัลบัฆดาดี ระบุชัดเจนว่า เขาคัดค้านการตัดสินใจนี้บนพื้นฐานหลักนิติศาสตร์อิสลาม[13] และนับแต่นั้น กลุ่มยังปฏิบัติการในอิรักต่อ เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 กลุ่มดังกล่าวประสบความสำเร็จทางทหารอย่างรวดเร็วในการควบคุมพื้นที่ในภาคเหนือของอิรักเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่ผู้สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียอธิบายกลุ่มนี้ว่าเป็น "กลุ่มที่เข้มแข็งที่สุด"[14]

ต้นเดือนมิถุนายน 2557 หลังการรุกขนานใหญ่ในอิรัก มีรายงานว่า ISIS ยึดการควบคุมส่วนใหญ่ของโมซูล นครที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศอิรัก พื้นที่ส่วนใหญ่รอบจังหวัดนีนะวา และนครฟัลลูจาห์[15] ISIS ยังควบคุมติกรีต ศูนย์กลางบริหารราชการแผ่นดินของจังหวัดเศาะลาฮุดดีน[16] โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ยึดกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก[17] เชื่อว่า ISIS มีนักรบเพียง 2,000–3,000 คนก่อนหน้าการทัพโมซูล แต่ระหว่างการทัพ ชัดเจนว่าจำนวนนี้ประเมินต่ำไปมาก[18] แหล่งข้อมูลหลายแหล่งบรรยายว่า กลุ่มซุนนีหลายกลุ่มเข้าร่วมกับ ISIS ภายในอิรักซึ่งขัดกับรัฐบาลซึ่งส่วนใหญ่เป็นนิกายชีอะฮ์และปะทะกับชาวเคิร์ดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ[19][20][21]

อ้างอิง[แก้]

  1. Cockburn, Patrick (9 June 2014). "Battle to establish Islamic state across Iraq and Syria". The Independent. สืบค้นเมื่อ 12 June 2014. 
  2. Barrett, Kevin. "ISIS “too extreme for al-Qaeda”". http://www.presstv.com. PRESSTV. สืบค้นเมื่อ 20 June 2014. 
  3. Liz Sly (February 3, 2014). "Al-Qaeda disavows any ties with radical Islamist ISIS group in Syria, Iraq". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ February 7, 2014. 
  4. "Situation Called Dire in West Iraq". The Washington Post, 2006-SEP-10.
  5. "Anbar Picture Grows Clearer, and Bleaker". The Washington Post, 28 November 2006
  6. "Reporting under al-Qaida control". MSNBC. 27 December 2006. สืบค้นเมื่อ 28 October 2009. 
  7. Engel, Richard (17 January 2007). "Dangers of the Baghdad plan". MSNBC. สืบค้นเมื่อ 28 October 2009. 
  8. "Iraq jailbreak highlights al-Qaeda affiliate's ascendancy". The Washington Post. 23 July 2013. 
  9. "Islamic law comes to rebel-held Syria". The Washington Post. 23 July 2013. 
  10. "Al Qaeda tightens grip on western Iraq in bid for Islamic state". 11 December 2013. สืบค้นเมื่อ 2 June 2014. 
  11. Uppsala Conflict Data Program Conflict Encyclopedia, Iraq, In depth, Continued armed conflict after USA's troop withdrawal from Iraq
  12. "Zawahiri disbands main Qaeda faction in Syria". 8 November 2013. สืบค้นเมื่อ 8 November 2013. 
  13. "Iraqi al-Qaeda chief rejects Zawahiri orders". Al Jazeera. 15 June 2013. สืบค้นเมื่อ 15 June 2013. 
  14. Gul Tuysuz, Raja Razek, Nick Paton Walsh (6 November 2013). "Al Qaeda-linked group strengthens hold in northern Syria". CNN. สืบค้นเมื่อ 3 December 2013. 
  15. "Sunni Militants Drive Iraqi Army Out of Mosul". The New York Times. 10 June 2014. 
  16. "Iraq city of Tikrit falls to ISIS fighters". Al Jazeera. 11 June 2014. 
  17. Curry, Colleen. "A Simple and Useful Guide to Understanding the Conflict in Iraq". http://abcnews.go.com/. ABC News. สืบค้นเมื่อ 14 June 2014. 
  18. Neriah, Jacques. "Is the Fall of Mosul in Iraq to the Jihadists a "Game Changer"?". jcpa.org. Jerusalem Center for Public Affairs. 
  19. http://www.middleeasteye.net/news/diverse-groups-make-iraqs-sunni-insurgency/1264695402
  20. http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/middleeast/iraq/10914567/Islamic-Army-of-Iraq-founder-Isis-and-Sunni-Islamists-will-march-on-Baghdad.html
  21. http://www.nbcnews.com/storyline/iraq-turmoil/sunnis-shiites-battle-are-iraqs-kurds-preparing-declare-independence-n136236