ข้ามไปเนื้อหา

รัฐมเธศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รัฐมเธศ
मधेश प्रदेश
ที่ตั้งรัฐมเธศในประเทศเนปาล
ที่ตั้งรัฐมเธศในประเทศเนปาล
ประเทศ เนปาล
จัดตั้ง20 กันยายน พ.ศ. 2558
เมืองหลวงชนกปุรธาม[1]
เมืองใหญ่สุดพีรคัญช์
เขต8
การปกครอง
 • ประเภทรัฐที่ปกครองตนเอง
 • องค์กรรัฐบาลรัฐ
 • ผู้ว่าการรัฐหริ ศังกร มิศระ[2]
 • มุขยมนตรีสโรช กุมาร ยาทวะ
 • สภารัฐสภาเดียว (107 ที่นั่ง)
 • เขตเลือกตั้งรัฐสภา32
พื้นที่
 • ทั้งหมด
9,661 ตร.กม. (3,730 ตร.ไมล์)
 • อันดับที่ 7
ประชากร
 (พ.ศ. 2564)
 • ทั้งหมด
6,126,288 คน
 • อันดับที่ 1
 • ความหนาแน่น630 คน/ตร.กม. (1,600 คน/ตร.ไมล์)
  • อันดับความหนาแน่นที่ 1
เขตเวลาUTC+5:45 (เวลาเนปาล)
รหัสภูมิศาสตร์NP-TW
เอชดีไอ0.519 (ต่ำ)
การรู้หนังสือ52.28%
อัตราส่วนเพศ101.2 ♂ /100 ♀ (พ.ศ. 2554)
จีดีพี5.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อันดับจีดีพีที่ 4
เว็บไซต์madhesh.gov.np

รัฐมเธศ (เนปาล: मधेश प्रदेश, มเธศ ปฺรเทศ, ออกเสียง: [mʌd̪es prʌd̪es]) เป็นหนึ่งในเจ็ดรัฐของประเทศเนปาลที่ก่อตั้งขึ้นหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเนปาล เป็นรัฐที่มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดแต่มีจำนวนประชากรมากที่สุดของประเทศ[3][4] กล่าวคือ มีพื้นที่ 9,661 ตารางกิโลเมตร (3,730 ตารางไมล์) หรือประมาณร้อยละ 6.5 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ และมีประชากร 6,126,288 คน (จากสำมะโนประชากรเนปาล พ.ศ. 2564) ประชากรส่วนใหญ่ของรัฐพูดภาษาไมถิลี ภาษาโภชปุระ ภาษาเนปาล และภาษาพัชชิกา[3]

รัฐมเธศมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐพาคมตีทางทิศเหนือ รัฐโกศีทางทิศตะวันออก และรัฐพิหารของอินเดียทางทิศใต้ แม่น้ำโกศีและเขตสงวนสัตว์ป่าโกศีฏัปปุทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างรัฐมเธศกับรัฐโกศีซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก และเส้นแบ่งเขตระหว่างอุทยานแห่งชาติจิตวันกับอุทยานแห่งชาติปรรสา (เดิมเป็นเขตสงวนสัตว์ป่า) ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างรัฐมเธศกับรัฐพาคมตีซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก

นครกึ่งมหานครชนกปุรธาม (หรือที่นิยมเรียกว่าชนกปุระ) เป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมของรัฐ[5] เชื่อกันว่าเมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์วิเทหะซึ่งปกครองแคว้นมิถิลาในสมัยโบราณ[6] ราชพิราชเป็นเทศบาลที่ได้รับการวางผังเมืองแห่งแรกของเนปาลและยังเป็นเทศบาลที่เก่าแก่ที่สุดในแถบตราอีของเนปาลอีกด้วย[7][8] เชื่อกันว่าเมืองนี้ได้รับการตั้งชื่อตามวัดราชเทวีโบราณ มหานครพีรคัญช์เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเป็นมหานครเพียงแห่งเดียวในรัฐ[9][10][11][12][13][14]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "Breaking ! प्रदेश २ को स्थायी राजधानी 'जनकपुरधाम' बहुमतले पारित !".
  2. ↑ "Government recommends Hari Shankar Mishra as provincial chief of Province 2". The Kathmandu Post. 16 สิงหาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 16 สิงหาคม 2021.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. 1 2 "National Population and Housing Census 2011" (PDF). Central Bureau of Statistics. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 1 สิงหาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. ↑ "सबैभन्दा बढी जनसंख्या हुने प्रदेश मधेश". ekantipur.com (ภาษาเนปาล). สืบค้นเมื่อ 2022-01-26.
  5. ↑ Rastriya Samachar Samiti (2004). "More Indian tourists visit Janakpurdham". Himalayan Times, 17 January 2004.
  6. ↑ Burghart, R. (1978). The disappearance and reappearance of Janakpur. Kailash: A Journal of Himalayan Studies 6 (4): 257–284.
  7. ↑ "राजविराज नगरपालिका, नगर कार्यपालिकाकाे कार्यालय | प्रदेश नं. २, नेपाल सरकार". www.rajbirajmun.gov.np (ภาษาเนปาล). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-03-05. สืบค้นเมื่อ 2018-03-03.
  8. ↑ "Rajbiraj revisited". Nepali Times. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 30 สิงหาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 2018-03-03.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. ↑ "Birgunj Metropolitan City official Website". birgunjmun.gov.np.
  10. ↑ "Biratnagar, Birgunj promoted to Metropolitan Cities". The Himalayan Times. 2017. สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. ↑ "Possible headquarters of states". onlinekhabar.com.
  12. ↑ "Where will Province Chief live?". Naya Patrika Nepal's National News. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 29 ตุลาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 25 มิถุนายน 2017.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. ↑ "Possible Province headquarters". BroadNepal News Bnn. 15 สิงหาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. ↑ "कुन प्रदेशको राजधानी कहाँ ?". Himalayan Kangaroo. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2019-11-23. สืบค้นเมื่อ 2023-01-21.