ข้ามไปเนื้อหา

รักนาร็อก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลกในช่วงรักนาร็อก

ในปกรณัมปรัมปรานอร์ส รักนาร็อก (นอร์สเก่า: Ragnarǫk) ซึ่งมีความหมายว่า เทวชะตา เป็นเหตุการณ์ที่ถูกพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบด้วยภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่หลายครั้ง รวมถึงการไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลก และจบลงด้วยเหตุการณ์น้ำท่วมโลก

ร้อยกรองเอ็ดดา

[แก้]
โอดินน์สู้กับหมาป่าเฟ็นรีร์ (ซ้าย) เฟร็วเยอร์สู้กับพญายักษ์ซัวร์เตอร์ (ขวา)

ในคัมภีร์ร้อยกรองเอ็ดดา (Poetic Edda) อันเป็นแหล่งข้อมูลที่มีเก่าแก่สุด ในบทกวี โหริณีพยากรณ์ (Völuspá) ได้พรรณนาถึงลางร้ายที่เริ่มต้นด้วยมหาเหมันต์ (Fimbulvetr) อันยาวนาน สังคมมนุษย์ล่มสลายและเข่นฆ่ากันเอง ก่อนที่หมาป่าเฟ็นรีร์ (Fenrir) จะหลุดจากพันธนาการ และแตรกยัลลาร์ฮอร์นถูกเป่ากัมปนาเพื่อเรียกระดมทวยเทพเข้าสู่สมรภูมิ นอกจากนี้ใน ภาษิตวาฟธรูดนีร์ (Vafþrúðnismál) ยังได้ตอกย้ำถึงวาระสุดท้ายของจอมเทพโอดินน์ (Odin) ที่ต้องสิ้นพระชนม์ในคมเขี้ยวของหมาป่าคลั่ง[1] คัมภีร์นี้ระบุว่าหลังมหาศึกจบลง ทวยเทพผู้รอดชีวิตอย่าง วีดาร์ (Víðarr) และวาลี (Váli) ได้กลับมารวมตัวกัน ณ ทุ่งอีดาวอลล์ (Iðavöllr) พร้อมกับการฟื้นคืนชีพจากยมโลกของบัลเดอร์ (Baldr) และฮอดเดอร์ (Hǫðr)

ร้อยแก้วเอ็ดดา

[แก้]
ธอร์สู้กับพญางูยอร์มุงกันเดอร์
กำเนิดยุคใหม่หลังเหตุการณ์รักนาร็อก

ต่อมาในคัมภีร์ร้อยแก้วเอ็ดดา (Prose Edda) ตอน กึลฟากินนิง (Gylfaginning) ได้แจกแจงรายละเอียดของมหาศึกนี้อย่างเป็นระบบ โดยระบุถึงการดวลกันจนตายตกตามกันของคู่อริ เช่น ธอร์ (Thor) ที่สิ้นใจด้วยพิษของพญางูยอร์มุงกันเดอร์ (Jörmungandr), เฮย์มดัลเลอร์ (Heimdallr) ตายร่วมกับโลกี (Loki) และการปะทะระหว่างเฟร็วเยอร์ (Freyr) กับพญายักษ์ซัวร์เตอร์ (Surtr) ผู้แกว่งดาบเพลิงเผาผลาญเก้าภพเป็นจุน[2] แม้รักนาร็อกจะนำมาซึ่งการล่มสลายและโลกที่จมดิ่งลงสู่ห้วงสมุทร ทว่าท้ายที่สุด แผ่นดินจะผุดพ้นน้ำขึ้นมาอีกครั้งอย่างเขียวขจี ทวยเทพผู้รอดชีวิตและบัลเดอร์ (Baldr) จะหวนคืนมาตรึงรากฐานแห่งอารยธรรมใหม่ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและการกำเนิดใหม่ที่เป็นนิรันดร์[3] มนุษย์สองคนนามว่าลีฟ (Líf) และลีฟธราซีร์ (Lífþrasir) รอดชีวิตจากการซ่อนตัวในป่าละเมาะฮอดด์มีมิส (Hoddmímis) ทั้งสองจะเป็นปฐมบุรุษและสตรีผู้สืบพงศ์พันธุ์มนุษย์ต่อไป

อิทธิพล

[แก้]

ริชชาร์ท วากเนอร์ คีตกวีชาวเยอรมัน ได้นำรักนาร็อกซึ่งเป็นเรื่องราวหมวดเทวตำนาน มาหลอมรวมกับเรื่องราวในหมวดวีรตำนาน (เช่น สายเลือดโวลซุง และมังกรฟาฟเนียร์) รังสรรค์ขึ้นเป็นมหาอุปรากรชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชื่อว่า "แหวนของนีเบอลุง" (Der Ring des Nibelungen) โดยอุปรากรภาคสุดท้ายซึ่งเป็นบทสรุปมีชื่อว่า "เกิทเทอร์เด็มเมอรุง" (Götterdämmerung) ที่มีความหมายว่าเทวาอัสดง อย่างไรก็ตาม รักนาร็อกในทรรศนะของวากเนอร์มีการตีความเชิงปรัชญาที่แตกต่างออกไปจากต้นฉบับ แทนที่จะเป็นมหาศึกที่ทวยเทพสู้รบกับวงศ์ยักษ์และมังกร วากเนอร์ปรับให้การล่มสลายของสรวงสวรรค์วัลฮัลลา (Valhalla) เกิดจากผลพวงของ "ความโลภและคำสาปแห่งแหวนทองคำ"

อ้างอิง

[แก้]
  1. Larrington, C. (Trans.). (2014). The Poetic Edda. Oxford University Press.
  2. Sturluson, S. (2005). The Prose Edda. (J. Byock, Trans.). Penguin Classics.
  3. Lindow, J. (2001). Norse Mythology: A Guide to Gods, Heroes, Rituals, and Beliefs. Oxford University Press.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  • วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Ragnarök