รักกันสนั่นเมือง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รักกันสนั่นเมือง
ประเภทเกมโชว์
พัฒนาโดยบริษัท ทริปเปิ้ล ทู จำกัด
เสนอโดยเกียรติ กิจเจริญ
โน้ต เชิญยิ้ม (2544)
ดนตรีเปิดรักกันสนั่นเมือง (2542 - 2543)
ประเทศแหล่งกำเนิดไทย ประเทศไทย
ภาษาต้นฉบับไทย
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้างเกียรติ กิจเจริญ
ติ๊ก กลิ่นสี
เอนก วัชระสุขศิลป์
ความยาวตอน60 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
ออกอากาศครั้งแรกพ.ศ. 2542
การออกอากาศแรกพ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2544
แหล่งข้อมูลอื่น
เว็บไซต์
เรตไม่มีการจัดระดับ

รักกันสนั่นเมือง เป็นรายการโทรทัศน์ลำดับที่ 4 ที่ผลิตโดย บริษัท ทริปเปิ้ล ทู จำกัด ต่อจากรายการ แสบคูณสอง จารบีสีชมพู และ จารบีปีเสือ ซึ่งออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2542 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์ เวลา 22.00 - 23.00 น. โดยในยุคแรกเปิดโอกาสให้เฉพาะคู่สามีภรรยามาแข่งขันในรายการ ต่อมาเปลี่ยนเป็นคู่ของพี่-น้อง เพื่อน แม่-ลูกหรือพ่อ-ลูก จากทางบ้านสมัครเข้ามาในรายการ และวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้มีการปรับรูปแบบเกมและฉากใหม่ โดยใช้ชื่อว่า รักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ ได้เพิ่มพิธีกรอีกคนคือ โน๊ต เชิญยิ้ม และยุติการออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2544

พิธีกรประจำรายการ[แก้]

เกมในรักกันสนั่นเมือง[แก้]

ในส่วนของเกมการแข่งขันในรายการรักกันสนั่นเมืองนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ยุคด้วยกัน คือรักกันสนั่นเมือง (มีนาคม 2542 - กรกฎาคม 2544) และรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ (กรกฎาคม 2544 - กันยายน 2544) ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ โดยในแต่ละยุคได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมในรายการอยู่เรื่อยๆ

รักกันสนั่นเมือง (มีนาคม 2542 - 15 กรกฎาคม 2544)[แก้]

ซิตคอมสั้นในรายการ[แก้]

ช่วงนี้คือช่วง คำตอบง่ายๆของการถ่ายภาพ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ออกอากาศก่อนรอบรักต้องเลือก ในยุคที่ฟิล์มสีโกดัก แม็กซ์ เป็นผู้สนับสนุนหลักในช่วงรักต้องเลือก เป็นละครซิตคอมสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ของตัวละครหลักคือ กิ๊ก พนักงานดูแลร้านโกดัก ที่มักพบลูกค้ากวนประสาทประจำที่ร้านโกดัก EXPRESS แต่จะลงท้ายด้วยการหักมุม

รักต้องเลือก[แก้]

ในรอบนี้คือรอบ รักต้องเลือก (ผู้สนับสนุนในรอบนี้ คือ ครีมเทียมคอฟฟี่เมด ต่อมาเป็นฟิล์มสีโกดัก แม็กซ์ อาหารสุนัขเพดดีกรีและรองเท้าแอดด้า (ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2544 - 10 มิถุนายน 2544 ไม่มีผู้สนับสนุนหลัก แต่เป็นผู้สนับสนุนประจำแท่นทั้ง 3)) ผู้แข่งขันต้องตอบคำถามให้ถูก โดยที่ผู้ที่นั่งอีกท่านจะเป็นคนเฉลยคำตอบอยู่แล้ว แล้วผู้แข่งขันอีกคนต้องตอบให้ได้ว่า คู่ของคุณตอบว่าอะไร ถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนนสะสม ถ้าตอบผิดก็ไม่ได้คะแนน โดยจะมีคำถามทั้งหมด 6 รอบ โดยในรอบนี้จะมีผู้เข้ารอบ 2 คู่ คู่ตกรอบ 1 คู่ คู่ไหนได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกรอบและได้รับรางวัล 20,000 บาทกลับบ้านไป (ผู้สนับสนุนเงินรางวัล คือ เรนโบว์ฮอลิเดย์ ต่อมาเป็นเอฟวีนิว ทัวร์ และชุดเครื่องนอนโตโต้) และยังมีบัตรรับประทานอาหารภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่นโออิชิมูลค่า 1,000 บาท แต่ต่อมาลดเหลือเพียงเงินรางวัล 20,000 บาทเท่านั้น

รักต้องรู้[แก้]

ในรอบนี้คือรอบ รักต้องรู้ (ผู้สนับสนุนในรอบนี้ คือ ชุดเครื่องนอนโลตัส ต่อมาเป็นซุปไก่สกัดและรังนกแท้สก๊อตและผลิตภัณฑ์น่ารัก) ผู้แข่งขันต้องตอบคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของแต่ละคู่ให้ถูก โดยที่ผู้ที่นั่งอีกท่านจะเป็นคนเฉลยคำตอบอยู่แล้ว แล้วผู้แข่งขันอีกคนต้องตอบให้ได้ว่า คู่ของคุณตอบว่าอะไร ถ้าตอบถูกได้ 1 คะแนนสะสม ถ้าตอบผิดก็ไม่ได้คะแนน โดยจะมีคำถามทั้งหมด 12 ข้อ สลับกันถาม ในรอบนี้จะมีผู้เข้ารอบ 1 คู่ คู่ไหนได้คะแนนน้อยที่สุดจะต้องตกรอบและได้รับรางวัล 20,000 บาทกลับบ้านไป และได้รับรางวัลจากผู้สนับสนุนหลักอีก 5,500 บาท แต่ต่อมาลดเหลือเพียงเงินรางวัล 20,000 บาทเท่านั้น

รอบตัดสิน[แก้]

รอบตัดสินนี้เป็นรอบที่ใช้เล่นในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนต่ำที่สุดในรอบรักต้องเลือก หรือรอบรักต้องรู้มากกว่า 1 คู่ โดยในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของรายการที่มีหมายเลข 1-4 กำกับทั้งหมด 4 แผ่นป้าย โดยจะมีตัวเลข 0-3 ให้ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนต่ำสุดในกรณีที่มีมากกว่า 1 คู่ ได้เลือกแผ่นป้ายคนละ 1 แผ่นป้าย ในเกมนี้คู่ที่ได้ตัวเลขน้อยที่สุดจะตกรอบทันที และได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้ตัวเลขมากกว่าก็จะเข้ารอบรักต้องรู้ หรือรอบสุดท้ายต่อไป

รักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ (29 กรกฎาคม 2544 - 30 กันยายน 2544)[แก้]

ในส่วนของรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการตอบคำถามทายใจผู้เข้าแข่งขัน มาเป็นการแข่งขันเกมแนวแอคชั่นเกมเพื่อสะสมคะแนนแทน โดยในแต่ละเทปจะมี 1 เกมที่ใช้ในการแข่งขันทั้ง 2 รอบ ในรอบแรกจะมีคะแนนปกติตามที่ทางรายการกำหนดไว้ (ผู้สนับสนุนหลักในรอบนี้คือ รองเท้าแอดด้า) ส่วนในรอบที่ 2 อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการคิดคะแนน (ผู้สนับสนุนหลักในรอบนี้ คือ ผลิตภัณฑ์น่ารัก) คู่ใดก็ตามได้คะแนนมากที่สุดจะเข้ารอบสุดท้าย ส่วนคู่ที่ตกรอบก็จะไปสะสมเงินรางวัลกลับบ้านต่อไป โดยตลอดระยะเวลาการออกอากาศของรายการในยุคนี้มีเกมที่ใช้ในการแข่งขันทั้งหมด 3 เกม

การแข่งขัน[แก้]

เทป เกม รายละเอียด
1 ไก่ฟักไข่ ในรอบนี้คือรอบ ไก่ฟักไข่ ผู้แข่งขันต้องสวมชุดไก่แล้วปิดตา โดยที่ผู้ที่นั่งอีกท่านจะเป็นคนบอกตำแหน่งอยู่แล้ว โดยจะมีลูกโป่ง 2 สีคือสีเหลืองและแดง โดยผู้แข่งขันที่สวมชุดไก่ จะต้องใช้เดือยแทงลูกโป่งให้แตก ถ้าแทงลูกโป่งสีเหลืองแตก ได้ 1 คะแนน แต่ถ้าแทงลูกโป่งสีแดง คะแนนที่มีอยู่จะโดน -1 ในรอบที่ 2 ผู้แข่งขันอีกท่านต้องมาแข่งขันแบบนี้อีกรอบ แต่คะแนนของลูกโป่งจะแตกต่างจากรอบแรก รอบนี้ถ้าแทงลูกโป่งสีเหลืองได้ 2 คะแนน แต่ถ้าแทงลูกโป่งสีแดงได้แค่ 1 คะแนน โดยมีเวลา 90 วินาทีในแต่ละรอบ พอจบการแข่งขันทั้ง 2 รอบ นำคะแนนทั้ง 2 รอบมารวมกัน คู่ไหนมีคะแนนมากที่สุดจะได้เข้ารอบไป เกมนี้นำมาใช้เล่นในเทปวันที่ 29 กรกฎาคม, 2 กันยายน และ 30 กันยายน พ.ศ. 2544
2 ผึ้งเก็บน้ำหวาน ในรอบนี้คือรอบ ผึ้งเก็บน้ำหวาน ในเกมนี้ต้องแข่งเป็นคู่ ผู้แข่งขันต้องสวมชุดผึ้ง โดยจะให้ฝ่ายชายเป็นคนตักน้ำมา โดยจะต้องผ่านอุปสรรคที่เต็มไปด้วยหนาม โดยฝ่ายหญิงรอรับน้ำ ฝ่ายชายจะต้องเทน้ำใส่ถังบรรจุที่อยู่บนศีรษะของฝ่ายหญิง แล้วฝ่ายหญิงต้องเดินข้ามอุปสรรคไปจนถึงถังบรรจุน้ำที่จุดเส้นชัย โดยจะมีขีดบอกตำแหน่งปริมาณน้ำอยู่ด้านล่าง โดยรอบที่ 2 ฝ่ายหญิงจะเป็นคนตักน้ำ ฝ่ายชายรอรับน้ำจากฝ่ายหญิงโดยจะต้องเทน้ำใส่ถังบรรจุที่อยู่บนศีระษะของฝ่ายชาย แล้วฝ่ายชายต้องผ่านอุปสรรคที่เต็มไปด้วยหนาม ไปจนถึงจุดเส้นชัย แต่จะต้องทำให้ปริมาณน้ำมากกว่ารอบแรก โดยมีเวลา 90 วินาทีในแต่ละรอบ พอจบการแข่งขันทั้ง 2 รอบ นำคะแนนทั้ง 2 รอบมารวมกัน คู่ไหนมีคู่ไหนสามารถทำปริมาณน้ำได้มากที่สุดจะได้เข้าสู่รอบสุดท้ายทันที เกมนี้นำมาใช้เล่นในเทปวันที่ 5 สิงหาคม, 26 สิงหาคม และ 16 กันยายน พ.ศ. 2544
3 เกาเหลารสเด็ด ในรอบนี้คือรอบ เกาเหลารสเด็ด ในเกมนี้ต้องแข่งเป็นคู่ ผู้เข้าแข่งขันต้องสวมชุดอาตี๋และอาหมวย โดยฝ่ายอาตี๋จะเป็นคนตักลูกบอลเพื่อโยนไปให้ฝ่ายอาหมวยรับ โดยมีอุปสรรคคือฝ่ายตรงข้ามจะแต่งตัวเป็นแมลงวันคอยดักลูกบอลจากฝ่ายอาตี๋ โดยจะมีตัวเลขเขียนกำกับไว้ที่ลูกบอล หากฝ่ายอาหมวยรับได้ก็จะได้คะแนนตามที่กำหนดไว้ โดยมี 3 2 และ 1 คะแนน แต่ถ้าโดนแมลงวันดักก็จะได้คะแนนติดลบจากที่กำหนดไว้ ถ้าหากลูกบอลตกพื้นก่อนถือว่าฟาวล์ ต้องเล่นใหม่ ในรอบที่ 2 ยังคงใช้กติกาเดิมแต่เปลี่ยนตัวผู้ที่เล่นเป็นอาตี๋และอาหมวย โดยมีเวลา 60 วินาทีในแต่ละรอบ พอจบการแข่งขันทั้ง 2 รอบ นำคะแนนทั้ง 2 รอบมารวมกัน คู่ไหนมีคะแนนมากที่สุดจะได้เข้ารอบไป เกมนี้นำมาใช้เล่นในเทปวันที่ 19 สิงหาคม และ 23 กันยายน พ.ศ. 2544

รอบตกรอบ[แก้]

รอบตกรอบนี้เป็นรอบสำหรับผู้ตกรอบในรอบที่ 2 เท่านั้น เริ่มเล่นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 โดยในเกมนี้จะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 20 แผ่นป้าย แบ่งเป็นป้าย 5,000 อยู่ 14 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 5,000 บาท ป้ายกิ๊กและป้ายโน้ตอย่างละ 2 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท และป้ายยักษ์ 2 แผ่นป้าย ซึ่งเป็นตัวหยุด ถ้าเปิดเจอป้าย 5,000 จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท ถ้าเปิดเจอป้ายกิ๊กหรือป้ายโน้ต จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าเปิดเจอป้าย 5,000 ป้ายกิ๊กหรือป้ายโน้ตก่อนเป็นป้ายแรกแล้วป้ายต่อมาเจอป้ายยักษ์ เกมจะยุติลงทันทีและได้เงินรางวัลที่สะสมไว้ แต่ถ้าเปิดเจอป้ายยักษ์เป็นป้ายแรกก็จะไม่ได้เงินรางวัลในรอบนี้ โดยผู้เข้าแข่งขันที่เข้ารอบนี้จะมีสิทธิได้เปิดแผ่นป้ายสูงสุด 6 แผ่นป้าย (เป็นที่แน่ชัดว่าเงินรางวัลสูงสุดในรอบนี้คือ 50,000 บาท โดยการเปิดแผ่นป้ายกิ๊กและโน้ตได้ครบทั้ง 4 แผ่นป้าย และป้าย 5,000 อีก 2 แผ่นป้าย) แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลและยักษ์ แล้วแต่ความประสงค์ของผู้เข้าแข่งขัน

รอบสุดท้าย[แก้]

ในรอบสุดท้าย (Jackpot) ของรายการรักกันสนั่นเมืองในเดือนมีนาคม 2542 - ธันวาคม 2543 คู่ที่เข้ารอบมาถึงรอบสุดท้าย ต้องตอบคำถามที่คู่ของคุณได้ตอบออกมาก่อนล่วงหน้าแล้ว โดยจะมี 1 คำถามกับอีก 5 คำตอบ ตอบถูก 1 คำตอบ ได้เปิดแผ่นป้ายเพื่อสะสมเงินรางวัล 1 แผ่นป้าย แต่ถ้าตอบผิดจะไม่ได้เปิดป้ายสะสมเงินรางวัลแต่อย่างใดและเกมจะค่อยๆยุติลง โดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็น 10,000 อยู่ 6 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท และ 5,000 อีก 6 แผ่นป้ายหมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 5,000 บาท (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ ลักส์บิวตี้และครีมอาบน้ำลักส์ ต่อมาเป็นเครื่องสำอางคิวท์เพรส) ถ้าตอบถูก5ครั้ง แล้วเปิดเจอ 10000 5 ป้ายรับ50000แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งในยุคนี้มีผู้ทำ Jackpot แตกคู่เดียว

ในช่วงเดือนมกราคม 2544 ถูกปรับเปลี่ยนโดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้าย (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2544 เพิ่มเป็น 20 แผ่นป้าย) โดยมีแผ่นป้ายรูปหัวใจ 6 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายรูปเครื่องในอีก 6 แผ่นป้าย (ภายหลังเพิ่มเป็นอย่างละ 10 แผ่นป้าย) (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ สบู่นกแก้ว) ผู้เข้าแข่งขันจะทำการเลือก 6 แผ่นป้าย โดยหากเปิดแผ่นป้ายแรกออกมาเป็นอะไร ป้ายต่อไปต้องให้ได้เหมือนกันเท่านั้น (เช่นหากเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นหัวใจ ป้ายต่อไปต้องให้ได้หัวใจ) ถ้าหากเปิดได้เหมือนกับป้ายที่เลือกออกมาก่อนหน้านี้จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าไม่เหมือนจะได้รับเงินรางวัลแค่ 5,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าหากสามารถเปิดแผ่นป้ายรูปหัวใจหรือเครื่องในได้เหมือนกันทั้งหมด 6 แผ่นป้ายจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งในยุคนี้มีผู้ทำ Jackpot แตก 2 คู่

ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2544 ถูกปรับเปลี่ยนโดยมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 20 แผ่นป้าย โดยมีแผ่นป้ายรูปผู้ชาย 10 แผ่นป้าย และแผ่นป้ายรูปผู้หญิงอีก 10 แผ่นป้าย (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ สบู่นกแก้ว) ผู้เข้าแข่งขันจะทำการเลือก 6 แผ่นป้าย โดยก่อนเล่น พิธีกรจะให้เลือกก่อนว่าแผ่นป้ายแรกจะเลือกเพศอะไร ถ้าหากตรงกับที่เลือกมาจะได้เงินรางวัลเริ่มต้น 10,000 บาท แต่ถ้าไม่ตรงจะไม่ได้เงินรางวัลเริ่มต้นใดๆ โดยหากเปิดแผ่นป้ายแรกออกมาเป็นเพศอะไร ป้ายต่อไปต้องให้ได้เพศตรงข้ามเท่านั้น (เช่นหากเปิดแผ่นป้ายแรกเป็นผู้ชาย ป้ายต่อไปต้องให้ได้ผู้หญิง) ถ้าหากเปิดสลับกับป้ายที่เลือกออกมาก่อนหน้านี้จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท แต่ถ้าซ้ำกับป้ายก่อนหน้านั้นจะได้รับเงินรางวัลแค่ 5,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าหากสามารถเปิดแผ่นป้ายสลับชายหญิงได้ทั้งหมด 6 แผ่นป้ายจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท หรือ 60,000 บาท แต่ในบางครั้งพิธีกรจะเปิดเพิ่มเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน ซึ่งในยุคนี้มีผู้ทำ Jackpot แตกคู่เดียว

ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2544 ถูกปรับเปลี่ยนจากการเปิดแผ่นป้ายสะสมเงินรางวัลมาเป็นหมุนวงล้อเสี่ยงโชคแทน โดยคู่ที่เข้ารอบมาถึงรอบสุดท้าย ต้องเป่ายิ้งฉุบแข่งกับพิธีกร โดยการหมุนวงล้อ ในการเล่นเกมนี้ ผู้เข้าแข่งขันมีสิทธิเลือกฝั่งหรือเปลี่ยนฝั่งได้ ถ้าผลออกมาชนะได้เงินสะสม 10,000 บาท แต่ถ้าผลออกมาเสมอได้ 5,000 บาท แต่ถ้าผลออกมาแพ้จะไม่ได้เงินรางวัลสะสมแต่อย่างใด (ผู้สนับสนุนหลักในการชิงโชค คือ สบู่นกแก้ว) แต่ถ้าคู่แข่งขันสามารถเป่ายิ้งฉุบชนะพิธีกรทั้งหมด 6 รอบ จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 100,000 บาท ให้กับผู้แข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนหลักที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง แต่ในบางครั้งพิธีกรจะให้หมุนวงล้ออีกครั้ง กำหนดตำแหน่งวงล้อของพิธีกร หรือมีเงื่อนไขพิเศษเพื่อแถมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขัน (เช่นหากชนะ ตามกติกาได้เงินรางวัลสะสม 10,000 บาท พิธีกรอาจจะแถมให้เพิ่มเป็น 20,000 บาท) อย่างไรก็ดี ในยุคนี้ถือเป็นยุคแรกและยุคเดียวที่ไม่มี Jackpot แตกเลย โดยมีสถิติการแจกเงินรางวัลให้กับผู้แข่งขันสูงสุด 55,000 บาท (โดยการแถมเงินรางวัล)

ชิงโชค[แก้]

ในรายการรักกันสนั่นเมืองตั้งแต่เทปแรกจนถึงเทปสุดท้าย มีการจับชิ้นส่วนชิงโชคของผู้โชคดีทางบ้านร่วมกับผู้สนับสนุนหลักในรายการอยู่เป็นประจำ โดยในยุคที่สบู่ลักส์เป็นผู้สนับสนุนหลักใช้ชื่อแคมเปญว่า ผิวสวย รวยสนั่น โดยให้ผู้เข้าแข่งขันไปจับชิ้นส่วนของทางบ้าน ผู้โชคดีจากทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาท เป็นประจำทุกสัปดาห์ ต่อมาในปี 2543 ที่เครื่องสำอางคิวท์เพรสเป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ใช้ชื่อแคมเปญนี้ว่า สวยแล้วลุ้นกันสนั่นเมือง โดยผู้โชคดีทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดิมแต่มีการแจกรางวัลใหญ่ในเทปวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เป็นทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 5 รางวัล และรถยนต์ Honda City Type Z จำนวน 1 คัน ต่อมาในปี 2544 ที่ผลิตภัณฑ์สบู่นกแก้วเป็นผู้สนับสนุนหลัก ได้ใช้ชื่อแคมเปญว่า นกแก้วแจกทองสนั่นเมือง โดยผู้โชคดีทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดิมแต่เพิ่มเป็น 3 รางวัลต่อสัปดาห์ และมีการแจกรางวัลใหญ่ในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เป็นทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 2 รางวัล ทองคำหนัก 10 บาทจำนวน 1 รางวัล และทองคำหนัก 20 บาทจำนวน 1 รางวัล และมีพิธีมอบรางวัลในเทปวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2544 ตรงกับช่วงที่รายการรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ออกอากาศพอดี และในรายการรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ สบู่นกแก้วยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักเช่นเดิม แต่เปลี่ยนชื่อแคมเปญใหม่เป็น ลุ้นได้ทองหรือครองเงินแสนทุกสัปดาห์ โดยผู้โชคดีทางบ้านจะได้รับทองคำหนัก 1 บาทเช่นเดิมแต่ลดลงเป็น 2 รางวัลต่อสัปดาห์ และเพิ่มกติกาการลุ้นโชคใหม่อีกทางหนึ่ง คือ ผู้เข้าแข่งขันจะจับชิ้นส่วนมา 1 ชิ้นส่วนโดยผู้โชคดีจะได้รับทองไปก่อน 1 บาท ผู้เข้าแข่งขันที่จับได้ผู้โชคดีคนใดถ้าเข้ารอบแล้วทำ Jackpot แตกได้สำเร็จจะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 100,000 บาท ให้กับผู้แข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนหลักที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง แต่ถ้า Jackpot ไม่แตกในช่วงสิ้นปีจะมีการแจกรางวัลใหญ่เป็นทองคำหนัก 5 บาทจำนวน 2 รางวัล ทองคำหนัก 10 บาทจำนวน 1 รางวัล และทองคำหนัก 20 บาทจำนวน 1 รางวัลเช่นเดียวกับในช่วงเดือนกรกฎาคม 2544 แต่รายการยุติการออกอากาศกลางคันในเดือนกันยายน 2544 จึงได้ย้ายช่วงการจับชิ้นส่วนของผู้โชคดีทางบ้านนี้ไปไว้ในรายการเกมพันหน้า ที่ออกอากาศทางช่อง 7 ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2544 แทน

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ในรักกันสนั่นเมืองยุคแรกนั้นจะมีผู้เข้าแข่งขัน 3 คู่ต่อสัปดาห์ด้วยกัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ถึง 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ในช่วงแรกผู้เข้าแข่งขันเป็นคู่สามีภรรยา ต่อมาได้เปิดโอกาสให้คู่สามีภรรยา แฟน พี่น้อง คู่เพื่อนซี้ คู่พ่อลูกหรือแม่ลูกมาร่วมรายการ และเปิดโอกาสให้คนทางบ้านสมัครมาร่วมรายการ โดยหลังจากจบรอบรักต้องเลือกและรักต้องรู้จะมีผู้ตกรอบรอบละ 1 คู่ และหาผู้เข้าแข่งขัน 1 คู่เข้ารอบ Jackpot และในรักกันสนั่นเมือง คนยักษ์ ผู้เข้าแข่งขันเหลือ 2 คู่ต่อสัปดาห์ เป็นคู่สามี-ภรรยา ยกเว้นในเทปวันที่ 16 กันยายน และ 23 กันยายน พ.ศ. 2544 ที่เป็นคู่พี่-น้อง และในบางเทปยังมีผู้เข้าแข่งขันจากทางบ้านมาร่วมรายการด้วย โดยหลังจากจบเกมการแข่งขันจะมีผู้ตกรอบเพื่อไปสะสมเงินรางวัล และผู้เข้าแข่งขันอีก 1 คู่เข้ารอบ Jackpot

ตอบคำถามชิงรางวัล[แก้]

ในเทปวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2543 ทางรายการได้ให้ผู้ชมทางบ้านตอบคำถามเพื่อชิงรางวัลเป็นเงินรางวัล 10,000 บาท จำนวน 1 รางวัล โดยทางรายการจะถามคำถามก่อนเริ่มเกม รักต้องเลือก ให้ผู้ชมทางบ้านโทรเข้ามาภายในวันพฤหัสบดีเวลาตอนเที่ยง แล้วโทรเข้ามาว่าจะโหวตข้อไหน ถ้าโหวตข้อใดข้อหนึ่งสูงที่สุด ทางรายการจะจับสุ่มผู้ที่โหวตเข้ามาในรายการ และได้รับเงินรางวัล 10,000 บาทไป

เพลงประกอบ[แก้]

ในรายการรักกันสนั่นเมืองได้มีการปรับเปลี่ยนเพลงไตเติ้ล 2 ครั้งด้วยกัน โดยรูปแบบแรกเป็นเพลงไตเติ้ลที่มีผู้ขับร้อง ถูกใช้ในช่วง พ.ศ. 2542 ถึง 26 มีนาคม พ.ศ. 2543

  • ยึกยึกยักยัก รักกันมันน่าเบื่อ
  • รักรักล้นล้น เหลือเฟือจะเผือใคร
  • รักซักนิดนิดคิดดู ไม่อิ่มใจ
  • จะเอาแบบไหนนักใจ จึงจะพอดี
  • รักฉันบ้านบ้าน คงหวานเหมือนป่าเถื่อน
  • รักแล้วมันเอื่อมระอา ต้องหลีกหนี
  • รักทั้งหัวใจให้ดันเป็นสิ่งดี ที่บอกอย่างนี้เพราะมีใจให้เธอ
  • อยากบอกให้รู้ความในใจ..ว่ารักกันยังไงเธอฉันจึงชื่นบาน
  • อยากบอกให้เขารู้กัน...ว่าเรารักกัน..รักกันสนั่นเมือง

และตั้งแต่ 9 เมษายน พ.ศ. 2543 ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้มีการปรับเปลี่ยนไตเติ้ลโดยเป็นไตเติ้ลรูปแบบแรกที่ไม่มีเพลงประกอบรายการ โดยใช้เพลงบรรเลง และในรักกันสนั่นเมืองคนยักษ์ ปรับเปลี่ยนไตเติ้ลโดยเป็นรูปแบบที่ 2 ที่ไม่มีเพลงประกอบรายการและมีเสียงคอรัสชื่อรายการทั้ง 2 รูปแบบ