รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ สายหมอชิต–ปากเกร็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ สายหมอชิต-ปากเกร็ด หรือ รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ สายหมอชิต-ศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร เป็นโครงการก่อสร้างระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 สถานี เกิดแนวคิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ในสมัยของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มุ่งหวังรองรับบริการข้าราชการกว่า 30,000 คนที่ทำงานภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร และเมืองทองธานี คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 56,000 คนต่อวัน และใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท

พื้นที่ให้บริการ[แก้]

เรื่มจากเขตกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่แขวงจตุจักร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร แขวงทุ่งสองห้อง แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ สุดเขตกรุงเทพมหานคร เข้าเขตเทศบาลนครปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สุดทางที่เมืองทองธานี (ศูนย์ซ่อมบำรุง)

แนวเส้นทาง[แก้]

แนวเส้นทางที่ได้รับการพิจารณา มีระยะทางรวม 37 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่ง 73 นาที

รายชื่อสถานี[แก้]

1. หมอชิต

สถานีฝั่งรับอยู่บนทางเท้าบริเวณสวนจตุจักร ใกล้กับทางลงสถานีรถไฟใต้ดินฝั่งสวนจตุจักร ออกแบบเชื่อมต่อกับทางลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักร และบันไดเลื่อนสถานีบีทีเอสหมอชิต ส่วนสถานีฝั่งส่งจะอยู่บนเกาะกลางถนน โดยจอดรถส่งผู้โดยสารที่ชั้นล่าง แล้วขึ้นบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ผ่านการตรวจตั๋วที่ชั้นบน สามารถเดินเชื่อมกับสะพานลอยบีทีเอสหรือลงสถานีบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินได้

2. หอวัง

สถานีหอวัง จะใช้สะพานลอยเดิมบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงาน ปตท.เป็นทางเชื่อมหลักระหว่างสถานีบีอาร์ทีรับผู้โดยสารฝั่ง ปตท.กับสถานีบีอาร์ที ส่งผู้โดยสารไปฝั่งโรงเรียนหอวัง ซึ่งสถานีฝั่งรับจะอยู่ใต้ทางลงทางด่วนด้านหน้าสำนักงาน ปตท. ออกแบบให้เชื่อมอาคารสถานีกับสะพานลอยเดิม สถานีฝั่งส่งอยู่บริเวณทางลงสะพานลอยด้านหน้าโรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว และโรงเรียนหอวัง

3. หลักสี่

สถานีหลักสี่ จะก่อสร้างอาคารสถานีรับและส่งพร้อมสะพานลอยใหม่บริเวณด้านหน้ากระทรวงไอซีที ตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน ชั้นล่างเป็นจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร เพื่อขึ้นบันไดเลื่อนหรือบันไดธรรมดา ผ่านการตรวจตั๋วที่ชั้นบนก่อนจะเดินลงจากสถานี

4. การสื่อสารแห่งประเทศไทย

สถานีการสื่อสารแห่งประเทศไทย อยู่เกาะกลางถนน ส่วนทางขึ้น-ลง จะอยู่ริมทางเท้า

5. ศาลปกครอง
6. ศูนย์ราชการ

จะอยู่ระดับดิน ภายในศูนย์ราชการเสมือนเป็นศูนย์ขนส่งรถสาธารณะภายในศูนย์ราชการ ขนาดพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ โดยจะรวมพื้นที่จอดและจร ชัตเตอร์บัสของศูนย์ราชการ และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางทั้งหมด

7. กรมการกงสุล

สถานีกรมการกงสุล อยู่ด้านหน้ากรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนถึงห้างบิ๊กซี สถานีตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน และทางขึ้น-ลงอยู่ริมถนนเหมือนกับสถานีอื่นๆ

8. คลองประปา

สุดเขตกรุงเทพมหานคร เป็นสถานีที่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้างโลตัส และบิ๊กซี ก่อนขึ้นสะพานข้ามแยกคลองประปา สถานีอยู่เกาะกลางถนน มีทางขึ้น-ลงริมถนนเช่นเดียวกัน

9. เมืองทองธานี

เข้าเขตเทศบาลนครปากเกร็ด เลี้ยวขวาเข้าเมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท และสิ้นสุดที่ ทะเลสาบเมืองทองธานี สถานีปลายทาง ประกอบด้วย อู่ซ่อมบำรุง และอาคารจอดรถแล้วจร

รายละเอียดของระบบ[แก้]

  • อัตราค่าโดยสาร จากผลการศึกษาจะเท่ากับรถเมล์ปรับอากาศ เริ่มต้น 13 บาท สูงสุด 18 บาท
  • ใช้เวลาเดินทางตลอดสาย 22-35 นาที
  • ใช้รถโดยสาร 40 คัน
  • จะใช้ระบบตั๋วโดยสารแบบ contactless smart card

ความคืบหน้าของโครงการ[แก้]

  • กรุงเทพมหานครได้ออกแบบรายละเอียดเส้นทาง สถานี และงานระบบ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2551 แต่เพื่อความรวดเร็ว จึงทำเรื่องขออนุมัติเส้นทางเดินรถจากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางควบคู่ไปด้วย เมื่อได้รับอนุมัติจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อให้ กทม.เดินรถในเส้นทางใหม่ จากนั้นจะประกวดราคาก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน และเริ่มก่อสร้างต้นปี 2552 ใช้เวลา 1 ปี และน่าจะเปิดบริการได้ปลายปี 2552 หรือปี 2553[1]
  • สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้พิจารณาแบบรายละเอียด มูลค่าโครงการ รวมถึงการแบ่งสัญญางานประมูลให้เหมาะสม เพื่อวางแผนการประกวดราคาก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถประกาศการประกวดราคาได้ประมาณเดือนมกราคม 2552 นี้[2]
  • กทม. เมืองทองธานี และนนทบุรี เห็นชอบการขยายแนวเส้นทางไปสิ้นสุดที่เมืองทองธานี ในท้องที่เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อรองรับประชาชนจากอำเภอปากเกร็ด และผู้ทำงานในเมืองทองธานี เฉลี่ยวันละ 1 แสนคน

อ้างอิง[แก้]

  1. มติชนออนไลน์ วันที่ 14 สิงหาคม 2551
  2. หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2378 27-29 พฤศจิกายน 2551

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]