ข้ามไปเนื้อหา

ยฺหวีฝูหลัว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยฺหวีฝูหลัว
於夫羅
ตันอู (單于 ฉาน-ยฺหวี)
ครองราชย์ค.ศ. 188–195
ก่อนหน้าเชียงฉฺวี
ถัดไปฮูฉูเฉฺวียน
สวรรคตค.ศ. 195
พระราชบุตรหลิว เป้า
พระราชบิดาเชียงฉฺวี
ชื่อภาษาจีน
จีนตัวเต็ม於夫羅
จีนตัวย่อ于夫罗
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินYúfúluó
ฉือจื้อชือจู๋โหว
จีน持至尸逐侯
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินChízhì Shīzhú Hóu

ยฺหวีฝูหลัว (จีน: 於夫羅; พินอิน: Yúfúluó; เสียชีวิต ค.ศ. 195[1]) หรือ ฉือจื้อชือจู๋โหว (จีน: 持至尸逐侯; พินอิน: Chízhì Shīzhú Hóu) เป็นตันอู (單于 ฉาน-ยฺหวี) หุ่นเชิดของชาวซฺยงหนูใต้ (南匈奴 หนาน-ซฺยงหนู) ในช่วงปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (東漢 ตงฮั่น) เมื่อ ค.ศ. 188 ยฺหวีฝูหลัวได้รับการแต่งตั้งเป็นตันอูโดยราชสำนักของราชวงศฮั่นหลังเชียงฉฺวี (羌渠) บิดาของยฺหวีฝูหลัวถูกสังหาร และภายหลังยฺหวีฝูหลัวได้รับฐานันดรศักดิ์ซฺยงหนูว่าฉือจื้อชือจู๋โหว

พระราชประวัติ

[แก้]

เมื่อ ค.ศ. 184 เชียงฉฺวี (羌渠) ส่งยฺหวีฝูหลัวบุตรชายไปช่วยราชวงศ์ฮั่นในการรบกับกบฏโพกผ้าเหลือง[1] ต่อมายฺหวีฝูหลัวถูกส่งไปรบกับเตียวซุ่น (張純 จาง ฉุน) และชนเผ่าออหวน (烏桓 อูหฺวาน) ที่ก่อกบฏในมณฑลอิวจิ๋ว (幽州 โยวโจว) เมื่อ ค.ศ. 187 ความไม่พอใจในหมู่ชาวซฺยงหนูใต้ (南匈奴 หนาน-ซฺยงหนู) ที่มีต่อเชียงฉฺวีผู้เป็นตันอู (單于 ฉาน-ยฺหวี) กำลังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเชียงฉฺวีเกณฑ์พลในเผ่าต่าง ๆ เพื่อทำตามคำสั่งของราชวงศ์ฮั่นอย่างไม่หยุดหย่อน ในช่วงเวลานั้น ชาวซิวฉูเก้อ (休屠各) ก่อกบฏขึ้น ยกพลจากภูมิภาคเหอเท่า (河套) บุกเข้าเมืองซีเหอ (西河郡 ซีเหอจฺวิ้น) และสังหารข้าหลวงมณฑลของมณฑลเป๊งจิ๋ว (并州 ปิงโจว) เมื่อ ค.ศ. 188 กลุ่มชาวซฺยงหนูใต้นำโดยตระกูลซีลั่ว (醯落) แห่งหน่วยขวาที่ไม่พอใจเชียงฉฺวี ร่วมเป็นพันธมิตรกับกบฏชาวซิวฉูเก้อและสังหารเชียงฉฺวี

ราชสำนักของราชวงศ์ฮั่นพยายามแต่งตั้งยฺหวีฝูหลัวซึ่งเวลานั้นมีตำแหน่งเป็นโจเอียนอ้อง (左賢王 จั่วเสียนหวาง) หรือเอียนอ้องซ้าย[2] ให้ขึ้นมามีตำแหน่งตันอู แทนที่จะใช้ระบบการคัดเลือกของชาวซฺยงหนูตามธรรมเนียมดั้งเดิม บรรดาชาวซฺยงหนูใต้ไม่เห็นด้วยจึงเลือกซฺวีปู๋กู่โตวโหว (須卜骨都侯) ให้เป็นผู้นำโดยชอบธรรม แล้วขับไล่ยฺหวีฝูหลัวไป ยฺหวีฝูหลัวหนีไปเข้าด้วยราชสำนักของราชวงศ์ฮั่น เมื่อซฺวีปู๋กู่โตวโหวเสียชีวิตในปีถัดมา อ๋อง (王 หวาง) อาวุโสคนหนึ่งได้ขึ้นเป็นผู้นำรัฐเพียงในนามโดยไม่มีตำแหน่งตันอู และชาวซฺยงหนูใต้ก็สิ้นสุดฐานะรัฐที่เป็นเอกภาพ[3]

ยฺหวีฝูหลัวหนีไปยังราชสำนักของราชวงศ์ฮั่น แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนใด ๆ หลังการสวรรคตของพระเจ้าเลนเต้ (漢靈帝 ฮั่นหลิงตี้) เมื่อ ค.ศ. 189 และเนื่องด้วยกบฏชาวซฺยงหนูใต้ขัดขวางไม่ให้ยฺหวีฝูหลัวกลับถิ่นฐาน ยฺหวีฝูหลัวและผู้ติดตามจึงย้ายไปตั้งมั่นที่อำเภอผิงหยาง (平陽縣 ผิงหยางเซี่ยน) เมืองฮอตั๋ง (河東郡 เหอตงจฺวิ้น) ทางตะวันออกของแม่น้ำเฝิน (汾河 เฝินเหอ) ยฺหวีฝูหลัวกลายเป็นทหารรับจ้างพเนจร เคยทำงานให้กับกบฏโพกผ้าเหลือง, อ้วนเสี้ยว (袁紹 ยฺเหวียน เช่า) และกลุ่มโจรเขาเอ๊งสัน (黑山 เฮย์ชาน) ของเตียวเอี๋ยน (張燕 จาง เยียน) เมื่อ ค.ศ. 193 ยฺหวีฝูหลัวหนุนช่วยอ้วนสุด (袁術 ยฺเหวียน ชู่) ในการรบกับโจโฉ (曹操 เฉา เชา) ในยุทธการที่เฟิงชิว (封丘) แต่พ่ายแพ้ ในช่วงเวลานี้เองที่ยฺหวีฝูหลัวอาจจะยอมสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ[a] ยฺหวีฝูหลัวเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 195 ผู้ติดตามที่เหลืออยู่ได้เข้าร่วมกับฮูฉูเฉฺวียน (呼廚泉) น้องชายของยฺหวีฝูหลัว[1]

บุตรชายของยฺหวีฝูหลัวคือหลิว เป้า (劉豹) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากโจโฉผู้เป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ฮั่นให้ดูแลชาวซฺยงหนูใต้ในชานซี (山西) เมื่อ ค.ศ. 216 หลานปู่ของยฺหวีฝูหลัวชื่อหลิว เยฺวียน (劉淵) ได้ก่อตั้งรัฐฮั่นเจ้า (漢趙) เมื่อ ค.ศ. 304 ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐแรก ๆ ของยุคสิบหกรัฐ[1] อย่างไรก็ตาม นักวิชาการจีนสมัยใหม่บางส่วนตั้งข้อสงสัยต่อเชื้อสายของหลิว เป้าและหลิว เยฺวียนที่ย้อนขึ้นไปถึงยฺหวีฝูหลัว โดยมีความเห็นว่าหลิว เป้าและหลิว เยฺวียนน่าจะมีเชื้อสายจากชาวซิวฉูเก้อหรือฉูเก้อ (屠各) ที่สังหารเชียงฉฺวีและเนรเทศยฺหวีฝูหลัว ทฤษฎีนี้เสนอว่าหลิว เยฺวียนอาจปั้นแต่งข้อมูลเชื้อสายของตนให้ย้อนไปถึงยฺหวีฝูหลัว เพื่อสร้างความชอบธรรมในฐานะผู้สืบเชื้อสายของตันอูแห่งซฺยงหนูใต้และของราชวงศ์ฮั่น เนื่องด้วยการสมรสระหว่างตันอูชื่อมั่วตู๋ (冒頓) กับเจ้าหญิงของราชวงศ์ฮั่น[5][6]

ครอบครัว

[แก้]

ยฺหวีฝูหลัวมีบุตรชายชื่อหลิว เป้า (劉豹) และมีน้องชายชื่อฮูฉูเฉฺวียน (呼廚泉)

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. หลังยฺหวีฝูหลัวพ่ายแพ้เมื่อ ค.ศ. 193 ก็ไม่มีการศึกอื่น ๆ ระหว่างโจโฉและกลุ่มของยฺหวีฝูหลัวเป็นเวลาหลายปี บทชีวประวัติจงฮิว (鍾繇 จง เหยา) ใน สามก๊กจี่ (三國志) บันทึกว่าฮูฉูเฉฺวียนที่เป็นผู้สืบทอดอำนาจของยฺหวีฝูหลัวก่อกบฏต่อโจโฉเมื่อ ค.ศ. 202[4]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 de Crespigny 2007, p. 1020.
  2. Bichurin, p. 146
  3. de Crespigny 2017, p. 426.
  4. (其後匈奴單於作亂平陽...) สามก๊กจี่ เล่มที่ 13.
  5. Tang 2010.
  6. Chen 2007.

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Barfield, Thomas (1989), The Perilous Frontier: Nomadic Empires and China, Basil Blackwell
  • Bichurin N.Ya., "Collection of information on peoples in Central Asia in ancient times", vol. 1, p. 146, Sankt Petersburg, 1851, reprint Moscow-Leningrad, 1950 (Qian Han Shu Ch. 94b)
  • Chang, Chun-shu (2007), The Rise of the Chinese Empire 1, The University of Michigan Press
  • Chen, Yong (2007), The Failure of the Superintendence of Qubei and the Rise of Liu Bao of the Chuge
  • Cosmo, Nicola Di (2002), Ancient China and Its Enemies, Cambridge University Press
  • Cosmo, Nicola di (2009), Military Culture in Imperial China, Harvard University Press
  • de Crespigny, Rafe (2007). A Biographical Dictionary of Later Han to the Three Kingdoms 23-220 AD. Leiden: Brill. ISBN 9789004156050.
  • de Crespigny, Rafe (2017), Fire Over Luoyang: A History of the Later Han Dynasty, 23-220 AD, Brill
  • Loewe, Michael (2000), A Biographical Dictionary of the Qin, Former Han, and Xin Periods, Brill
  • Tang, Changru (2010), Miscellaneous Studies on Wei, Jin, Southern and Northern Dynasties History, Commercial Press, ISBN 9787100074513
  • Taskin B.S., "Materials on Sünnu history", Science, Moscow, 1968, p. 31 (In Russian)
  • Whiting, Marvin C. (2002), Imperial Chinese Military History, Writers Club Press