ยูไนเต็ดเบรกส์กีตาส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"United Breaks Guitars"
ไฟล์:United Breaks Guitars single.jpg
ซิงเกิล โดย เดฟ แคร์รอลล์
ออกจำหน่าย6 กรกฎาคม ค.ศ. 2009
รูปแบบดาวน์โหลดออนไลน์
แนวเพลงคันทรี
ความยาว4:36
ค่ายเพลงเดฟ แคร์รอลล์ มิวสิก
ผู้ประพันธ์เดฟ แคร์รอลล์
มิวสิกวิดีโอ
"United Breaks Guitars (Official Video)" ที่ยูทูบ

"ยูไนเต็ดเบรกส์กีตาส์" (อังกฤษ: United Breaks Guitars) เป็นชื่อชุดเพลงสามเพลงซึ่งแต่งโดยเดฟ แคร์รอลล์ (อังกฤษ: Dave Carroll) นักร้องและนักแต่งเพลงชาวแคนาดา ร่วมกับวงดนตรีของเดฟได้แก่ซันส์ออฟแม็กซ์เวลล์ (อังกฤษ: Sons of Maxwell) เนื้อหาของเพลงบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กีตาร์ของเขาเสียหายระหว่างเดินทางกับสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ใน ค.ศ. 2008 และการตอบรับจากสายการบิน เพลงนี้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2009 และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในยูทูบและไอทูนส์

เหตุการณ์[แก้]

แคร์รอลล์เล่าว่ากีตาร์ของเขาเสียหายขณะที่ฝากให้ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ดูแลระหว่างเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติแฮลิแฟกซ์สแตนฟีลด์ ประเทศแคนาดาไปยังสนามบินเอปป์ลีย์ เมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา โดยเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติโอแฮร์ โดยระบุว่าเขาได้ยินผู้โดยสารที่เดินทางในเครื่องบินลำเดียวกันอุทานว่าพนักงานลำเลียงสัมภาระของท่าอากาศยานโอแฮร์โยนกีตาร์ขณะลำเลียงขึ้นเครื่องบิน เมื่อแคร์รอลล์เดินทางถึงโอมาฮา เขาพบว่ากีตาร์ยี่ห้อเทย์เลอร์มูลค่า 3,500 ดอลลาร์สหรัฐของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก[1] ในเนื้อเพลงแคร์รอลล์ระบุว่าเขาได้แจ้งกับพนักงานของสายการบินจำนวน 3 คน แต่ทั้งหมดไม่สนใจ แคร์รอลล์ร้องเรียนไปยังยูไนเต็ดแอร์ไลน์ และได้รับคำตอบว่าเขาไม่มีสิทธิ์รับค่าชดเชยเนื่องจากเขาร้องเรียนล่าช้าเกิน 24 ชั่วโมง[2]

เพลง[แก้]

ในบทสัมภาษณ์กับบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงแคนาดา (ซีบีซี) แคร์รอลล์เล่าว่าเขาเจรจากับสายการบินเป็นเวลากว่าเก้าเดือนแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ[3] เขาจึงถามตัวเองว่า "ถ้าไมเคิล มอร์เป็นนักดนตรี เขาจะทำอย่างไร" แล้วจึงเขียนเนื้อเพลงและถ่ายทำมิวสิกวิดีโอบอกเล่าเรื่องราว[4] เนื้อร้องท่อนหนึ่งกล่าวว่าเขาน่าจะเลือกบินกับสายการบินอื่น หรือไม่ก็ขับรถไปเองน่าจะดีกว่า เพราะยูไนเต็ดทำกีตาร์เสียหาย[5] แคร์รอลล์ร่วมกับวงซันส์ออฟแม็กเวลล์เขียนเพลงภาคต่ออีก 2 เพลงเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้[6] โดยวิดีโอภาค 2 "United Breaks Guitars: Song 2" เผยแพร่ออกทางยูทูบในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2009[7] โดยเนื้อหาของเพลงในภาค 2 เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างแคร์รอลล์กับ "คุณเอิร์ลวิก" พนักงานแผนกบริการลูกค้าของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ และโจมตีไปที่นโยบายของสายการบินที่บังคับให้ "คุณเอิร์ลวิก" ต้องปฏิบัติตามโดยไม่ใส่ใจกับความรู้สึกของผู้โดยสาร[6] ภาค 3 ของเพลงนี้เผยแพร่ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2010 โดยใช้ชื่อ "United Breaks Guitars: Song 3"[8] มีใจความว่าพนักงานของยูไนเต็ดไม่ได้เลวร้ายทุกคน วรรคสุดท้ายเขียนสื่อไปยังยูไนเต็ดแอร์ไลน์ระบุว่าเขาหวังว่ายูไนเต็ดจะปรับปรุงตามที่ได้ประกาศไว้ เพราะถ้าไม่ปรับปรุงแล้วใครจะเลือกใช้บริการ[8]

การตอบสนอง[แก้]

วิดีโอแรกถูกเผยแพร่ลงทางยูทูบเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 และเพียงวันแรกวันเดียวมีผู้เข้าชมกว่า 150,000 ครั้ง เพิ่มขึ้นเป็นห้าแสนครั้งในวันที่ 9 กรกฎาคม[5] 5 ล้านครั้งเมื่อกลางเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน[2] และ 10 ล้านครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 โดยในปัจจุบัน (ตุลาคม ค.ศ. 2020) วิดีโอนี้มีผู้เข้าชมกว่า 20 ล้านครั้ง

สื่อมวลชนรายงานข่าวเกี่ยวกับความนิยมของเพลงและผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรของยูไนเต็ดแอร์ไลน์[1][4][6] ร็อบ แบรดฟอร์ด ผู้จัดการแผนกบริการปัญหาลูกค้าโทรศัพท์ไปยังแคร์รอลล์เพื่อขออภัยและแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขออนุญาตนำวิดีโอของแคร์รอลล์ไปใช้ประกอบการฝึกพนักงาน[5] ในขณะเดียวกับ บ็อบ เทย์เลอร์ เจ้าของบริษัทกีตาร์เทย์เลอร์ได้มอบกีตาร์สองตัวให้แคร์รอลล์ และสนับสนุนอุปกรณ์ประกอบฉากสำหรับวิดีโอภาคสองด้วย[6] ยูไนเต็ดเบรกส์กีตาส์ภาคแรกได้รับความนิยมสูงสุดในไอทูนส์มิวสิกสโตร์ในสัปดาห์ถัดจากที่เผยแพร่ครั้งแรก[9] หลังจากที่วิดีโอของแคร์รอลล์ประสบความสำเร็จ เขาโพสต์วิดีโอขอบคุณสาธารณชนที่สนับสนุน และขอร้องให้ผู้ชมเข้าใจ "คุณเอิร์ลวิก" ที่ต้องเคร่งครัดตามนโยบายของสายการบินที่บังคับลงมา[10] หลังจากเหตุการณ์ แคร์รอลล์ได้รับเชิญให้ไปแสดงปาฐกถาเกี่ยวกับการให้บริการลูกค้าหลายครั้ง ครั้งหนึ่งที่เขาเดินทางไปแสดงปาฐกถา ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ก็ทำสัมภาระของแคร์รอลล์สูญหาย[9]

นิตยสารไทม์ได้จัดอันดับให้ "ยูไนเต็ดเบรกส์กีตาส์" อยู่ในอันดับที่ 7 ใน 10 อันดับไวรอลวิดีโอแห่งปี 2009[11]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "United Breaks Guitars". The Situation Room. CNN.
  2. 2.0 2.1 Cosh, Colby (August 21, 2009). "A man and his guitar". The Financial Post. Canada. Archived from the original on March 5, 2012. สืบค้นเมื่อ December 31, 2009.
  3. Broken guitar song gets airline's attention CBC News. Online, July 8, 2009. Retrieved July 8, 2009.
  4. 4.0 4.1 Jamieson, Alastair (July 23, 2009). "Musician behind anti-airline hit video 'United Breaks Guitars' pledges more songs". The Daily Telegraph. London.
  5. 5.0 5.1 5.2 Singer's revenge on United: A hit song United Press International July 9, 2009.
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 Tran, Mark (July 23, 2009). "Singer gets his revenge on United Airlines and soars to fame". The Guardian. London. สืบค้นเมื่อ May 26, 2010.
  7. United Breaks Guitars Song 2 ที่ยูทูบ
  8. 8.0 8.1 "United Breaks Guitars: Song 3 – Dave Carroll". Davecarrollmusic.com. February 17, 2010. Archived from the original on August 20, 2010. สืบค้นเมื่อ April 30, 2010.
  9. 9.0 9.1 McLean, Jesse (October 29, 2009). "United loses luggage of 'United Breaks Guitars' guy". Toronto Star.
  10. Carroll, Dave. "United Breaks Guitars – A statement from Dave Carroll". Dave Carroll. สืบค้นเมื่อ January 16, 2012.
  11. Fletcher, Dan (December 8, 2009). "Top 10 Viral Videos – 7. United Breaks Guitars". Time. Fuming about mishandled baggage? Singing's the best revenge.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]