ยันนิค ซินเนอร์
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
ซินเนอร์ในการแข่งขันยูเอสโอเพน 2025 | |
| ประเทศ (กีฬา) | |
|---|---|
| ถิ่นพำนัก | มงเต-การ์โล |
| วันเกิด | 16 สิงหาคม ค.ศ. 2001 Innichen, South Tyrol, Italy |
| ส่วนสูง | 1.92 m (6 ft 4 in)*[1][2] |
| เทิร์นโปร | 2018 |
| การเล่น | มือขวา (แบ็กแฮนด์สองมือ) |
| ผู้ฝึกสอน | ซิโมเน วาร์นอซซี |
| เงินรางวัล | US $57,467,301[3] |
| เว็บไซต์ทางการ | janniksinner |
| เดี่ยว | |
| สถิติอาชีพ | 326–87 (78.9%) |
| รายการอาชีพที่ชนะ | 24 |
| อันดับสูงสุด | No. 1 (10 มิถุนายน 2024) |
| อันดับปัจจุบัน | No. 2 (10 พฤศจิกายน 2025) |
| ผลแกรนด์สแลมเดี่ยว | |
| ออสเตรเลียนโอเพน | ชนะเลิศ (2024, 2025) |
| เฟรนช์โอเพน | รองชนะเลิศ (2025) |
| วิมเบิลดัน | ชนะเลิศ (2025) |
| ยูเอสโอเพน | ชนะเลิศ (2024) |
| การแข่งขันอื่น ๆ | |
| Tour Finals | ชนะเลิศ (2024, 2025) |
| คู่ | |
| สถิติอาชีพ | 25–24 (51.0%) |
| รายการอาชีพที่ชนะ | 1 |
| อันดับสูงสุด | No. 124 (27 กันยายน 2021) |
| อันดับปัจจุบัน | No. 340 (23 กันยายน 2024) |
| การแข่งขันแบบทีม | |
| เดวิสคัพ | ชนะเลิศ (2023, 2024) |
| ลายมือชื่อ | |
| อัปเดตล่าสุดเมื่อ: 3 กุมภาพันธ์ 2026 | |
ยันนิค ซินเนอร์ (เกิด: 16 สิงหาคม ค.ศ. 2001) เป็นนักเทนนิสอาชีพชายชาวอิตาลี มือวางอันดับ 2 ของโลก เขาเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 และเป็นชาวอิตาลีที่มีอันดับโลกสูงที่สุดในประวัติศาสตร์[4][5][6] ซินเนอร์จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งอันดับ 1 ใน ค.ศ. 2024 และชนะเลิศการแข่งขันของสมาคมนักเทนนิสอาชีพ (เอทีพี) 24 รายการ รวมถึงแชมป์แกรนด์สแลม 4 รายการ,[7] แชมป์เอทีพีมาสเตอร์ 5 รายการ และแชมป์เอทีพี ไฟนอล 2 สมัย[a] เขายังชนะเลิศการแข่งขันเดวิส คัพ[b] ร่วมกับทีมชาติอิตาลีใน ค.ศ. 2023 และ 2024 เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักเทนนิสชายที่เก่งที่สุดในปัจจุบัน[8][9]
ซินเนอร์เริ่มเล่นเทนนิสอาชีพเมื่ออายุ 16 ปี ก่อนจะชนะการแข่งขันเอทีพี ชาเลนเจอร์ ทัวร์ หลายรายการเมื่ออายุ 17 ปี และขึ้นสู่ 100 อันดับแรกของโลกใน ค.ศ. 2019 มีผลงานโดดเด่นคือการชนะเลิศรายการ เอทีพี ไฟนอล ระดับเยาวชน และได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นประจำปี ต่อมาใน ค.ศ. 2021 เขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่เกิดในทศวรรษ 2000 ที่ทำอันดับติด 1 ใน 10 ของโลก เขาคว้าแชมป์ระดับมาสเตอร์ 1000 ครั้งแรกที่โทรอนโต ค.ศ. 2023 รวมทั้งเข้าชิงชนะเลิศเอทีพี ไฟนอลครั้งแรก และชนะเลิศเดวิส คัพ ร่วมกับทีมชาติอิตาลี[10]
ซินเนอร์คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการแรกในออสเตรเลียนโอเพน 2024 โดยเอาชนะแชมป์ 10 สมัยอย่างนอวาก จอกอวิช และชนะ ดานีอิล เมดเวเดฟในรอบชิงชนะเลิศ[11] ตามด้วยแชมป์รายการมาสเตอร์ 1000 อีก 3 รายการ และแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่สองในยูเอสโอเพน รวมทั้งแชมป์เอทีพี ไฟนอล พร้อมทั้งจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 โดยเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่ทำได้ ต่อมาใน ค.ศ. 2025 ซินเนอร์ได้รับโทษแบน 3 เดือนจากกรณีตรวจพบการใช้สารกระตุ้น เขาเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการ โดยป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้ และพบคู่ปรับอย่างการ์โลส อัลการัซในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมอีก 3 รายการ โดยเอาชนะได้ในวิมเบิลดัน แต่แพ้ในเฟรนช์โอเพนและยูเอสโอเพน และปิดท้ายด้วยการป้องกันแชมป์เอทีพี ไฟนอลด้วยการชนะอัลการัซ
การเล่นอาชีพ
[แก้]2019: แชมป์เอทีพี ไฟยอลระดับเยาวชน และ ขึ้นสู่ 100 อันดับแรกของโลก
[แก้]ซินเนอร๋คว้าแชมป์รายการระดับชาเลนเจอร์ ครั้งแรกที่แบร์กาโมในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ในวัย 17 ปี 6 เดือนซึ่งเขาลงแข่งขันเป็นครั้งแรกโดยไม่เคยลงเล่นในรายการระดับนี้มาก่อน และเป็นนักเทนนิสคนแรกที่เกิดใน ค.ศ. 2001 ที่คว้าแชมป์รายการชาเลนเจอร์ และเป็นผู้เล่นอิตาลีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ได้ อันดับโลกในขณะนั้นของเขาคืออันดับ 324[12]
ต่อมา เขาลงแข่งขันรายการเอทีพีอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ฮังการี ตามด้วยการเข้าชิงชนะเลิศระดับชาเลนเจอร์รายการที่ 2 ที่เชกเกียแต่ได้แค่รองแชมป์ และในช่วงครึ่งปีหลัง ซินเนอร์มุ่งเน้นไปที่การแข่งขันระดับเอทีพีมากกว่ารายการระดับชาเลนเจอร์[13] ในปีนี้ เขาคว้าชัยชนะในระดับเอทีพี มาสเตอร์ 1000 ครั้งแรกที่โรม จากการชนะสตีฟ จอห์นสัน ชาวอเมริกัน และขึ้นสู่ 200 อันดับแรกของโลกจากการแข่งขันที่โครเอเชียในเดือนกรกฎาคม ในเดือนต่อมา เขาชนะเลิศรายการสมัครเล่นเป็นครั้งที่สอง ณ เมืองเลกซิงตัน รัฐเคนทักกี ถือเป็นผู้เล่นอายุ 17 ปีเพียงไม่กีคนที่ชนะเลิศการแข่งขันชาเลนเจอร์มากกว่า 1 รายการ ซินเนอร์ตกรอบคัดเลือกระดับแกรนด์สแลมในรายการวิมเบิลดันที่ลอนดอน แต่ได้ลงแข่งขันทางการครั้งแรกในยูเอสโอเพนซึ่งเขาแพ้สตาน วาวรีงกา[14] ต่อมา เขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรเปียนโอเพนที่แอนต์เวิร์ป โดยในรายการนี้เขายังคว้าชัยชนะเหนือผู้เล่นมือวาง 50 อันดับแรกของโลกได้เป็นครั้งแรก ภายหลังชนะการ์เอล มงฟิล ส่งผลให้เขาขึ้นสู่ 100 อันดับแรกของโลกในสัปดาห์ต่อมา
ซินเนอร์ปิดท้ายฤดูกาลด้วยการชนะเลิศการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดในอาชีพในขณะนั้น ในเอทีพีไฟนอลระดับเยาวชน เขาเอาชนะ อเล็กซ์ เดอร์ มินออ มือวางอันดับ 18 ของโลกชาวออสเตรเลีย ตามด้วยการชนะรายการชาเลนเจอร์รายการที่ 3 ที่อิตาลี เขาจบฤดูกาลด้วยการตำแหน่งมือวางอันดับ 78 ถือเป็นนักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่ราฟาเอล นาดัล ใน ค.ศ. 2003 ที่ติด 80 อันดับแรกของโลก และได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นประจำปีโดยสมาคมนักเทนนิสอาชีพ
2020: แชมป์รายการเอทีพีครั้งแรก และมือวางอันดับ 40 ของโลก
[แก้]ซินเนอร์ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ในปีนี้เขาเข้าถึงรอบสองแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน ก่อนจะแพ้มาตอร์ ฟูซอวิช ตามด้วยการเอาชนะผู้เล่น 10 อันดับแรกของโลกได้เป็นครั้งแรก จากการชนะดาวิด กอฟแฟงชาวเบลเยียมในการแข่งขันที่รอตเทอร์ดาม ต่อมา การแข่งขันทุกรายการของสมาคมเทนนิสอาชีพถูกระงับชั่วคราวจากการระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา แต่ซินเนอร์กลับมามีผลงานยอดเยี่ยมต่อเนื่อง แม้จะตกรอบแรกในแกรนด์สแลมยูเอสโอเพน แต่เขาเข้าถึงรอบสามในรายการมาสเตอร์ 1000 ที่โรม โดยเอาชนะผู้เล่นอันดับ 6 ของโลกอย่างสเตฟาโนส ซิทซีปัส และกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยทีสุดตั้งแต่ ค.ศ. 2006 ที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพน และเป็นเพียงผู้เล่นคนที่สองต่อจากนาดัลที่เข้าถึงรอบนี้จากการลงแข่งรายการนี้เป็นครั้งแรก ในรายการนี้เขาเอาชนะผู้เล่นที่อันดับเหนือกว่าอย่างกอฟแฟงได้อีกครั้ง รวมทั้งเอาชนะผู้เล่นชื่อดังชาวเยอรมันอย่าง อเล็คซันเดอร์ ซเฟเร็ฟ ก่อนจะแพ้นาดัลในรอบดังกล่าว
ต่อมา ซินเนอร์แพ้ซเฟเร็ฟในรอบรองชนะเลิศการแข่งขันที่โคโลญ ก่อนจะปิดฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ที่โซเฟีย ซึ่งถือเป็นแชมป์รายการเอทีพีครั้งแรกในอาชีพ ถือเป็นนักเทนนิสอิตาลีที่อายุน้อยที่สุดในยุคโอเพน[c]ที่ชนะเลิศการแข่งขันของเอทีพี เขาจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งอันดับ 37 ของโลก
2021: แชมป์ 4 รายการ และขึ้นสู่ 10 อันดับแรก
[แก้]
ซินเนอร์ชนะเลิศการแข่งขันของเอทีพีรายการที่สองที่เมลเบิร์น ซึ่งเขาเอาชนะ คาเรน คาชานอฟในรอบรองชนะเลิศด้วยการเอาตัวรอดจากคะแนน Match Point และเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่นาดัลใน ค.ศ. 2005 ที่คว้าแชมป์เอทีพีสองรายการติดต่อกัน แต่เขาตกรอบแรกในออสเตรเลียนโอเพนด้วยการแพ้ เดนิส ชาโปวาลอฟ หยุดสถิติชนะติดต่อกัน 10 นัด[15] เขาเข้าชิงชนะเลิศรายการมาสเตอร๋์ 1000 ครั้งแรกที่ไมแอมีแต่แพ้คูแบร์ต คูร์กัตช์[16] ตามด้วยการตกรอบ 4 ในเฟรนช์โอเพนโดยแพ้นาดัลเป็นปีที่สองติดต่อกัน[17] และตกรอบแรกในวิมเบิลดัน แต่เขาคว้าแชมป์ประเภทชายคู่ได้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันที่แอตแลนตา ด้วยการจับคู่กับไรลีย์ โอเพกา เขายังลงแข่งขันประเภทชายเดี่ยวในรายการนี้แต่ตกรอบที่ 2 โดยแพ้คริสโตเฟอร์ โอคอนเนลล์
ซินเนอร์คว้าแชมป์เอทีพีรายการที่ 3 ในการแข่งขันที่วอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการระดับเอทีพี 500 ได้เป็นครั้งแรก โดยเป็นผู้เล่นชาวอิตาลีคนแรกที่เข้าชิงชนะเลิศรายการนี้ เขาเอาชนะแมคเคนซี แมคโดนัลด์ในรอบชิงชนะเลิศ และเป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่มีการแข่งขันใน ค.ศ. 2009 ส่งผลให้เขาขึ้นสู่มือวางอันดับ 15 ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ต่อมา เขาเอาชนะการ์แอล มงฟิล ในแกรนด์สแลมยูเอสโอเพน และเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการแข่งขันแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรก ก่อนจะแพ้ซเฟเร็ฟในรอบ 4 แต่ซินเนอร์ไปป้องกันแชมป์รายการที่โซเฟียในฐานะมือวางอันดับ 1 ได้สำเร็จ ตามด้วยการคว้าแชมป์รายการที่ 5 ในอาชีพจากการชนะเลิศการแข่งขันที่แอนต์เวิร์ป โดยเอาชนะ ดิเอโก ชวาร์ตซ์มัน ในรายการนี้เขายังเอาชนะผู้เล่นดาวรุ่งร่วมชาติอย่างลอเรนโซ มูเซตติ และกลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับสองต่อจาก นอวาก จอกอวิช ที่คว้าแชมป์ได้ 5 รายการ[18]
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ซินเนอร์เป็นผู้เล่นคนแรกที่เกิดในทศวรรษ 2000 ที่ทำอันดับขึ้นสู่ 10 อันดับแรกของโลก หลังเข้าถึงรอบรองชนะเลิศที่เวียนนา ต่อมา เขาลงแข่งขันมาสเตอร์ 1000 ที่ปารีส และแพ้ การ์โลส อัลการัซ ดาวรุ่งชื่อดังชาวสเปนซึ่งได้กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของซินเนอร์มาถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เขาไม่สามารถสะสมแต้มมากพอที่จะลงแข่งขันเอทีพี ไฟนอล อย่างไรก็ตาม เขาได้ลงแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มในฐานะผู้เล่นสำรองอันดับ 1 แทนที่เพื่อนร่วมชาติอย่าง มัตเตโอ แบร์เรตตีนี ที่ถอนตัวจากการบาดเจ็บ เขาปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยการแพ้เมดเวเดฟใน 3 เซต แต่ยังกลับขึ้นสู่ 10 อันดับแรกของโลกได้ในช่วงปิดฤดูกาล
2022: ชัยชนะนัดที่ 100 และ แชมป์คอร์ตดินรายการแรก
[แก้]ซินเนอร์เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งที่สองในออสเตรเลียนโอเพน ถือเป็นผู้เล่นชาวอิตาลีคนที่ 5 ที่เข้าถึงรอบนี้ในการแข่งขันที่เมลเบิร์น แต่เขาแพ้ซิทซีปัสสามเซตรวด ต่อมา ในการแข่งขันมาสเตอร์ 1000 ทีไมแอมี ซินเนอร์เอาตัวรอดจากการโดนคะแนน Match Point 3 ครั้งในนัดที่พบกับ เอมิล รูซูวูโอรี และอีก 5 ครั้งในนัดที่แข่งขันกับปาโบล การ์เรโญ บุสตา และเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย แต่เขาต้องถอนตัวในรอบก่อนรองชนะเลิศ ต่อมา ในรายการมาสเตอร์ที่มงเต-การ์โล เขาเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศหลังเอาชนะอังเดรย์ ลูเบลฟ ก่อนจะแพ้ซเฟเร็ฟในการแข่งขันกว่า 3 ชั่วโมง ต่อมา เขาเอาตัวรอดจากคะแนน Match Point ได้อีกสามครั้งในนัดที่พบกับทอมมี พอล ในมาสเตอร์ 1000 ที่มาดริด[19] เขาเอาชนะอเล็กซ์ เด มินออร์ และคว้าชัยชนะนัดที่ 100 ในอาชีพ ด้วยสถิติ 100–47 ซึ่งเป็นสถิติที่ดีกว่าผู้เล่น 10 อันดับแรกหลายคน เป็นรองเพียงนาดัล (100–37) และ จอกอวิช (100–43) ก่อนจะตกรอบที่ 3 โดยแพ้เฟลิกซ์ โอเฌร์ อาลียาซีม ตามด้วยการถอนตัวในรอบ 3 การแข่งขันเฟรนช์โอเพนจากการบาดเจ็บหัวเข่า
แม้จะตกรอบแรกในการแข่งขันที่ลอนดอน แต่ซินเนอร์คว้าชัยชนะในแกรนด์สแลมวิมเบิลดันได้เป็นครั้งแรก จากการเอาชนะวาวรีงกา และยังเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ รวมทั้งยังเอาชนะอัลการัซในรอบก่อนหน้านั้นได้ ก่อนจะแพ้แชมป์อย่างจอกอวิชในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งต้องแข่งขันกันถึง 5 เซต และซินเนอร์เอาชนะไปก่อน 2–0 เซต ก่อนจะแพ้ในสามเซตต่อมา (7–5, 6–2, 3–6, 2–6, 2–6) เขาคว้าแชมป์รายการคอร์ตดินได้เป็นครั้งแรกจากการเอาชนะอัลการัซในโครเอเชีย ตามด้วยการตกรอบที่โทรอนโต[20] และแพ้อาลียาซีมในมาสเตอร์ 1000 ที่ซินซินแนติ สหรัฐ แม้จะนำไปก่อน 1 เซตและได้คะแนน Match Point 2 ครั้ง เขาเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศที่ยูเอสโอเพนได้เป็นครั้งแรกด้วยการเอาชนะ แบรนดอน นากาชิมะ และ อิลยา อิวาชกา เขาเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดต่อจากจอกอวิชที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศรายการระดับแกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการ เขาแพ้อัลการัซในการแข่งขัน 5 เซตซึ่งใช้เวลาแข่งขันกว่า 5 ชั่วโมง 15 นาที โดยนัดนี้ถือเป็นการแข่งขันที่สิ้นสุดลงช้าที่สุดในประวัติศาสตร์รายการ (2 นาฬิกา 50 นาที) และใช้เวลาแข่งขันนานที่สุดเป็นอันดับสองของรายการ ซินเนอร์มีส่วนร่วมในการแข่งขันเดวิส คัพ กับทีมชาติอิตาลี เขาเอาชนะได้ในการแข่งขันนัดที่ 2 ส่งผลให้อิตาลีผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย[21] ต่อมา เขาแพ้เมดเวเดฟในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เวียนนา[22] และตกรอบแรกรายการมาสเตอร์ 1000 ที่ปารีส
2023: แชมป์มาสเตอร์ 1000, แชมป์เดวิสคัพ และมือวางอันดับ 4 ของโลก
[แก้]
ซินเนอร์เริ่มการแข่งขันที่ออสเตรเลียที่แอดิเลด และตกรอบก่อนรองชนะเลิศแพ้เซบาสเตียน กอร์ดา และตกรอบ 4 ในออสเตรเลียนโอเพนโดยแพ้ซิทซีปัสใน 5 เซต[23] แต่เขาชนะเลิศการแข่งขันรายการที่ 7 ที่มงเปอลีเย ตามด้วยการเอาชนะซิทซีปัสที่รอตเทอร์ดามซึ่งเป็นมือวางอันดับ 3 โดยถือเป็นการชนะมือวางอันดับโลกที่สูงที่สุดในขณะนั้น[24] ตามด้วยการชนะสตาน วาวรีงกา[25] และ นักเทนนิสเจ้าภาพอย่างทาลลอน กรีกสปูร์[26] แต่เขาแพ้เมดเวเดฟในรอบชิงชนะเลิศ ต่อมา ในการแข่งขันมาสเตอร์ 1000 ที่อินเดียน เวลส์ สหรัฐ เขาเอาชนะรีชาร์ กัสกุแอ, อาเดรียน มานนาริโน และวาวรีงกาโดยไม่เสียเซต ตามด้วยการเอาชนะเทย์เลอร์ ฟลิชใน 3 เซต และแพ้คู่แข่งอย่างอัลการัซในรอบรองชนะเลิศ ซินเนอร์เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศที่ไมแอมีเป็นปีที่สามติดต่อกัน ภายหลังเอาชนะกริกอร์ ดิมิทรอฟ และ อันเดรย์ ลูเบลฟ ส่งผลให้เขาขึ้นสู่มือวางอันดับ 9[27] ซินเนอร์เอาชนะอัลการัซในรอบรองชนะเลิศ 2–1 เซต[28] แต่ก็แพ้เมดเวเดฟในรอบชิงชนะเลิศสองเวตรวด และเป็นการแพ้เมดเวเดฟ 6 ครั้งติดต่อกันโดยยังไม่สามารถเอาชนะได้[29]
ซินเนอร์เข้ารอบรองชนะเลิศมาสเตอร์ที่มงเต-การ์โล โดยเป็นรายการที่ 3 ติดต่อกันที่เข้ารอบรองชนะเลิศมาสเตอร์ แต่เขาแพ้ฮอลเกอร์ รูเนอจากเดนมาร์ก ตามด้วยการแพ้ดาเนียล อัตไมเออร์[30] การแข่งขันใช้เวลา 5 ชั่วโมง 26 นาทีเป็นการแข่งขันที่นานที่สุดในอาชีพของซินเนอร์ และยาวนานที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์รายการนี้ ซินเนอร์แพ้ในการแข่งขัน 5 เซตแม้จะได้คะแนน Match Point ในเกมเสริ์ฟของตนเอง ต่อมา เขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดัน ถือเป็นผลงานดีที่สุดในรายการนี้ แต่แพ้แชมป์และมือวางอันดับ 1 อย่างจอกอวิช[31] ซินเนอร์คว้าแชมป์มาสเตอร์ 1000 ที่โทรอนโต หลังจากเอาชนะเพื่อนร่วมชาติอย่างแบเรตตีนี, เอาชนะแอนดี มาร์รี (ถอนตัว), กาแอล มงฟิล์ส และทอมมี พอล ปิดท้ายด้วยเอาชนะ อเล็กซ์ เด มินออร์ 6–4, 6–1 คว้าแชมป์รายการระดับมาสเตอร์เป็นครั้งแรก ตามด้วยการชนะอัลการัซที่ปักกิ่งในรายการไชนา โอเพน และชนะเมดเวเดฟครั้งแรกจากการเจอกัน 7 ครั้ง[32] ส่งผลให้เขาขึ้นสู่มือวางอันดับ 4 ของโลก ก่อนจะตกรอบ 16 คนสุดท้ายมาสเตอร์ที่เซี่ยงไฮ้ แพ้ดาวรุ่งชาวอเมริกันอย่างเบน เชลตัน[33] ก่อนจะกลับมาเอาชนะเมดเวเดฟในรอบชิงชนะเลิศที่เวียนนา และทำสถิติเป็นนักเทนนิสอิตาลีที่ชนะใน 1 ฤดูกาลมากที่สุดจำนวยน 55 นัด แซงหน้าสถิติเดิมของ กอร์ราโด บาราซซูตี ใน ค.ศ. 1978 (54 นัด)[34] และถือเป็นแชมป์รายการที่ 10 ในอาชีพ
ซินเนอร์ลงแข่งขันรายการสุดท้ายของสมาคมในเอทีพี ไฟนอล ที่ตูริน เขาชนะรวด 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงเอาชนะจอกอวิชไปอย่างสนุก 3 เซต (7–5, 6–7(5–7), 7–6(7–2)[35] ตามด้วยการชนะเมดเวเดฟเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แต่เขาแพ้จอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศสองเซตรวด (3–6, 3–6)[36] ซินเนอร์เอาชนะจอกิชในการแข่งขันชายเดี่ยวในเดวิสคัพ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งที่ 3 ในรอบ 11 วัน ถือเป็นผู้เล่นคนแรกที่เอาชนะจอกอวิชในเดวิส คัพ ได้นับตั้งแต่ ค.ศ. 2011[37] เขายังกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่เอาชนะจอกอวิชได้ 2 ครั้งในรอบไม่ถึง 2 สัปดาห์ ต่อจากนาดัลและมาร์รี[38] เขาจับคู่กับลอเรนโซ โซเนโก เอาชนะคู่ของจอกอวิชและพาทีมอิตาลีผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ค.ศ. 1998[39] เขาเอาชนะเด มินออร์ ในรอบสุดท้าย พาทีมชายของอิตาลีคว้าแชมป์เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปี ซินเนอร์ได้รับรางวัลนักเทนนิสที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมประจำปี โดยสมาคมนักเทนนิสอาชีพ รวมทั้งรางวัลนักเทนนิสขวัญใจแฟน ๆ จากการโหวตทั่วโลก[40]
2024: แชมป์รายการใหญ่ 7 รายการ และฤดูกาลที่ดีที่สุด
[แก้]ซินเนอร์ลงแข่งขันออสเตรเลียนโอเพน เขาผ่านการแข่งขันใน 4 รอบแรกโดยไม่เสียเซตเลย เอาชนะคู่แข่งอย่างโบติค ฟัน เดอ แซนชุลป์ (เนเธอร์แลนด์), เจสเปอร์ เดอ โยง (เนเธอร์แลนด์), เซบาสเตียน บาแอซ (อาร์เจนตินา), คาเรน คาชานอฟ (รัสเซีย) เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายและเอาชนะลูเบลฟจากรัสเซีย 3 เซตรวด ตามด้วยการเข้าไปชนะมือวางอันดับ 1 และ แชมป์ 10 สมัยอย่างจอกอวิช 4 เซต (6–1, 6–2, 6–7(6–8), 6–3) และกลายเป็นนักเทนนิสคนแรกที่เอาชนะจอกอวิชในการแข่งขันแกรนด์สแลมโดยไม่เจอคะแนน Break Point ตลอดการแข่งขัน และถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในรายการนี้ของจอกอวิชตั้งแต่ปี 2018[41][42] เขาเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเป็นครั้งแรกและเป็นนักเทนนิสชาวอิตาลีคนแรกที่เข้าชิงชนะเลิศรายการนี้ และเป็นชาวอิตาลีคนที่สามต่อจากอาดรีอาโน ปานัตตา (เฟรนช์โอเพน 1976) และ มัตเตโอ แบร์เรตตีนี (วิมเบิลดัน 2021) ที่เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมในยุคโอเพน[43][44] ซินเนอร์คว้าแชมป์ด้วยการเอาชนะดานีอิล เมดเวเดฟ แม้จะแพ้ไปก่อนในสองเซตแรกด้วยคะแนน 3–6, 3–6, 6–4, 6–4, 6–3 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสอิตาลีคนแรก (ทั้งประเภทชายและหญิง) ที่คว้าแชมป์การแข่งขันประเภทเดี่ยวในรายการนี้[45] และยังเป็นนักเทนนิสคนที่สองที่คว้าแชมป์หลังจากตกเป็นรอง 0–2 เซตในนัดชิงชนะเลิศต่อจาก ราฟาเอล นาดัล ซึ่งเอาชนะเมดเวเดฟในรอบชิงชนะเลิศ ค.ศ. 2022
ซินเนอร์คว้าชัยชนะนัดที่ 200 ในรอบ 8 คนสุดท้ายที่รอตเทอร์ดาม กลายเป็นนักเทนนิสคนแรกที่เกิดในช่วงทศวรรษ 2000 ที่ทำสถิตินี้[46][47][48] เขาคว้าแชมป์ได้จากการเอาชนะอเล็กซ์ เด มินออร์ 7–5, 6–4 ขยับอันดับขึ้นไปสู่อันดับ 3 ของโลก กลายเป็นนักเทนนิสอิตาลีที่ทำอันดับดีที่สุดในประวัติศาสตร์[49] และเป็นผู้เล่นคนแรกนับตั้งแต่เลย์ตัน ฮิววิตต์ ค.ศ. 2001 ที่คว้าแชมป์รายการแรกได้ทันทีหลังจากเพิ่งคว้าแชมป์แกรนด์สแลม[50] ต่อมา เขาลงแข่งขันรายการมาสเตอร์ 1000 ที่อินเดียน เวลส์ สหรัฐ และแพ้แชมป์อย่างอัลการัซในรอบรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม ซินเนอร์ยังทำสถิติชนะติดต่อกัน 17 นัดรวมทุกรายการซึ่งเป็นสถิติใหม่ในยุคโอเพนของผู้เล่นอิตาลี[51] และชนะ 19 นัดติดต่อกันหลังจากเอาชนะจิริ เลเฮ็ตส์คา จากเช็กเกียในรอบ 8 คนสุดท้าย[52] และก่อนที่ซินเนอร์จะแพ้อัลการัซในครั้งนี้ เขามีสถิติเอาชนะคู่แข่งมากถึง 36 จาก 38 นัดหลังสุดนับตั้งแต่รายการไชนา โอเพนที่ปักกิ่งปี 2023 เขายังลงแข่งประเภทคู่จับคู่กับโลเรนโซ โซเนโก แลเข้าถึงรอบ 2 ต่อมา ซินเนอร์ลงแข่งมาสเตอร์ 1000 ที่ไมแอมีในฐานะมือวางอันดับ 2 และคว้าแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะเมดเวเดฟในรอบรองชนะเลิศ 6–1, 6–2 ตามด้วยการชนะกริกอร์ ดิมิทรอฟในรอบชิงชนะเลิศ 6–3, 6–1 คว้าแชมป์รายการเอทีพีมาสเตอร์เป็นรายการที่ 2 พร้อมทั้งขึ้นสู่อันดับ 2 ของโลกถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดตลอดกาลของอิตาลี[53][54] และยังมีสถิติชนะ / แพ้ที่ 22–1 ในปีนี้[55]
เข้าสู่ฤดูกาลคอร์ตดิน ซินเนอร์แพ้เป็นนัดที่ 2 ในฤดูกาลนี้ ในมาสเตอร์ 1000 ที่มงเต-การ์โล โดยแพ้แชมป์อย่างซิทซีปัสในรอบรองชนะเลิศ (4–6, 6–3, 4–6) และเขาถอนตัวจากมาสเตอร์ที่มาดริดในเดือนพฤษภาคมในรอบ 8 คนสุดท้ายจากการบาดเจ็บสะโพก[56] ส่งผลให้เขาพลาดการลงแข่งที่โรมเช่นกัน[57] อย่างไรก็ตาม ซินเนอร์สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกในการแข่งขันเฟรนช์โอเพน แกรนด์สแลมที่สองของปี หลังจากจอกอวิชถอนตัวในรอบก่อนรองชนะเลิศ เขากลายเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่ทำสถิตินี้ได้[58][59] เขาเข้าถึงรอบรองชนะเลิศและแพ้คู่ปรับอย่างอัลการัซไปอย่างสนุก 5 เซต[60]
ต่อมา ในการแข่งขันคอร์ตหญ้า ซินเนอร์ลงแข่งที่ ฮัลเลอ (ซาเลอ) เยอรมนี เขาคว้าแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะฮูแบร์ต ฮูร์กัตช์ กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 8 ที่ลงแข่งขันรายการนี้ครั้งแรกในฐานะมือวางอันดับ 1 และคว้าแชมป์ได้[61][62] และทำสถิติชนะ / แพ้ในปีนี้ที่ 38–3 ซินเนอร์ลงแข่งขันวิมเบิลดัน และเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่แพ้เมดเวเดฟในการแข่งขัน 5 เซต และเขาต้องขอเวลานอกจากการบาดเจ็บในช่วงเซตที่สาม[63][64] เขาถอนตัวจากโอลิมปิกฤดูร้อน 2024 เนื่องจากทอนซิลอักเสบ[65] ซินเนอร์กลับมาลงแข่งขันที่สหรัฐ และคว้าแชมป์มาสเตอร์ 1000 ที่ซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ถือเป็นแชมป์มาสเตอร์รายการที่ 2 ในปีนี้[66]
ในวันที่ 20 สิงหาคม ค.ศ. 2025 ซินเนอร์ถูกตรวจพบว่าเขามีสารต้องห้ามในร่างกายถึง 2 ครั้ง เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สารต้องห้ามดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทสเตอรอยด์ที่ใช้สำหรับสร้างมวลกล้ามเนื้อในระดับต่ำ ระหว่างการแข่งขันมาสเตอร์ 1000 ณ อินเดียน เวลส์ โดยหลังจากนั้น เขาถูกตรวจพบสารตัวเดิมอีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา อย่างไรก็ตาม ทีมงานของซินเนอร์ได้แก้ต่างว่าสารดังกล่าวถูกฉีดโดยนักกายภาพบำบัด มิได้เกิดจากเจตนาของเจ้าตัวแต่อย่างใด ต่อมา ศาลตัดสินว่าซินเนอร์ "พ้นผิดทุกประการ โดยการกระทำดังกล่าวมิได้เกิดจากเจตนา" แต่เขาจะถูกลงโทษด้วยการตัดคะแนนและริบเงินรางวัลที่ได้จากการแข่งขันมาสเตอร์ที่อินเดียน เวลส์ในปีนี้ทั้งหมด และเรื่องนี้ได้รับการวิจารณ์จากเพื่อนร่วมอาชีพหลายราย[67][68] ต่อมา องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ประกาศว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาล โดยจะมีการพิจารณาคดีในเดือนเมษายนปีหน้า[69][70][71]
ซินเนอร์คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่สองในยูเอสโอเพน ที่นิวยอร์กในเดือนสิงหาคม เอาชนะเมดเวเดฟในรอบ 8 คนสุดท้าย ตามด้วยการชนะแจ็ค เดรเปอร์ ในรอบรองชนะเลิศ และเอาชนะนักเทนนิสเจ้าถิ่นอย่างเทย์เลอร์ ฟริตซ์ ในนัดชิงชนะเลิศ 6–3, 6–4, 7–5[72] เขาเป็นนักเทนนิสคนที่ 4 ในรอบ 50 ปีหลังสุดที่ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม 2 รายการแรกในอาชีพภายในปีเดียวกัน[73] และด้วยวัย 23 ปี เขากลายเป็นนักเทนนิสชายที่อายุน้อยที่สุดที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมฮาร์ดคอร์ตสองรายการ (ออสเตรเลียนโอเพน และ ยูเอสโอเพน) ได้ในฤดูกาลเดียวกัน
ซินเนอร์ลงแข่งขันไชนาโอเพนที่ปักกิ่ง และแพ้อัลการัซในรอบชิงชนะเลิศ[74] ตามด้วยการลงแข่งมาสเตอร์ 1000 ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเขามีช่วงเวลาที่ดีในครั้งนี้ โดยเขาจะจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 อย่างแน่นอน ภายหลังเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ และเขาเอาชนะจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศสองเซตรวด คว้าแชมป์มาสเตอร์รายการที่สามในปีนี้[75] เขาปิดท้ายฤดูกาลด้วยแชมป์เอทีพี ไฟนอลสมัยแรก โดยชนะสามนัดรวดในรอบแบ่งกลุ่มและไม่เสียเซตให้ใคร ตามด้วยการชนะคัสเปอร์ รืด ในรอบรองชนะเลิศ 6–1, 6–2 และชนะฟริตซ์ในรอบชิงชนะเลิศ 6–4, 6–4 ถือเป็นผู้เล่นคนแรกนับตั้งแต่อิวัน แล็นเดิล (ค.ศ. 1986) ที่คว้าแชมป์รายการนี้โดยไม่เสียเซตเลย และเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่คว้าแชมป์ได้[76] ปิดท้ายด้วยการพาทีมเทนนิสชายของอิตาลีป้องกันแชมป์เดวิส คัพ[77]
2025: แชมป์แกรนด์สแลมสองรายการ, โทษแบน และครองมือวางอันดับ 1 ครบ 60 สัปดาห์
[แก้]ซินเนอร์ป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้ในปีนี้ ในรอบรองชนะเลิศเขาเอาชนะเบน เชลตันจากสหรัฐสามเซตรวด[78][79][80] และเอาชนะอเล็คซันเดอร์ ซเฟเร็ฟ ในรอบชิงชนะเลิศสามเซตรวด 6–3, 7–6(7–4), 6–3 คว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่ 2 และถือเป็นนักเทนนิสคนแรกต่อจากนาดัลใน ค.ศ.2006 ที่ป้องกันแชมป์รายการแกรนด์สแลมรายการแรกที่ตนเองคว้าแชมป์ได้ ซินเนอร์ไม่ได้เดินทางไปป้องกันแชมป์ที่รอตเทอร์ดามในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากต้องการพักร่างกาย ต่อมาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซินเนอร์ถูกตัดสินโดยองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกว่ามีความผิดจากกรณีสารกระตุ้นเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้เขาได้รับโทษห้ามลงแข่งทุกรายการเป็นเวลา 3 เดือน โทษดังกล่าวมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ ถึง 4 พฤษภาคม 2025[81] ซินเนอร์จะพลาดลงแข่งหลายรายการในช่วงนี้ เริ่มจากเอทีพี 500 ที่โดฮาเดือนกุมภาพันธ์ รวมไปถึงรายการมาสเตอร์ 1000 จำนวน 4 รายการที่อินเดียน เวลส์, ไมแอมี, มงเต-การ์โล และมาดริด
ซินเนอร์พ้นโทษแบนและกลับมาลงแข่งขันในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2025 ประเดิมรายการคอร์ตดินในมาสเตอร์ 1000 ที่โรม เขาผ่านเข้าชิงชนะเลิศรายการมาสเตอร์คอร์ตดินเป็นครั้งแรก และแพ้คู่ปรับอย่างอัลการัซสองเซตรวด[82] เขาครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกครบ 50 สัปดาห์ในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 เขาลงแข่งขันเฟรนช์โอเพน แกรนด์สแลมที่ 2 ของปี ณ กรุงปารีสในฐานะมือวางอันดับ 1 เขาเอาชนะจอกอวิชในรอบรองชนะเลิศ 3 เซตรวด ผ่านเข้าชิงชนะเลิศรายการนี้เป็นครั้งแรกกับอัลการัซ แม้ซินเนอร์จะเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมและขึ้นนำไปก่อน 2–0 เซต แต่เขาไม่สามารถต้านเอาไว้ได้ การแข่งขันยืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมงเศษ และซินเนอร์แพ้ไปด้วยคะแนน 6–4, 7–6(7–4), 4–6, 6–7(3–7), 6–7(2–10)
ซินเนอร์แก้มือด้วยการเอาชนะอัลการัซคืนในรองชิงชนะเลิศเทนนิสวิมเบิลดันในเดือนกรกฎาคม 4 เซตด้วยคะแนน 4–6, 6–4, 6–4, 6–4 คว้าแชมป์สมัยแรกและกลายเป็นชาวอิตาลีคนแรกที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันในการแข่งขันประเภทเดี่ยว[83] ซินเนอร์ลงแข่งขันมาสเตอร์ 1000 ที่ซินซินแนติและพบอัลการัซในรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะขอยอมแพ้ในเซตแรกจากอาการป่วยในขณะที่คะแนนตามหลังอยู่ 0–5 จากนั้น เขาเดินทางไปป้องกันแชมป์ยูเอสโอเพนที่นิวยอร์ก เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศอีกครั้งแต่ก็แพ้อัลการัซ 2–6, 6–3, 1–6, 4–6 เขาตกไปเป็นมือวางอันดับ 2 ของโลกในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2025 แต่ยังเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการในปีเดียวกัน เขาลงแข่งขันที่ปักกิ่งรายการไชนาโอเพนและเอาชนะเลิร์นเนอร์ เถียนในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์รายการที่ 21[84] ตามด้วยการไปป้องกันแชมป์มาสเตอร์ 1000 ที่เซี่ยงไฮ้ในเดือนตุลาคม และถอนตัวจากการแข่งขันในเซตที่ 3 ของรอบที่ 2 เนื่องจากเป็นตะคริว ต่อมา เขาชนะเลิศการแข่งขันสองรายการติดต่อกันในเอทีพี 500 ที่เวียนนา และเอทีพี มาสเตอร์ 1000 ที่ปารีส ส่งผลให้เขากลับสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ในเดือนพฤศจิกายน และเป็นการคว้าแชป์มาสเตอร์ 1000 ใบที่ 5[85] เขาลงแข่งรายการสุดท้ายที่เอทีพี ไฟนอล และเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ในช่วงท้ายฤดูกาลกลับไปให้อัลการัซ ภายหลังจากอัลการัซเอาชนะรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ในขณะที่ซินเนอร์เองก็ชนะรวดเช่นกัน เขาผ่านเข้าชิงชนะเลิศและเอาชนะอัลการัซด้วยคะแนน 7–6(7–4), 7–5 ป้องกันแชมป์และเป็นแชมป์สมัยที่ 2[86]
2026:
[แก้]ซินเนอร์ลงป้องกันแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนในฐานะแชมป์เก่า 2 สมัย เขาแพ้จอกอวิชในรอบรองชนะเลิศในการแข่งขัน 5 เซต โดยเป็นการแพ้ต่อจอกอวิชเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีเศษ[87] ต่อมาเขาลงแข่งขันเอทีพี 500 ที่โดฮากลางเดือนกุมภาพันธ์
คู่แข่ง
[แก้]การ์โลส อัลการัซ
[แก้]ปัจจุบัน ซินเนอร์และการ์โลส อัลการัซ ถือเป็นหนึ่งในนักเทนนิสชายที่ประสบความสำเร็จและได้รับการจับตามองที่สุด ทั้งสองพบกัน 16 ครั้งนับตั้งแต่ ค.ศ. 2021 และเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกรวมทั้งประสบความสำเร็จในระดับแกรนด์สแลมทั้งคู่ ซินเนอร์มีสถิติการพบกันที่เป็นรอง โดยชนะ 6 ครั้งและแพ้ 10 ครั้ง[88][89] การแข่งขันครั้งสำคัญได้แก่ รอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมเฟรนชโอเพน 2024 ซึ่งอัลการัซเอาชนะไป 5 เซต รวมทั้งยูเอสโอเพน 2022 ซึ่งอัลการัซชนะใน 5 เซตอีกเช่นกัน โดยอัลการัซเอาตัวรอดจากการโดนคะแนน Match Point และผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศก่อนจะคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสมัยแรก[90] การแข่งขันสำคัญที่ซินเนอร์เป็นฝ่ายชนะได้แก่ รอบรองชนะเลิศมาสเตอร์ที่ไมแอมี ค.ศ. 2023 ทั้งคู่พบกันสามครั้งในปี 2024 ซึ่งอัลการัซเป็นฝ่ายชนะทั้งหมด[91]
ในปี 2025 ท้ั้งคู่พบกันถึง 6 ครั้งซึ่งล้วนเกิดขึ้นในนัดสำคัญของการแข่งขันรายการใหญ่ ซินเนอร์แพ้ในรอบชิงชนะเลิศรายการสำคัญของคอร์ตดินสองรายการ เริ่มจากมาสเตอร์ 1000 ที่โรม โดยแพ้ไป 2 เซตรวด และแม้จะเข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพนได้เป็นครั้งแรก และออกไปก่อนถึง 2–0 เซต แต่เขาแพ้ไปอีกครั้งในการแข่งขัน 5 เซต โดยใช้เวลาแข่งขันยาวนานเกือบ 6 ชั่วโมง ซินเนอร์แก้มือได้ทันทีด้วยการเอาชนะในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันที่ลอนดอนในเดือนต่อมา คว้าแชมป์สมัยแรก และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 4 ต่อมา ซินเนอร์แพ้อัลการัซในรายการสำคัญ 2 รายการติดต่อกัน โดยเขาขอยอมแพ้ในรอบชิงชนะเลิศมาสเตอร์ 1000 ที่ซินซินแนติเนื่องจากมีอาการป่วย และแพ้ในรอบชิงชนะเลิศยูเอสโอเพน 1–3 เซต ทั้งคู่พบกันในรายการใหญ่ปิดท้ายปีที่เอทีพี ไฟนอล 2025 ในครั้งนี้ซินเนอร์เอาชนะสองเซตรวด ป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่ 2
รูปแบบการเล่น
[แก้]ซินเนอร์ถือเป็นผู้เล่นที่ตีลูกได้หนักหน่วงที่สุดคนหนึ่งในเอทีพี มีจุดเด่นคือการตีลูกโฟร์แฮนด์ที่หนักและทิศทางที่แม่นยำ และยังเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไว และสามารถตีลูกสปินได้ดีกว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ซินเนอร์มักไม่ค่อยใช้เวลานานในการรับลูกบอลจากฝ่ายตรงข้าม แต่จะตีสวนไปด้วยความเร็วและแรง ทำให้เขาตีลูกเทนนิสด้วยความไวมากกว่า 160 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) ในบางครั้ง นอกจากนี้เขายังมีลูกเสิร์ฟอันทรงพลังซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงถึง 221 กม./ชม. (137.3 ไมล์ต่อชั่วโมง)
ชีวิตส่วนตัว
[แก้]ซินเนอร์พูดภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่ แต่เขาเริ่มฝึกฝนภาษาอิตาลีเมื่ออายุ 13 ปีภายหลังเดินทางไปฝึกฝนเทนนิส และในปัจจุบันเขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว[92] ซินเนอร์อาศัยที่มงเต-การ์โลตั้งแต่อายุ 18 ปี บุคคลต้นแบบในวงการเทนนิสของเขาคือสองตำนานผู้เล่นอย่างโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ นอวาก จอกอวิช[93] เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่เข้มงวดด้านโภชนาการและควบคุมอาหาร ซินเนอร์ไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่เที่ยวกลางคืน[94] มีทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบคือ เอซี มิลาน และยังติดตามฟอร์มูลาวัน ซินเนอร์กล่าวว่าเขามีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องส่วนตัวและครอบครัวต่อสาธารณะและสื่อสังคม
สถิติการแข่งขัน
[แก้]แกรนด์สแลม
[แก้]ชิงชนะเลิศ: 6 ครั้ง (ชนะเลิศ 4 ครั้ง)
| ผลลัพธ์ | ปี | รายการ | พื้นสนาม | คู่แข่ง | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| ชนะเลิศ | 2024 | ออสเตรเลียนโอเพน | คอนกรีต | 3–6, 3–6, 6–4, 6–4, 6–3 | |
| ชนะเลิศ | 2024 | ยูเอสโอเพน | คอนกรีต | 6–3, 6–4, 7–5 | |
| ชนะเลิศ | 2025 | ออสเตรเลียนโอเพน (2) | คอนกรีต | 6–3, 7–6(7–4), 6–3 | |
| รองชนะเลิศ | 2025 | เฟรนช์โอเพน | ดิน | 6–4, 7–6(7–4), 4–6, 6–7(3–7), 6–7(2–10) | |
| ชนะเลิศ | 2025 | วิมเบิลดัน | หญ้า | 4–6, 6–4, 6–4, 6–4 | |
| รองชนะเลิศ | 2025 | ยูเอสโอเพน | คอนกรีต | 2–6, 6–3, 1–6, 4–6 |
เอทีพี ไฟนอล
[แก้]ชิงชนะเลิศ: 3 ครั้ง (ชนะเลิศ 2 ครั้ง)
| ผลลัพธ์ | ปี | รายการ | พื้นสนาม | คู่แข่ง | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| รองชนะเลิศ | 2023 | เอทีพี ไฟนอล (ตูริน) | คอนกรีต (ในร่ม) | 3–6, 3–6 | |
| ชนะเลิศ | 2024 | เอทีพี ไฟนอล (ตูริน) | คอนกรีต (ในร่ม) | 6–4, 6–4 | |
| ชนะเลิศ | 2025 | เอทีพี ไฟนอล (ตูริน) | คอนกรีต (ในร่ม) | 7–6(7–4, 7–5 |
เอทีพี มาสเตอร์ 1000
[แก้]ชิงชนะเลิศ 8 ครั้ง (ชนะเลิศ 4 ครั้ง)
| ผลลัพธ์ | ปี | รายการ | พื้นสนาม | คู่แข่ง | ผลการแข่งขัน |
|---|---|---|---|---|---|
| รองชนะเลิศ | 2021 | ไมแอมี | คอนกรีต | 6–7(4–7), 4–6 | |
| รองชนะเลิศ | 2023 | ไมแอมี | คอนกรีต | 5–7, 3–6 | |
| ชนะเลิศ | 2023 | มอนทรีออล | คอนกรีต | 6–4, 6–1 | |
| ชนะเลิศ | 2024 | ไมแอมี | คอนกรีต | 6–3, 6–1 | |
| ชนะเลิศ | 2024 | ซินซินแนติ | คอนกรีต | 7–6(7–4), 6–2 | |
| ชนะเลิศ | 2024 | เซี่ยงไฮ้ | คอนกรีต | 7–6(7–4), 6–3 | |
| รองชนะเลิศ | 2025 | โรม | ดิน | 6–7(5–7), 1–6 | |
| รองชนะเลิศ | 2025 | ซินซินแนติ | คอนกรีต | 0–5 (ขอยอมแพ้) |
สถิติโลก
[แก้]- นักเทนนิสชาวอิตาลีที่มีอันดับโลกสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ (อันดับ 1 ค.ศ. 2024)
- นักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน, ยูเอสโอเพน และเทนนิสเอทีพี ไฟนอลในฤดูกาลเดียวกัน (2024)
- นักเทนนิสคนเดียวที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน, ยูเอสโอเพน, เทนนิสเอทีพี ไฟนอล และเทนนิสเดวิส คัพ ในฤดูกาลเดียวกัน (2024)
- ชนะมือวางอันดับ 1–10 ของโลกติดต่อกัน 21 นัด (2024–25)
- นักเทนนิสคนแรกที่เอาชนะผู้เล่นมือวางอันดับ 1–10 ของโลกได้ 10 ครั้งติดต่อกันโดยไม่เสียเซตให้คู่แข่ง
- นักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุด (23) ที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) สองรายการ (ออสเตรเลียนโอเพน และ เฟรนช์โอเพน) ในฤดูกาลเดียวกัน (2024)
- นักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุดที่ชนะเลิศเอทีพี ไฟนอลในฐานะมือวางอันดับ 1 ของโลก
รางวัลที่ได้รับ
[แก้]เชิงอรรถ
[แก้]- ↑ ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อการแข่งขันว่า เดอะ มาสเตอร์ กรังปรีซ์, เอทีพี ทัวร์ เวิลด์ แชมป์เปียนชิป, เดอะ มาสเตอร์ส คัพ, เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอทีพี ไฟนอล ในปี 2017
- ↑ การแข่งขันเริ่มขึ้นในปี 1900 เป็นการแข่งขันรายการนานาชาติของทีมชายที่ใหญ่ที่สุดของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ เปรียบเสมือนการแข่งขันชิงแชมป์โลก ผู้จัดงานได้อธิบายไว้ว่าเป็น "World Cup of Tennis" และผู้ชนะจะเรียกว่าทีมแชมป์โลก
- ↑ ยุคโอเพนในการแข่งขันเทนนิสทั่วโลกเริ่มต้นในปี 1968 หมายถึง การเปิดโอกาสให้นักเทนนิสมือสมัครเล่นได้ร่วมแข่งขันรายการต่าง ๆ โดยก่อนหน้านั้น การแข่งขันรายการใหญ่ทั่วโลกจะเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้เล่นที่มีชื่อเสียงเท่านั้น
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Piccardi, Gaia (8 April 2024). "Jannik Sinner: "A Montecarlo una settimana di allenamento attivo. Mamma se telefono tanto non risponde. Io troppo buono? No normale"". corriere.it (ภาษาอิตาลี). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 June 2024. สืบค้นเมื่อ 26 June 2024.
- ↑ "Jannik Sinner". Paris 2024 Olympics. 2024-07-18.
- ↑ "Career prize money" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 9 October 2022. สืบค้นเมื่อ 29 January 2024.
- ↑ Tennis.com. "Jannik Sinner rises to No. 3, becoming highest-ranked Italian tennis player in ATP or WTA rankings history". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner makes history as first Italian world No. 1 in ATP rankings". The Times of India. 2024-06-10. ISSN 0971-8257. สืบค้นเมื่อ 2024-10-10.
- ↑ Zagoria, Adam. "Jannik Sinner Becomes First Italian To Ascend To ATP World No. 1". Forbes (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Australian Open 2024: Jannik Sinner 'dances in pressure storm' to win first major". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-01-28. สืบค้นเมื่อ 2024-10-05.
- ↑ "Australian Open 2025: Jannik Sinner will be 'one of greatest players we've ever seen' after Melbourne victory". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2025-01-26.
- ↑ "How Jannik Sinner is outpacing all former World No. 1s | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinfully Good! Jannik Sinner Leads Italy To Davis Cup Title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner, winner: Italian takes first major at AO 2024 | AO". ausopen.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner's Stunner: 17-Year-Old Reflects On Maiden Title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner | Player Activity | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner | Player Activity | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Match of the Day: Shapovalov sinks Sinner in epic | AO". ausopen.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Carayol, Tumaini (2021-04-04). "Hubert Hurkacz sees off Jannik Sinner to win Masters final in Miami". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2024-10-05.
- ↑ "Rafael Nadal ousts Jannik Sinner to march into 15th French Open quarter-final". The Indian Express (ภาษาอังกฤษ). 2021-06-08.
- ↑ Tennis.com. "Stat of the Day: 20-year-old Sinner becomes youngest man to win five ATP titles since 19-year-old Djokovic". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Mesic, Dzevad (2022-05-02). "Jannik Sinner reacts to saving three MPs in stunning comeback win in Madrid". Tennis World USA (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Tennis, ATP – Montreal Masters 2022: Carreno Busta downs Sinner". Tennis Majors (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2022-08-12.
- ↑ "Italy beats Argentina to book place in Final 8 - Davis Cup by Rakuten Finals". web.archive.org. 2022-10-17. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-10-17. สืบค้นเมื่อ 2024-10-05.
- ↑ "Daniil Medvedev Sinks Jannik Sinner In Vienna | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Kemp, Emma (2023-01-22). "Stefanos Tsitsipas marches on in Australian Open despite Sinner's best efforts". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2024-10-10.
- ↑ "Sinner Scores Tsitsipas Revenge To Reach Rotterdam QFs | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner Sails Past Wawrinka To Rotterdam SFs | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner Serves Past Griekspoor, Sets Medvedev Final Clash In Rotterdam | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner Defeats Andrey Rublev In Miami | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner Storms Back To Beat Alcaraz In Miami SF, Ending Spaniard's No. 1 Reign | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Daniil Medvedev Wins Maiden Miami Title, Fourth Trophy Of 2023 | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Daniel Altmaier Upsets Jannik Sinner At Roland Garros | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Novak Djokovic Beats Jannik Sinner At Wimbledon | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner Defeats Carlos Alcaraz After Marathon Start In Beijing SFs | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Ben Shelton Defeats Jannik Sinner In Shanghai | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner Makes Italian History, Advances To Vienna Final | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "'Brave' Sinner Downs Djokovic, Nears Turin SFs | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Tennis.com. "Novak Djokovic wins record seventh ATP Finals title, beats Jannik Sinner in straight sets". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner enjoys double success over Djokovic to lead Italy into the Davis Cup final". AP News (ภาษาอังกฤษ). 2023-11-25.
- ↑ Tennis.com. "Stat of the Day: Jannik Sinner defeats Novak Djokovic twice in 12 days, joins exclusive list". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Carayol, Tumaini (2023-11-25). "Italy into Davis Cup final after Sinner's stunning comeback sees off Djokovic". The Observer (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0029-7712. สืบค้นเมื่อ 2024-10-10.
- ↑ "2023 ATP Awards: Djokovic Joined By Sinner, Alcaraz, Auger-Aliassime, Fils Among Winners | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner defeats Novak Djokovic to reach 2024 Australian Open final | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner stuns Djokovic, gets Medvedev in AO final". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2024-01-26.
- ↑ "x.com". X (formerly Twitter).
- ↑ "Jannik entra nel club: ecco gli italiani finalisti in uno Slam". La Gazzetta dello Sport (ภาษาอิตาลี). 2024-01-26.
- ↑ "Sinner, winner: Italian takes first major at AO 2024 | AO". ausopen.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner claims 200th win, reaches Rotterdam SF | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Eurosport is not available in your region". www.eurosport.com.
- ↑ "x.com". X (formerly Twitter).
- ↑ "Jannik Sinner beats Alex de Minaur for Rotterdam title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Tennis.com. "Jannik Sinner becomes first man since Lleyton Hewitt to win debut event as Grand Slam champ". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "x.com". X (formerly Twitter).
- ↑ "Jannik Sinner advances to Indian Wells semi-finals | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Carayol, Tumaini (2024-03-31). "Jannik Sinner sweeps Grigor Dimitrov aside to win Miami Open". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-01-27.
- ↑ Tennis.com. "Jannik Sinner clinches No. 2 ranking, a new career-high, after winning Miami Open title". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner defeats Grigor Dimitrov in Miami final | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner withdraws from Madrid | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner withdraws from Rome | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Zagoria, Adam. "World No. 1 Novak Djokovic Withdraws From French Open Making Jannik Sinner The New Top Player". Forbes (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Novak Djokovic injury: Defending champion withdraws from French Open". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-06-04.
- ↑ "Carlos Alcaraz defeats Jannik Sinner in five-set Roland Garros SF thriller | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Jannik Sinner wins Halle title in first tournament as World No. 1 | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Shannuu (2024-06-24). "Jannik Sinner joins elite company with historic win as World No. 1". Tennis Tonic - News, Predictions, H2H, Live Scores, stats (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
- ↑ McLeman, Neil (2024-07-09). "Daniil Medvedev upsets Jannik Sinner to win epic Wimbledon quarter-final". Express.co.uk (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Tennis World USA". Tennis World USA (ภาษาอังกฤษ). 2025-01-27.
- ↑ "Paris 2024: Jannik Sinner withdraws from tennis competition with injury, Salisbury to partner Watson in mixed doubles". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-07-24.
- ↑ Dietz, Matthew (2024-08-20). "World No. 1 Jannik Sinner defeats Tiafoe to win his first Cincinnati Open". WLWT (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Eurosport is not available in your region". www.eurosport.com.
- ↑ "US Open 2024: Jannik Sinner parts with physiotherapist and fitness coach". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-08-23.
- ↑ "Jannik Sinner doping case: Court of Arbitration for Sport to hear WADA's appeal against decision to clear men's world No 1 in April". Sky Sports (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-01-27.
- ↑ "WADA to appeal Sinner doping verdict, seeks ban". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2024-09-28.
- ↑ "Jannik Sinner: Wada appeals to Cas over exoneration after failed drug tests verdict". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-09-28.
- ↑ "Final-bound Sinner overcomes injury, ailing Draper". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2024-09-06.
- ↑ agencies, News24 staff and. "Sinner wins US Open to become Italian saint of Flushing Meadows". Sport (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน).
- ↑ "China Open: Carlos Alcaraz recovers to beat Jannik Sinner in dramatic final". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-10-02.
- ↑ "Jannik Sinner clinches year-end No. 1 in PIF ATP Rankings | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ France, Sammy (2024-11-17). "Jannik Sinner breaks 38-year record after defeating Taylor Fritz to win the ATP Finals". The Tennis Gazette (ภาษาอังกฤษแบบบริติช).
- ↑ Hansen, James. "Italy retains Davis Cup after Jannik Sinner and Matteo Berrettini down the Netherlands". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2025-01-27.
- ↑ "Sinner ousts Giron to reach Aussie 4th round". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2025-01-18.
- ↑ McGowan, Marc (2025-01-22). "Heartbreak for de Minaur as he exits Open after straight-sets loss to Sinner". The Age (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Futterman, Matthew. "Jannik Sinner beats Ben Shelton to reach second Australian Open final in a row". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2025-01-27.
- ↑ sport, Guardian (2025-02-15). "Jannik Sinner banned from tennis for three months in doping case settlement". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-02-15.
- ↑ Grez, Matias (2025-05-19). "Carlos Alcaraz downs home favorite Jannik Sinner to clinch first Italian Open title ahead of French Open". CNN (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-05-19.
- ↑ Carayol, Tumaini (2025-07-13). "Jannik Sinner roars back to beat Carlos Alcaraz for first Wimbledon final win". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-07-14.
- ↑ "Jannik Sinner defeats Learner Tien, wins Beijing title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-10-03.
- ↑ "Jannik Sinner reacts to returning to No. 1 following Paris title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Jurejko, Jonathan (2025-11-16). "ATP Finals 2025: Jannik Sinner victory in Turin keeps Carlos Alcaraz on his toes for 2026". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-11-17.
- ↑ Futterman, Matthew (2026-02-01). "Novak Djokovic stuns Jannik Sinner to reach Australian Open final against Carlos Alcaraz". The New York Times (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2026-02-06.
- ↑ Marzorati, Gerald (2024-03-21). "The Next Great Tennis Rivalry May Be Here". The New Yorker (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ISSN 0028-792X. สืบค้นเมื่อ 2025-01-27.
- ↑ "Jannik Sinner VS Carlos Alcaraz | Head 2 Head | H2H | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner-Alcaraz Was Five Sets Of The Future | Defector". defector.com (ภาษาอังกฤษ). 2022-09-08.
- ↑ "China Open: Carlos Alcaraz recovers to beat Jannik Sinner in dramatic final". BBC Sport (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2024-10-02.
- ↑ Tennis.com. "From Skiing to Eminem: 5 Things to Know about Sinner". Tennis.com (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Sinner's Stunner: 17-Year-Old Reflects On Maiden Title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ Ciotti, Lorenzo (2022-07-27). "Jannik Sinner shocking revelations on his private life: "Never did this"". Tennis World USA (ภาษาอังกฤษ).
- ↑ "Consegnati i Collari d'Oro 2023. Malagò: "sport eccellenza del Paese, vissuto triennio di risultati unici"". 22 December 2023.
