มิลเลนเนียมสเตเดียม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
พรินซิพาลิตีสเตเดียม
ไฟล์:Stadium Principality logo.jpg
Principality Stadium 23 Feb 2016.JPG
ทางเข้าด้านเวสต์เกตสตรีต (บีทีสแตนด์)
ชื่อเดิม มิลเลนเนียมสเตเดียม
ที่ตั้ง เวสต์เกตสตรีต
คาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์
พิกัด 51°28′41″N 3°10′57″W / 51.47806°N 3.18250°W / 51.47806; -3.18250พิกัดภูมิศาสตร์: 51°28′41″N 3°10′57″W / 51.47806°N 3.18250°W / 51.47806; -3.18250
เจ้าของ รักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์
ผู้ดำเนินการ รักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์
พื้นสนาม หญ้า (พ.ศ. 2542–2557)
เดสโซกราสมาสเตอร์ (พ.ศ. 2557–ปัจจุบัน)[1]
ความจุ 74,500[2]
ขนาดสนาม 120 x 79 เมตร[3]
การก่อสร้าง
ลงเสาเข็ม พ.ศ. 2540
สถาปนิก ไบลจ์ลอบบ์สปอรตส์อาชิเทคเจอร์ (ในเครือของปอปปูเลาส์),
ดับเบิลยูเอสแอตคินส์[4]
เปิดใช้สนาม 26 มิถุนายน พ.ศ. 2542[5]
ผู้ใช้งาน
รักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์
ฟุตบอลทีมชาติเวลส์
รักบี้ชิงแชมป์โลก: 1999
ไฮเนเกนคัพ: 2002, 2006, 2008, 2011, 2014
เอฟเอคัพ: 2001, 2002, 2003, 2004, 2005, 2006
ลีกคัพ: 2001, 2002, 2003, 2004, 2005, 2006, 2007
รักบี้ลีกชาเลนจ์คัพ รอบชิงชนะเลิศ: 2003, 2004, 2005

มิลเลนเนียมสเตเดียม (อังกฤษ: Millennium Stadium) หรือในชื่อปัจจุบัน พรินซิพาลิตีสเตเดียม (อังกฤษ: Principality Stadium) ตามชื่อของผู้สนับสนุน สนามนี้เป็นสนามฟุตบอลแห่งชาติของประเทศเวลส์ ตั้งอยู่ในคาร์ดิฟฟ์ และเป็นสนามเหย้าของรักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์ อีกทั้งยังใช้งานในการเป็นสนามเหย้าของฟุตบอลทีมชาติเวลส์ ด้วย ซึ่งสนามนี้สร้างมาสำหรับใช้งานใน รักบี้ชิงแชมป์โลก 1999 และได้ใช้งานในงานขนาดใหญ่อีกมากมาย เช่น สึนามิรีลีฟคอนเสิร์ต, ซูเปอร์สเปเชียลสเตจ, สปีดเวย์กรังด์ปรีซ์ออฟเกรตบริเตน และ งานคอนเสิร์ตอีกมากมาย อีกทั้งยังได้เป็นสนามแข่งขันเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศถึง 6 ครั้ง ในช่วงที่สนามกีฬาเวมบลีย์ กำลังปรับปรุงสนามอยู่

สนามแห่งนี้มีผู้ดูแลคือบริษัทมิลเลียนเนียมสเตเดียม ซึ่งเป็นบริษัทลูกของรักบี้ทีมชาติเวลส์[6] สนามได้รับการออกแบบโดยไบลจ์ลอบบ์สปอรตส์อาชิเทคเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของปอปปูเลาส์, และ ดับเบิลยูเอสแอตคินส์ ซึ่งรับงานเป็นบริษัททางด้านการก่อสร้าง ส่วนทางด้านผู้รับเหมา คือบริษัทไลอิง โดยสนามนี้ใช้ค่าก่อสร้าง 121 ล้านปอนด์[7] ซึ่งเงินในส่วนนี้มาจากคณะกรรมการของมิลเลนเนียมคอมมิชชัน 46 ล้านปอนด์[8]

มิลเลนเนียมสเตเดียม เปิดในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542[5] ซึ่งการแข่งขันรายการใหญ่ที่จัดขึ้นที่สนามนี้เป็นรายการแรกคือการแข่งขันรักบี้ยูเนียนทีมชาติ กระชับมิตร โดยเวลส์ ชนะ แอฟริกาใต้ 29–19 ในวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผู้ชม 29,000 คน[9] จากการที่สนามมีความจุ 74,500 คน ทำให้เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 3 ในการแข่งขันซิกเนชันส์แชมเปียนชิพ โดยมีความจุน้อยกว่า สตาดเดอฟร็องส์ และ ทวิคเกนแฮมสเตเดียม ตามลำดับ อีกทั้งยังเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 2 ในโลก และเป็นสนามที่ 2 ของยุโรป ที่มีหลังคาเปิด-ปิดได้[10][11] โดยเกณฑ์การแบ่งประเภทสนามฟุตบอล ของยูฟ่า ซึ่งสนามนี้ได้รับเลือกให้เป็นสนามแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2017 อีกด้วย[12] ในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558 รักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์ได้ตกลงสัญญากับพรินซิพาลิตีในการเป็นสปอนเซอร์เป็นเวลา 10 ปี ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อสนามเป็น "พรินซิพาลิตีสเตเดียม" ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2559[13][14][15]

ประวัติ[แก้]

ก่อนสร้างสนาม[แก้]

ตั้งแต่อดีตจนถึงปี พ.ศ. 2512 สโมสรรักบี้คาร์ดิฟฟ์ และ รักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์ จะใช้สนามเหย้าสนามเดียวกันที่ คาร์ดิฟฟ์อาร์มพาร์ก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในฤดูกาล 1969–70[16] หลังจากการตกลงกันระหว่าง สโมสรรักบี้คาร์ดิฟฟ์ กับ ทีมชาติเวลส์ ทำให้มีโครงการที่จะสร้างสนามแห่งใหม่สำหรับการแข่งขันในระดับนานาชาติเกิดขึ้น พร้อมยังต้องการที่จะสร้างสนามให้รองรับกับงานสำคัญขนาดใหญ่อีกด้วย ทำให้สโมสรรักบี้คาร์ดิฟฟ์ ต้องย้ายไปเล่นในสนามเหย้าที่สนามคริกเก็ต ซึ่งเป็นสนามเก่าของคาร์ดิฟฟ์อาร์มพาร์ก[16] ต่อมาในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2527 สนามกีฬาแห่งชาติแห่งใหม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2537 ก็ได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่จากการตัดสินใจของคณะกรรมการ และทำให้ในปีถัดมา รักบี้ยูเนียนทีมชาติเวลส์ ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขัน รักบี้ชิงแชมป์โลก 1999[17]

สนามกีฬาแห่งชาติ
อัฒจันทร์ด้านทิศตะวันตกของสนามกีฬาแห่งชาติ
อัฒจันทร์ด้านทิศเหนือระหว่างการรื้อสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัฒจันทร์ทิศเหนือของมิลเลนเนียมสเตเดียม

ในปี พ.ศ. 2538 สนามกีฬาแห่งชาติที่ได้รับการออกแบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505[16] มีความจุเพียง 53,000 คน ซึ่งสนามกีฬาแห่งชาติของประเทศข้างเคียงอย่าง ทวิคเกนแฮมสเตเดียม ในประเทศอังกฤษ มีความจุ 75,000 คน และ เมอเรย์ฟีลด์สเตเดียม ในประเทศสกอตแลนด์ มีความจุ 67,000 คน ส่วนในประเทศฝรั่งเศส สตาดเดอฟร็องส์ สามารถจุคนได้มากกว่า 80,000 คน ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998[17] โดยสนามเก่านั้นสามารถจุคนได้ถึง 65,000 คน แต่ถูกปรับลดเหลือ 53,000 คน ซึ่งในส่วนที่หายไปนั้นอยู่ทางด้านอัฒจันทร์ทิศตะวันออก และหลังจากได้ปรับเป็นสนามกีฬาแบบมีเก้าอี้แล้ว ทำให้สามารถจุคนได้เพียง 47,500 คน[17]

นอกจากเรื่องของปัญหาความจุผู้ชมแล้ว สนามกีฬาแห่งชาติยังถูกบดบังโดยตึกมากมายทางด้านทิศใต้ในพาร์กสตรีต, วูดสตรีต และทางด้านทิศตะวันออกในเวสต์เกตสตรีต อีกทั้งยังมีสนามรักบี้คาร์ดิฟฟ์ทางทิศเหนือ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกนั้นติดแม่น้ำทัฟฟ์ ทำให้ทางเข้าสนามถูกจำกัดเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นทางเข้าหลักที่ติดเวสต์เกตสตรีตนั้นก็มีความแคบ ซึ่งมีทั้งที่จอดรถและผู้ชม ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเข้า-ออกสนาม[17]

มี 2 ทางเลือกในการแก้ปัญหาคือการเพิ่มอัฒจันทร์ชั้นที่ 3 ในสนามกีฬาแห่งเก่า หรือ ย้ายไปยังสนามแห่งใหม่ ซึ่งทางเลือกหลังนั้นดูดีกว่าเนื่องจากสนามเก่าติดปัญหาเรื่องที่จอดรถที่ไม่เพียงพอ อีกทั้งเมื่อช่วงที่มีการแข่งขัน จะทำให้มีความหนาแน่นในการใช้ระบบขนส่งมวลชน อีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหารถติดในบริเวณใกล้เคียง[17] คณะกรรมการจึงตัดสินใจลงมติเลือกที่จะสร้างสนามแห่งใหม่ ในพื้นที่เดิม แต่เพิ่มความจุให้มากขึ้น และยังย้ายการวางแนวของสนามจาก ทิศตะวันตก-ทิศตะวันออก เป็น ทิศเหนือ-ทิศใต้ โดยทางเลือกขั้นต้นได้รับการสนับสนุนโดยคณะกรรมการมิลเลียนเนียมคอมมิชชัน และจะกลายเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 ของคาร์ดิฟฟ์อาร์มพาร์ก[11] ต่อมาได้มีการตัดสินใจที่จะสร้างสนามใหม่ที่มาพร้อมกับหลังคาที่สามารถเปิด-ปิดได้ เพื่อการใช้งานหลากหลายรูปแบบ และพื้นสนามที่เป็นหญ้าที่เหมาะสมกับทั้งกีฬารักบี้และฟุตบอล[17] ทำให้เป็นอีกหนึ่งสนามที่มีหลังคาเปิด-ปิด ได้ในทวีปยุโรป นอกจากสนามในประเทศเนเธอร์แลนด์ 2 สนาม คือ อัมสเตอร์ดัมอาเรนา ซึ่งสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2539 ด้วยความจุ 50,000 คน[11] และ เยลเรโดม ในอาร์เนม สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2541 ด้วยความจุ 30,000 คน[18]

หลังจากการตัดสินใจที่จะยังใช้พื้นที่ของอาร์มพาร์ก และมีความต้องการพื้นที่เพิ่ม เพื่อที่จะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและความจุสนาม ทำให้ต้องมีการเวนคืนอาคารทางด้านทิศใต้และทิศตะวันออก อีกทั้งยังมีการสร้างทางเดินริมแม่น้ำทัฟฟ์ทางด้านทิศตะวันตกของสนาม ซึ่งใช้งบประมาณ 6 ล้านปอนด์[7]

ต่อมา ปี พ.ศ. 2539 มิลเลนเนียมสเตเดียมได้แทนที่สนามกีฬาแห่งชาติเก่า, คาร์ดิฟฟ์อาร์มพาร์ก ทำให้มิลเลนเนียมเสตเดียมรับใช้งานสำหรับรักบี้ทีมชาติเวลส์ ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ส่วนสโมสรรักบี้คาร์ดิฟฟ์จะลงเล่นที่สนามรักบี้คาร์ดิฟฟ์อาร์มพาร์กต่อไป ซึ่งสนามข้างต้นได้แทนที่สนามคริกเก็ตในปี พ.ศ. 2512[16][19]

ก่อสร้าง[แก้]

เปลี่ยนชื่อ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "End of an era, as Heineken Cup final between Toulon and Saracens marks last game on grass at the Millennium Stadium". Welsh Rugby Union. Archived on 11 September 2015. Error: If you specify |archivedate=, you must also specify |archiveurl=. http://www.wru.co.uk/809_14196.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 11 September 2015. 
  2. Information : About the Venue : Facts & Figures. Millennium Stadium (12 May 2009). Retrieved 17 July 2013.
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Information
  4. "Pulling off the wow factor". Federation of Master Builders. Archived from the original on 10 October 2007. http://web.archive.org/web/20071010131042/http://www.fmb.org.uk/publications/masterbuilder/june00/19.asp. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 August 2008. 
  5. 5.0 5.1 "Millennium Stadium Information". Millennium Stadium. http://www.millenniumstadium.com/information/about.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 28 August 2008. 
  6. "About Millennium Stadium plc". Welsh Rugby Union. Archived from the original on 22 September 2008. http://web.archive.org/web/20080922172956/http://www.wru.co.uk/809_14196.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 August 2008. 
  7. 7.0 7.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ cost
  8. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Lottery
  9. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Opened
  10. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Retractable roof
  11. 11.0 11.1 11.2 "About Millennium Stadium". Millennium Stadium. Archived from the original on 9 October 2007. http://web.archive.org/web/20071009115105/http://www.millenniumstadium.com/3473_3557.php. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 August 2008. 
  12. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ CL Final
  13. "Millennium Stadium: Cardiff venue to be renamed Principality Stadium". BBC Sport (British Broadcasting Corporation). 8 September 2015. http://www.bbc.co.uk/sport/0/wales/34187065. เรียกข้อมูลเมื่อ 8 September 2015. 
  14. "Millennium Stadium to be renamed Principality Stadium in historic naming rights deal with WRU". Wales Online. Archived on 11 September 2015. Error: If you specify |archivedate=, you must also specify |archiveurl=. http://www.walesonline.co.uk/sport/rugby/rugby-news/millennium-stadium-renamed-principality-stadium-10010999. เรียกข้อมูลเมื่อ 11 September 2015. 
  15. Mosalski, Ruth (31 December 2015). "It's just three weeks until the Millennium Stadium officially becomes the Principality". WalesOnline (Media Wales). สืบค้นเมื่อ 1 January 2016. 
  16. 16.0 16.1 16.2 16.3 Harris CBE LLD (Hons), Kenneth M (1984). The Story of the Development of the National Rugby Ground 7 April 1984. Welsh Rugby Union. 
  17. 17.0 17.1 17.2 17.3 17.4 17.5 "In the heart of the city". PanStadia International. http://www.panstadia.com/vol3/33-022.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 August 2008. 
  18. "Projecten: Gelredome, Arnhem" (ในภาษาDutch). Alynia Architecten. http://www.alynia-architecten.nl/index.php?menu=projecten&pt=3&pr=16&offset=0. เรียกข้อมูลเมื่อ 15 February 2009. 
  19. "CRFC History". Cardiff RFC. Archived from the original on 14 May 2008. http://web.archive.org/web/20080514151123/http://site.cardiff-rfc.co.uk/index.php?option=com_content&task=view&id=31&Itemid=68. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 August 2008. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 51°28′41″N 3°10′57″W / 51.478175°N 3.182636°W / 51.478175; -3.182636{{#coordinates:}}: cannot have more than one primary tag per page

ก่อนหน้า มิลเลนเนียมสเตเดียม ถัดไป
ซานซีโร
 อิตาลี
2leftarrow.png ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ
(ฤดูกาล 2016-2017)
2rightarrow.png สนามกีฬาโอลิมปิก
 ยูเครน