มินซ์พาย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มินซ์พาย
Mince Pie.jpg
มินซ์พายแบบปัจจุบัน
ประเภทพาย
จานของหวาน
แหล่งกำเนิด อังกฤษ
ส่วนผสมหลักมินซ์มีต

มินซ์พาย (อังกฤษ: mince pie) หรือชื่ออื่น ๆ ได้แก่มินซ์มีตพาย (อังกฤษ: mincemeat pie) ในบริเวณนิวอิงแลนด์ของสหรัฐ และฟรุตมินซ์พาย (อังกฤษ: fruit mince pie) ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นพายไส้หวานที่มีที่มาจากประเทศอังกฤษ โดยไส้ในทำจากผลไม้แห้งผสมกับเครื่องเทศที่เรียกว่า "มินซ์มีต" และนิยมรับประทานในช่วงเทศกาลคริสต์มาสในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ในอดีตมินซ์พายเคยมีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมในไส้ แต่ในปัจจุบันไม่มีเนื้อสัตว์แล้ว แม้ว่าชื่อเรียกจะคงเป็น "มินซ์พาย" หรือพายเนื้อบดก็ตาม

ประวัติ[แก้]

มินซ์พายที่ทำในครัวเรือน

ส่วนผสมของมินซ์พายสามารถสืบย้อนไปตั้งแต่สมัยที่ทหารชาวยุโรปที่รบในสงครามครูเสดเดินทางกลับจากแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ในสมัยนั้นอาหารบางสูตรของชาวตะวันออกกลางจะผสมเนื้อสัตว์ ผลไม้ และเครื่องเทศเข้าด้วยกัน มินซ์พายในสมัยนั้นจึงมีไส้ที่มีทั้งของคาวและของหวานผสมกัน มินซ์พายในสมัยทิวดอร์หรือชื่อในสมัยนั้นว่า ชริดพาย (อังกฤษ: shrid pie) มีไส้ที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่ยีให้เป็นฝอย มันสัตว์ (suet) และผลไม้แห้ง ส่วนผสมสามชนิดสื่อถึงของขวัญสามอย่างที่โหราจารย์สามคนนำมานมัสการพระเยซูหลังประสูติ[1] ในขณะที่เครื่องเทศได้แก่อบเชย กานพลู และจันทน์เทศนั้นเพิ่มเข้ามาภายหลัง จอห์น ทิมส์ นักสะสมและศึกษาของเก่าชาวอังกฤษให้ความเห็นว่าเครื่องเทศเพิ่มเข้ามาเพื่อระลึกถึงของขวัญจากโหราจารย์แห่งตะวันออก[2][3] ทิมส์มองว่ามินซ์พายมีที่มาจากธรรมเนียมของชาวโรมันในช่วงเทศกาลแซตเทอร์นาเลีย[2] พายในสมัยนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าในปัจจุบัน[3] และมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จอห์น เซลเดน นักกฎหมายชาวอังกฤษสันนิษฐานว่ารูปร่างยาวคล้ายโลงศพนั้นน่าจะมาจากรางหญ้าที่พระเยซูประสูติ[4] แม้ว่าโทมัส เฟอร์มิงเงอร์ ทิสเซิลตัน-ดายเออร์ นักเขียนชาวอังกฤษจะไม่เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของเซลเดนก็ตาม โดยให้เหตุผลว่าส่วนที่เป็นแป้งด้านนอกของพายในตำราอาหารของอังกฤษสมัยก่อนเรียกว่า coffin ซึ่งเป็นคำเดียวกับคำว่าโลงศพ[5]

คริสต์มาสพาย วาดโดยวิลเลียม เฮนรี ฮันต์ จิตรกรชาวอังกฤษ

ในอดีตมินซ์พายมีชื่อเรียกหลายอย่าง จอห์น แบรนด์ นักสะสมและศึกษาของเก่าชาวอังกฤษอ้างว่าชาวอังกฤษสมัยเอลิซาเบธและสมัยจาโคเบียนเรียกพายชนิดนี้ว่ามินชต์พาย (อังกฤษ: minched pie)[6] มัตตันพาย (อังกฤษ: mutton pie) หรือพายเนื้อแกะ และคริสต์มาสพาย ซึ่งเริ่มเรียกในศตวรรษถัดมา[7] ในตำราอาหารของเจอร์วาส มาร์คัมจาก ค.ศ. 1615 ระบุว่าให้ใช้เนื้อส่วนที่ดีที่สุดจากขาแกะ แล้วผสมมันแกะ พริกไทย เกลือ กานพลู ดอกจันทน์เทศ เคอร์แรนต์ (คล้ายลูกเกดแต่ทำจากผลไม้อีกชนิดหนึ่ง) ลูกเกด ลูกพรุน อินทผลัม และเปลือกส้ม และระบุว่าสามารถใช้เนื้อวัวหรือเนื้อลูกวัวแทนได้[8] ทางภาคเหนือของอังกฤษนิยมใช้ห่านเป็นส่วนผสมไส้พาย[9]

มินซ์พายกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในช่วงสงครามกลางเมืองอังกฤษเช่นเดียวกับสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับนิกายโรมันคาทอลิก[10] กลุ่มพิวริตันหรือกลุ่มเคร่งศาสนาในอังกฤษสมัยนั้นปฏิเสธมินซ์พาย เนื่องจากพวกเขามองว่าคริสต์มาสพายหรือมินซ์พายเกี่ยวข้องกับนิกายโรมันคาทอลิก[2]

มินซ์มีตที่ทำในครัวเรือน

หลังการปฏิรูปศาสนาในอังกฤษ มินซ์พายยังคงได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลคริสต์มาส แม้ว่าขนาดจะเล็กลงและมีรสหวานขึ้นก็ตาม มินซ์พายยุคหลังการปฏิรูปนั้นไม่มีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับโรมันคาทอลิกแล้ว[11] ผู้คนเริ่มเตรียมไส้ผลไม้และเครื่องเทศใส่กระปุกไว้ล่วงหน้าก่อนเทศกาลเพื่อความสะดวก เมื่อเข้าสู่สมัยวิกตอเรีย มินซ์พายแทบไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์แล้ว แม้ว่าจะยังคงใช้มันสัตว์อยู่ และนักเขียนในช่วงศตวรรษที่ 20 จะยังรณรงค์ให้ใช้เนื้อในมินซ์พายก็ตาม ซึ่งรสชาติของมินซ์พายในสมัยวิกตอเรียจะใกล้เคียงกับมินซ์พายในปัจจุบัน[12][13]

มินซ์พายยังคงได้รับความนิยมในปัจจุบัน แม้ว่าส่วนผสมจะเปลี่ยนไปจากเดิมแล้วก็ตาม ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ค.ศ. 2011 เกร็กส์ซึ่งเป็นเครือร้านเบเกอรีที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรรายงานว่าขายมินซ์พายได้ 7.5 ล้านชิ้น[14] ในขณะที่ยอดขายมินซ์พายของซูเปอร์มาร์เกตและร้านค้าในเกรตบริเตนในช่วง 12 สัปดาห์สุดท้ายของ ค.ศ. 2017 มีมูลค่ารวม 28,872 ล้านปอนด์[15]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Crump, William D. (2013). The Christmas Encyclopedia, 3d ed (in English). McFarland. p. 120. ISBN 9781476605739. It was fashionable at Christmastime to bake a mince pie in the form of a manger topped with an image of the Christ Child fashioned from dough, for the spices and sweetmeats were held as symbols of the Magi's gifts.
  2. 2.0 2.1 2.2 Timbs 1866, p. 149
  3. 3.0 3.1 John 2005, p. 78
  4. Selden 1856, p. 27
  5. Dyer 2007, pp. 458–459
  6. Brand 1849, pp. 527–528
  7. Ayto 1990, pp. 184–185
  8. Markham & Best 1994, p. 104
  9. Brand 1849, p. 530
  10. Quote taken from Lewis, Thomas (1720), English Presbyterian eloquence, printed for T. Bickerton อ้างใน Brand 1849, pp. 527–528
  11. Baker 1992, pp. 32–33
  12. Stavely & Fitzgerald 2004, p. 220
  13. Hirst, Christopher (4 ธันวาคม 2011), "Sweet Delight: A Brief History of the Mince Pie", independent.co.uk, The Independent, สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2011
  14. George, Colin (11 มกราคม 2012), Booming Mince Pie and Coffee Sales Boost Greggs, nebusiness.co.uk, สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2012
  15. Bamford, Vince (9 มกราคม 2018), Mince pie sales soar as festive spend rises £1bn, British Baker, สืบค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2019

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]