มิชชาเอล วิทมัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มิชชาเอล วิทมัน
22 เมษายน ค.ศ. 1914(1914-04-22) – 8 สิงหาคม ค.ศ. 1944 (30 ปี)
Bundesarchiv Bild 146-1983-108-29, Michael Wittmann.jpg
มิชชาเอล วิทมัน
ที่เกิดโฟเกิลทาล ราชอาณาจักรบาวาเรีย จักรวรรดิเยอรมัน
ที่ตายนอร์ม็องดี ฝรั่งเศส
สุสานสุสานสงครามเยอรมันลาก็องบ์ (ย้ายมาฝัง)
รับใช้ ไรช์เยอรมัน
สังกัดFlag of the Schutzstaffel.svg วัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส
ประจำการ1934–44
ชั้นยศเอ็สเอ็ส-เฮาพท์ชตวร์มฟือเรอร์ (ร้อยเอก)
เลขประจำตัวSS #311,623
หน่วย1. SS-Panzer-Division Leibstandarte-SS Adolf Hitler.svg กองพลเอ็สเอ็สที่หนึ่ง ไลพ์ชตันดาร์เทอ-เอ็สเอ็ส อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และกองพันยานเกราะหนักเอ็สเอ็สที่ 101 (101st SS Heavy Panzer Battalion)
การยุทธ์สงครามโลกครั้งที่สอง
บำเหน็จเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กระดับชั้นอัศวินประดับใบโอ๊กและดาบ

มิชชาเอล วิทมัน (เยอรมัน: Michael Wittmann, 22 เมษายน ค.ศ. 1914 – 8 สิงหาคม ค.ศ. 1944) เป็นทหารชาวเยอรมันในหน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส เป็นผู้บัญชาการรถถังในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้ดำรงตำแหน่งในหน่วยเอสเอสคือ SS-Hauptsturmführer (ร้อยเอก) และได้รับเหรียญกล้าหาญกางเขนเหล็กระดับชั้นอัศวิน วิทมันได้เป็นที่รู้จักจากการซุ่มโจมตีของเขาด้วยกองกำลังจำนวนเล็กน้อยต่อกองพลยานหุ้มเกราะที่ 7 แห่งบริเตน ในช่วงระหว่างยุทธการที่วีแลร์-บอกาฌ ในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1944 ในขณะที่ได้บัญชาการอยู่ในรถถังไทเกอร์ 1 เขาได้ทำลายรถถังฝ่ายข้าศึกไปจำนวน 14 คันและยานลำเลียงพลจำนวน 15 คัน,พร้อมกับปืนต่อสู้รถถังจำนวน 2 กระบอก ภายในระยะเวลาสิบห้านาที ข่าวดังกล่าวได้ถูกนำมาหยิบยกและเผยแพร่โดยเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของนาซีและได้เพิ่มความโดดเด่นของวิทมันในเยอรมนี

วิทมันได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องและเคารพหลังสงครามด้วยความสำเร็จของเขาในฐานะ "เสือรถถัง" (แพนเซอร์เอซ-panzer ace) (ผู้บัญชาการรถถังระดับสูง) เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมยอดนิยมในหน่วยวัฟเฟิน-เอ็สเอ็ส (waffen-SS in popular culture) นักประวัติศาสตร์มีความคิดเห็นผสมด้วยยุทธวิธีของเขาจากการรบ-บางคนก็ยกย่องจากการกระทำของเขาที่วีแลร์-บอกาฌ และบางคนก็มองว่าความสามารถของเขาไม่เพียงพอและการยกย่องสำหรับการสังหารรถถังของเขา

มิชชาเอล วิทมันได้เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1944 ในระหว่างที่เขาเคลื่อนพลไปทางทิศใต้ของเมืองก็อง (Caen) โดยการซุ้มโจมตีของกองพลน้อยยานเกราะที่ 33 ของกองทัพอังกฤษ โดยมีรถถัง Sherman Firefly 1 คัน และ Sherman คอยประกบข้าง 2 คัน

จากการออกมาเล่าเหตุการนั้นภายหลังที่ Tank Museum ของโจ เอ็คคินส์ (Joe Ekins) เขาคือพลปืนของ Firefly คนที่สังหารวิทมันและหน่วยของเขาในวันนั้น

หน่วยของวิทมันประกอบด้วย Tiger 3 คัน พอผู้การของรถถัง Firefly เห็นหน่วยของเขาเคลื่อนที่เข้ามาในระยะ 800 หลา ผู้การได้สั่งให้โจยิงจัดการรถถังไทเกอร์ทั้งสามคัน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านั่นคือหน่วยของเสือรถถังของนาซีเยอรมัน เขาได้ยิงนัดแรกใส่ด้านข้างของคันหลังจนเกิดไฟลุกท้วม หลังจากนั้นคันที่สองเล็งปืนมาที่เขา ยิงเข้ามาที่ป้อมปืนจนทำให้ผู้การบาดเจ็บ โดยที่เชอร์แมนอีกสองคันทำได้เพียงสะกิดรถถังไทเกอร์เท่านั้นถ้าไม่เข้ามาในระยะ 300 หลา

พอยิงนัดที่สองใส่คันที่สอง ที่มีหมายเลข 007 ซึ่งเป็นหมายเลขรถถังของวิทมัน รถถังก็ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เขาไม่มันใจว่าโดนรางกระสุนหรืออะไร

คันที่สามที่อยู่หน้าขบวนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เลยหันรถเพื่อที่จะเข้าที่กำบัง โจยิงนัดสุดท้ายเข้าไปจนเกิดไฟลุกท้วม เหตุการณ์นี้จบภายใน 12 นาที เขาทำลายรถถังเยอรมันไปถึง 3 คัน ภายหลังโจได้ถูกย้ายไปทำหน้าที่พลวิทยุจนจบสงครามและลาออกจากกองทัพไปใช้ชีวิตปกติ จนวันหนึ่งเขาได้เจอข่าวของเขาในหนังสือพิมเกี่ยวกับเหตุการนั้น เขาจึงตรงไปเล่าเหตุการนี้ให้ฟังใน Tank Museum ในปี 2000

Joe Ekins เสียชีวิตอย่างสงบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012 ด้วยวัย 88 ปี

อ้างอิง[แก้]

  • Agte, Patrick (2000). Michael Wittmann erfolgreichster Panzerkommandant im Zweiten Weltkrieg und die Tiger der Leibstandarte SS Adolf Hitler (in German). Deutsche Verlagsgesellschaft Preußisch Oldendorf. ISBN 3-92072-218-3.
  • Agte, Patrick (2006). Michael Wittmann and the Waffen SS Tiger Commanders of the Leibstandarte in World War II, Volume 1. Mechanicsburg, PA, USA: Stackpole Books. ISBN 978-0-8117-3334-2.
  • "Der Freiwillige: The next generation". Antifa-Infoblatt (in German). 2001. Retrieved 8 December 2015.
  • Beevor, Antony (2009). D-Day: The Battle for Normandy. London: Viking. ISBN 978-0-670-88703-3.
  • Buckley, John (2006) [2004]. British Armour in the Normandy Campaign 1944. London: Taylor & Francis. ISBN 0-415-40773-7. OCLC 154699922.
  • Buckley, John (2007) [2006]. The Normandy Campaign 1944: Sixty Years on. London: Routledge. ISBN 978-0-415-44942-7.
  • Buckley, John (2013). Monty's Men : The British Army and the Liberation of Europe. New Haven: Yale University Press. ISBN 9780300134490.
  • D'Este, Carlo (2004) [1983]. Decision in Normandy: The Real Story of Montgomery and the Allied Campaign. London: Penguin. ISBN 0-14-101761-9. OCLC 44772546.