มาร์วิน มินสกี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มาร์วิน มินสกี
มาร์วิน มินสกี ในปี ค.ศ. 2008
เกิดมาร์วิน ลี มินสกี
9 สิงหาคม ค.ศ. 1927(1927-08-09)
นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต24 มกราคม ค.ศ. 2016 (88 ปี)
บอสตัน, รัฐแมสซาชูเซตส์, สหรัฐอเมริกา
สัญชาติอเมริกัน
สาขาประชานศาสตร์
วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
ปัญญาประดิษฐ์
สถาบันที่ทำงานสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์
ศิษย์เก่าวิทยาลัยฟิลลิปส์
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (ปริญญาตรี, 1949)
มหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน (ปริญญาเอก, 1954)
อาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาเอกAlbert W. Tucker[1]
งานที่เป็นที่รู้จักปัญญาประดิษฐ์[2]
รางวัลที่ได้รับรางวัลทัวริง (ค.ศ. 1969)

มาร์วิน ลี มินสกี (อังกฤษ: Marvin Lee Minsky (9 สิงหาคม ค.ศ. 1927- 24 มกราคม ค.ศ. 2016) เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอเมริกันในสาขาปัญญาประดิษฐ์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยปัญญาประดิษฐ์ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และผู้เขียนหนังสือด้านปัญญาประดิษฐ์และปรัชญามากมาย

ประวัติ[แก้]

มาร์วิน มินสกี เกิดที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นบุตรของจักษุศัลยแพทย์และหญิงชาวยิว เข้ารับศึกษาโรงเรียน Ethical Culture Fieldston School และโรงเรียน Bronx High School of Science ก่อนจะไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยฟิลลิปส์ ก่อนจะเข้าเป็นทหารเรือให้กับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาในช่วง ค.ศ. 1944 ถึง ค.ศ. 1945 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี ค.ศ. 1950 และปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปรินซ์ตันในปี ค.ศ. 1954[3] หลังจบการศึกษา ได้เข้าเป็นอาจารย์ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ในปีต่อมา ได้ร่วมมือกับจอห์น แม็กคาร์ธีย์ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ ที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ อันถือเป็นหนึ่งในต้นกำเนิดสาขาปัญญาประดิษฐ์[4] ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและวิทยาการคอมพิวเตอร์

ไอแซค อสิมอฟ นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซีย ยกว่ามินสกีเป็นหนึ่งในสองบุคคลที่เขายอมรับว่ามีความฉลาดมากกว่าเขา อีกคนหนึ่งคือ คาร์ล เซแกน นักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน[5]

มินสกี เป็นผู้ประดิษฐ์หน้าจอดิสเพลย์แสดงกราฟิกแบบสวมหัวเครื่องแรกของโลกในปี ค.ศ 1963 และกล้องคอนโฟคอลในปี ค.ศ. 1957 อันเป็นที่มาของกล้องกล้องจุลทรรศน์แบบคอนโฟคอลชนิดที่ใช้เลเซอร์ในการสแกนที่ใช้กันในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้พัฒนาหุ่นยนต์เต่า และเครื่อง SNARC เครื่องจักรที่เรียนรู้จากโครงข่ายประสาทเทียมแบบต่อสุ่มเครื่องแรกในปี ค.ศ. 1951

มินสกีเขียนหนังสือเรื่อง Perceptrons ร่วมกับเซย์มัวร์ เพเพิร์ต ที่เป็นผลงานวิชาการสำคัญสำหรับการวิเคราะห์โครงข่ายประสาทเทียม หนังสือเล่มนี้ได้รับการกล่าวถึงมากในประวัติศาสตร์ของสาขาปัญญาประดิษฐ์ บ้างก็ว่าเป็นหนังสือสำคัญที่ทำให้นักวิจัยเริ่มตีตัวออกห่างจากโครงข่ายประสาทเทียมในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970 จนนำมาสู่ช่วงยุคตกต่ำของปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำเสนอแบบจำลองทางปัญญาประดิษฐ์อีกมากมาย เช่น ในหนังสือเรื่อง "A framework for representing knowledge" ก็เป็นผู้สร้างมุมมองใหม่ในการเขียนโปรแกรม มินสกียังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่มนุษย์ต่างดาวที่สามารถพูดและคิดได้เหมือนมนุษย์อีกด้วย[6]

ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970 ที่ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยปัญญาประดิษฐ์ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มินสกีและเซย์มัวร์ เพเพิร์ตร่วมกันพัฒนาทฤษฎีที่เรียกว่า Society of Mind เป็นทฤษฎีที่พยายามจะอธิบายว่าสิ่งที่เราเรียกกันว่าความฉลาดนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นผลผลิตจากอันตรกิริยาระหว่างส่วนที่ไม่ฉลาด มินสกีชี้ว่าไอเดียนี้มีจุดกำเนิดมาจากงานวิจัยของตนเองที่พยายามจะสร้างเครื่องจักรที่ใช้แขนกล กล้องวิดีโอ และคอมพิวเตอร์ จากนั้นในปี ค.ศ. 1986 มินสกีได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ The Society of Mind ที่อธิบายถึงทฤษฎีดังกล่าวให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2006 มินสกีได้ตีพิมพ์หนังสืออีกเล่มคือ The Emotion Machine เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับทฤษฎีการคิดของมนุษย์ โดยเสนอว่าเราควรจะแทนที่แนวคิดที่ง่ายๆด้วยแนวคิดที่ซับซ้อน[7]

อ้างอิง[แก้]

  1. Marvin Minsky in MathGenealogy
  2. doi:10.1109/JRPROC.1961.287775
    This citation will be automatically completed in the next few minutes. You can jump the queue or expand by hand
  3. Minsky, Marvin Lee (1954). Theory of Neural-Analog Reinforcement Systems and Its Application to the Brain Model Problem (PhD thesis). Princeton University.
  4. Horgan, John (November 1993). "Marvin L. Minsky". Scientific American. 269 (5): 14–15. doi:10.1038/scientificamerican1193-35.
  5. Isaac Asimov (1980). In Joy Still Felt: The Autobiography of Isaac Asimov, 1954-1978. Doubleday/Avon. p. 217,302. ISBN 0-380-53025-2.
  6. Minsky, Marvin (April 1985). "Communication with Alien Intelligence". BYTE. p. 127. สืบค้นเมื่อ 27 October 2013.
  7. [http://web.media.mit.edu/~minsky Marvin Minsky's Home Page