มาริโอปาร์ตี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้กล่าวถึงทั้งซีรีส์ สำหรับเกมแรกของซีรีส์ ดูที่ มาริโอปาร์ตี (เกม)
มาริโอปาร์ตี
ไฟล์:MP3DSlogo.png
โลโก้เกม มาริโอปาร์ตี ใน มาริโอปาร์ตี: สตาร์รัช
ประเภทปาร์ตี
ผู้พัฒนา
ผู้จัดจำหน่ายนินเทนโด
ผู้จัดสร้างเคนจิ คิคูจิ
แต่งเพลงยาซูโนริ มิซูดะ
ระบบปฏิบัติการ
วางจำหน่ายครั้งแรกมาริโอปาร์ตี
ค.ศ. 18 ธันวาคม ค.ศ.1998 (18 ธันวาคม ค.ศ.1998)
จำหน่ายครั้งล่าสุดซุปเปอร์มาริโอปาร์ตี
ค.ศ. 5 ตุลาคม ค.ศ.2018 (5 ตุลาคม ค.ศ.2018)

มาริโอปาร์ตี (อังกฤษ: Mario Party; ญี่ปุ่น: マリオパーティ โรมาจิMario Pāti) เป็นซีรีส์ของวิดีโอเกมที่มีตัวละครจากแฟรนชายส์ มาริโอ โดยสามารถเล่นได้สูงสุดสี่คนหรืออาจจะเล่นกับคอม (เรียกว่า "ซีพียู") บนเกมกระดานทีมีมินิเกมอยู่หลายเกม ในปัจจุบัน เกมนี้ผลิตโดยเอ็นดีคิวบ์และเผยแพร่โดยนินเทนโด ก่อนหน้านั้นผลิตโดยฮัดสันซอฟต์ โดยหลังจากผลิตเกม มาริโอปาร์ตี 8 แล้ว ทางฮัดสันซอฟต์จึงออกจากการผลิตเพื่อให้เอ็นดีคิวบ์ผลิตเกมใน วีปาร์ตี ต่อ[1] และหลังจากปีค.ศ.2012 เป็นต้นมา ทางเอ็นดีคิวบ์มีสิทธิเหนือฮัดสันซอฟต์โดยปริยายหลังจากผลิตเกม มาริโอปาร์ตี 9 โดยเกมล่าสุดที่ผลิตในบริษัทนี้คือ ซุปเปอร์มาริโอปาร์ตี โดยเผยแพร่ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ.2018 สำหรับนินเทนโดสวิทช์[2]

ซีรีส์นี้ถือเป็นเกมที่มีมินิเกมที่อยู่นานที่สุด[3] โดยในเดือนธันวาคม ค.ศ.2014 ทางนินเทนโดกล่าวว่ามีการขายเกมมาริโอปาร์ตีอยู่ 39.6 ล้านเครื่องทั่วโลก[4]

เกม[แก้]

ซีรีส์หลัก[แก้]

เกมอื่น[แก้]

มาริโอปาร์ตี-อี[แก้]

มาริโอปาร์ตี-อี (อังกฤษ: Mario party-e) เป็นเกมการ์ดสำหรับนินเทนโด อี-รีเดอร์โดยเผยแพร่ในวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ.2003 โดยมีสำรับการ์ดอยู่ 64 ใบ ส่วนการ์ดพิเศษจะมีแค่จำนวนจำกัดเท่านั้น[5]

เกมสำหรับพกพา[แก้]

การตอบรับ[แก้]

บทวิจารณ์โดยรวม[แก้]

เกม เครื่องเล่น เมตาคริติก[6]
เครื่องเล่นในบ้าน
มาริโอปาร์ตี Nintendo 64 79/100
มาริโอปาร์ตี 2 76/100
มาริโอปาร์ตี 3 74/100
มาริโอปาร์ตี 4 GameCube 70/100
มาริโอปาร์ตี 5 69/100
มาริโอปาร์ตี 6 71/100
มาริโอปาร์ตี 7 64/100
มาริโอปาร์ตี 8 Wii 62/100
มาริโอปาร์ตี 9 74/100
มาริโอปาร์ตี 10 Wii U 67/100
ซุปเปอร์มาริโอปาร์ตี Nintendo Switch 77/100
เครื่องสำหรับพกพา
มาริโอปาร์ตีแอดวานซ์ Game Boy Advance 54/100
มาริโอปาร์ตีดีเอส Nintendo DS 72/100
มาริโอปาร์ตี: ไอส์แลนด์ทัวร์ Nintendo 3DS 60/100
มาริโอปาร์ตี: สตาร์รัช 68/100
มาริโอปาร์ตี: เดอะท็อป 100 58/100

ข้อครหา[แก้]

มาริโอปาร์ตี (N64)[แก้]

เนื่องจากบางมินิเกมต้องให้ผู้ใช้หมุนไม้แอนาล็อกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยผู้เล่นบางคนใช้ฝ่ามือแทนหัวแม่โป้งในการหมุดไม้แอนาล็อก ผลที่เกิดขึ้นทำให้เกิดบาดแผลอยู่บ่อยครั้ง เพื่อเป็นการตอบแทน ทางนินเทนโดจึงให้ถุงมือฟรีสำหรับเหยื่อที่หมุนจนเกิดแผล[7] บางคนต้องใส่ไม้แทนเพราะมันไม่คงทนมาก ไม้แอนอล็อกเริ่มไม่ถูกใช้ตั้งแต่เกม มาริโอปาร์ตี 2 เป็นต้นมา

มาริโอปาร์ตี 8[แก้]

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2007 เกม มาริโอปาร์ตี 8 ในเครื่องวีมีปัญหากับร้านค้าในสหราชอาณาจักรทันทีที่เริ่มเผยแพร่[8] เพราะตัวละครที่ชื่อคาเมคใช้คำว่า "สปาซ์ติก" (spastic) เนื่องจากว่าคำนี้เป็นคำพูดที่กล่าวถึงคนที่ปัญญาอ่อน และเป็นคำเหยียดในสหราชอาณาจักร ในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2007 ทางนินเทนโดได้ปล่อยเกมใหม่โดยเปลี่ยนคำว่า "สปาซ์ติก" (spastic) เป็นคำว่า "เอร์ราติก" (erratic) แทน[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. "What Wii Party And Mario Party Have In Common". Kotaku. สืบค้นเมื่อ August 26, 2010.
  2. Lanier, Liz (June 12, 2018). "E3 Trailer: 'Super Mario Party' Coming to Nintendo Switch". Variety. Archived from the original on June 12, 2018. สืบค้นเมื่อ June 12, 2018.
  3. Guinness World Records 2011 – Gamer's Edition. Guinness World Records Ltd. 2010. p. 86. ISBN 978-1-4053-6546-8.
  4. "Bring along your amiibo as your party plus-one from 20th March in Mario Party 10". Nintendo of Europe. February 19, 2015. สืบค้นเมื่อ February 21, 2015.
  5. Harris, Craig (February 23, 2003). "Mario Party-e". IGN. Archived from the original on June 17, 2018. สืบค้นเมื่อ June 17, 2018.
  6. "Search Results". Metacritic. สืบค้นเมื่อ October 8, 2018.
  7. "Nintendo to hand out gaming gloves". BBC News. March 9, 2000. สืบค้นเมื่อ August 26, 2010.
  8. Richards, Jonathan (July 17, 2007). "Nintendo withdraws game that taunts spastics". The Times. London. สืบค้นเมื่อ May 12, 2010.
  9. Sliwinski, Alexander (July 27, 2007). "Non-'spastic' Mario Party 8 returns Aug. 8 to Europe". Weblogs, Inc. Archived from the original on August 18, 2007. สืบค้นเมื่อ August 26, 2010.