มัสยิดฮาจิอาลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มัสยิดและสุสานฮาจิอาลี
Mumbai 03-2016 12 Haji Ali Dargah.jpg
มัสยิดและสุสานฮาจิอาลี
มัสยิดฮาจิอาลี is located in อินเดีย
มัสยิดฮาจิอาลี
ที่ตั้งในแผนที่อินเดีย
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่ตั้งเกาะเล็ก (Islet) นอกชายฝั่งของย่านวารลี
พิกัดภูมิศาสตร์18°59′06″N 72°48′36″E / 18.985°N 72.81°E / 18.985; 72.81พิกัดภูมิศาสตร์: 18°59′06″N 72°48′36″E / 18.985°N 72.81°E / 18.985; 72.81
ศาสนาศาสนาอิสลาม
ตำบลมุมไบ
จังหวัดมหาราษฏระ
ประเทศอินเดีย อินเดีย
Ecclesiastical or organizational statusศาลเจ้าในศาสนาอิสลาม
เจ้าของรัฐบาลรัฐมหาราษฏระ
การสร้าง
สถาปนิกSunni-Al-Jamaat
สถาปัตยกรรมมัสยิด และ สุสานซุนนี (Dargah)
รูปแบบสถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมอินโด-อิสลาม
ปีที่เริ่มศตวรรศที่ 15 Century
ปีที่เสร็จ1431
ข้อมูลจำเพาะ
ทิศทางด้านหน้าตะวันตก
ขนาดโดม1
จำนวนหอสูงสุเหร่า1
จำนวนศาลเจ้า1

มัสยิดฮาจิอาลี (Haji Ali Dargah) เป็นมัสยิดและสุสานซุนนี (dargah) ที่ฝังศพของ Pir Haji Ali Shah Bukhari ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก (islet) นอกฝั่งของย่านวารลี ทางตอนใต้ของมุมไบ เปียร์ฮาจิอาลั เป็นนักบุญซูฟีจากอุซเบกิสถาน มัสยิดนี้เป็นมัสยิดที่มีชื่อเสียงที่สุดของมุมไบ[1][2][3] ตัวมัสยิดสร้างด้วยสถาปัตยกรรมอินโด-อิสลาม

ประวัติ[แก้]

มัสยิดฮาจิอาลีสร้างขึ้นในปี 1431[4] เพื่อระลึกถึงพ่อค้ามุสลิมผู้มั่งคั่ง นามว่า Sayyed Pir Haji Ali Shah Bukhari ผู้ที่ท้ายี่สุดได้ละทิ้งสมบัติทางโลกและออกเดินทางแสวงบุญไปยังนครเมกกะ เปียร์ฮาจิอาลีเป็นชาว Bukhara (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอุซเบกิสถาน) เขาเดินทางไปทั่วโลกในช่วงกลางคริสต์ศตวรรศที่ 15 ก่อจะมาตั้งหลักปักฐานอยู่ในพื้นที่ที่ปัจจุบันเรียกว่า มุมไบ

ตามตำนานแล้ว[5] ครั้งหนึ่งท่านฮาจิอาลีได้เดินทางผ่านสตรียากไร้นางหนึ่งนอนร้องไห้อยู่บนถนน ในมือของเธอถือภาชนะว่างเปล่าใบหนึ่ง ท่านฮาจิอาลีได้สอบถามและทราบความว่าเธอกำลังจะถูกสามีทิ้ง เพราะเธอเผลอสะดุดล้มและทำน้ำมันที่บรรจุมาในภาชนะนั้นหกหมด ท่านฮาจิอาลีได้ขอให้เธอพาไปยังจุดที่เธอทำน้ำมันหก เขาได้นำนิ้วมือจุ่มลงไปในพื้นดินที่ชุ่มน้ำมันนั้น น้ำมันที่ซึมไปในดินต่างก็พรั่งพรูออกมาและบรรจุภาชนะของเธอจนเต็มอย่างน่าอัศจรรย์

ต่อมาเปียร์ฮาจิอาลีถูกรบกวนด้วยฝันร้ายซึ่งเขาฝันอยู่บ่อยครั้งว่าเขาได้ทำร้ายโลกใบนี้ด้วยการกระทำของเขา เขาได้สำนึกผิด ปลงตก และเครียดมาก เขาได้รับอนุญาตจากมารดาให้ออกเดินทางมายังอินเดียกับน้องชายของเขา ก่อนจะขึ้นฝั่งที่มุมไบ ใกล้กับย่านวารลี ตรงข้ามกับมัสยิดในปัจจุบัน เขาได้ตัดสินใจปักหลักอาศัยอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งฝากจดหมายระบุเจตนารมณ์ว่าเขาตั้งใจจะเผยแผ่ศาสนาอิสลามที่อินเดียและเขาสบายดีไปกับน้องชายของเขาซึ่งตัดสินใจเดินทางกลับอุซเบกิสถาน เขาได้เผยแผ่ศาสนาอิสลามมาโดยตลอดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตเขา

อ้างอิง[แก้]

  1. Thomas, Amelia (2012). Goa & Mumbai (second ed.). Footscray, Victoria, Australia: Lonely Planet. pp. 87–88. ISBN 978-1-74179-778-7.
  2. Parab, Kanika; Poddar, Mansi (30 January 2010). "World's Greatest City: 50 reasons Mumbai is No.1: 43. The floating mosque". CNN. Archived from the original on 7 October 2009.
  3. Lewis, Clara (11 February 2011). "Dargah devotees against sea link landing". The Times of India. Archived from the original on 20 September 2015.
  4. "Haji Ali dargah was built in 1431 » Haji Ali Dargah, Maryam Mosque in Mumbai". Hajiali.org. 10 December 2007. สืบค้นเมื่อ 7 February 2012.
  5. "History of Pir Haji Ali Shah Bukhari (R.A.)". Haji Ali Dargah Trust. Archived from the original on 15 August 2015.