มัสยิดตะโละมาเนาะ
| มัสยิดตะโละมาเนาะ | |
|---|---|
Masjid Telok Manok | |
![]() | |
| ข้อมูลทั่วไป | |
| ประเภท | มัสยิด |
| สถาปัตยกรรม | มลายู, ไทยและจีน[1][2][3][4] |
| เมือง | หมู่ 1 บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส |
| ประเทศ | |
| เริ่มสร้าง | พ.ศ. 2161[1] หรือ พ.ศ. 2167[2][5] |
| ผู้สร้าง | วันฮุซเซน อัซซานาวี[6][7] |
| การออกแบบและการก่อสร้าง | |
| สถาปนิก | หะยีซายฮู[8] |
| วิศวกร | แซมะ[8] |
มัสยิดตะโละมาเนาะ (มลายู: Masjid Telok Manok)[9] หรือ มัสยิดวาดีลฮูเซ็น (มลายู: Masjid Wadi Hussein)[10] เป็นศาสนสถานในศาสนาอิสลามแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 1 บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส บริเวณเชิงเขาบูโด[11] มัสยิดแห่งนี้สร้างด้วยเครื่องไม้ดั้งเดิมที่มีความงดงามและเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกมลายู (Nusantara)[6][7] ภายในเป็นที่เก็บรักษาพระคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเขียนด้วยลายมือของวันฮุซเซน อัซซานาวี อิหม่ามคนแรกของมัสยิด[8][12] และยังเป็นมัสยิดที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่างมลายู ไทย และจีน[1][2][3][4]
ศัพทมูลวิทยา
[แก้]ชื่อมัสยิดตะโละมาเนาะ มาจากคำมลายูว่า "ตะโละ" (teluk) แปลว่าอ่าว กับคำว่า "มาเนาะ" (manok) ซึ่งเป็นชื่อพรรณไม้ท้องถิ่นชนิดหนึ่ง มีมากริมลำธารใกล้มัสยิด จึงมีความหมายว่า "บริเวณที่มีต้นมาเนาะ" แต่บางแห่งก็ว่า "มาเนาะ" เป็นคำมลายูเก่า แปลว่านกหรือไก่ก็มี[6][7]
ส่วนชื่อมัสยิดวาดีลฮูเซ็น ตั้งตามนามของวันฮุซเซน อัซซานาวี[6][7]
ประวัติ
[แก้]ที่ตั้งของหมู่บ้านตะโละมาเนาะในอดีตเป็นป่าสมบูรณ์ ต่อมาวันฮุซเซน อัซซานาวี (Wan Hussein As-Sanawi) นักการศาสนาอิสลามจากหมู่บ้านสะนอ (ปัจจุบันคืออำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี) และภรรยาคืออุมมีกัลซุม (Ummi Kalsom)[6][7] หญิงชาวบ้านม่วงหวาน (ปัจจุบันคืออำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี)[8] พร้อมผู้ติดตามจำนวนหนึ่งหนีภัยสงครามระหว่างสยามและปัตตานี[6][7] บางแห่งก็ว่าโยกย้ายถิ่นฐานจากคำสั่งของเจ้าเมืองสลินดงบายู (เมืองสายบุรี) ไปตั้งถิ่นฐาน ณ บริเวณเชิงเขาบูโด[8]
กล่าวกันว่าวันฮุซเซนเป็นนักการศาสนาที่ยอดเยี่ยม สามารถท่องจำพระคัมภีร์อัลกุรอานได้อย่างลึกซึ้งทั้งเล่ม รวมทั้งผลิตนักปราชญ์ทางศาสนาได้จำนวนมาก[8] มีดำริให้สร้างมัสยิดสำหรับปฏิบัติศาสนกิจ จึงสร้างมัสยิดจากวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นคือไม้ตะเคียน ซึ่งมีมากในป่าบูโด และใช้เครื่องมือท้องถิ่น โดยมีหะยีซายฮู ครูสอนศาสนาเป็นผู้ก่อสร้าง และแซมะเป็นนายช่าง[8]
สถาปัตยกรรม
[แก้]มัสยิดตะโละมาเนาะสร้างด้วยไม้ตะเคียนที่มีอยู่มากในป่าบูโด อาคารแบ่งเป็นสองหลังติดกัน มีเสาไม้ 26 ต้น เสามีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาด 10x10 นิ้ว พื้นหนา 2 นิ้ว[5] สร้างด้วยศิลปะมลายู ไทย และจีน[1][2] มีหลังคาทรงจั่ว ปลายปั้นลมเป็นแบบมลายูตรังกานู มีผนังฝาลูกฟัก และยกใต้ถุนสูง[3][4] ใช้การสลักไม้แทนตะปู ใช้บือจือตา (เครื่องมือคล้ายขวาน บ้างเรียกขวานเล็ก) สำหรับตัดไม้ ใช้บันลีโยง (ลิ่ม) เพื่อผ่าไม้ และใช้บายิ (เครื่องมือคล้ายจอบ) ถากไม้ตะเคียนให้เรียบ[5][8] แต่เดิมหลังคามุงด้วยจาก แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปมุงหลังคาด้วยกระเบื้องซึ่งทำจากอิฐสงขลา[2][6][7]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 "จุฬาราชมนตรี ร่วมเฉลิมฉลองศาสนสัมพันธ์ มัสยิดตะโละมาเนาะ 390 ปี". ไทยรัฐออนไลน์. 27 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- 1 2 3 4 5 6 ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ (31 มีนาคม 2560). "มัสยิดตะโละมาเนาะ". สยามรัฐออนไลน์. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2017-06-14. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- 1 2 3 Najib Bin Ahmad (4 กุมภาพันธ์ 2559). "สรุปบรรยายสาธารณะ "สถาปัตยกรรมมลายูในท้องถิ่นสามจังหวัดชายแดนใต้"". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.[ลิงก์เสีย]
- 1 2 3 Najib Bin Ahmad (19 กุมภาพันธ์ 2559). "สถาปัตยกรรมมลายูในท้องถิ่นสามจังหวัดภาคใต้". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2015-12-20. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- 1 2 3 4 5 "มัสยิด 300 ปี นราธิวาส สถานที่ศักดิสิทธิ์ไทยมุสลิม ชมหลังคาศิลปะ 3 ชนชาติ". Thailand Top Vote. 23 พฤศจิกายน 2559. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2018-06-16. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- 1 2 3 4 5 6 7 นิอับดุลรากิ๊บ บินนิฮัสซัน (27 กรกฎาคม 2560). "บ้านตะโละมาเนาะ : จากนักการศาสนายุคก่อนสู่นักการศาสนายุคใหม่". ศูนย์นูซันตาราศึกษา. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- 1 2 3 4 5 6 7 Nik Abdul Rakib Bin Nik Hassan (5 กันยายน 2550). "มัสยิดวาดิลฮุซเซน บ้านตะโละมาเนาะ". ศูนย์นูซันตาราศึกษา. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- 1 2 3 4 5 6 7 8 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ "ปัตตานี" - ↑ "Wan Husein As-Sanawi Al-Fathani Hafiz pendiri Masjid Teluk Manok". Utusan Online. 25 ธันวาคม 2549. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.[ลิงก์เสีย]
- ↑ "Kontribusi Masjid Wadi Hussein bagi Tegaknya Islam di Thailand". Republika. 15 พฤศจิกายน 2558. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- ↑ "ชมรมอิหม่ามฯ บาเจาะ ประกาศยุติโครงการปรับปรุงแหล่งเรียนรู้มัสยิด 300 ปี ตะโละมาเนาะ จ.นราธิวาส". ฟาตอนีออนไลน์. 2 เมษายน 2560. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
- ↑ "7 อุปสรรคบูรณะมัสยิดโบราณ "ตาโละมาเนาะ" แหล่งศรัทธาของคนทุกสารทิศ". ผู้จัดการออนไลน์. 6 เมษายน 2560. สืบค้นเมื่อ 3 สิงหาคม 2561.
