มังตาน
| มังตาน | |
|---|---|
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Plantae |
| (unranked): | Angiosperms |
| (unranked): | Eudicots |
| (unranked): | Asterids |
| อันดับ: | Ericales |
| วงศ์: | Theaceae |
| สกุล: | Schima Reinw. ex Blume (1823) |
| ชื่อทวินาม | |
| Schima wallichii | |
มังตาน เป็นชื่อไม้ต้นชนิด Schima wallichii (DC.) Korth. ในวงศ์ Theaceae เปลือกชั้นในทำให้ระคายผิวหนังทำให้เป็นเม็ดผื่นคัน ใช้เบื่อปลาได้ ชื่ออื่น ๆ เช่น ทะโล้, ส่วนปักษ์ใต้เรียก พันตัน, พายัพเรียก มังกะตาน สารภีดอย คายโซ่ หรือกะโซ้, กะเหรี่ยงเชียงใหม่เรียก เต่อครื่อยสะ, กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอนเรียก เส่ยือสะ, ละโว้เรียก ลำโคระ ลำพิโย๊วะ หรือลำคิโยะ, และขมุเรียก ตุ๊ดตรุ[1] ปัจจุบัน มังตานมีจำนวนลดลงเนื่องจากพื้นที่ป่าถูกรุกราน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
[แก้]มังตานเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นตรงสูงประมาณ 15-25 เมตร วัดรอบลำต้นได้ถึง 1.5 เมตร เปลือกด้านนอกขรุขระและแตกเป็นร่องลึกตามยาว มีสีเทาปนน้ำตาลอ่อน เปลือกด้านในมีสีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาวซึ่งมีความเป็นพิษต่อผิวหนัง
ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกตามปลายกิ่งสลับกันไปมักติดเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง โคนและปลายใบเรียว ขอบใบเรียบหรือหยักตื้น ๆ ตามขอบ หลังใบมักมีสีเขียวเข้ม ท้องใบและเส้นกลางใบมีขน
ดอก คล้ายไข่ดาว ดอกสีขาวหรือขาวนวล ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวตามง่ามใบ ก้านดอกยาว มีกลิ่นหอม กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมี 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก สีเหลือง อยู่กลางดอก แต่มีเกสรตัวเมียเพียงอันเดียว
ผล ค่อนข้างกลม เปลือกแข็ง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-3 ซม. ผลแก่สีน้ำตาลเข้ม และแตกออกตามรอยประสานเป็น 4-5 ส่วน แต่ละส่วนมีเมล็ด 4-5 เมล็ด[2]
การกระจายพันธุ์
[แก้]พบมีการกระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้างในป่า กระจัดกระจายทั่วประเทศไทย พบมากในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งหรือป่าดิบเขาที่ระดับความสูง 2,000 เมตร และป่าเบญจพรรณทั่วไปตามเขาที่ระดับความสูงประมาณ 600 เมตร พบมากทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศไทย [3] มีการขยายพันธุ์ โดยเมล็ด[4]
ประโยชน์
[แก้]เปลือก มีสีเทาใช้เป็นสีผสมอาหาร เปลือกต้นมีพิษทำให้คัน ชาวกะเหรี่ยงใช้เนื้อไม้ทำฟืน ทำรั้ว[5] เนื้อไม้ ใช้ทำฟืนสำหรับนึ่งเมี่ยง มีสีน้ำตาลอมแดง มีเสี้ยนละเอียดสีขาว ใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือนทำพื้นบ้าน ฝาและกระดานได้ดี เปลือกต้นใช่แต่งกลิ่นธูป เบือปลา[6]
สรรพคุณทางยา
[แก้]ต้นและราก ต้มน้ำดื่มรักษาโรคนิ่ว ใบสด ใช้แก้ท้องร่วง ดอก แก้ขัดเบา, ลมบ้าหมู, ลมชัก
อ้างอิง
[แก้]- ↑ .E-herbarium
- ↑ .ระบบสืบค้นข้อมูล องค์การสวนพฤกษศาสตร์
- ↑ [ลิงก์เสีย].พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง)
- ↑ [ลิงก์เสีย].พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง)
- ↑ ขวัญฤทัย คำฝาเชื้อ 2551 พฤกษศาสตร์พื้นบ้านของชาวกะเหรี่ยง ที่ตำบลบ้านจันทร์และแจ่มหลวง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ วิทยานิพนธ์ (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่271 หน้า ดูฉบับเต็ม เก็บถาวร 2021-06-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ [ลิงก์เสีย].BIOBANG