มังกรหยก (ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2537)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความนี้กล่าวถึงละครโทรทัศน์ที่ออกอากาศในปี พ.ศ. 2537 สำหรับละครโทรทัศน์มังกรหยกชุดก่อนหน้านี้ ดูที่ มังกรหยก (ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2526) สำหรับความหมายอื่น ดูที่ มังกรหยก (แก้ความกำกวม)
มังกรหยก
The Legend of the Condor Heroes
The Legend of the Condor Heroes (1994 TV series).jpg
ปกดีวีดี
ประเภทWuxia
เขียนโดยกิมย้ง (แบบดั้งเดิม)
หว่อง กัวไฟ
กำกับโดยเหลียง ตักหว่า
หยวน หมิงหมิง
ล่าม กินหลง
หยุน ไหว่ยี่
กง กัมหง
เล่า กัวโห
ล่าม ดิกออน (กำกับฉากต่อสู้)
แสดงนำจาง จื้อหลิน
จู อิน
หลอ เจียเหลียง
กวน เป่าฮุย
ผู้ประพันธ์
ดนตรีท้องเรื่อง
โจเซฟ กู่
หัง คิงไฟ่
ดนตรีเปิดJuet Sai Juet Chiu (絕世絕招) ขับร้องโดย จาง จื้อหลิน และ อู๋ เชี่ยนเหลียน
ดนตรีปิดNan Tak Wu Tou (難得糊塗) ขับร้องโดย จาง จื้อหลิน
ประเทศแหล่งกำเนิดฮ่องกง
ภาษาต้นฉบับกวางตุ้ง
จำนวนตอน35
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารหลี่ ทิมฉิง
สถานที่ถ่ายทำHong Kong
ความยาวตอน60 นาที
บริษัทผู้ผลิตTVB
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องTVB Jade (จีน)
ช่อง 3 แฟมิลี่ (ไทย)
แบบภาพ576i (SDTV)
แบบเสียงStereo
การออกอากาศแรกOctober 3 – December 2, 1994
ลำดับเวลา
รายการที่เกี่ยวข้องมังกรหยก ตอน กำเนิดเอี้ยก้วย (1995)

มังกรหยก ภาค1 (อังกฤษ: The Legend of conder heroes) หรือ มังกรหยก ตอน กำเนิดก๊วยเจ๋ง เป็นละครโทรทัศน์ที่กล่าวถึงเรื่องราวของวรรณกรรมชิ้นเอกของ กิมย้ง เรื่อง มังกรหยก นำแสดงโดย จาง จื้อหลิน, จู อิน, หลอ เจียเหลียง, กวน เป่าฮุย, หลิน เจียหัว, เจิ้ง เหว่ยฉวน ออกอากาศทางช่อง TVB ในประเทศฮ่องกง เป็นเวอร์ชันที่ไม่ค่อยดัง เพราะตอนที่ออนแอร์ละครชุดนี้ ปรากฏว่าเรตติ้งไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร สาเหตุเพราะผู้ชมละครส่วนใหญ่ ยังคงประทับใจ กับเวอร์ชันเก่า มังกรหยก ภาค1(2526) อยู่มาก.[1] ส่วนในประเทศไทย เคยออกอากาศทางช่อง 3มาแล้วครั้งหนึ่ง ในปัจจุบันก็ยังกลับมาออกอากาศใหม่ในช่อง 3 แฟมิลี่ โดยออกอากาศในวันจันทร์- ศุกร์ เวลา 15.30 น.

เนื้อเรื่อง[แก้]

ครอบครัวสกุลก๊วยและสกุลเอี้ยถูกกวาดล้างจนบ้านแตก ก๊วยเจ๋งทายาทคนเดียวของสกุลก๊วยเติบโตเป็นหนุ่ม ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธจากเจ็ดผู้กล้าแห่งกังหนำ. เขาได้พบกับอึ้งย้ง ทั้งสองให้คำมั่นสัญญาในการจะเป็นคู่ชีวิต อีกทั้งยังร่วมผจญภัยในยุทธภพ ครั้งหนึ่งก๊วยเจ๋งได้รับการถ่ายทอดวิชาจากอั้งฉิกกง และได้รับคัมภีร์นพเก้าจากจิวแป๊ะทง ทำให้เขามีวิทยายุทธสูงล้ำยิ่งขึ้น

ส่วนเอี้ยคัง ทายาทสกุลเอี้ยได้รับการเลี้ยงดูจากประมุขแห่งเมืองกิม ทั้งเอี้ยคังและก๊วยเจ๋งได้รู้จักกัน และสืบรู้ว่าประมุขแห่งเมืองกิมนั้มคือฆาตกรที่สังหารครอบครัวสกุลก๊วยและสกุลเอี้ย แต่ทว่าเอี้ยคังเห็นแก่ลาภยศ ยอมเป็นลูกของศัตรูที่ฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า เอี้ยคังบังเอิญได้รู้ว่า ก๊วยเจ๋งมีคัมภีร์นพเก้าและคัมภีร์เยี่ยมยุทธ จึงร่วมมือกับ อาวเอี๊ยงฮงแย่งชิงคัมภีร์ทั้งสองเล่มจากก๊วยเจ๋ง โดยกำจัดเจ็ดผู้กล้าแห่งกังหนำ ซึ่งเป็นอาจารย์ของก๊วยเจ๋ง แล้วป้ายความผิดให้อึ้งเอี๊ยะซือ เพื่อก๊วยเจ๋งและอึ้งเอี๊ยะซือจะได้เข่นฆ่ากันเอง จนเป็นเหตุให้ก๊วยเจ๋งเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ขณะเดียวกัน การประลองยุทธที่เขาหัวซานใกล้มาถึง ทุกคนในยุทธภพต่างวางแผนที่จะแย่งชิงคัมภีร์ล้ำค่าทั้งสองเล่ม เป็นเหตุให้ก๊วยเจ๋งตกเป็นเป้าหมายที่ทุกคนต้องการ[2]

นักแสดงนำ[แก้]

บทวิจารณ์[แก้]

ตอนออกฉายที่ฮ่องกง เวอร์ชัน "มังกรหยก (2537)" ถูกผู้ชมละครและสื่อต่างๆ วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชันเก่าที่โด่งดังมาก "มังกรหยก (2526)" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บทวิจารณ์ โดย จางงี้[แก้]

ถ้าพูดถึง “ก๊วยเจ๋ง” แล้ว เชื่อได้ว่าคอหนังจีนขนานแท้ ไม่มีใครไม่รู้จักตัวละครตัวนี้และสำหรับ จางจื้อหลิน นั้นนับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีของเขาที่ได้รับเลือกให้มารับบทเด่นจากบทประพันธ์อันเลื่องชื่อของกิมย้งเลยทีเดียว ซึ่งใครๆ ก็เชื่อว่าคนที่ได้รับบท “ก๊วยเจ๋ง” ต้องดังเป็นพลุแตกแน่นอน แต่ก็อีกนั่นแหละ บนความโชคดีก็ยังมีความโชคร้ายอยู่ด้วย อาจเนื่องมาจากในตอนนั้นผู้ชมยังคงติดภาพ “ก๊วยเจ๋ง” ที่นำแสดงโดย หวงเย่อหัว ซึ่งนับได้ว่าเป็นดาราเจ้าบทบาทคนหนึ่งและเข้าวงการก่อน จางจื้อหลิน จึงยังถือได้ว่าแม้จางจื้อหลินจะมีโอกาสได้รับบทบาทที่ดี แต่เขาก็ต้องทำการบ้านหนักพอสมควรเลยทีเดียวที่จะทำให้ “ก๊วยเจ๋ง” โดย จางจื้อหลิน เข้าไปอยู่ในใจของผู้ชมได้ สำหรับ จางจื้อหลิน ที่แสดงในเรื่องนี้นั้นนับได้ว่าเป็นน้องใหม่ที่สามารถแจ้งเกิดในวงการบันเทิงจีนได้ดีทีเดียว เพราะจากบทบาทที่เขาได้รับ เขาสามารถสื่อสารภาพของ “ก๊วยเจ๋ง” ในบุคลิกของเขาเองได้ดี ไม่ว่าจะเป็นแสดงออกทางสีหน้า (ดูออกเลยว่า “ก๊วยเจ๋ง” เนี้ยเขาทึ่มและออกจะซื่อบื้อเสียจริงๆ) หรือท่าทาง (การแสดงออกในเรื่องวิทยายุทธ์ที่เขามี สื่อได้ชัดเจนว่าช่วงใดที่เขาไม่รู้วิทยายุทธ์ หรือตอนใดที่วิทยายุทธ์เขาแกร่งกล้า สื่อสารได้ชัดเจนถึงความสามารถที่ “ก๊วยเจ๋ง” มีตามท้องเรื่อง) แต่ยังดี “จูอิน” ที่รับบทเป็น “อึ้งย้ง” สามารถช่วยรับส่งลูกเล่นในการแสดงให้สามารถเข้าถึงผู้ชมได้บ้าง แต่ถ้าจะให้มองอีกมุมหนึ่งสำหรับ จางจื้อหลิน ก็ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในช่วงนั้นสมัยนั้นคงยังไม่มีใครกล่าวขวัญหรือพูดถึงจางจื้อหลินให้เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เพราะโดยมากแล้วเขารู้จักความเป็น “ก๊วยเจ๋ง” มากกว่าความเป็น “จางจื้อหลิน” อยู่นั่นเอง ซึ่งถ้าจะให้นับกันว่าระดับการพัฒนาในการแสดงของเขานั้นเต็ม 10 อาจยังได้แค่ 6 หรืออาจเป็นเพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังจีนกำลังภายในเรื่องที่ 2 ที่เขาได้รับ จึงอาจยังไม่เห็นระดับการพัฒนาของเขาได้อย่างเด่นชัดนัก คะแนนได้ 6 เต็ม10[ต้องการอ้างอิง]

บทวิจารณ์ โดย หลินกุเหนียง[แก้]

1."วิจารณ์ด้านบทและการดำเนินเรื่อง"

"มังกรหยก 2537" เวอร์ชัน จางจื้อหลิน และ จูอิน ถ้านำมาเปรียบเทียบกับเวอรชันเก่า "มังกรหยก 2526" เวอร์ชันของ หวงเย่อหัว และ องเหม่ยหลิง แล้ว ถึงแม้ "มังกรหยก 2537" จะดำเนินเรื่องได้ตรงตามบทประพันธ์ของ "กิมย้ง" แทบทุกอย่าง แต่ด้านความสนุกตื่นเต้นยังไม่อาจสู้เวอร์ชัน "มังกรหยก 2526" ได้เลย ที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะ เราดู "มังกรหยก 2526" เป็นเวอร์ชันแรก ทำให้ผู้ชมได้ลุ้นสนุกตื่นเต้นกับการดำเนินเรื่องที่ยังไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน ถึงแม้ว่าเวอร์ชัน "มังกรหยก 2526" จะเขียนบทแตกต่างไปจากบทประพันธ์เดิมมากพอสมควร และเนื้อเรื่องบางปมก็มีการเสริมแต่งจนดูยืดยาดไปบ้าง แต่ความน่ารักน่าชังของคู่ พระ-นาง ก็ทำให้ลืมๆ ข้อเสียส่วนนี้ไปได้ง่ายๆ แต่พอมาดูเวอร์ชัน "มังกรหยก 2537" ซึ่งผู้ชมรู้เนื้อหาหมดแล้ว ทำให้ความสนุกลดลงเกือบครึ่ง แต่ข้อดีของ มังกรหยก 2537 คือ มีการดำเนินเรื่องได้รวดเร็ว กระชับฉับไว บทไม่ยืดยาด

2."วิจารณ์ด้านนักแสดง"

เป็นที่รู้ๆ กันว่า "มังกรหยก 2526" วางตัวนักแสดงได้ดีมากแทบทุกตัวละคร เหมือนถอดออกมาจากบทประพันธ์เป๊ะๆ แต่ในที่นี้จะวิจารณ์แค่คู่เอกกันค่ะ เวอร์ชัน "มังกรหยก 2526" หวงเย่อหัว นับว่าเป็นต้นแบบก๋วยเจ๋งในใจของผู้ชมไปซะแล้ว ใบหน้าเอ๋อๆ โง่ๆ บื้อๆ ท่าทางเกาหัวยิกๆ บ่งบอกว่ากำลังงง ติดตาคนดูละครไปแล้ว หาใครในบุคลิกนี้ได้ยาก ส่วน จางจื้อหลิน ใน เวอร์ชัน "มังกรหยก 2537" แม้จะหน้าตาหล่อเหลาน่ารักน่าเอ็นดู แต่ความโง่และความบื้อในตัวก๋วยเจ๋งยังฉายแสงได้ไม่เท่าหวงเย่อหัวเลยค่ะ จะว่าไปแล้ว ก๋วยเจ๋งจางจื้อหลินดูเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามที่สุภาพ อ่อนโยน มีคุณธรรมและน้ำใจ เหมาะเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆซะมากกว่า ส่วนบท "อึ้งย้ง" รู้สึกว่าไม่มีใครสวมบทได้ดีเท่า องเหม่ยหลิง อีกแล้ว อึ้งย้งที่มีความโหด ทะเล้น ทะลึ่ง สวย น่ารัก แสนงอน และขี้หึง องเหม่ยหลิงสวมวิญญาณอึ้งยึ้งบุตรีของมารบูรพาได้เป็นน่ารักเป็นธรรมชาติแทบไม่มีที่ติเลย ส่วน จูอิน ถึงแม้น่ารัก แต่ความน่ารักของเธอในบทอึ้งย้งดูจงใจทำให้น่ารักมากกว่า อย่างอากัปกิริยาจับเปียบ่อยๆของเธอสร้างความรำคาญตาให้ผู้ชมบางส่วนมาก จะว่าไปแล้วแอคติ้งการแสดงของเธอก็ดูเกินงามไม่เป็นธรรมชาตินัก แต่โดยรวมแล้ว "มังกรหยก 2537" ก็มีความสนุกในตัวเองถ้าไม่นำไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้านี้ ก๋วยเจ๋งที่รับบทโดย"หวงเย่อหัว" แม้จะติดตาว่าเค้าคือก๋วยเจ๋งมาก่อน แต่จางจื้อหลินก็ยังคงเป็นจางจื้อหลิน ไม่อาจติดภาพก๋วยเจ๋งมาได้ เรียกว่าเรื่องนี้จางจื้อหลินเสมอตัวไม่บวกและไม่ลบค่ะ วิจารณ์โดย "หลินกุเหนียง"[3]

ผลตอบรับ[แก้]

เนื่องจากผู้ชมละครและสื่อมากมาย ยังคงติดภาพอึ้งย้ง ในแบบฉบับของ "อง เหม่ยหลิง" อยู่มาก จึงเป็นสาเหตุทำให้ มังกรหยก เวอร์ชันนี้ ไม่สามารถ ทำลายเรตติ้ง เวอร์ชัน "มังกรหยก (2526)" โดยมังกรหยกเวอร์ชัน 2537 มีเรตติ้งรวม แค่ 32 จุด เท่านั้น (อ้างอิงจาก[4])และประสบความสำเร็จในระดับกลาง ๆ เมื่อออกฉายทั่วเอเชีย

อ้างอิง[แก้]

  1. Christopher (เผยแพร่: 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560). ""เปรียบเทียบ อึ้งย้ง 4 เวอร์ชัน"". โดย hket. สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561. Check date values in: |date= (help)
  2. เนื้อเรื่อง มังกรหยก จากเว็บไซต์ช่อง 3
  3. "รวมบทวิจารณ์ มังกรหยก 2537". โดย หลินอวี้. 29 กันยายน 2549. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 11, 2561.
  4. Xiibabby (เผยแพร่: 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551). "เรตติ้งละครชุด,ในปีพ.ศ. 2535 ~ 2550" (in Chinese). สืบค้นเมื่อ 2010-09-15. Check date values in: |date= (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]