มะกอกโคโรเนย์กี้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ไฟล์:ผลมะกอกโคโรเนย์กี้.jpg
ผลมะกอกโคโรเนย์กี้ที่สุกแล้ว

มะกอกโคโรเนย์กี้ หรือ มะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้ (ภาษาอังกฤษ: Koroneiki Olive / Greek Koroneiki Olive) คือ สายพันธุ์หนึ่งของต้นมะกอกที่มีปลูกอยู่แพร่หลายในประเทศกรีซ มีต้นกำเนิดอยู่ในแคว้นเมสซิเนีย (ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเพโลพอนนีส) ซึ่งมะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้นี้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิอากาศที่ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป จึงเหมาะสมกับการเจริญเติบโตในลักษณะเฉพาะของดิน และสภาพภูมิอากาศของประเทศกรีซ มะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้จึงมีปลูกอยู่แพร่หลาย มากถึง 50-60% ของพื้นที่ในประเทศกรีซ1 และเจริญเติบโตในประเทศกรีซมามากกว่า 3,000 ปี ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ อย่างไรก็ดีปัจจุบันมีการนิยมปลูกมะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในทวีปยุโรป และอเมริกา

การใช้ประโยชน์[แก้]

มะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้ ถูกยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งมะกอก” เนื่องจากพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีผลมะกอกเล็กกว่าสายพันธุ์อื่นๆหลายชนิด แต่กลับมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น สควาเลน และโพลีฟีนอลอยู่มาก2 ซึ่งกลุ่มสารอินทรีย์เหล่านี้สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์ได้อย่างยอดเยี่ยม มีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจ ลดระดับของคอลเลสเตอรอล (ภาษาอังกฤษ: Cholesterol) และ ไตรกลีเซอไรด์ (ภาษาอังกฤษ: Triglyceride) ในเส้นเลือด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยต้านแบคทีเรีย2,3 มะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้จึงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกโดยเฉพาะในแถบตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศที่นิยมการผลิตน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง เช่น น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (ภาษาอังกฤษ: Extra Virgin Olive Oil) ซึ่งเป็นที่นิยมนำมาใช้ในการบริโภค เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

นอกเหนือจากการนำมาบริโภคแล้ว น้ำมันมะกอกจากมะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้นี้ ยังเป็นที่นิยมในการนำมาบำรุงผิวพรรณ แต่เนื่องจากน้ำมันมะกอกจะมีความมันและอาจซึมสู่ผิวได้ยาก นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันต่างๆทั้งในยุโรป และเอเชีย ได้คิดค้นการสกัดเพียงสารต่อต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่เรียกว่า สควาเลน และโพลีฟีนอล จากน้ำมันมะกอกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้ ซึ่งมีความอ่อนโยงสูง ไม่ทำให้ระคายเคือง ไม่อุดตันรูขุมขน และสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระในชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี ด้วยลักษณะของสควาเลนที่มีความบางเบาและซึมไว ทำให้เหมาะกับการใช้ในการบำรุงผิวทุกวัน อีกทั้งยังเป็นเคล็ดลับความสวยงามของผู้หญิงในแถบตะวันตกอีกด้วย

ฤดูการเก็บเกี่ยว[แก้]

โดยส่วนมากฤดูการเก็บเกี่ยวของผลมะกอกกรีกสายพันธุ์โคโรเนย์กี้มักเริ่มในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผลมะกอกกรีกชนิดนี้กำลังสุก และเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวอ่อนเป็นสีม่วง หรือสีม่วงดำ อย่างไรก็ดีในบางพื้นที่ฤดูการเก็บเกี่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมซึ่งผลมะกอกยังไม่สุกดี และมีสีเขียวอ่อน ซึ่งสีของผลมะกอกบ่งบอกถึงความสุกมากน้อย และส่งผลกับรสชาติเช่นเดียวกับผลไม้ชนิดอื่นๆ

อ้างอิง[แก้]

1 World Catalogue of Olive Varieties, International Olive Council, 2000, p. 95, ISBN 978-84-931663-1-1 2 Kalogeropoulos, N., Tsimidou M. Z. (2014), Antioxidants of Greek Virgin Olive Oils, Antioxidants, 3, 387-413, ISSN 2076-3921 3 Paul M. Vossen (2007), Organic Olive Production Manual, UCANR Publications, pp. 9, 32, ISBN 978-1-60107-440-9