มหาวิหารแร็งส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Logo monument classe.svg อาสนวิหารแม่พระแห่งแร็งส์
Cathédrale Notre-Dame de Reims

Cathedral of Our Lady of Reims

ทัศนียภาพด้านหน้า
ทัศนียภาพด้านหน้า
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ อาสนวิหาร
นิกาย โรมันคาทอลิก
ที่ตั้ง แร็งส์ จังหวัดมาร์น
ประเทศ Flag of France.svg ประเทศฝรั่งเศส
การก่อสร้าง
ปัจจุบัน ค.ศ. 1211
สร้างเสร็จ ค.ศ. 1275
แบบสถาปัตยกรรม กอธิก
สูง 87 เมตร (290 ฟุต)(บริเวณยอดสูงสุด)
ทางเดินกลาง กว้าง 14.65 เมตร (48.1 ฟุต)
สูง 38 เมตร (120 ฟุต)
แขนกางเขน ยาว 61 เมตร (200 ฟุต)
กว้าง 30.7 เมตร (101 ฟุต)
ขนาด ยาว 149.17 เมตร (489.4 ฟุต)
กว้าง 30.65 เมตร (100.6 ฟุต)
อื่นๆ หอคู่สูง81.5 เมตร (267 ฟุต)
แบบผัง กางเขน
พื้นที่ 6,650 ตารางเมตร
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 49°15′13″N 4°02′02″E / 49.25361°N 4.03389°E / 49.25361; 4.03389
เว็บไซต์ http://www.cathedrale-reims.com/
หมายเหตุ Logo monument classe.svg อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์(ค.ศ. 1862)
World Heritage logo.png มรดกโลก (ค.ศ.1991)


มหาวิหารนอเทรอ-ดาม, แอบบีแซ็ง-เรอมีเก่า และพระราชวังโต เมืองแร็งส์ *
Reims Cathedrale Notre Dame 001.JPG
มหาวิหารแร็งส์
ประเทศ ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา (i) (ii) (vi)
ประวัติการจดทะเบียน
จดทะเบียน 1991 (คณะกรรมการสมัยที่ 15)

มหาวิหารแร็งส์ (อังกฤษ: Reims Cathedral) หรือชื่อทางการว่า กาเตดราลนอเทรอ-ดามเดอแร็งส์[1] (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame de Reims) เป็นอาสนวิหารสำคัญของเมืองแร็งส์ จังหวัดมาร์น ประเทศฝรั่งเศส ที่เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนฐานของวิหารเดิมที่ถูกเพลิงไหม้ไปเมื่อค.ศ. 1211 โดยคาดการณ์ว่าวิหารเดิมนั้นมีอายุราวช่วงปีค.ศ. 400 อาสนวิหารเป็นที่ตั้งของอัครมุขมณฑลแห่งแร็งส์

มหาวิหารแร็งส์เป็นสถานที่ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี (St. Remi) บาทหลวงของเมืองแร็งส์เมื่อค.ศ. 496

การก่อสร้าง[แก้]

มหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ยกเว้นด้านหน้าซึ่งมาเสร็จเอาอีกศตวรรษหนึ่งต่อมา แต่ยังเป็นสถาปัตยกรรมของคริสต์ศตวรรษที่ 13 ทางเดินกลางขยายให้ยาวขึ้นเพื่อให้มีเนื้อที่เพียงพอกับผู้ที่เข้าร่วมพิธีสวมมงกุฎ หอสูง 81 เมตรย่อจากแบบเดิมที่ออกแบบให้สูง 120 เมตร หอด้านใต้มีระฆังสองใบ ใบหนึ่งคาร์ดินาลแห่งลอเรนตั้งชื่อให้ว่า “ชาร์ลอต” เมื่อปีค.ศ. 1570 ซึ่งหนักกว่า 10,000 กิโลกรัมหรือ 11 ตัน

เมื่อปี ค.ศ. 1875 รัฐสภาแห่งประเทศฝรั่งเศสอนุมัติเงินจำนวน 80,000 ปอนด์เพื่อปฏิสังขรณ์ด้านหน้ามหาวิหาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของมหาวิหาร และนับว่าเป็นงานฝีมือชิ้นเอกจากยุคกลาง เมื่อมหาวิหารโดนระเบิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็ได้ทำลายบริเวณสำคัญๆ ของมหาวิหารไปมาก การบูรณปฏิสังขรณ์เริ่มอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1919 และมาเสร็จเมื่อในปี ค.ศ. 1938 โดยงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ แต่การบูรณะก็ยังทำต่อเนื่องกันมาโดยมิได้หยุดยั้งจนทุกวันนี้

ภายนอก[แก้]

ระเบิดลงที่มหาวิหารเมื่อประมาณปีค.ศ. 1918 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
คูหาสวดมนต์หลังวัดแบบดาวกระจายฝั่งทิศตะวันออก

ประตูทางเข้าด้านหน้ามีสามบาน แต่ละบานเต็มไปด้วยรูปปั้นทั้งใหญ่และเล็กประดับ ประตูกลางอุทิศให้กับพระแม่มารี เหนือประตูแทนที่จะเป็นหน้าบันหินแกะสลัก กลับเป็นกระจกโรซาสกรอบประตูเป็นซุ้มโค้งที่ประกอบไปด้วยรูปปั้น เหนือระดับประตูเป็นระเบียงตรงกลาง และด้านล่างเหนือประตูจะมีหน้าต่างกุหลาบบานใหญ่อีกบานหนึ่ง ถัดขึ้นไปจากนั้นเป็นระเบียงรูปปั้นพระเจ้าแผ่นดิน (gallery of the kings) ซึ่งมีรูปปั้นพระเจ้าโคลวิสที่ 1 รับศึลจุ่มอยู่ตรงกลาง

ด้านหน้าทางแขนกางเขนด้านเหนือและใต้ตกแต่งด้วยรูปปั้น ทางด้านเหนือเป็นบาทหลวงของแร็งส์ และการตัดสินครั้งสุดท้าย (Last Judgment) และรูป “พระเยซูผู้งดงาม” (“le Beau Dieu”) ทางด้านใต้เป็นหน้าต่างกุหลาบสมัยใหม่เรื่องศาสดาและสาวก 12 องค์ เมื่อปี ค.ศ. 1481 ไฟไหม้หลังคาวัดและทำลายหอคอยสี่หอที่สูงกว่าหลังคาจนราบลงมาแค่ระดับหลังคา เหนือบริเวณสงฆ์ขึ้นไปเป็นหอระฆังไม้หุ้มด้วยตะกั่วสูง 18 เมตรสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 และซ่อมเมื่อปี ค.ศ. 1920

ภายใน[แก้]

ทางเดินกลางของมหาวิหารยาว 138.75 เมตร กว้าง 30 เมตร สูง 38 เมตร ทางเดินกลางขนาบด้ายทางเดินข้าง แขนกางเขนก็เป็นทางเดินหลายช่อง บริเวณสงฆ์เป็นทางเดินคู่ หลังมุขมีทางเดินรอบ และคูหาสวดมนต์กระจายออกไปทางด้านหลัง ภายในมีหน้าต่างประดับกระจกสีที่สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 20 ประดับ

นอกจากนั้นทางมหาวิหารยังมีพรมทอแขวนผนัง (tapestries) ชุดที่มีค่าที่สุดถวายให้แก่วัดโดยรอแบร์ เดอ เลนงกอร์ (Robert de Lenoncourt) ผู้เป็นอัครบาทหลวงในสมัยพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 เป็นเรื่องพระแม่มารี ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่วังเทา (Palace of Tau) ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับของบาทหลวง ทางด้านเหนือแขนกางเขนมีออร์แกนในตู้แบบกอธิควิจิตร (Flamboyant Gothic) นาฬิกาที่ตกแต่งด้วยกลไกที่สวยงาม และงานหน้าต่างประดับกระจกสีโดยศิลปินมีชื่อเสียงชาวรัสเซีย มาร์ค ชากาล (Marc Chagall) ที่ติดตั้งเมื่อ ค.ศ. 1974

มหาวิหารแร็งส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1862

มหาวิหารแร็งส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1991

<clr>

อ้างอิง[แก้]

  1. Sacred-destinations.com: Reims Cathedral - Reims, France[www.sacred-destinations.com/france/reims-cathedral.htm]

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

สมุดภาพ[แก้]