มหาวิบัติสงคราม Z

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มหาวิบัติสงคราม Z
โปสเตอร์ภาษาไทย
กำกับมาร์ก ฟอร์สเตอร์
อำนวยการสร้างแบรด พิตต์
ดีดี การ์ดเนอร์
เจเรมี่ ไคลเนอร์
เอียน ไบรซ์
เขียนบทแมททิว ไมเคิล คาร์นาแฮน
ดรูว์ กอดดาร์ด
เดมอน ลินเดลอฟ
เขียนเรื่องแมททิว ไมเคิล คาร์นาแฮน
เจ. ไมเคิล สแตรคซินสกี
เค้าโครงจากWorld War Z
โดย แม็กซ์ บรูกส์
นำแสดงแบรด พิตต์
มิเรียล อีนอส
เจมส์ แบดจ์ เดล
เดวิด มอร์ส
ดนตรีประกอบมาร์โค เบลเทรมี
กำกับภาพเบน เซเรซิน
ตัดต่อโรเจอร์ บาร์ตัน
แมท เชสส์
ค่ายSkydance Productions
Hemisphere Media Capital
GK Films
Plan B Entertainment
2DUX²
จำหน่าย/เผยแพร่Paramount Pictures
ฉาย2 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (ลอนดอน)
20 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (ไทย)
21 มิถุนายน พ.ศ. 2556 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว116 นาที
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1]
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

มหาวิบัติสงคราม Z (อังกฤษ: World War Z) เป็นภาพยนตร์แนวบันเทิงคดีพยากรณ์และสยองขวัญ กำกับโดย มาร์ก ฟอร์สเตอร์ เขียนบทโดย แมททิว ไมเคิล คาร์นาแฮน โดยอิงจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ที่เขียนโดย แม็กซ์ บรูกส์ นำแสดงโดยแบรด พิตต์ ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556[2]

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลแซทเทิร์น สาขาภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2557[3]

เรื่องย่อ[แก้]

เกิดการระบาดของซอมบี้ในเขตเมืองทั่วโลก โดยผู้ที่ถูกซอมบี้กัดจะกลายเป็นซอมบี้ภายในเวลา 12 วินาที อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหประชาชาติ (UN) เจอร์รี เลนกับภรรยาและลูกสาว 2 คนหนีการระบาดในฟิลาเดลเฟียไปหลบภัยกับครอบครัวหนึ่งในนวร์กเพื่อรอลี้ภัยต่อไป วันต่อมา ครอบครัวที่เจอร์รีหลบภัยด้วยติดเชื้อซอมบี้ เจอร์รีและครอบครัวพร้อมด้วยทอมมี บุตรชายของครอบครัวนั้นหลบหนีขี้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่ฝูงเรือรบที่จอดอยู่นอกชายฝั่งรัฐนิวยอร์ก ซึ่งรองเลขาธิการสหประชาชาติและเพื่อนเก่าของเจอร์รี เทียร์รี อูมูโตนี ใช้ลี้ภัยและดูแลผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ

เมื่อนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการระบาดเริ่มที่เกาหลีใต้ ทีมนาวิกโยธินสหรัฐและเจอร์รีที่ถูกบังคับให้ร่วมภารกิจถูกส่งไปที่ค่ายฮัมฟรีส์ในพย็องแท็ก เจอร์รีพบว่าแพทย์ชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อคล้ายกับโรคพิษสุนัขบ้าหลังถูกทหารที่ป่วยกัดและพบกับอดีตเจ้าหน้าที่ CIA ที่บอกว่าตอนนี้อิสราเอลรับมือกับการระบาดด้วยการสร้างกำแพงขนาดใหญ่รอบกรุงเยรูซาเลม เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังแนะนำให้เจอร์รีไปที่นั่นเพื่อพบกับเจ้าหน้าที่มอสสาด เจอร์เกน วอร์มบันน์

เจอร์รีเดินทางไปที่เยรูซาเลมเพื่อพบกับวอร์มบันน์ วอร์มบันน์บอกว่าเขาได้รับข้อความจากกองทัพอินเดียซึ่งรายงานว่ากำลังต่อสู้กับ "รากษส" หรืออมนุษย์จำพวกหนึ่งในตำนานฮินดู วอร์มบันน์และทีมงานจึงเสนอให้รัฐบาลสร้างกำแพงขนาดใหญ่ไว้ป้องกันตนเอง เมื่อฝูงซอมบี้บุกข้ามกำแพงมาได้ เจอร์รีและทหารอิสราเอลรีบหาทางหนี เจอร์รีสังเกตเห็นว่าซอมบี้ไม่โจมตีคนชราและคนที่ร่างกายอ่อนแอ เจอร์รีและทหารอิสราเอลนายหนึ่งนามว่า ซีเกน หนีขึ้นเครื่องบินได้สำเร็จ

เจอร์รีพยายามรวบรวมข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดเพื่อหาทางรับมือ เขาติดต่ออูมูโตนีเพื่อแจ้งนักบินให้ลงจอดที่คาร์ดิฟฟ์ ซึ่งมีศูนย์วิจัยท้องถิ่นขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อใกล้ถึงที่หมาย เจอร์รีพบว่ามีการระบาดของซอมบี้บนเครื่อง เขาจึงใช้ระเบิดมือเพื่อกำจัดซอมบี้แต่ก็ทำให้เครื่องบินตก เจอร์รีและซีเกนรอดชีวิตและเดินทางไปที่ศูนย์วิจัยของ WHO ก่อนที่เจอร์รีจะหมดสติไป

เมื่อเจอร์รีฟื้นในอีกหลายวันต่อมา เขาติดต่ออูมูโตนีเพื่อให้ยืนยันตัวเขากับเจ้าหน้าที่ WHO อูมูโตนีบอกว่าครอบครัวของเจอร์รีถูกส่งไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยบนแผ่นดินใหญ่แล้ว เจอร์รีอธิบายสมมติฐานของเขาว่าซอมบี้ไม่โจมตีคนที่ป่วย จึงน่าจะใช้วิธีฉีดเชื้อโรคที่รักษาได้ใส่ตัวเองเพื่อพรางตัวจากซอมบี้ เจ้าหน้าที่ WHO เห็นด้วยและบอกว่าตัวอย่างเชื้ออยู่ในห้องปฏิบัติการที่ตอนนี้เต็มไปด้วยซอมบี้ เจอร์รี ซีเกนและเจ้าหน้าที่ WHO คนหนึ่งลอบเข้าไปในห้องปฏิบัติการนั้นแต่ซอมบี้รู้ตัว ซีเกนและเจ้าหน้าที่ WHO คนนั้นหลบหนีไปได้ ส่วนเจอร์รีติดอยู่ในห้องเก็บตัวอย่างเชื้อโดยมีซอมบี้ตัวหนึ่งดักอยู่หน้าทางออก เจอร์รีเสี่ยงฉีดเชื้อโรคชนิดหนึ่งแล้วเดินไปยังทางออกโดยซอมบี้ตัวนั้นไม่ทำร้ายเขา จึงเป็นการพิสูจน์ว่าสมมติฐานของเจอร์รีถูกต้อง เจอร์รีเดินผ่านซอมบี้กลับไปหาคนอื่น ๆ โดยไม่ถูกทำร้ายพร้อมกับตัวอย่างเชื้อ ตัวเขาได้รับการรักษาในเวลาต่อมา

ต่อมาเจอร์รีและซีเกนเดินทางไปที่ค่ายผู้ลี้ภัยในโนวาสโกเชียเพื่อพบกับครอบครัว เจอร์รีกล่าวว่ามนุษย์พบวิธีต่อสู้และรักษาซอมบี้ด้วยวิธีฉีดเชื้อโรคที่รักษาได้ใส่ตัวเองเพื่อพรางตัว แต่ถึงกระนั้น การระบาดของซอมบี้ก็ยังไม่สิ้นสุด (ปารีสและเวนิสถูกซอมบี้ยึดครอง ในขณะที่มนุษย์และซอมบี้สู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงกรุงมอสโก)

นักแสดง[แก้]

  • แบรด พิตต์ รับบท เจอร์รี เลน อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหประชาชาติ
  • มิเรียล อีนอส รับบท คาริน เลน ภรรยาของเจอร์รี
  • ดาเนียลา เคอร์เทซ รับบท ซีเกน ทหารอิสราเอล
  • ฟานา โมโคเอนา รับบท เทียร์รี อูมูโตนี รองเลขาธิการสหประชาชาติ
  • ลูดี โบเกน รับบท เจอร์เกน วอร์มบรันน์ หัวหน้าสถาบันข่าวกรองและปฏิบัติการพิเศษแห่งอิสราเอล (Mossad)
  • เจมส์ แบดจ์ เดล รับบท ร้อยเอกสปีก เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษสหรัฐ
  • อบิเกล ฮาร์โกรฟ รับบท เรเชล เลน ลูกสาวคนโตของเจอร์รีและคาริน
  • สเตอร์ลิง เจอรินส์ รับบทเป็น คอนสแตนซ์ เลน ลูกสาวคนเล็กของเจอร์รีและคาริน

ภาคต่อ[แก้]

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 พาราเมาต์พิกเจอส์ประกาศว่าภาคต่อของ มหาวิบัติสงคราม Z มีกำหนดฉายวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560[4] โดยควน อันโตเนียว บาโญนาจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ แต่ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2559 มีรายงานว่าบาโญนาถอนตัวเนื่องจากติดงานอื่น[5] ต่อมาในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 พาราเมาต์ประกาศว่าเดวิด ฟินเชอร์จะมาทำหน้าที่กำกับ พร้อมกับแบรด พิตต์ที่กลับมารับบทเดิม[6] การถ่ายทำจะเริ่มในช่วงฤดูใบไม้ร่วง พ.ศ. 2561[7] แต่ภายหลังมีรายงานว่าการถ่ายทำจะยังไม่เริ่มในปี พ.ศ. 2561 เนื่องจากฟินเชอร์ติดงานซีรีส์โทรทัศน์ Mindhunter[8] อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 พาราเมาต์พิกเจอส์ประกาศว่าภาคต่อของ มหาวิบัติสงคราม Z ถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. "World War Z". Box Office Mojo. Amazon.com. 2013-06-23. สืบค้นเมื่อ 2013-09-06.
  2. มหาวิบัติสงคราม Z -- Major Cineplex
  3. “BIG” winners at the 40th Annual Saturn Awards! - Fangoria
  4. ‘World War Z 2′ Commences In Summer 2017
  5. Ryan Parker, Borys Kit (January 11, 2016). "Juan Antonio Bayona Out as 'World War Z' Sequel Director". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ January 12, 2016.
  6. http://movieweb.com/world-war-z-2-david-fincher-director-confirmed/
  7. https://twitter.com/krolljvar/status/969029256943566848
  8. Chitwood, Adam (19 April 2018). "'World War Z 2' Won't Be Shooting This Year as Fincher Focuses on 'Mindhunter'". Collider. สืบค้นเมื่อ 9 May 2018.
  9. "World War Z โปรเจกต์ภาคต่อหนังซอมบี้ฟอร์มยักษ์ของ Brad Pitt และ David Fincher ถูกยกเลิก!". The Standard. February 7, 2019. สืบค้นเมื่อ February 19, 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]