มหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซิน
Universität Duisburg-Essen
Uni Duisburg.png
คติพจน์ Wissenschaft an Rhein und Ruhr
คติพจน์อังกฤษ Art and Science on the Rhine and the Ruhr
สถาปนา

1 มกราคม ค.ศ. 2003

(มหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิม ค.ศ. 1654 )
ประเภท มหาวิทยาลัยรัฐ
ทุนทรัพย์ €426.7 ล้าน [1]
อธิการบดี Dr. Rainer Ambrosy
พระอธิการ Prof. Dr. Ulrich Radtke
จำนวนอาจารย์ 419 คน (ค.ศ. 2009)
จำนวนเจ้าหน้าที่ 4,285 คน
จำนวนผู้ศึกษา 31,005 คน (ค.ศ. 2009)
ที่ตั้ง ดืสบูร์กและเอสเซิน, นอร์ดไรน์-เวสต์ฟาเลน, ธงของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เยอรมนี พิกัดภูมิศาสตร์: 51°27′50″N 7°00′22″E / 51.46389°N 7.00611°E / 51.46389; 7.00611
วิทยาเขต เขตเมืองและชานเมือง
สีประจำสถาบัน น้ำเงิน และ ขาว         
เครือข่าย UAMR - University Alliance Metropolis Ruhr [2], DAAD, DFG, IRUN
เว็บไซต์ www.uni-duisburg-essen.de


มหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซิน (เยอรมัน: Universität Duisburg-Essen, Uni-DUE; อังกฤษ: University of Duisburg-Essen) เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่งในรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน ประเทศเยอรมนี เป็นมหาวิทยาลัยที่แบ่งเป็นสองวิทยาเขตคือ วิทยาเขตเมืองดืสบูร์กและวิทยาเขตเมืองเอสเซิน

ประวัติมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซินนั้นมีประวัติที่น่าสนใจและน่าสับสนอยู่ไม่น้อยเพราะมีการย้ายที่ การรวมมหาวิทยาลัย และเปลี่ยนชื่ออยู่เป็นระยะๆ โดยประวัติของมหาวิทยาลัยโดยสังเขปเป็นไปดังต่อไปนี้ [1]

มหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิม[แก้]

ประวัติของมหาวิทยาลัยนั้นย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1655 โดยเจ้าชายของอาณาจักรนาสเซา-ซีเก็น (Nassau-Siegen) นามว่าโยฮัน โมริทซ์ (Johann Moritz Fürst von Nassau-Siegen) เป็นผู้ก่อนตั้งมหาวิทยาลัยแรกขึ่นในดืสบูร์ก ทว่าในช่วงปีค.ศ. 1798 หลังปฏิวัติของฝรั่งเศส พื้นที่ในเขตไรน์ลันด์ (Rheinland) ถูกฝรั่งเศสครอบครองและทำให้มหาวิทยาลัยทั้งหมดในเขตนี้ต้องปิดไป ต่อมาในปีค.ศ. 1818 มหาวิทยาลัยในเขตไรน์ลันด์ได้ถูกเปิดขึ้นใหม่อีกครั้งโดยใช้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยไรน์ (Rhein-Universität) ทว่าเป็นการยุบรวมมหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิม มหาวิทยาลัยโคโลนญ์เดิม และมหาวิทยาลัยบอนน์เดิมเข้าไปไว้ด้วยกัน โดยเลือกเมืองบอนน์เป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยใหม่เพราะมีความเป็นกลางทางศาสนาในสมัยนั้นขณะที่เมืองโคโลนญ์เป็นคาทอลิคและดืสบูร์กเป็นโปรแตสแตนท์ โดยไม้คทาสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิมและทรัพยากรห้องสมุดส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิมถูกนำไปสร้างเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยไรน์ [1] ภายหลังเมื่อมีการสถาปนามหาวิทยาลัยดืสบูร์กใหม่ และมหาวิทยาลัยไรน์ได้เปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยบอนน์ (ใหม่) มหาวิทยาลัยดืสบูร์กได้มีการขอนำไม้คทาสัญลักษณ์และทรัพยากรบางส่วนคืนจากมหาวิทยาลัยบอนน์แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้ไม้คทาสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยดืสบูร์กยังอยู่ที่เมืองบอนน์จนถึงทุกวันนี้

มหาวิทยาลัยดืสบูร์กยุคต่อมา[แก้]

หลังจากการยุบรวมของมหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิม ก็เกิดวิทยาลัยขนาดเล็กๆหลายแห่งเกิดขึ้นในดืสบูร์ก และในปีค.ศ. 1891 Rheinisch-Westfälische Hüttenschule ได้ย้ายจากเมืองโบคุมมายังดืสบูร์กและในเวลาไม่นานก็เปลี่ยนชื่อเป็น Königlich-Preußischen Maschinenbau- und Hüttenschule หลังจากนั้นในปี 1938 วิทยาลัยนี้ก็ได้ใช้ชื่อว่าวิทยาลัยวิศวกรรม (Staatliche Ingenieurschule) ในปีค.ศ. 1960 วิทยาลัยครูแห่งเขตรัวห์ (Pädagogischen Hochschule Ruhr) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นในเมืองดืสบูร์ก และในปีค.ศ. 1972 วิทยาลัยครูแห่งเขตรัวห์และวิทยาลัยวิศวกรรมก็ได้รวมตัวกันเป็นมหาวิทยาลัยโดยใช้ชื่อ Gesamthochschule Duisburg ไม่นานหลังจากนั้นวิทยาลัยอื่นๆในดืสบูร์กก็ถูกรวมเข้ากับมหาวิทยาลัยนี้อีก จนกระทั่งในปี 1980 มหาวิทยาลัยนี้ก็ถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น Universität-Gesamthochschule Duisburg หลังจากนั้นในปี 1994 มหาวิทยาลัยดืสบูร์กได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Gerhard-Mercator-Universität เพื่อให้เกีรยติแก่นักสร้างแผนที่ผู้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกมหาวิทยาลัยดืสบูร์กเดิม และเป็นผู้คิดค้นระบบการสร้างแผนที่โลกที่ใช้กันในปัจจุบัน นามว่าแกร์ฮาร์ด เมอร์คาทอรส์ (Gerhard Mercator)

มหาวิทยาลัยเอสเซิน[แก้]

มหาวิทยาลัยเอสเซินนั้นเริ่มขึ้นจากการเป็นสถานีอนามัยเอสเซิน (Städtischen Krankenanstalten Essen) ซึ่งในปี 1963 นั้นถูกโอนไปให้เป็นสาขาวิชาหนึ่งของมหาวิทยาลัยมึนสเตอร์ (Westfälischen Wilhelms-Universität Münster) แต่ต่อมาอีกไม่นานสาขาวิชาทางการแพทย์นี้ก็ถูกเปลี่ยนไปสังกัดกับมหาวิทยาลัยโบคุม (Ruhr-Universität Bochum) ในปีค.ศ. 1972 มหาวิทยาลัยเอสเซิน (Universität-Gesamthochschule Essen) ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะต้องการเปลี่ยนย่านอุตสหกรรมเหล็กและถ่านหินเดิมให้กลายสถานศึกษาขั้นสูงของรัฐ และในปีเดียวกันนี้เองที่สถาบันการแพทย์จากมหาวิทยาลัยโบคุมได้โอนกลับมายังเมืองเอสเซินดังเดิมโดยสังกัดมหาวิทยาลัยเอสเซิน

มหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซิน[แก้]

มหาวิทยาลัยดืสบูร์กและมหาวิทยาลัยเอสเซินได้รวมกันในปีค.ศ. 2002 ภายใต้ชื่อใหม่ว่ามหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซิน (Universität Duisburg-Essen) ซึ่งการรวมกันของทั้งสองมหาวิทยาลัยนี้ทำให้ลดต้นทุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยทั้งสอง อีกทั้งยังทำให้ขยายศักยภาพและเพิ่มจำนวนสาขาวิชาให้กับมหาวิทยาลัย และสร้างความพร้อมในการเปิดหลักสูตรภาษาต่างชาติอีกด้วย ในช่วงแรกของการรวมมหาวิทยาลัยนั้นทางมหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซินได้เปิดสอนอยู่สี่สาขาวิชาหลัก คือสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรม และสาขาวิชาแพทยศาสตร์ โดยมีแผนที่จะให้แต่ละสาขาวิชาไปรวมกันอยู่ที่วิทยาเขตใดวิทยาเขตหนึ่งโดยไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน โดยวิทยาเขตเอสเซินจะเปิดสอนสาขาวิชาแพทยศาสตร์ และสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ส่วนวิทาเขตดืสบูร์กจะเปิดสาขาทางวิทยาศาสตร์ และสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ทว่าก็ยังมีข้อยกเว้นในบางสาขาวิชา เช่นวิศวกรรมโยธานั้นยังคงอยู่ที่เอสเซิน ภาควิชารัฐศาสตร์และภาควิชาสังคมศาสตร์นั้นอยู่ที่ดืสบูร์ก ด้วยเหตุของการรวมมหาวิทยาลัยนี้ทำให้มหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซินมีจำนวนห้องสมุดหลักอยู่ถึงหกแห่งกระจายในสองวิทยาเขต

หน่วยงาน[แก้]

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยดืสบูร์ก-เอสเซิน ประกอบด้วยหน่วยงานต่อไปนี้ [2]

คณะวิชา[แก้]

  • คณะมนุษยศาสตร์
  • คณะสังคมศาสตร์
  • คณะศึกษาศาสตร์
  • คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ
  • วิทยาลัยการจัดการแมคคาทัวร์
  • คณะคณิตศาสตร์
  • คณะฟิสิกส์
  • คณะเคมี
  • คณะชีววิทยาและภูมิศาสตร์
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์
  • คณะแพทย์ศาสตร์

สถาบันวิจัย[แก้]

  • ศูนย์วิทยาศาสตร์การคำนวณและการจำลอง (CCSS)
  • ศูนย์การวิจัยการศึกษาเชิงประจักษ์ (ZeB)
  • ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีนาโน ดืสบูร์ก-เอสเซิน (CeNIDE)
  • ศูนย์โลจิสติกและการขนส่ง (ZLV)
  • ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ (ZMB)
  • ศูนย์การวิจัยทางน้ำและสิ่งแวดล้อม (ZWU)
  • สถาบันเพื่อการวินิจฉัยด้วยสนามแม่เหล็ก แอร์วิน แอล ฮาห์น (ELH)
  • วิทยาลัยเพศศึกษา เอสเซิน (EKfG)
  • สถาบันคณิตศาสตร์การทดลอง (IEM)
  • สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา (IN-EAST)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]