ข้ามไปเนื้อหา

มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน
ไอริช: Coláiste na hOllscoile, Baile Átha Cliath
วิทยาเขตเบลฟีลด์ของ UCD
ละติน: Universitas Hiberniae Nationalis apud Dublinum
ชื่ออื่นUniversity College Dublin
ชื่อเดิมมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอร์แลนด์
คติพจน์Ad Astra; Cothrom na Féinne
คติพจน์อังกฤษ
To the Stars; Justice and equality
ประเภทมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐ
สถาปนา1854; 172 ปีที่แล้ว (1854)
ผู้สถาปนาพระคาร์ดินัล จอห์น เฮนรี นิวแมน
สถาบันหลักมหาวิทยาลัยแห่งชาติไอร์แลนด์
สังกัดการศึกษาAMBA
EUA
IUA
Universitas 21
UI
CESAER
อธิการบดีมหาวิทยาลัยออร์ลา ฟีลี[1]
พระอธิการออร์ลา ฟีลี
ผู้ศึกษา41,089 รวมการดำเนินงานต่างประเทศ[2]
บัณฑิตศึกษา12,250[2]
2,008[2]
ที่ตั้ง
วิทยาเขตวิทยาเขตเมืองและชานเมือง, 133 เฮกตาร์ (330 เอเคอร์) ที่เบลฟิลด์[3]
ภาษาภาษาอังกฤษ, ภาษาไอริช
วิทยาเขตหลักเบลฟิลด์, แบล็กร็อก
หนังสือพิมพ์นักศึกษาCollege Tribune
The University Observer
สี
       
เว็บไซต์ucd.ie
ตราสัญลักษณ์ของ UCD บนอาคารวิทยาศาสตร์
แผนที่

มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (อังกฤษ: University College Dublin; ย่อ UCD; ไอริช: Coláiste na hOllscoile, Baile Átha Cliath) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยของรัฐในดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ และเป็นสถาบันสมาชิกของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไอร์แลนด์ UCD เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่สุดและมีบทบาทสำคัญที่สุดของไอร์แลนด์ โดยมีการเรียนการสอนและงานวิจัยครอบคลุมศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรม กฎหมาย สังคมศาสตร์ แพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์อาหาร และสัตวแพทยศาสตร์[3][4]

มหาวิทยาลัยมีต้นกำเนิดจากมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอร์แลนด์ ซึ่งก่อตั้งใน ค.ศ. 1854 โดยมีจอห์น เฮนรี นิวแมนเป็นอธิการบดีคนแรก[5] ต่อมาสถาบันได้รับการจัดระเบียบใหม่เป็นยูนิเวอร์ซิตีคอลเลจในคริสต์ทศวรรษ 1880 และกลายเป็นมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลินใน ค.ศ. 1908 ภายใต้กรอบของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไอร์แลนด์[6] เดิม UCD ตั้งอยู่บริเวณเซนต์สตีเฟนส์กรีนและเอิร์ลสฟอร์ตเทอร์เรซในใจกลางดับลิน ก่อนจะค่อย ๆ ย้ายสู่วิทยาเขตเบลฟิลด์ทางตอนใต้ของเมือง ซึ่งมีพื้นที่ 133 เฮกตาร์และเป็นวิทยาเขตหลักในปัจจุบัน[3]

UCD มีบทบาทเด่นในประวัติศาสตร์การเมือง วรรณกรรม วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และชีวิตสาธารณะของไอร์แลนด์ ศิษย์เก่าและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูภาษาไอริช การลุกฮืออีสเตอร์ สงครามประกาศอิสรภาพไอร์แลนด์ การก่อตั้งรัฐไอริชสมัยใหม่ วรรณกรรมสมัยใหม่ และการพัฒนาการศึกษาระดับสูงของประเทศ[5] บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ UCD ได้แก่ เจมส์ จอยซ์, แพทริก เพียร์ซ, โทมัส แม็กโดนา, ดักลาส ไฮด์, เอมอน เดอ วาเลรา, การ์เรต ฟิตซ์เจอรัลด์ และนักเขียน นักการเมือง นักกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์กับผู้บริหารธุรกิจจำนวนมาก

ประวัติศาสตร์

[แก้]

มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอร์แลนด์

[แก้]
พระคาร์ดินัล จอห์น เฮนรี นิวแมน อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอร์แลนด์
นิวแมนเฮาส์ที่เซนต์สตีเฟนส์กรีน ที่ตั้งเดิมของ UCD

ต้นกำเนิดของ UCD มีต้นกำเนิดจากการศึกษาของชาวคริสต์คาทอลิกในไอร์แลนด์ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 หลังการเลิกกีดกันชาวคาทอลิกในไอร์แลนด์ ผู้นำคริสตจักรคาทอลิกไอริชต้องการมหาวิทยาลัยที่เป็นทางเลือกสำหรับชาวคาทอลิก เนื่องจากมหาวิทยาลัยดับลินมีรากฐานจากคริสตจักรแองกลิกัน แม้ว่าชาวคาทอลิกจะสามารถเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยดับลินได้ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1780 แต่ข้อจำกัดทางนิกายยังคงกระทบต่อการมีส่วนร่วมในโครงสร้างบริหารของมหาวิทยาลัย[7]

ใน ค.ศ. 1850 สภาซินอดแห่งเทิลส์ มีมติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยคาทอลิกในดับลิน และในวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1854 มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอร์แลนด์เปิดทำการที่เซนต์สตีเฟนส์กรีน โดยมีจอห์น เฮนรี นิวแมนเป็นอธิการบดีคนแรก[5][8] ใน ค.ศ. 1855 มหาวิทยาลัยเปิดโรงเรียนแพทย์ที่ถนนเซซิเลีย ซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ของ UCD[8]

มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งไอร์แลนด์ประสบปัญหาใหญ่เพราะไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้มอบปริญญาที่รัฐรับรอง และมีปัญหาการเงินต่อเนื่อง[9] นิวแมนออกจากมหาวิทยาลัยใน ค.ศ. 1857 ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยหลวงแห่งไอร์แลนด์ใน ค.ศ. 1880 นักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ รวมถึงมหาวิทยาลัยคาทอลิกสามารถเข้าสอบเพื่อรับปริญญาที่ได้รับการรับรองได้[9]

การก่อตั้งมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน

[แก้]

ใน ค.ศ. 1882 มหาวิทยาลัยคาทอลิกได้รับการจัดระเบียบใหม่ และสถาบันที่เซนต์สตีเฟนส์กรีนซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของคณะเยสุอิตได้เปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยคอลเลจ (University College) ใน ค.ศ. 1883 บาทหลวงวิลเลียม เดลานีได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคนแรกของยูนิเวอร์ซิตีคอลเลจในรูปแบบใหม่นี้[10]

ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นช่วงที่สถาบันดึงดูดนักศึกษาและนักวิชาการจากหลายด้าน บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ UCD ในช่วงนี้ ได้แก่ กวีไอริช เจอราร์ด แมนลีย์ ฮอปกินส์ และเจมส์ จอยซ์, ผู้นำชาตินิยมแพทริก เพียร์ซ นักการเมืองและนักประวัติศาสตร์อีออยน์ แม็กนีลล์ และดักลาส ไฮด์ ผู้ฟื้นฟูภาษาไอริชและประธานาธิบดีคนแรกของไอร์แลนด์[5]

ใน ค.ศ. 1908 มหาวิทยาลัยแห่งชาติไอร์แลนด์ก่อตั้งขึ้น และมหาวิทยาลัยหลวงแห่งไอร์แลนด์ถูกยุบในปีถัดมา ระบบใหม่นี้ประกอบด้วยวิทยาลัยมหาวิทยาลัยในดับลิน กอลเวย์ และคอร์ก ทำให้มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลินกลายเป็นวิทยาลัยองค์ประกอบของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไอร์แลนด์[6][10] ใน ค.ศ. 1911 ที่ดินซึ่งลอร์ดไอวีห์บริจาคช่วยให้ UCD ขยายพื้นที่รอบเอิร์ลสฟอร์ตเทอร์เรซ ถนนแฮตช์ และเซนต์สตีเฟนส์กรีน โดยสวนไอวีห์เป็นส่วนหนึ่งของการบริจาคดังกล่าว[11]

ความเกี่ยวข้องกับการเมืองไอร์แลนด์สมัยใหม่

[แก้]

UCD มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์ชาตินิยมไอริช การฟื้นฟูวัฒนธรรมเกลิก การลุกฮืออีสเตอร์ และการก่อตั้งรัฐไอริชสมัยใหม่[5] ใน ค.ศ. 1913 อีออยน์ แม็กนีลล์ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ไอริชยุคต้นของ UCD มีบทบาทในการเรียกร้องให้จัดตั้งกองกำลังชาตินิยมไอริช ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งกองอาสาสมัครชาวไอริช (Irish volunteers)[12]

นักศึกษา ศิษย์เก่า และบุคลากรของ UCD หลายคนเกี่ยวข้องกับการลุกฮืออีสเตอร์ ค.ศ. 1916 เช่น แพทริก เพียร์ซ โทมัส แม็กโดนา ไมเคิล เฮย์ส และเจมส์ ไรอัน ขณะเดียวกันศิษย์เก่าบางคน เช่น ทอม เคตเทิลและวิลลี เรดมอนด์ เข้าร่วมรบในฝ่ายอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[5] ความหลากหลายของบทบาทเหล่านี้สะท้อนความซับซ้อนของสังคมไอริชช่วงเปลี่ยนผ่านจากจักรวรรดิอังกฤษสู่เสรีรัฐไอริช หลังการลงนามสนธิสัญญาอังกฤษ-ไอริชและการตั้งรัฐเสรีไอริช ศิษย์เก่า UCD จำนวนหนึ่งเข้าสู่ชีวิตการเมืองระดับชาติ และในระยะยาวมหาวิทยาลัยมีศิษย์เก่าหรือบุคลากรที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไอร์แลนด์และนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์หลายคน[5]

การขยายตัวและการย้ายสู่เบลฟิลด์

[แก้]
อาคารรัฐบาลไอร์แลนด์ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ของ UCD

ใน ค.ศ. 1926 พระราชบัญญัติการศึกษามหาวิทยาลัย (วิทยาศาสตร์นมและเกษตรกรรม) โอนราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ที่ถนนเมอร์เรียนและวิทยาลัยเกษตรกรรมอัลเบิร์ตที่กลาสเนวินให้แก่ UCD[13] ใน ค.ศ. 1933 UCD ซื้อเบลฟิลด์เฮาส์ เพื่อใช้ด้านกีฬา ก่อนที่พื้นที่ดังกล่าวจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นวิทยาเขตหลักในเวลาต่อมา[11]

เมื่อ UCD เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในคริสต์ศตวรรษที่ 20 พื้นที่ใจกลางเมืองเริ่มไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของมหาวิทยาลัย จึงมีการตัดสินใจย้ายไปยังพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เบลฟิลด์ทางตอนใต้ของดับลิน[13] การย้ายเริ่มชัดเจนในคริสต์ทศวรรษ 1960 เมื่อคณะวิทยาศาสตร์ย้ายไปเบลฟิลด์ และต่อมาคณะศิลปศาสตร์ พาณิชยศาสตร์ และกฎหมายก็ย้ายตามมา[11]

อดีตที่ตั้งของ UCD บางแห่งยังคงมีความสำคัญระดับชาติ อาคารราชวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เดิมบนถนนเมอร์เรียนปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอาคารรัฐบาลไอร์แลนด์และเป็นที่ตั้งของหน่วยงานในสังกัดกรมทีเชิฆ[13] ส่วนพื้นที่วิทยาลัยเกษตรกรรมอัลเบิร์ตที่กลาสเนวินต่อมามีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามหาวิทยาลัยดับลินซิตี

พัฒนาการร่วมสมัย

[แก้]

ใน ค.ศ. 1964 UCD เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต หรือ MBA ซึ่งมหาวิทยาลัยระบุว่าเป็นหลักสูตร MBA แห่งแรกในยุโรป[14] ใน ค.ศ. 1980 มหาวิทยาลัยซื้อพื้นที่ริชวิวและย้ายคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ไปยังพื้นที่ดังกล่าว ส่วนศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัยเปิดใน ค.ศ. 1981[11] ใน ค.ศ. 1991 UCD ซื้อพื้นที่อดีตวิทยาลัยแครีส์ฟอร์ต ที่แบล็กร็อก (Blackrock) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ บัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจ ไมเคิล สเมอร์ฟิต (UCD Michael Smurfit Graduate Business School) [14] ใน ค.ศ. 2003 มหาวิทยาลัยเปิด NovaUCD เพื่อสนับสนุนนวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และธุรกิจเริ่มต้นจากงานวิจัย[15] และใน ค.ศ. 2023 ศาสตราจารย์ออร์ลา ฟีลี ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีของ UCD และเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ในมหาวิทยาลัย[1] การแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มหาวิทยาลัยมีบทบาทมากขึ้นในงานวิจัยนานาชาติ การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรม และการรับนักศึกษาจากต่างประเทศ[3]

วิทยาเขต

[แก้]

เบลฟิลด์

[แก้]
วิทยาเขตเบลฟิลด์

วิทยาเขตหลักของ UCD คือเบลฟิลด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของดับลินและมีพื้นที่ประมาณ 133 เฮกตาร์[3] วิทยาเขตประกอบด้วยอาคารเรียน ห้องสมุด ห้องทดลอง ศูนย์วิทยาศาสตร์ โรงเรียนกฎหมาย โรงเรียนธุรกิจ ศูนย์นักศึกษา สนามกีฬา ที่พักนักศึกษา พื้นที่สีเขียว และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านนันทนาการ[3]

วิทยาเขตเบลฟิลด์ทำให้ UCD มีลักษณะเป็นมหาวิทยาลัยวิทยาเขตขนาดใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาเก่าแก่ในใจกลางเมืองหลายแห่งของไอร์แลนด์ พื้นที่นี้ยังรวมอาคารสมัยใหม่กับอาคารเก่าจากคฤหาสน์และที่ดินเดิม ทำให้วิทยาเขตมีทั้งบทบาททางการศึกษาและภูมิทัศน์เปิดกว้างในเขตเมืองดับลินตอนใต้[3]

แบล็กร็อกและพื้นที่อื่น

[แก้]
วิทยาเขตแบล็กร็อค

วิทยาเขตแบล็กร็อกเป็นที่ตั้งของ UCD Michael Smurfit Graduate Business School ซึ่งเน้นการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาด้านธุรกิจ การบริหาร และการจัดการระหว่างประเทศ[14] พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในอดีตวิทยาลัยแครีส์ฟอร์ต และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษาธุรกิจระดับสูงของไอร์แลนด์[14]

UCD ยังมีพื้นที่ใช้งานทางวิชาการและวิจัยอื่น ๆ รวมถึงริชวิวสำหรับสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง ตลอดจนเครือข่ายสถานที่ฝึกงาน โรงพยาบาลสอน สถาบันวิจัย และความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในดับลินและพื้นที่อื่นของไอร์แลนด์[4]

วิชาการ

[แก้]
UCD Lochlann Quinn School of Business
ภายในอาคารวิทยาศาสตร์ของ UCD

UCD จัดการเรียนการสอนผ่านวิทยาลัยหลัก 6 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์, วิทยาลัยธุรกิจ, วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์, วิทยาลัยสุขภาพและวิทยาศาสตร์การเกษตร, วิทยาลัยสังคมศาสตร์และกฎหมาย และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์[4] โครงสร้างดังกล่าวรองรับทั้งการศึกษาระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา การวิจัย และหลักสูตรวิชาชีพหลายด้าน ดังนี้

  • UCD College of Arts and Humanities ครอบคลุมประวัติศาสตร์ ภาษา วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี คลาสสิก ภาษาไอริช เซลติกศึกษา คติชนวิทยา และภาพยนตร์[4]
  • UCD College of Business ประกอบด้วย UCD Lochlann Quinn School of Business และ UCD Michael Smurfit Graduate Business School[16] UCD College of Engineering and Architecture ครอบคลุมสถาปัตยกรรม การวางผัง และสาขาวิศวกรรมศาสตร์หลักหลายแขนง[4]
  • UCD College of Health and Agricultural Sciences ครอบคลุมแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ผดุงครรภ์ สาธารณสุข กายภาพบำบัด วิทยาศาสตร์การกีฬา เกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์อาหาร และสัตวแพทยศาสตร์[4]
  • UCD College of Social Sciences and Law ครอบคลุมเศรษฐศาสตร์ การศึกษา ภูมิศาสตร์ สารสนเทศศึกษา กฎหมาย ปรัชญา การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จิตวิทยา สังคมวิทยา และนโยบายสังคม[4] ส่วน UCD
  • College of Science ครอบคลุมชีววิทยา เคมี วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์โลก คณิตศาสตร์ สถิติ และฟิสิกส์[4]

การเรียนแบบโมดูลาร์

[แก้]

UCD ใช้ระบบการเรียนแบบโมดูลาร์ ซึ่งเปิดให้นักศึกษาเลือกวิชาหลักในสาขาของตนและเลือกโมดูลจากสาขาอื่นได้ภายในกรอบหลักสูตร ระบบนี้สะท้อนแนวคิดการศึกษาข้ามสาขาวิชา และช่วยให้นักศึกษาปรับโครงสร้างการเรียนให้เข้ากับความสนใจทางวิชาการหรือเป้าหมายอาชีพของตนได้[17]

งานวิจัยและนวัตกรรม

[แก้]

UCD เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยวิจัยหลักของไอร์แลนด์ โดยมีสถาบันและศูนย์วิจัยหลายแห่ง เช่น[18]

  • UCD Conway Institute
  • UCD AI Healthcare Hub
  • UCD Insight - Centre for Data Analytics
  • UCD Geary Institute for Public Policy
  • UCD Humanities Institute
  • UCD Energy Institute
  • UCD Mícheál Ó Cléirigh Institute for the Study of Irish History and Civilisation

NovaUCD เป็นศูนย์นวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย เปิดขึ้นเพื่อสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจ ความร่วมมือกับอุตสาหกรรม การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม[15] UCD ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบวิจัยแห่งชาติของไอร์แลนด์ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ โรงพยาบาล สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรมในสาขาต่าง ๆ เช่น สุขภาพดิจิทัล พลังงาน อาหาร เกษตรกรรม วิศวกรรมข้อมูล วัสดุศาสตร์ นโยบายสาธารณะ และมนุษยศาสตร์ดิจิทัล[18]

ชื่อเสียงและการจัดอันดับ

[แก้]

UCD อยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของไอร์แลนด์และปรากฏในระบบจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับนานาชาติหลายแห่ง การจัดอันดับ QS World University Rankings 2026 จัดให้ UCD อยู่ในอันดับที่ 100 ของโลก และ UCD ระบุว่าเป็นการขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สาม[19] Times Higher Education World University Rankings 2026 จัดให้ UCD อยู่ในช่วงอันดับ 201–250 ของโลก[20]

ในด้านการจ้างงานบัณฑิต QS Graduate Employability Rankings 2022 จัดให้ UCD อยู่ในอันดับที่ 87 ของโลก[21] ส่วน Financial Times จัดอันดับ UCD Michael Smurfit Graduate Business School ในกลุ่มโรงเรียนธุรกิจยุโรป โดยการจัดอันดับ European Business School Rankings 2022 จัดให้โรงเรียนอยู่ในอันดับที่ 22 ของยุโรป[22][a]

ชีวิตนักศึกษา

[แก้]
อาคารนิวแมนและอาคารบริหารเทียร์นีย์ที่วิทยาเขตเบลฟิลด์

UCD มีชุมชนนักศึกษาขนาดใหญ่และมีความเป็นนานาชาติสูง UCD ระบุว่ามีนักศึกษามากกว่า 38,000 คนจาก 152 ประเทศ และมีนักศึกษามากกว่า 5,000 คนอยู่ในโครงการหรือการดำเนินงานนอกไอร์แลนด์[3] หน่วยงาน Higher Education Authority ของไอร์แลนด์ระบุว่าในปีการศึกษา 2024/25 UCD มีจำนวนนักศึกษาลงทะเบียนในไอร์แลนด์สูงที่สุดในบรรดาสถาบันอุดมศึกษาของประเทศ คือ 34,715 คน[23]

มหาวิทยาลัยมีที่พักนักศึกษา สนามกีฬา ศูนย์กีฬา ห้องสมุด พื้นที่กิจกรรม สโมสรและสมาคมนักศึกษาจำนวนมาก หนังสือพิมพ์นักศึกษาที่สำคัญ ได้แก่ College Tribune และ The University Observer[24] สมาคมนักศึกษาครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ วัฒนธรรม ศาสนา การเมือง การละคร ดนตรี การโต้วาที การกุศล และชุมชนนานาชาติ[24]

สมาคมเก่าแก่และมีชื่อเสียงของ UCD ได้แก่ Literary and Historical Society หรือ L&H ซึ่งเป็นสมาคมการโต้วาทีและวรรณกรรมเก่าแก่ของมหาวิทยาลัย และ Law Society ซึ่งมีบทบาทในวัฒนธรรมการโต้วาที กฎหมาย และกิจกรรมนักศึกษาของมหาวิทยาลัย[24] นอกจากนี้ยังมีสมาคมภาษาไอริช An Cumann Gaelach, สมาคมการละคร UCD Dramsoc, สมาคมนักศึกษานานาชาติ และเครือข่ายนักศึกษาตามภูมิภาคหรือประเทศต่าง ๆ

กีฬา

[แก้]
สนามเบลฟิลด์โบวล์ใน UCD

กีฬาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตนักศึกษาและอัตลักษณ์ของ UCD มหาวิทยาลัยมีสนามกีฬา ศูนย์กีฬา และสโมสรกีฬาหลายประเภท เช่น รักบี้ ฟุตบอล เกลิกฟุตบอล เฮอร์ลิง ฮอกกี้ เรือพาย กรีฑา เทนนิส ว่ายน้ำ และกีฬาประเภทอื่น ๆ[25]

สำนักงานใหญ่และศูนย์ฝึกซ้อมของเลนสเตอร์รักบีตั้งอยู่ในวิทยาเขตเบลฟิลด์ ใกล้กับ Institute for Sport and Health[26] ส่วน UCD A.F.C. เป็นสโมสรฟุตบอลที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยและใช้สนาม UCD Bowl เป็นสนามเหย้า[27] สโมสรเรือพายของ UCD ยังมีประวัติยาวนานและแข่งขันกับทรินิตีคอลเลจดับลินในรายการ Gannon Cup ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีกีฬานักศึกษาของดับลิน[28]

บุคคลสำคัญ

[แก้]

ศิษย์เก่าและบุคลากรของ UCD มีบทบาทในวรรณกรรม การเมือง วิทยาศาสตร์ กฎหมาย ธุรกิจ กีฬา และสื่อของไอร์แลนด์ บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ได้แก่

ความสัมพันธ์กับประเทศไทย

[แก้]

UCD มีความเชื่อมโยงกับประเทศไทยผ่านความร่วมมือทางการศึกษา ทุนการศึกษา และเครือข่ายนักศึกษาไทย โดยเฉพาะทุน HRH Princess Maha Chakri Sirindhorn of Thailand Scholarship Programme ซึ่งเป็นทุนสำหรับผู้สมัครชาวไทยที่ต้องการศึกษาระดับปริญญาโทที่ UCD[30] โดยทุนดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี[30] [31] UCD Global ระบุข้อมูลการสมัครเรียน ทุนการศึกษา ชุมชนนักศึกษาไทย และความเชื่อมโยงระหว่างไทยกับไอร์แลนด์ รวมถึงการเสด็จเยือน UCD ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าใน ค.ศ. 2014[32]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "UCD latest Irish university to appoint female president". RTÉ. 21 กุมภาพันธ์ 2023. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  2. 1 2 3 "UCD by Numbers". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  3. 1 2 3 4 5 6 7 8 "About UCD". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  4. 1 2 3 4 5 6 7 8 "Colleges and Schools". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  5. 1 2 3 4 5 6 7 "History". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  6. 1 2 "History of the NUI". National University of Ireland. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  7. Hachey, Thomas E.; McCaffrey, Lawrence J. (2015). The Irish Experience Since 1800: A Concise History. Routledge. p. 59. ISBN 978-1-317-45611-7. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  8. 1 2 "A day to remember Newman's contribution to Ireland". The Irish Times. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  9. 1 2 "An education in itself: UCD celebrates its 150th birthday". The Irish Times. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  10. 1 2 Hill, J. R. (2010). A New History of Ireland, Volume VII: Ireland, 1921–84. Oxford University Press. pp. 758–759. ISBN 978-0-19-161559-7. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  11. 1 2 3 4 "University College Dublin – A brief history". The Irish Times. 2 พฤศจิกายน 2004. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  12. "Eoin MacNeill: The Man Who Cried Halt!". Irish America. 11 กุมภาพันธ์ 2016. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  13. 1 2 3 Feely, Orla. "A little-known laboratory at Government Buildings". The Irish Times. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  14. 1 2 3 4 "Our History". UCD Michael Smurfit Graduate Business School. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  15. 1 2 "About NovaUCD". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  16. "UCD College of Business". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  17. "UCD Horizons". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  18. 1 2 "Research and Innovation". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  19. "University College Dublin rises to 118 in latest QS World University Rankings". University College Dublin. 18 มิถุนายน 2026. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2026.
  20. "University College Dublin". Times Higher Education. 2026. สืบค้นเมื่อ 13 กรกฎาคม 2026.
  21. "QS Graduate Employability Rankings 2022". QS Top Universities. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  22. "European Business School Rankings 2022". Financial Times. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  23. "Key Facts & Figures Report". Higher Education Authority. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  24. 1 2 3 "UCD Student Societies". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  25. "UCD Sport". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  26. "Contact Leinster Rugby". Leinster Rugby. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  27. "UCD AFC". UCD AFC. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  28. "UCD Boat Club". UCD Boat Club. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  29. "Nobel Prize Winner Professor Richard Ernst". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  30. 1 2 "HRH Princess Thailand Scholarship Programme". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  31. "ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2569". มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.
  32. "Thailand". University College Dublin. สืบค้นเมื่อ 4 มิถุนายน 2026.

เชิงอรรถ

[แก้]
  1. การจัดอันดับเหล่านี้ควรถูกอ่านในฐานะตัวชี้วัดหนึ่งของชื่อเสียงและผลงานสถาบัน ไม่ใช่การประเมินคุณภาพทั้งหมดของมหาวิทยาลัย เพราะแต่ละระบบใช้เกณฑ์ต่างกัน เช่น ชื่อเสียงทางวิชาการ อัตราส่วนบุคลากรต่อนักศึกษา ผลงานวิจัย การอ้างอิง ความเป็นนานาชาติ และผลลัพธ์ด้านการจ้างงาน

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ University College Dublin