ข้ามไปเนื้อหา

ฟอร์บส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟอร์บส
border
หน้าปกฉบับเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน ค.ศ. 2023 โดยปรากฏภาพของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก
ประธาน/บรรณาธิการบริหารสตีฟ ฟอร์บส
บรรณาธิการแรนดัล เลน[1]
หมวดหมู่นิตยสารธุรกิจ
นิตยสารรายสองครั้งต่อไตรมาส
ผู้พิมพ์ผู้โฆษณาฟอร์บสมีเดีย
ยอดพิมพ์รวม
(2023)
514,184[2]
ผู้ก่อตั้งบี.ซี. ฟอร์บส
ฉบับแรก15 กันยายน 1917; 108 ปีก่อน (1917-09-15)
บริษัทอินทิกราเต็ดเวลมีเดียอินเวสต์เมนส์
ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมืองเจอร์ซีย์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐ
ภาษาอังกฤษ
เว็บไซต์forbes.com
ISSN0015-6914
OCLC6465733

ฟอร์บส[3] (อังกฤษ: Forbes; /fɔːrbz/) เป็นนิตยสารธุรกิจของสหรัฐ ก่อตั้งโดย บี. ซี. ฟอร์บส เมื่อ ค.ศ. 1917 ภายใต้การถือครองของอินทิกราเต็ดเวลมีเดียอินเวสต์เมนส์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงตั้งแต่ ค.ศ. 2014 เป็นต้นมา[4][5][6] ประธานกรรมการและบรรณาธิการบริหารคือ สตีฟ ฟอร์บส[7] ส่วนเชอร์รี ฟิลลิปส์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2025[8][9] สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่เมืองเจอร์ซีย์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์

นิตยสารฟอร์บส จัดพิมพ์ปีละ 8 ฉบับ โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการเงิน อุตสาหกรรม การลงทุน และการตลาด นอกจากนี้ยังนำเสนอหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยี การสื่อสาร วิทยาศาสตร์ การเมือง และกฎหมาย มีฉบับสากลในภูมิภาคเอเชีย และมีฉบับที่ผลิตภายใต้สัญญาอนุญาตในอีกกว่า 27 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก นิตยสารฟอร์บส เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการจัดทำรายชื่อและการจัดอันดับต่าง ๆ เช่น รายชื่อชาวอเมริกันที่ร่ำรวยที่สุด (The Forbes 400), รายชื่อบุคคลที่มีชื่อเสียงอายุต่ำกว่า 30 ปี (The Forbes 30 Under 30), รายชื่อบุคคลมีชื่อเสียงที่มั่งคั่งที่สุดในสหรัฐ, รายชื่อบริษัทชั้นนำของโลก (The Forbes Global 2000), รายชื่อบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และรายชื่อมหาเศรษฐีของโลก[10] คำขวัญของนิตยสารฟอร์บส คือ "การเปลี่ยนแปลงโลก" (Change the World)[11]

ประวัติบริษัท

[แก้]

บี. ซี. ฟอร์บส คอลัมนิสต์ด้านการเงินของสำนักข่าวเฮิร์สต์ และหุ้นส่วนของเขาวอลเตอร์ เดรย์ ผู้จัดการทั่วไปของนิตยสารแมกกาซีนออฟวอลล์สตรีต[12] ได้ร่วมกันก่อตั้งนิตยสารฟอร์บส เมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1917[13][14] ฟอร์บสเป็นผู้จัดหาเงินทุนและตั้งชื่อนิตยสาร ส่วนเดรย์เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดพิมพ์ ชื่อดั้งเดิมของนิตยสารคือ ฟอร์บส: ดีโวเทดทูดูเออร์สแอนด์ดูอิงส์ (Forbes: Devoted to Doers and Doings)[12] เดรย์ดำรงตำแหน่งรองประธานของบริษัทบี. ซี. ฟอร์บสพับลิชชิงจำกัด ขณะที่ บี. ซี. ฟอร์บส ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร[15] ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้จนถึงวาระสุดท้ายใน ค.ศ. 1954 ในช่วงบั้นปลายชีวิต ฟอร์บสได้รับความช่วยเหลือจากบุตรชายสองคนคือ บรูซ ชาร์ลส์ ฟอร์บส (1916–1964) และมัลคอล์ม ฟอร์บส (1919–1990)

หลังการถึงแก่อสัญกรรมของบี. ซี. ฟอร์บส บรูซ ฟอร์บสได้เข้ารับตำแหน่งบริหารต่อจากบิดา โดยมีความโดดเด่นในด้านการปรับปรุงระบบการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด[13] ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งระหว่าง ค.ศ. 1954–1964 ยอดจัดจำหน่ายของนิตยสารเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว[13]

หลังการเสียชีวิตของบรูซ ฟอร์บส น้องชายของเขามัลคอล์ม ฟอร์บส ได้รับตำแหน่งประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฟอร์บส์ รวมถึงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของนิตยสารฟอร์บส ด้วยตนเอง[16] ระหว่าง ค.ศ. 1961–1999 นิตยสารอยู่ภายใต้การบรรณาธิการของเจมส์ ไมเคิลส์[17] ใน ค.ศ. 1993 ภายใต้การนำของไมเคิลส์ นิตยสารฟอร์บส ได้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัลเนชันแนลแมกกาซีนอะวอร์ด[18] ต่อมาใน ค.ศ. 2006 กลุ่มนักลงทุนชื่อว่าอีเลเวชันพาร์ตเนอร์ส ซึ่งมีโบโน นักร้องร็อกชื่อดังรวมอยู่ด้วย ได้เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยของบริษัท ภายใต้โครงสร้างองค์กรใหม่ในชื่อฟอร์บสมีเดียแอลแอลซี (Forbes Media LLC) ซึ่งรวมถึงนิตยสารฟอร์บส เว็บไซต์ Forbes.com และสื่ออื่น ๆ ในเครือ รายงานของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์[16][19] เมื่อ ค.ศ. 2009 ระบุว่า "ร้อยละ 40 ของกิจการถูกขายไปในมูลค่าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มูลค่ารวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ" สามปีต่อมา มาร์ก เอ็ม. เอ็ดมิสตัน จากบริษัทแอดมีเดียพาร์ตเนอร์ส แสดงความคิดเห็นว่า "ตอนนี้มูลค่าบริษัทอาจไม่ถึงครึ่งของตัวเลขนั้นแล้ว"[20] ภายหลังมีการเปิดเผยว่ามูลค่าการซื้อขายจริงอยู่ที่ประมาณ 264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[6]

ใน ค.ศ. 2021 บริษัทฟอร์บสมีเดียรายงานว่าธุรกิจกลับมามีกำไร โดยรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 อยู่ที่ 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสำหรับผู้บริโภคของฟอร์บส ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ 83 เมื่อเทียบรายปี[21] ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมก์ เฟเดอร์ลี กล่าวว่า ฟอร์บสเติบโตขึ้นบนฐานของผู้ชมและขนาดธุรกิจที่มีผู้บริโภคกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก[22]

สื่อพิมพ์อื่น ๆ

[แก้]

นอกจากนิตยสารฟอร์บส และนิตยสารภาคผนวกด้านครรลองชีวิตของฟอร์บสชื่อ ฟอร์บสไลฟ์ (Forbes Life) นิตยสารฟอร์บส ยังมีฉบับภาษาต่างประเทศจำนวน 42 ฉบับ ครอบคลุมทั้งหมด 69 ประเทศ[23] ได้แก่

  • Forbes Africa
  • Forbes Afrique (Francophone Africa)
  • Forbes África Lusófona (Lusophone Africa)
  • Forbes Argentina
  • Forbes Australia
  • Forbes Austria
  • Forbes Belgium
  • Forbes Brazil
  • Forbes Bulgaria
  • Forbes Central America
  • Forbes Chile
  • Forbes China
  • Forbes Colombia
  • Forbes Cyprus
  • Forbes Czech Republic
  • Forbes Dominican Republic
  • Forbes Ecuador
  • Forbes En Español
  • Forbes España (Spain)
  • Forbes France
  • Forbes Georgia
  • Forbes Greece
  • Forbes Hungary
  • Forbes India
  • Forbes Israel
  • Forbes Italy
  • Forbes Japan
  • Forbes Kazakhstan
  • Forbes Korea
  • Forbes Mexico
  • Forbes Middle East
  • Forbes Paraguay[24]
  • Forbes Peru
  • Forbes Poland
  • Forbes Portugal
  • Forbes Romania
  • Forbes Slovensko (Slovakia)
  • Forbes Slovenia
  • Forbes Srbija (Serbia)
  • Forbes Switzerland
  • Forbes Thailand
  • Forbes Ukraine
  • Forbes Uruguay
  • Forbes Vietnam

ฟอร์บส (ประเทศไทย)

[แก้]

ฟอร์บสไทยแลนด์ คือนิตยสารธุรกิจเศรษฐกิจรายเดือนที่นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของผู้ประกอบการและนักธุรกิจชั้นนำในไทย โดยเริ่มตีพิมพ์เป็นฉบับภาษาไทยครั้งแรกใน ค.ศ. 2014 จากความร่วมมือของบริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด ร่วมกับฟอบส์ นอกจากนี้ยังมีบทความเกี่ยวกับธุรกิจ การลงทุน และไลฟ์สไตล์ รวมถึงการจัดอันดับบุคคลและบริษัทที่น่าสนใจ[25]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Romenesko, Jim (August 9, 2011). "Randall Lane returns to Forbes as editor". Poynter.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 22, 2014.
  2. "Consumer Magazines". Alliance for Audited Media. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ July 31, 2024.
  3. "นิตยสาร "ฟอร์บส ไทยแลนด์"". June 13, 2014. สืบค้นเมื่อ October 21, 2025.
  4. "Forbes Media Agrees To Sell Majority Stake to a Group of International Investors To Accelerate The Company's Global Growth". Forbes (Press release). July 18, 2014. สืบค้นเมื่อ July 24, 2015.
  5. "Forbes Sells to Hong Kong Investment Group". Recode. July 18, 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 24, 2017. สืบค้นเมื่อ August 27, 2018.
  6. 1 2 Trachtenberg, Jeffrey A (July 19, 2014). "Forbes sold to Asian investors". MarketWatch. Market Watch, Inc. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ July 20, 2014. สืบค้นเมื่อ June 18, 2017.
  7. Silva, Emma (November 30, 2017). "Mike Federle Succeeds Mike Perlis As CEO Of Forbes". Folio.
  8. "Forbes Media names Main Line resident and Delco native next CEO". Philadelphia Business Journal. Dec 11, 2024.
  9. "Who We Are". Forbes Connect. 2025-07-14. สืบค้นเมื่อ 2025-07-27.
  10. Delbridge, Emily (November 21, 2019). "The 8 Best Business Magazines of 2020". The Balance Small Business. New York City: Dotdash. Best for Lists: Forbes. สืบค้นเมื่อ February 8, 2020.
  11. McClellan, Steve (October 24, 2012). "'Forbes' Launches New Tagline, Brand Campaign". MediaPost Communications. สืบค้นเมื่อ January 24, 2020.
  12. 1 2 Praneeth (July 6, 2007). "Notes of a Business Quizzer: Forbes". สืบค้นเมื่อ August 27, 2018.
  13. 1 2 3 Gorman, Robert F. (ed.) (2007) "September 15, 1917: Forbes Magazine is founded" The Twentieth Century, 1901–1940 (Volume III) Salem Press, Pasadena, California, pp. 1374–1376 [1375], ISBN 978-1-58765-327-8
  14. "Media Kit 2013" (PDF). Forbes Middle East. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ November 5, 2014. สืบค้นเมื่อ September 18, 2014.
  15. Commerce and Industry Association of New York (November 18, 1922) "The Association Prepares for New Demands: The Volunteer Workers" Greater New York: Bulletin of the Merchants' Association of New York Commerce and Industry Association of New York City, p. 6, OCLC 2447287
  16. 1 2 'Forbes Announce Elevation Partners Investment in Family Held Company' เก็บถาวร สิงหาคม 13, 2006 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน Elevation Partners press release, August 6, 2006.
  17. Pérez-Peña, Richard (October 4, 2007). "James Michaels, Longtime Forbes Editor, Dies at 86". The New York Times. สืบค้นเมื่อ January 5, 2008.
  18. "National Magazine Awards Database". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ May 26, 2011. สืบค้นเมื่อ January 5, 2008.
  19. "NussbaumOnDesign Bono Buys into Forbes, Launches Product Red in US and Expands His Brand". Bloomberg BusinessWeek. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 9, 2006. สืบค้นเมื่อ January 5, 2008.
  20. Carr, David (June 14, 2009). "Even Forbes is Pinching Pennies". The New York Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ April 1, 2012. สืบค้นเมื่อ June 15, 2009.
  21. Norris, Ashley (2021-12-01). "Forbes reports a return to profit in 2021". FIPP (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-07-25.
  22. "Forbes Business Model | How does Forbes Make Money?". StartupTalky (ภาษาอังกฤษ). 2022-07-17. สืบค้นเมื่อ 2024-07-25.
  23. "DocSend - Simple, intelligent, modern content sending". DocSend (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-10-30.
  24. "Forbes anuncia su llegada a Paraguay" [Forbes announces its arrival in Paraguay]. Última Hora (ภาษาสเปน). May 2, 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ May 3, 2024. สืบค้นเมื่อ August 2, 2024.
  25. "10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! นิตยสาร Forbes Thailand, บทความเอสเอ็มอี , การเริ่มต้". www.thaifranchisecenter.com. สืบค้นเมื่อ 2025-10-16.

อ่านเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]