ฟอร์ด มอนดิโอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Ford Fusion at NAIAS 2012 004.jpg
ฟอร์ด มอนดิโอ
ผู้ผลิต: ฟอร์ดมอเตอร์
ปี: พ.ศ. 2536 - 2565
ประเภท: รถยนต์นั่งขนาดกลาง (Mid-Size Car)
ลักษณะ: ซีดาน 4 ประตู
แฮทช์แบค 5 ประตู
สเตชันวากอน 5 ประตู
เครื่องยนต์: 1.6 - 3.0 ลิตร I4 / V6
รุ่นก่อนหน้า: ฟอร์ด เซียรา
รุ่นต่อไป: ยังไม่มี
รุ่นที่ใกล้เคียง: โตโยต้า โคโรน่า/คัมรี่
ฮอนด้า แอคคอร์ด
นิสสัน เซฟิโร่/เทียน่า
มาสด้า 626/6
มิตซูบิชิ กาแลนต์
ซูซูกิ คิซาชิ
ซูบารุ เลกาซี
ซีตรอง C5
เปอโยต์ 508
ฮุนได โซนาต้า
เกีย ออพติมา

ฟอร์ด มอนดิโอ (อังกฤษ: Ford Mondeo) เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ผลิตโดยบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ เริ่มผลิตตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และมีจำหน่ายอยู่ทั่วโลก โดยมาแทนที่รถยนต์นั่งขนาดกลางรุ่นเก่า ฟอร์ด เซียรา (อังกฤษ: Ford Sierra) ซึ่งเลิกผลิตในปี พ.ศ. 2535 คำว่า "Mondeo" มาจากภาษาละตินที่แปลว่า โลก ฟอร์ด มอนดิโอ เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาดยุโรปเท่านั้น แต่เคยมีขายในตลาดเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งฟอร์ด มอนดิโอเคยมีขายในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2537-2542 แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก

ฟอร์ด มอนดิโอ มีวิวัฒนาการตามช่วงเวลาได้ 5 Generation (รุ่น) ดังนี้

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2535-2539)[แก้]

ฟอร์ด มอนดิโอ รุ่นที่ 1

รุ่นที่ 1 ของฟอร์ด มอนดิโอ เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2535 และเริ่มจำหน่ายจริงในปี พ.ศ. 2536 มีตัวถัง 3 แบบ คือ ซีดาน 4 ประตู แฮทช์แบค 5 ประตู และสเตชันวากอน 5 ประตู โดยใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ฟอร์ด มอนดิโอเป็นรถยนต์รุ่นที่มาแทนฟอร์ด เซียรา ในตลาดยุโรป และฟอร์ด เท็ลสตาร์ ในตลาดเอเชีย มีเครื่องยนต์หลายขนาด ตั้งแต่ 1.6 ,1.8 ,2.0 และ 2.5 ลิตร และใช้ชิ้นส่วนร่วมกับมาสด้า โครโนส

ในประเทศไทยได้มีการนำรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการด้วย โดยเป็นรุ่นที่ 2 และรุ่นสุดท้ายที่จำหน่ายโดยตัวแทนจำหน่ายทั้ง 2 เจ้า คือนิวเอร่าและยนตรกิจ ในช่วงปี พ.ศ. 2538-2540 ซึ่งมีให้เห็นอยู่ไม่มากนัก

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2539-2543)[แก้]

ฟอร์ด มอนดิโอ รุ่นที่ 2

รุ่นที่ 2 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2539-2543 โดยเป็นรุ่นสุดท้ายที่มีจำหน่ายในประเทศไทย เนื่องจากไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะเจ้าตลาดในขณะนั้น (โตโยต้า คัมรี่ ,ฮอนด้า แอคคอร์ด ,นิสสัน เซฟิโร่) เป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากกว่า และภาพลักษณ์แบรนด์ดีกว่า (ในขณะนั้นฟอร์ดในไทยเพิ่งเริ่มก่อตั้ง) มีเครื่องยนต์ 4 ขนาดคือ 1.6 ,1.8 ,2.0 และ 2.5 ลิตร และมีตัวถังให้เลือก 3 แบบคือ ซีดาน 4 ประตู ,แฮทช์แบค 5 ประตู และสเตชันวากอน 5 ประตูตามเดิม

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2543-2550)[แก้]

ฟอร์ด มอนดิโอ รุ่นที่ 3

รุ่นที่ 3 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2543-2550 โดยรุ่นนี้ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว มีเครื่องยนต์ให้เลือก 5 ขนาด คือ 1.8 ,2.0 ,2.2 ,2.5 และ 3.0 ลิตร โดยรุ่นนี้มีจำหน่ายใน ยุโรป ,เอเชีย ,บราซิล และเม็กซิโก โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ชิ้นส่วนร่วมกับมาสด้า โครโนส

รุ่นที่ 4 (พ.ศ. 2550-2555)[แก้]

ฟอร์ด มอนดิโอ รุ่นที่ 4

รุ่นที่ 4 เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2550-2556 การออกแบบมอนดิโอรุ่นนี้ได้ถูกนำไปใช้ในการออกแบบ ฟอร์ด เอส-แม็กซ์ ,ฟอร์ด กาแล็กซี และวอลโว่ S80 ด้วย มีเครื่องยนต์ 6 ขนาดด้วยกัน คือ 1.6 ,1.8 ,2.0 ,2.2 ,2.3 และ 2.5 ลิตร มีระบบเกียร์ 4 รูปแบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ,เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ,เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียรอัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด

รุ่นที่ 5 (พ.ศ. 2555-2565)[แก้]

ฟอร์ด มอนดิโอ รุ่นที่ 5

รุ่นที่ 5 เตรียมจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2556 และได้ยุบรวมกับฟอร์ด ฟิวชั่น ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดกลางของฟอร์ดที่ทำตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้นำไปโชว์ในงาน North American International Auto Show ก่อนในปี พ.ศ. 2555มีเครื่องยนต์ให้เลือกเพียง 4 ขนาด คือ 1.0 ,1.5 ,1.6 และ 2.0 ลิตรให้เลือกเท่านั้น และมีระบบเกียร์ 2 แบบให้เลือกคือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติพาวเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด

ยุติการผลิต[แก้]

ค่ายวงรีสีน้ำเงิน ประกาศชัดในการเลิกผลิตรถยนต์ Ford Mondeo ในปี พ.ศ. 2565 หลังจากทำตลาดมายาวนาน กว่า 29 ปี เต็ม ปิดตำนานอดีตเก๋งกลางยอดนิยม

ฟอร์ด มอนเดโอ้ เป็นรถเก๋ง ซีดานกลางรุ่นแรก ที่ถูกทุบโต๊ะเลิกขายอย่างเป็นทางการ หลังจากทำตลาดมายาวนานกว่า 29 ปี นับตั้งแต่เริ่มเปิดตัววางจำหน่ายในปี 1993 แทนที่รุ่น Sierra และเป็นรถรุ่นแรกของฟอร์ดที่ทำในลักษณะ Global Model ออกวางจำหน่าย

การเลิกผลิตรถรุ่นนี้เป็นผลมาจาก การตกต่ำ ของ Segement ซีดานกลางที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป้นต้นมา ฟอร์ด เปิดเผยกับ Automotive News Europe ว่า เซกเม้นท์ดังกล่าว ตกต่ำลงอย่างมาก จนไม่ได้รับความนิยม ยอดขายที่ลดลงต่อเนื่องทำให้ ในที่สุด อาจจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม

โดยผลกระทบสำคัญ มากจากรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ปีที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นช่วงไวรัสโควิด 19 ยอดขายรถ SUV ในยุโรป ยังเพิ่มถึงร้อยละ 8 และตลาดที่รับผลกระทบโดยตรง คือ ตลาดซีดานกลาง เนืองจากความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไป

ด้านฟอร์ด แย้มปิดท้ายว่า ทางบริษัทจะนำรถยนต์อเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนมาทดแทนที่ของ Mondeo ในเร็วๆนี้ โดยในตลาดยุโรปที่ถือเป็นตลาดสำคัญของรถรุ่นนี้ จะเริ่มยุติการจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2022 เป็นต้นไป ในขณะที่ตลาดออสเตรเลีย ยุติการนำเข้าตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ Ford Mondeo มีชื่อเสียงในหลายแง่สำคัญ ทั้ง เป็นรถยนต์ Global Model รุ่นแรกของฟอร์ด, เป็นรถที่นาย โทนี่ แบร์ อดีต รมต. อังกฤษใช้ในการหาเสียง รวมถึง ความเป็นรถสัญลักษณ์แห่งยุค