ฟรันกา วีโอลา
ฟรันกา วีโอลา | |
|---|---|
ฟรันกาใน ค.ศ. 1970 | |
| เกิด | 9 มกราคม ค.ศ. 1948 เมืองอัลกาโม แคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี |
| บุพการี | เบอร์นาโด วีโอลา (บิดา) วีตา เซอร์โร (มารดา) |
ฟรันกา วีโอลา (อิตาลี: Franca Viola; เกิด 9 มกราคม ค.ศ. 1948) เป็นหญิงชาวแคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี ซึ่งมีชื่อเสียงขึ้นในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 หลังที่เธอถูกชายลักพาตัวไปกักขังและข่มขืนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ และเธอไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายที่ให้สมรสกับผู้ข่มขืน ถือกันว่าเธอเป็นหญิงชาวอิตาลีคนแรกที่ถูกข่มขืนและแสดงออกเช่นนี้ นอกจากนี้เธอและครอบครัวยังดำเนินคดีกับชายผู้ข่มขืนเป็นผลสำเร็จ การพิจารณาคดีของเธอทำให้เกิดความสั่นสะเทือนอย่างกว้างขวางในประเทศอิตาลี เพราะพฤติกรรมของเธอขัดต่อจารีตประเพณีในอิตาลีตอนใต้ซึ่งถือกันว่าผู้หญิงเป็นอันหมดสิ้นเกียรติยศศักดิ์ศรีถ้าไม่สมรสกับชายที่ตนสูญเสียพรหมจรรย์ให้ การยืนหยัดต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ฟรันกากลายเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมและการปลดแอกผู้หญิงในประเทศอิตาลีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง[1][2][3]
ครอบครัว
[แก้]ฟรันกาเกิดในแถบชนบทของเมืองอัลกาโม แคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี เป็นบุตรหญิงคนหัวปีของครอบครัว บิดาเป็นชาวไร่นามว่าเบอร์นาโด วีโอลา (อิตาลี: Bernardo Viola; ค.ศ. 1918–1983)[4][5] มารดามีนามว่าวีตา เซอร์โร (อิตาลี: Vita Serro; ค.ศ. 1923–2026)[6][7]
การข่มขืน
[แก้]ใน ค.ศ. 1963 ขณะมีอายุได้ 15 ปี ฟรันกาหมั้นหมายกับฟีลิปโป เมโลเดีย (อิตาลี: Filippo Melodia) อายุ 23 ปี หลานชายของวินเซนโซ รีมี (อิตาลี: Vincenzo Rimi) สมาชิกกลุ่มมาเฟีย ฟีลิปโปเองมักถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ และบิดาของฟรันกายืนกรานให้บุตรสาวถอนหมั้น ซึ่งฟรันกาก็ถอนหมั้นในที่สุด และฟีลิปโปย้ายไปยังประเทศเยอรมนี ต่อมาในช่วง ค.ศ. 1965 ฟรันกาหมั้นหมายกับจูเซปเป รุยซี (อิตาลี: Giuseppe Ruisi) นักบัญชีซึ่งเป็นเพื่อนชายที่ชื่นชอบกันมาแต่เยาว์วัย ฟีลิปโปทราบข่าวก็กลับมายังเมืองอัลกาโม และพยายามกลับเข้ามาในชีวิตของฟรันกา แต่ไม่สำเร็จ จึงคอยสะกดรอยตามเธอ และข่มขู่คุกคามทั้งบิดาและคู่หมั้นของเธอ[8]
ครั้นช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1965 ฟีลิปโปกับเพื่อน 12 คนพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าไปฉุดลากฟรันกาออกมาจากบ้านของฟรันกาและนำตัวเธอขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ในเหตุการณ์นั้นมารดาของฟรันกาถูกทุบตีบาดเจ็บ และมาเรียโน (อิตาลี: Mariano) น้องชายวัย 8 ปีของฟรันกาซึ่งไม่ยอมให้พี่สาวถูกจับตัวไป ถูกนำตัวไปด้วย[5][1][9] มาเรียโนได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ส่วนฟรันกาถูกกักขังเป็นเวลา 8 วันที่บ้านไร่ชานเมืองซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวหรือน้องสาวของฟีลิปโปและสามีของเธอ[5] ในช่วงเวลานั้นฟรันกาถูกข่มขืนอย่างต่อเนื่อง[10] ฟีลิปโปบอกเธอว่า เธอจำต้องสมรสกับตนแล้ว มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นหญิงไร้เกียรติ แต่ฟรันกายืนกรานว่าจะไม่สมรสกับเขา และจะดำเนินคดีกับเขาจนถึงที่สุด ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม ฟีลิปโปติดต่อไปเจรจากับบิดาของฟรันกาให้ฟรันกามาสมรสกับตน[7] บิดาของฟรันกาทำทีเป็นเห็นชอบด้วย แต่ประสานงานกับตำรวจการาบีเนียรีให้เข้าไปทลายรังของฟีลิปโปและช่วยเหลือบุตรสาวออกมาได้สำเร็จในวันที่ 2 มกราคม ปีถัดมา ซึ่งเป็นเวลา 7 วันก่อนถึงวันคล้ายวันเกิดปีที่ 18 ของฟรันกา[11] ฟรันกาเล่าว่า บิดาถามเธอว่าอยากสมรสกับเขาจริงหรือไม่ เธอตอบว่าไม่ บิดาจึงบอกว่าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกให้หลุดพ้นจากเรื่องนี้[11][12]
การพิจารณาคดี
[แก้]ฟีลิปโปเสนอให้ฟรันกามาเข้า "สมรสเพื่อกู้หน้า" (อิตาลี: matrimonio riparatore) กับตน ฟรันกาบอกปัด ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อจารีตประเพณีท้องถิ่นของแคว้นซิซิลีในขณะนั้น เพราะถือกันว่าหญิงที่สูญเสียพรหมจรรย์แล้วยังไม่สมรสเป็น "หญิงไร้ยางอาย" (อิตาลี: donna svergognata)[5] แนวความคิดดังกล่าวบรรจุอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาอิตาลี มาตรา 544 ซึ่งกำหนดให้การข่มขืนเป็นอาชญากรรมต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน มากกว่าจะเป็นอาชญากรรมต่อบุคคล และยังบัญญัติว่าผู้ข่มขืนไม่ต้องรับโทษหลังจากที่ผู้ถูกข่มขืนยินยอมสมรสด้วย[5][11]
เมื่อฟีลิปโปยืนยันเจตนาที่จะไม่สมรสกับชายผู้ข่มขืนตนแล้ว มีรายงานว่าชาวเมืองส่วนใหญ่รุมประณามและคุกคามครอบครัวของเธอ ทรัพย์สินเช่นไร่องุ่นและโรงนาของครอบครัวเธอถูกเผา[5] ครั้นสื่อมวลชนนำเสนอข่าวนี้อย่างกว้างขวาง จึงทราบได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายการสมรสกับผู้ข่มขืน การพิจารณาคดีของเธอเริ่มขึ้นใน ค.ศ. 1966[13] และทนายความของฟีลิปโปยืนยันว่าฟรันกายินยอมหนีตามฟีลิปโปไปสมรสกันอย่างลับ ๆ แต่พยานหลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ว่าเป็นการลักพาตัวไปข่มขืน ฟีลิปโปจึงถูกพิพากษาว่ามีความผิด และถูกลงโทษจำคุก 11 ปี แต่สุดท้ายแล้วลดเป็น 10 ปี[11] ส่วนผู้ร่วมก่อการกับฟีลิปโปนั้น 5 คนได้รับการยกฟ้องและปล่อยตัวไป ที่เหลือได้รับโทษสถานเบา[5][14]
ฟีลิปโปพ้นโทษออกจากเรือนจำใน ค.ศ. 1976 และถูกลอบสังหารในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1978 ก่อนเดินทางกลับแคว้นซิซิลี[5]
อย่างไรก็ดีประมวลกฎหมายอาญาอิตาลีที่ให้ผู้ถูกข่มขืนสมรสกับผู้ข่มขืนนั้นไม่ได้ถูกยกเลิกจนกระทั่ง ค.ศ. 1981[15][16][17] และเพิ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมใน ค.ศ. 1996 ให้เปลี่ยนความผิดทางเพศเป็นอาชญากรรมต่อบุคคล แทนการเป็นอาชญากรรมต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน[18]
ชีวิตสมรส
[แก้]ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1968 ขณะย่างเข้าวัย 21 ปี ฟรันกาเข้าพิธีสมรสกับจูเซปเป ชายคู่หมั้น[5] จูเซปเปยืนยันว่าจะสมรสกับเธอ แม้มีค่ำร่ำลือลือวิพากษ์วิจารณ์และการข่มขู่คุกคามต่าง ๆ ในโอกาสที่ทั้งคู่สมรสกันนั้น จูเซปเป ซารากัต ประธานาธิบดีอิตาลี และสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 แสดงความชื่นชมยินดีในความเด็ดเดี่ยวของฟรันกาและความรักแน่นแฟ้นของทั้งสอง[12] ประธานาธิบดียังมอบของขวัญและสมเด็จพระสันตะปาปาทรงให้ทั้งคู่เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวหลังพิธีสมรส[5]
ภายหลังฟรันกาและจูเซปเปมีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน[5] ครอบครัวนี้ยังอาศัยอยู่ในเมืองอัลกาโม[5]
สิ่งสืบเนื่อง
[แก้]ใน ค.ศ. 1970 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อ เดอะโมสต์บิวตีฟูลไวฟ์ (อังกฤษ: The Most Beautiful Wife) นำแสดงโดยออร์เนลลา มูตี[11]
ใน ค.ศ. 2012 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการเผยแพร่เป็นหนังสือชื่อ เนียนเตชีฟู (อิตาลี: Niente ci fu) แปลว่า "ไม่มีอะไร"[19]
ใน ค.ศ. 2017 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์สั้นชื่อ วีโอลา, ฟรันกา (อิตาลี: Viola, Franca)[20]
ใน ค.ศ. 2022 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อ เดอะเกิร์ลฟรอมทูมอร์โรว์ (อังกฤษ: The Girl from Tomorrow)[21][22]
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Rifiuto il matrimonio dopo lo stupro" [I refuse marriage after rape] (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 July 2011. สืบค้นเมื่อ 17 December 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์) - ↑ Marta Boneschi. Di testa loro. Essay on ten women that changed the Italian culture in the 20th century (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 October 2010. สืบค้นเมื่อ 17 December 2010.
{{cite book}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์) - ↑ Craniz, Guido (2005). Storia del miracolo italiano: culture, identità, trasformazioni fra anni cinquanta e sessanta [History of the Italian miracle: cultures, identities, transformations between the fifties and sixties]. Donzelli Editore. p. 252. ISBN 9788879899451. สืบค้นเมื่อ 13 May 2018.
- ↑ https://www.familysearch.org/tree/person/GKTG-H6X
- 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 Pirro, Deirdre (2009). Italian Sketches: The Faces of Modern Italy. Prato: The Florentine Press. pp. 94–95. ISBN 9788890243448. สืบค้นเมื่อ 14 May 2018.
- ↑ https://www.familysearch.org/tree/person/PW8N-CF6
- 1 2 Pablo Dell'Osa (25 December 2018). "26 dicembre". il Centro (ภาษาอิตาลี). สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
- ↑ Cullen, Niamh (25 February 2016). "The case of Franca Viola: Debating Gender, Nation and Modernity in 1960s Italy". Contemporary European History. 25 (1): 107. doi:10.1017/S0960777315000491. ISSN 0960-7773. JSTOR 26294041. S2CID 147752247.
- ↑ Cullen, Niamh (25 February 2016). "The case of Franca Viola: Debating Gender, Nation and Modernity in 1960s Italy". Contemporary European History. 25 (1): 97. doi:10.1017/s0960777315000491. S2CID 147752247. สืบค้นเมื่อ 3 June 2016.
- ↑ Ettore Ferrari (10 January 2018). "La Storia di Franca Viola" [The Story of Franca Viola]. ilpost.it. สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
- 1 2 3 4 5 "La fuitina e il disonore: storia di Franca Viola" [The Elopement and the Dishonor: The Story of Franca Viola] (ภาษาอิตาลี). 3 May 2012. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2012.
- 1 2 "1965, lo "strappo" di Franca Viola" [1965, the violation of Franca Viola] (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 April 2014. สืบค้นเมื่อ 17 December 2010.
{{cite web}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์) - ↑ John Foot (17 May 2018). The Archipelago: Italy Since 1945. Bloomsbury Publishing. pp. 183–. ISBN 978-1-4088-4351-2.
- ↑ Appiah, Kwame Anthony (2011). The Honor Code: How Moral Revolutions Happen. W. Norton & Company. pp. 143–144. ISBN 9780393080711. สืบค้นเมื่อ 15 May 2018.
- ↑ "Niente di straordinario" [Nothing unusual] (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 July 2020. สืบค้นเมื่อ 6 April 2018.
{{cite web}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์) - ↑ Van Cleave, Rachel A. (2007). "Rape and the Querela in Italy: False Protection of Victim Agency". Golden Gate University School of Law. p. 283.
- ↑ "law no. 442 5 August 1981". legislature.camera.it.
- ↑ Fiandaca, Giovanni; Musco, Enzo (2013). Diritto penale. Parte speciale. 2.1, I delitti contro la persona [Criminal Law. Special Part. 2.1, Crimes against the person] (ภาษาอิตาลี) (4. ed.). Zanichelli. p. 206. ISBN 9788808263063.
- ↑ "La Donna che disse No: Franca Viola, L'attualità di una ribelle" [The Woman Who Said No: Franca Viola, The Relevance of a Rebel]. La Repubblica.it (ภาษาอิตาลี). 18 May 2012. สืบค้นเมื่อ 10 September 2016.
- ↑ "Manhattan Short - Finalists". www.manhattanshort.com. สืบค้นเมื่อ 19 October 2017.
- ↑ "The Girl From Tomorrow". BFI London Film Festival 2022 (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-06-28.[ลิงก์เสีย]
- ↑ "The Girl From Tomorrow". Sydney Film Festival (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 November 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-06-28.