ข้ามไปเนื้อหา

ฟรันกา วีโอลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟรันกา วีโอลา
ฟรันกาใน ค.ศ. 1970
เกิด (1948-01-09) 9 มกราคม ค.ศ. 1948 (78 ปี)
เมืองอัลกาโม แคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี
บุพการีเบอร์นาโด วีโอลา (บิดา)
วีตา เซอร์โร (มารดา)

ฟรันกา วีโอลา (อิตาลี: Franca Viola; เกิด 9 มกราคม ค.ศ. 1948) เป็นหญิงชาวแคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี ซึ่งมีชื่อเสียงขึ้นในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 หลังที่เธอถูกชายลักพาตัวไปกักขังและข่มขืนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ และเธอไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายที่ให้สมรสกับผู้ข่มขืน ถือกันว่าเธอเป็นหญิงชาวอิตาลีคนแรกที่ถูกข่มขืนและแสดงออกเช่นนี้ นอกจากนี้เธอและครอบครัวยังดำเนินคดีกับชายผู้ข่มขืนเป็นผลสำเร็จ การพิจารณาคดีของเธอทำให้เกิดความสั่นสะเทือนอย่างกว้างขวางในประเทศอิตาลี เพราะพฤติกรรมของเธอขัดต่อจารีตประเพณีในอิตาลีตอนใต้ซึ่งถือกันว่าผู้หญิงเป็นอันหมดสิ้นเกียรติยศศักดิ์ศรีถ้าไม่สมรสกับชายที่ตนสูญเสียพรหมจรรย์ให้ การยืนหยัดต่อสู้ครั้งนี้ทำให้ฟรันกากลายเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวัฒนธรรมและการปลดแอกผู้หญิงในประเทศอิตาลีหลังสงครามโลกครั้งที่สอง[1][2][3]

ครอบครัว

[แก้]

ฟรันกาเกิดในแถบชนบทของเมืองอัลกาโม แคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี เป็นบุตรหญิงคนหัวปีของครอบครัว บิดาเป็นชาวไร่นามว่าเบอร์นาโด วีโอลา (อิตาลี: Bernardo Viola; ค.ศ. 1918–1983)[4][5] มารดามีนามว่าวีตา เซอร์โร (อิตาลี: Vita Serro; ค.ศ. 1923–2026)[6][7]

การข่มขืน

[แก้]

ใน ค.ศ. 1963 ขณะมีอายุได้ 15 ปี ฟรันกาหมั้นหมายกับฟีลิปโป เมโลเดีย (อิตาลี: Filippo Melodia) อายุ 23 ปี หลานชายของวินเซนโซ รีมี (อิตาลี: Vincenzo Rimi) สมาชิกกลุ่มมาเฟีย ฟีลิปโปเองมักถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ และบิดาของฟรันกายืนกรานให้บุตรสาวถอนหมั้น ซึ่งฟรันกาก็ถอนหมั้นในที่สุด และฟีลิปโปย้ายไปยังประเทศเยอรมนี ต่อมาในช่วง ค.ศ. 1965 ฟรันกาหมั้นหมายกับจูเซปเป รุยซี (อิตาลี: Giuseppe Ruisi) นักบัญชีซึ่งเป็นเพื่อนชายที่ชื่นชอบกันมาแต่เยาว์วัย ฟีลิปโปทราบข่าวก็กลับมายังเมืองอัลกาโม และพยายามกลับเข้ามาในชีวิตของฟรันกา แต่ไม่สำเร็จ จึงคอยสะกดรอยตามเธอ และข่มขู่คุกคามทั้งบิดาและคู่หมั้นของเธอ[8]

ครั้นช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1965 ฟีลิปโปกับเพื่อน 12 คนพร้อมอาวุธครบมือบุกเข้าไปฉุดลากฟรันกาออกมาจากบ้านของฟรันกาและนำตัวเธอขึ้นรถยนต์หลบหนีไป ในเหตุการณ์นั้นมารดาของฟรันกาถูกทุบตีบาดเจ็บ และมาเรียโน (อิตาลี: Mariano) น้องชายวัย 8 ปีของฟรันกาซึ่งไม่ยอมให้พี่สาวถูกจับตัวไป ถูกนำตัวไปด้วย[5][1][9] มาเรียโนได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ส่วนฟรันกาถูกกักขังเป็นเวลา 8 วันที่บ้านไร่ชานเมืองซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวหรือน้องสาวของฟีลิปโปและสามีของเธอ[5] ในช่วงเวลานั้นฟรันกาถูกข่มขืนอย่างต่อเนื่อง[10] ฟีลิปโปบอกเธอว่า เธอจำต้องสมรสกับตนแล้ว มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็นหญิงไร้เกียรติ แต่ฟรันกายืนกรานว่าจะไม่สมรสกับเขา และจะดำเนินคดีกับเขาจนถึงที่สุด ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม ฟีลิปโปติดต่อไปเจรจากับบิดาของฟรันกาให้ฟรันกามาสมรสกับตน[7] บิดาของฟรันกาทำทีเป็นเห็นชอบด้วย แต่ประสานงานกับตำรวจการาบีเนียรีให้เข้าไปทลายรังของฟีลิปโปและช่วยเหลือบุตรสาวออกมาได้สำเร็จในวันที่ 2 มกราคม ปีถัดมา ซึ่งเป็นเวลา 7 วันก่อนถึงวันคล้ายวันเกิดปีที่ 18 ของฟรันกา[11] ฟรันกาเล่าว่า บิดาถามเธอว่าอยากสมรสกับเขาจริงหรือไม่ เธอตอบว่าไม่ บิดาจึงบอกว่าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกให้หลุดพ้นจากเรื่องนี้[11][12]

การพิจารณาคดี

[แก้]

ฟีลิปโปเสนอให้ฟรันกามาเข้า "สมรสเพื่อกู้หน้า" (อิตาลี: matrimonio riparatore) กับตน ฟรันกาบอกปัด ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อจารีตประเพณีท้องถิ่นของแคว้นซิซิลีในขณะนั้น เพราะถือกันว่าหญิงที่สูญเสียพรหมจรรย์แล้วยังไม่สมรสเป็น "หญิงไร้ยางอาย" (อิตาลี: donna svergognata)[5] แนวความคิดดังกล่าวบรรจุอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาอิตาลี มาตรา 544 ซึ่งกำหนดให้การข่มขืนเป็นอาชญากรรมต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน มากกว่าจะเป็นอาชญากรรมต่อบุคคล และยังบัญญัติว่าผู้ข่มขืนไม่ต้องรับโทษหลังจากที่ผู้ถูกข่มขืนยินยอมสมรสด้วย[5][11]

เมื่อฟีลิปโปยืนยันเจตนาที่จะไม่สมรสกับชายผู้ข่มขืนตนแล้ว มีรายงานว่าชาวเมืองส่วนใหญ่รุมประณามและคุกคามครอบครัวของเธอ ทรัพย์สินเช่นไร่องุ่นและโรงนาของครอบครัวเธอถูกเผา[5] ครั้นสื่อมวลชนนำเสนอข่าวนี้อย่างกว้างขวาง จึงทราบได้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายการสมรสกับผู้ข่มขืน การพิจารณาคดีของเธอเริ่มขึ้นใน ค.ศ. 1966[13] และทนายความของฟีลิปโปยืนยันว่าฟรันกายินยอมหนีตามฟีลิปโปไปสมรสกันอย่างลับ ๆ แต่พยานหลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ว่าเป็นการลักพาตัวไปข่มขืน ฟีลิปโปจึงถูกพิพากษาว่ามีความผิด และถูกลงโทษจำคุก 11 ปี แต่สุดท้ายแล้วลดเป็น 10 ปี[11] ส่วนผู้ร่วมก่อการกับฟีลิปโปนั้น 5 คนได้รับการยกฟ้องและปล่อยตัวไป ที่เหลือได้รับโทษสถานเบา[5][14]

ฟีลิปโปพ้นโทษออกจากเรือนจำใน ค.ศ. 1976 และถูกลอบสังหารในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 1978 ก่อนเดินทางกลับแคว้นซิซิลี[5]

อย่างไรก็ดีประมวลกฎหมายอาญาอิตาลีที่ให้ผู้ถูกข่มขืนสมรสกับผู้ข่มขืนนั้นไม่ได้ถูกยกเลิกจนกระทั่ง ค.ศ. 1981[15][16][17] และเพิ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมใน ค.ศ. 1996 ให้เปลี่ยนความผิดทางเพศเป็นอาชญากรรมต่อบุคคล แทนการเป็นอาชญากรรมต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน[18]

ชีวิตสมรส

[แก้]

ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1968 ขณะย่างเข้าวัย 21 ปี ฟรันกาเข้าพิธีสมรสกับจูเซปเป ชายคู่หมั้น[5] จูเซปเปยืนยันว่าจะสมรสกับเธอ แม้มีค่ำร่ำลือลือวิพากษ์วิจารณ์และการข่มขู่คุกคามต่าง ๆ ในโอกาสที่ทั้งคู่สมรสกันนั้น จูเซปเป ซารากัต ประธานาธิบดีอิตาลี และสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 แสดงความชื่นชมยินดีในความเด็ดเดี่ยวของฟรันกาและความรักแน่นแฟ้นของทั้งสอง[12] ประธานาธิบดียังมอบของขวัญและสมเด็จพระสันตะปาปาทรงให้ทั้งคู่เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวหลังพิธีสมรส[5]

ภายหลังฟรันกาและจูเซปเปมีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน[5] ครอบครัวนี้ยังอาศัยอยู่ในเมืองอัลกาโม[5]

สิ่งสืบเนื่อง

[แก้]

ใน ค.ศ. 1970 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อ เดอะโมสต์บิวตีฟูลไวฟ์ (อังกฤษ: The Most Beautiful Wife) นำแสดงโดยออร์เนลลา มูตี[11]

ใน ค.ศ. 2012 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการเผยแพร่เป็นหนังสือชื่อ เนียนเตชีฟู (อิตาลี: Niente ci fu) แปลว่า "ไม่มีอะไร"[19]

ใน ค.ศ. 2017 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์สั้นชื่อ วีโอลา, ฟรันกา (อิตาลี: Viola, Franca)[20]

ใน ค.ศ. 2022 เรื่องราวของฟรันกาได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อ เดอะเกิร์ลฟรอมทูมอร์โรว์ (อังกฤษ: The Girl from Tomorrow)[21][22]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "Rifiuto il matrimonio dopo lo stupro" [I refuse marriage after rape] (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 July 2011. สืบค้นเมื่อ 17 December 2010.{{cite web}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์)
  2. Marta Boneschi. Di testa loro. Essay on ten women that changed the Italian culture in the 20th century (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 October 2010. สืบค้นเมื่อ 17 December 2010.{{cite book}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์)
  3. Craniz, Guido (2005). Storia del miracolo italiano: culture, identità, trasformazioni fra anni cinquanta e sessanta [History of the Italian miracle: cultures, identities, transformations between the fifties and sixties]. Donzelli Editore. p. 252. ISBN 9788879899451. สืบค้นเมื่อ 13 May 2018.
  4. https://www.familysearch.org/tree/person/GKTG-H6X
  5. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 Pirro, Deirdre (2009). Italian Sketches: The Faces of Modern Italy. Prato: The Florentine Press. pp. 94–95. ISBN 9788890243448. สืบค้นเมื่อ 14 May 2018.
  6. https://www.familysearch.org/tree/person/PW8N-CF6
  7. 1 2 Pablo Dell'Osa (25 December 2018). "26 dicembre". il Centro (ภาษาอิตาลี). สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
  8. Cullen, Niamh (25 February 2016). "The case of Franca Viola: Debating Gender, Nation and Modernity in 1960s Italy". Contemporary European History. 25 (1): 107. doi:10.1017/S0960777315000491. ISSN 0960-7773. JSTOR 26294041. S2CID 147752247.
  9. Cullen, Niamh (25 February 2016). "The case of Franca Viola: Debating Gender, Nation and Modernity in 1960s Italy". Contemporary European History. 25 (1): 97. doi:10.1017/s0960777315000491. S2CID 147752247. สืบค้นเมื่อ 3 June 2016.
  10. Ettore Ferrari (10 January 2018). "La Storia di Franca Viola" [The Story of Franca Viola]. ilpost.it. สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
  11. 1 2 3 4 5 "La fuitina e il disonore: storia di Franca Viola" [The Elopement and the Dishonor: The Story of Franca Viola] (ภาษาอิตาลี). 3 May 2012. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 May 2012.
  12. 1 2 "1965, lo "strappo" di Franca Viola" [1965, the violation of Franca Viola] (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 April 2014. สืบค้นเมื่อ 17 December 2010.{{cite web}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์)
  13. John Foot (17 May 2018). The Archipelago: Italy Since 1945. Bloomsbury Publishing. pp. 183–. ISBN 978-1-4088-4351-2.
  14. Appiah, Kwame Anthony (2011). The Honor Code: How Moral Revolutions Happen. W. Norton & Company. pp. 143–144. ISBN 9780393080711. สืบค้นเมื่อ 15 May 2018.
  15. "Niente di straordinario" [Nothing unusual] (ภาษาItalian). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 July 2020. สืบค้นเมื่อ 6 April 2018.{{cite web}}: CS1 maint: unrecognized language (ลิงก์)
  16. Van Cleave, Rachel A. (2007). "Rape and the Querela in Italy: False Protection of Victim Agency". Golden Gate University School of Law. p. 283.
  17. "law no. 442 5 August 1981". legislature.camera.it.
  18. Fiandaca, Giovanni; Musco, Enzo (2013). Diritto penale. Parte speciale. 2.1, I delitti contro la persona [Criminal Law. Special Part. 2.1, Crimes against the person] (ภาษาอิตาลี) (4. ed.). Zanichelli. p. 206. ISBN 9788808263063.
  19. "La Donna che disse No: Franca Viola, L'attualità di una ribelle" [The Woman Who Said No: Franca Viola, The Relevance of a Rebel]. La Repubblica.it (ภาษาอิตาลี). 18 May 2012. สืบค้นเมื่อ 10 September 2016.
  20. "Manhattan Short - Finalists". www.manhattanshort.com. สืบค้นเมื่อ 19 October 2017.
  21. "The Girl From Tomorrow". BFI London Film Festival 2022 (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-06-28.[ลิงก์เสีย]
  22. "The Girl From Tomorrow". Sydney Film Festival (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 November 2023. สืบค้นเมื่อ 2023-06-28.